fbpx

Website บริการฤกษ์มงคลชั้นสูงของโหรภารตะ ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 9 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

 Top Sao Eak

   1IMG 1919 exposure resize
line add astroneemopaypallogo186

 

บริการดูฤกษ์มงคล ฤกษ์ลงเสาเอก  ฤกษ์ตอกเสาเข็ม วางศิลาฤกษ์ ฤกษ์สร้างบ้านปี 2563 *****ได้รับความนิยมสูงสุด

การหาฤกษ์ปลูกบ้าน หรือหา"ฤกษ์ยกเสาเอก"ให้ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์นั้น จำเป็นจะต้องคำนวนฤกษ์มาจากดวงเจ้าของบ้าน ชาย-หญิง สามี-ภรรยาเท่านั้น แล้วหาวันดี และวันสมพงษ์กับดวงเจ้าของบ้านให้สัมพันธ์กัน จึงจะถือว่าเป็นมงคล สามารถแก้ไขดวงชาตาและส่งเสริมดวงเจ้าของบ้านได้ การหาฤกษ์มงคลที่สมพงษ์กับดวงชาตา สามารถแก้ไขพื้นดวง  และบรรเทาผลร้ายในดวงชาตาให้ลดทอนลงได้ และส่งเสริมโชคลาภ การทำมาหากิน และปัดเป่าอุปสรรค อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโจรภัย อัคคีภัย อันตรายต่างๆ ฯลฯ
ฤกษ์ยามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ดูจากปฎิทินแล้วบอกว่าเป็นวันดี วันธงไชย ฯลฯ แล้วยึดเอาตามนั้น วันดีตามปฎิทินก็อาจจะเป็นวันร้ายของเราก็ได้

ในการยกเสาเอกนั้น หากเป็นบ้านสมัยก่อนเรามักมีเสาไม้ มาเพื่อประกอบเป็นตัวบ้าน ฉะนั้นในการยกเสาเอกก็สามารถทำได้ตามแบบโบราณ ก็ตือเลือกหาไม้มงคลที่จะมาเสาเอก มีพิธีกรรมเซ่นสรวง บูชา พิธีตัดไม้ แต่ในปัจจุบันหาไม่มีแล้ว

พอมาในสมัยนี้อาคารบ้านเรือนก็เป็นตึกแถว เป็นปูน เป็นอาคารสูง ฉะนั้นพิธีกรรมการวางรากฐานก็จะไม่ใช่การยกเสาเอกแบบโบราณ แต่เป็นพิธีกรรมแบบอื่นๆ เช่นการวางศิลาฤกษ์ หรือการ ลงเสาเข็ม หรือตอกเข็มมงคลแทน พิธีการยกเสาเอก

อย่างไรก็ตามว่าไปตามหลักการของ"ฤกษ์ยกเสาเอก"ที่สำคัญก็คือเมือนได้วันดีฤกษ์ดี (ฤกษ์บน) แล้ว ก็ต้องมาสอบทานกับดวงเจ้าของบ้านว่าสมพงษ์กับฤกษ์ในวันนั้นหรือไม่ หากไม่สมพงษ์ฤกษ์ดีวันดีนั้นก็ใช้ไม่ได้เพราะจะเป็นโทษแก่เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย  ดังนั้นก็ต้องทำการคำนวนหาฤกษ์ใหม่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้วันดี ฤกษ์ดี และสมพงษืกับดวงชาตากำเนิดของเข้าของบ้าน ทั้งสามีและภรรยา นี่จึงจะเรียกว่าเป็นฤกษ์ที่ดีที่ถูกต้องตามหลักวิชาโหราศาสตร์ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัย เจ้าของบ้านอยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรือง ปราศจากศัตรู โรคภัยไข้เจ็บ มียศศักดิ์ มีบริวาดี บุตรหลานดี   นอกจากนี้ดวงฤกษ์ที่เป็นศุภผลนี้จะรับประกันได้ว่าจะคุ้มครองป้องกันให้อาคารบ้านเรือนนั้นพ้นจากภัยทั้งหลาย เช่น วาตภัย อุทกภัย อัคคีภัย โจรภัยได้เป็นอย่างดี  และฤกษ์ดีก็จะส่งผลคุ้มครองให้ปลอดภัยดีกว่าบริษัทประกันภัยแห่งไหนๆในโลก

ความจริงเรื่องฤกษ์ยาม"ยกเสาเอก"ที่ถูกต้องตามหลักโหรฯ จะมีคุณประโยชน์ดังนี้
1.สามารถก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ตามที่เราปรารถนา(ตามกำลังของฤกษ์ในขณะนั้นๆ)
2.สามารถแก้ไขดวงชาตาเดิมของเจ้าของ จากร้ายกลายเป็นดีได้ (ตามกำลังของฤกษ์ในขณะนั้นๆ)
3.สามารถที่จะบรรเทาและสลายผลร้ายต่างๆ ที่อาจจะจะเกิดขึ้นมาในอนาคตจากหนักเป็นเบา หรือจากเบาเป็นไม่มี (ตามกำลังของฤกษ์ในขณะนั้นๆ)

ดัง นั้นหัวใจของ ฤกษ์ยกเสาเอก ที่ถูกต้องก็คือ การใช้ฤกษ์บนและฤกษ์ล่างให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดศุภอิทธิพล เป็นศุภผลแก่เจ้าการ หรือเจ้าของงานที่จะ

กระทำการโดยฤกษ์นั้นๆ

 

ประเภทของฤกษ์ยามที่เกี่ยวกับการก่อสร้างและวางรากฐาน

ฤกษ์ยามมงคลที่มีผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของผู้อยู่อาศัยและกิจการต่างที่จะเริ่มต้นกระทำในแผ่นดินมีหลายแบบหลายประเภท ซึ่งขึ้นอยู่กับประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นและความเหมาะสมของโครงสร้างที่จะการทำ โดยปกติมีดังนี้

  1. ฤกษ์เปิดหน้าดิน ปกติมักจะเป็นประเพณีแบบคนจีน ที่จะเริ่มทำการสร้างบ้าน เรียกว่า “ต้งถู่动土”  โดยเหมาะสำหรับพื้นที่เปล่าหรือการก่อสร้างที่ยังไม่ได้กำหนดผังโครงสร้าง หรือ ทิศทางเอาไว้แน่ชัด และเป็นพิธีสำหรับการเปิดหน้าดินเอาฤกษ์เอาชัยเพื่อจะเริ่มทำการก่อสร้างบ้านหรือกิจการต่างๆในอนาคตอันใกล้นี้  ซึ่งประเพณีของฝรั่งก็มีคล้ายๆกันเรียกว่า Groundbreaking
  2. ฤกษ์ตอกเสาเข็ม (ตอกเข็มเอก) เป็นฤกษ์อันแรกสำหรับวาระการก่อสร้างบ้านเรืองที่อยู่อาศัย ซึ่งในอดีตแต่โบราณมักไม่กระทำกันเพราะไม่จำเป็น เพราะเป็นเรือนไม้ แต่สำหรับบ้านในสมัยปัจจุบันก็คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นการตอกเสาเข็ม  เว้นแต่ว่าอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เช่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีดินแข็ง ดินดาน ดินปนหิน บางครั้งการตอกเสาเข็มก็ไม่จำเป็น
  3. ฤกษ์ยกเสาเอก เป็นฤกษ์ทำกระทำกันมาแต่โบราณ ซึ่งต้องหาฤกษ์ยามที่เป็นมงคลในการตั้งเสาต้นแรกของตัวบ้าน อีกทั้งต้องหาตำแหน่งทิศเสาเอก โท ตรี  ทิศของการขุดหลุม การโกยมูลดินที่ขุดกองเอาไว้ในทิศที่เป็นมงคล และการวางเสา ต้องหันปลายเสาไปทิศไหนที่เป็นมงคลของวันและเดือนนั้นๆ
  4. ฤกษ์วางศิลาฤกษ์ เป็นฤกษ์ใหญ่และสำคัญ ซึ่งมักจะต้องเป็นอาคารขนาดใหญ่ ศาสนาสถาน วัดโบสถ์ วิหาร ลานเจดีย์ หรือ อาคารสำนักงานของหน่วยงานราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ก็มักจะใช้การวางศิลาฤกษ์เป็นหลัก

 

พิธีกรรมการสร้างบ้านที่นิยมทำกันในสมัยปัจจุบัน


1.บ้าน คสล.ไม่เกิน 2 ชั้นครึ่ง ที่ต้องใช้การตอกเสาเข็ม และสามารถผูกเหล็กเป็นโครงเสาเพื่อทำการยกเสาเอกได้ให้ใช้พิธีกรรมได้ 3 แบบ ให้เลือกเอาเพียงอย่างเดียวคือ

1.1พิธีตอกเข็มเอก มีพิธีการบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ สังเวยเทวดา อ่านโองการ (ต้องมีอาจารย์/หมอโหรา/พราหมณ์ มาทำพิธีให้)โดย ถือฤกษ์ในการตอกเสาเข็มต้นแรกลงในแผ่นดิน ซึ่งวิธีนี้ไม่ต้องทำการขุดหลุมเอาไว้ก่อนพอทำพิธีเสร็จแล้วก็ค่อยขุดหลุม ยกเสาและทำการสร้างตามแบบแปลนได้เลย  (ต้องมีฤกษ์ตอกเข็มเอก)

1.2พิธียกเสาเอก มีพิธีการบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ สังเวยเทวดา อ่านโองการ (ต้องมีอาจารย์/หมอโหรา/พราหมณ์ มาทำพิธีให้)ซึ่งต้องมีการขุดหลุมตามทิศต่างๆเอาไว้ก่อนแล้วจึงมีพิธียกเสาเอก (ต้องมีฤกษ์ยกเสาเอก)

1.3พิธีตอกเข็มเอก+ยกเสาเอก เพื่อความสมบูรณ์ของฤกษ์ยาม โดยมีทั้ง ฤกษ์ตอกเข็มเอก และ ฤกษ์ยกเสาเอก การตอกเข็มเอกด้วยพิธีแบบง่ายก่อน โดยให้เจ้าภาพจุดธูปเทียนบอกกล่าวขอขมาพระภูมิเจ้าที่ (เจ้าบ้านทำเอง)โดยถือฤกษ์ในการตอกเสาเข็มต้นแรกลงในแผ่นดิน หลังจากนั้นประมาณ 15-30 วันก็ต้องมีพิธียกเสาเอก มีพิธีการบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ สังเวยเทวดา อ่านโองการ (ต้องมีอาจารย์/หมอโหรา/พราหมณ์ มาทำพิธีให้) (ต้องมีฤกษ์ตอกเข็มเอก+ยกเสาเอก)

2.บ้านที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ มากกว่า 3 ชั้น ซึ่งไม่สามารถทำการผูกเหล็กหล่อเสาได้ ให้ใช้ฤกษ์เดียวและพิธีกรรมตอกเข็มเอกเพียงอย่างเดียว มีการบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ สังเวยเทวดา อ่านโองการ โดยถือฤกษ์การก่อสร้างคือการเจาะเข็มต้นแรกลงไปในแผ่นดิน

3.อาคารที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่มากและซับซ้อน ให้ใช้พิธีวางศิลาฤกษ์ การบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ สังเวยเทวดา อ่านโองการเชิญเทวดาแบบเต็มสูตรซึ่งต้องใช้คณะผู้ทำพิธีมีหลายท่าน โดยมากเป็นคณะพราหมณ์
 

    Astroneemo 001

 

 

วิชาฤกษ์ยามชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะ

ฤกษ์ยามคือสิ่งที่ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานสนามแม่เหล็กโลก พลังงานสนามแม่เหล็กของจักรวาล และพลังงานสนามแม่เหล็กเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล "ฤกษ์ยามที่ดีและถูกต้อง"เท่านั้นจึงจะสามารถแก้ไขอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในในชีวิตและพื้นดวงชาตาเดิมได้ โดยจะต้องคำนวนความสัมพันธ์ระหว่าง ฟ้า-ดิน-คน ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นฤกษ์ยามที่คำนวนความสัมพันธ์ของพื้นดวงเดิมของเจ้าการเท่านั้น จึงจะทำได้


ส่วนฤกษ์ยามตามปฎิทินฤกษ์ยามต่างๆ ที่บอกว่าเป็นวันดีฤกษ์ดีนั้น (ฤกษ์โหล) นั้น ไม่อาจจะมาทดแทนได้ วันดีก็ไม่ใช่ว่าจะดีทั้งวัน และวันดีฤกษ์ดีของวันนั้น ก็อาจจะไม่สมพงษ์กับดวงชาตาของผู้ใช้ฤกษ์ จนกลับกลายเป็นฤกษ์ร้ายให้โทษก็เป็นได้  ดังนั้นฤกษ์ยามที่ถูกต้องจะต้องเป็นฤกษ์ที่ดีและสมพงษ์กับดวงชาตาเฉพาะบุคคลเท่านั้น เพราะต้องใช้ผู้รู้ทางวิชาโหราศาสตร์เท่านั้นจึงจะหาความสัมพันธ์ของดวงชาตา(ภูมิดล)และฤกษ์ยามจากท้องฟ้า(นภดล)ได้ ที่ดีเป็นมงคลได้


ตัวอย่างเช่น หากมีคนมาบอกว่าวันนี้จะมีพายุใหญ่ จงอย่านำเรือออกทะเล หากมีคนเชื่อไม่นำเรือออกทะเลในวันนั้นก็ต้องพบกับอุปสรรคและลมมรสุมต่างๆ นาๆ ดีไม่ดีเรืออาจอัปปางเอาได้ แต่หากมีคนเชื่อไม่ออกเรือในวันนั้นก็จะพบกับความสวัสดีอยู่รอดปลอดภัย ไม่มีปัญหาใดใดเกิดขึ้น ฤกษ์ยามก็เป็นอย่างนี้ หากมีคนเชื่อและปฎิบัติตามอย่างน้อยเขาก็จะไม่พบกับความวิบัติร้ายแรง หรือไม่ก็บรรเทาผลร้ายที่จะเกิดมีขึ้นในชีวิตได้ไม่มากก็น้อย

 814sMVvZPtL. SX425 โหราศาสตร์ภารตะ หรือโหราศาสตร์จากคัมภีร์พระเวทของพราหมณ์อันศักดิ์สิทธิ์ หรือเรียกว่าโหราศาสตร์พระเวท -Vedic Astrology เป็นวิชาดาราศาสตร์-โหราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดวิชาหนึ่งของโลก มีประวัติย้อนหลังไปถึง 8,300 ปี 3,000 ปีก่อนคริสตกาล หรือ ประมาณ 10,000 ปี มาแล้ว  (8300 B.C.- 3000 B.C.) โดยในระยะเวลาดังกล่าว วิชานี้ได้รับการค้นคว้าและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องมาพร้อมๆ กับคัมภีร์พระเวท ของพราหมณ์ โดยมหาฤาษีหรือมหามุนีที่เป็นบูรพาจารย์ของพราหมณ์ในยุคบรรพกาล ที่รจนาคัมภีร์พระเวท (สัปตยุคฤาษี) จำนวน 18 องค์คือ มหาฤาษีสูรยา มหาฤาษีปิตมาส มหาฤาษีวยาสะ  มหาฤาษีวสิษฐะ  มหาฤาษีอตรี  มหาฤาษีปราสาระ มหาฤาษีกาษยาปะ มหาฤาษีลิษะ มหาฤาษีชาวาล มหาฤาษียาวนะ มหาฤาษีภฤคุ มหาฤาษีสูรยา และมหาฤาษีศอุนาคา เป็นต้น

วิชาโหรฯแห่งดินแดนภารตะ(อินเดีย) ตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบันมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อเช่นโหราศาสตร์ฮินดู (Hindu Astrology) โหราศาสตร์พระเวท (Vedic Astrology) โชฺยติษ ศาสตร์ (Jyotish shastra)เป็นวิชาที่ว่าด้วย กาลเวลา การโคจรของดาวเคราะห์ และปรากฏกาณ์ทางดาราศาสตร์  ที่ส่งพลังรังสีที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านชาตาชีวิต สุขภาพ ความสามารถ ความนึกคิด อารมณ์ต่างๆ ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลจากพลัง รังสีดี-ร้ายของจักรวาลและเป็นวิชาหนึ่งในวิชาหลักสมัยโบราณที่นักบริหาร นักการทหาร และนักปกครอง จะต้องเรียนรู้และเป็นแม่แบบของวิชา โหราศาสตร์ระบบนิรายนะในวัฒนธรรมอื่นๆทั่วโลก และเป็นบรมครูของโหราศาสตร์ไทย และโหราศาสตร์ลังกา พม่า ลาว เขมร มอญ อินโด ธิเบต ฯลฯและแม้แต่โหราศาสตร์จีนก็ได้รับอิทธิพลจากโหราศาสตร์ภารตะเป็นอย่างมากผ่านทางพุทธศาสนามหายานที่แพร่เข้าไปในประเทศจีน เมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ซึ่งศาสตร์เหล่านี้ เป็นศาสตร์ชั้นสูงที่มีการคำนวณ ยุ่งยากสลับซับซ้อนและละเอียดเป็นอย่างมากเพื่อใช้สำหรับทำนาย เหตุการณ์บ้านเมือง ทำนายฝนฟ้า ฤดูกาลทำนายชาตาชีวิตของกษัตริย์และบุคคลชั้นสูงส่วนสามัญชน จะไม่มีโอกาสได้ใช้เลย  ปัจจุบันในประเทศอินเดีย ในรอบศตวรรษที่ผ่านมา มีการเปิดเผยความลี้ลับของวิชาโหราสาตร์และคัมภีร์เก่าแก่ที่ปิดบังซ่อนเร้นมานานนับพันปี นำมาเผยแพร่ให้ความรู้ต่อสาธารณชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นประโยชน์เท่าเทียมกันแก่บุคคลทุกชั้นวรรณะ ที่จะได้มีโอกาสใช้และได้รับผลดีจาก ภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่ของบรรพชนโบราณ

 

ในสมัยโบราณท่านมหาฤาษีผู้รจนาคัมภีร์โหราศาสตร์และฤกษ์ยามต่างๆได้กล่าวเอาไว้ว่า การสร้างรากฐานอาคารบ้านเรือนสำหรับอยู่อาศัยนั้นมีส่วนประกอบอยู่ 4ประการคือ

1.การวางรากฐาน (หรือ ยกเสาเอก วางศิลาฤกษ์ ฯลฯ)

2.การขุดบ่อน้ำ (ในปัจจุบันไม่มีธรรมเนียมนี้แล้ว)

3.การเข้ากรอบประตู (ในปัจจุบันก็ไม่มีธรรมเนียมนี้แล้ว)

4.การเข้าอยู่บ้านใหม่ หรือการขึ้นบ้านใหม่

ท่านมหาฤาษีกล่าวว่าประการที่ 1 และ 4 สำคัญมากที่สุดในการหาฤกษ์ยามเพื่อความสุขสวัสดีของผู้อยู่อาศัยในการปลูกบ้านนี้ จะมีเดือนที่ปลูกบ้านได้ตามกำหนดมาแต่โบราณ และจุดทิศทางวางเสาเอก การตอกไม้มงคล การกำหนดเวลามงคลฤกษ์ยกเสาเอก ฯลฯ

***หากท่านต้องการทราบรายละเอียดและความหมายเกี่ยวกับการดูฤกษ์ อ่าน "กฎเกณฑ์การให้ฤกษ์" คลิ๊กที่นี่..

หมายเหตุ 1)หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวนกำลังดาวเคาระห์และเรือนชาตาโดยคลิ๊ก โหราวิทยาบทที่ 4 การคำนวณกำลังดาวเคราะห์และเรือนชาตา

หมายเหตุ 2) หากท่านเข้าใจว่าวิชาโหรฯเป็นวิชาที่งมงายไร้เหตุผล ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่มีหลักการ ขอให้ท่านเข้าไปศึกษา วิชาการคำนวณดวงชาตาของโหรฯเสียก่อน โดยคลิ๊ก การคำนวณดวงพิชัยสงคราม,คัมภีร์สุริยยาตร์และมานัตต์

*หากต้องการเชิญอาจารย์ไปทำพิธีให้กรุณาแจ้งแต่เนิ่นๆนะครับ เพราะเดือนๆหนึ่งอาจารย์รับทำให้แค่ไม่กี่รายเท่านั้นเพราะมีวันฤกษ์ดีเพียง3-4 วันเท่านั้นเอง วันไหนฤกษ์ไม่ดีก็ไปทำให้ไม่ได้ กรุณาโทรติดต่อสอบถามได้ที่คุณ กมล 085-832-8228

 

2IMG 1702 exposure resize

   

Astroneemo 002

 

2.จัดเตรียมข้อมูลของคุณ

การคำนวนฤกษ์ (ฤกษ์ยกเสาเอก,ฤกษ์ตอกเข็มเอก, ฤกษ์เปิดหน้าดิน, ฤกษ์วางศิลาฤกษ์ )จะเร็วจะช้าจะยากหรือง่ายก็ขึ้นอยู่กับดวงชาตาของบุคคลนั้นๆ ว่าช่วงเดือนนั้นหรือในระหว่างปีนั้นมีช่วงที่ดีเป็นมงคลกับดวงชาตานั้นๆ หรือไม่และจะต้องหลีกเลี่ยงผลร้ายและปรับปรุงดวงฤกษ์อย่างไรจึงจะสมพงษ์กับ ดวงชาตาของเจ้าชาตาและกิจการที่จะต้องกระทำในช่วงนั้นหากตรวจสอบพบว่ามี เคราะห์หามยามร้ายในช่วงนั้นพอดี โหรจะต้องปรับดวงฤกษ์อย่างไรจึงจะสลายผลร้ายอันนั้นให้ลดลงหรือหลีกเลี่ยงไป ให้ได้ และพยายามส่งเสริมจุดที่ดีในดวงชาตาให้โดดเด่นขึ้นโดยใช้ฤกษ์ยามซึ่งเป็น พลังงานพิเศษจากฟากฟ้ามาเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมและแก้ไขดวงชาตาฉะนั้นใน การแก้ไขดวงชาตาในหลักวิชาโหรนั้น มีเพียงการใช้"ฤกษ์ยามที่สมพงษ์กับเจ้าชาตาเท่านั้น"จึงจะสามารถเปลี่ยน แปลงดวงชาตาจากร้ายให้กลายเป็นดีขึ้นได้

ในการขอฤกษ์ อาจารย์จะใช้เวลาประมาณ 1-2 วันในการคำนวนหาฤกษ์  หากท่านส่งข้อมูลมาพร้อมทั้งแจ้งการโอนค่าบูชาครูมาภายในวันนี้ ท่านก็จะได้รับฤกษ์ภายในพรุ่งนี้หรือไม่เกิน 24 ชมในกรณีปกติ หากดวงชาตาของท่านหาฤกษ์ได้ยาก ก็อาจจะได้ฤกษ์ภายใน 2-3วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นดวงของท่านเอง ใน

การหาฤกษ์ยกเสาเอก สิ่งที่ต้องการก็คือ

1.  ดวงชาตาเจ้าการ หรือเจ้าของบ้าน เป็นชายหรือหญิง วันเดือนปีเกิด เวลาเกิด และจังหวัดที่เกิด หากเป็นสามีภรรยาก็ต้องแจ้งมาทั้งสองท่านและบอกอาชีพมาด้วย

2.  เวลาที่ต้องการจะปลูกบ้าน โดยเคร่าๆ ว่าประมาณวันไหน เดือนอะไร และที่จังหวัดไหน

3.  แบบบ้านเป็นแบบไหน สองชั้นหรือชั้นเดียว เป็นโกดัง โรงงาน อาคารพานิชย์ หากมีแผนที่เขียนทิศทางมาด้วยจะดีมาก

4.  บ้านปลูกแล้วจะเอาไปทำอะไร ใช้ หรือให้เช่า อยู่เอง หรือ ต้องการดวงฤกษ์เด่นด้านไหน ให้คุณเรื่องอะไร เช่นค้าขายดี หรือได้เลื่อนตำแหน่ง มีคนนับหน้าถือตา หรือ ช่วยทำมาหากิน โชคลาภ ฯลฯ

5. ประเภทของฤกษ์ เช่น ฤกษ์ยกเสาเอก, ฤกษ์ตอกเสาเข็ม ,ฤกษ์ยกเสาเอก+ตอกเสาเข็ม ,ฤกษ์เปิดหน้าดิน ,ฤกษ์วางศิลาฤกษ์

6.ถ้าหากต้องการให้อาจารย์ระบุตำแหน่งเสาเอก-โทในแปลนบ้าน ให้ส่งแปลนบ้านชั้นล่าง+ทิศ เมล์มาพร้อมกับการขอฤกษ์ ดูตัวอย่างการส่งแปลนบ้านคลิ๊กที่นี่

บางคนก็อาจจะสะดวกใช้ฤกษ์เพียงฤกษ์เดียวหรือหลายฤกษ์(ตามความเหมาะสมของการก่อ สร้าง) ให้เลือกเอาว่าจะเอาฤกษ์อะไร ซึ่งบางคนก็จะอาจจะใช้ฤกษ์ตอกเสาข็มอย่างเดียวแล้วยกเสาเอกในภายหลังแบบไม่ ต้องคำนึงถึงฤกษ์ หรือตอกเสาเข็มไปก่อนแบบไม่ต้องดูฤกษ์ แต่ใช้ฤกษ์ยกเสาเอกแทนก็ได้

 หรือบางคนก็จะขอแยก 2 ฤกษ์เพื่อความเป็นศิริมงคลให้ครบถ้วนคือ ฤกษ์ตอกเข็มเอก และ ฤกษ์ยกเสาเอก   ซึ่งต้องกำหนดระยะเวลามาให้ผมก่อน ว่าจะต้องให้ฤกษ์ตอกเข็มและฤกษ์ยกเสาเอกห่างกันกี่วัน (ปกติแล้วการตอกเสาเข็มกับการยกเสาเอก จะห่างกันประมาณ 15-30 วัน กรุณาปรึกษาช่างก่อน)

หรือ บางท่านอาจจะสะดวกใช้ฤกษ์เปิดหน้าดินเพียงอย่างเดียวก็ได้  หรือหากเป็นอาคารขนาดใหญ่ สถานที่ราชการก็ควรจะขอฤกษ์วางศิลาฤกษ์ (ค่าครูบูชาฤกษ์ละ 699 บาท)

 ทั้งหมดนี้ต้องเขียนให้ครบนะครับ แล้วไปสู่ขั้นตอนที่ 3

 

IMG 2337 exposure resize

 

 prew wedding pantip wedding  Pocketrichy wedding 

 

 

ปัจฉิมลิขิต ทาง อาศรมจะให้ฤกษ์ที่ดีที่สุดเพียงฤกษ์เดียวในช่วงระยะเวลาที่คุณระบุมาเท่า นั้น ทางเราไม่มีฤกษ์เผื่อเลือก เช่น ขอหลายๆฤกษ์ ไม่มีฤกษ์โหลๆ เช่นวันนี้วันดีแต่งงานได้ทุกคู่ หรือวันนี้วันดีออกรถได้ทุกคน หรือฤกษ์ตามใจฉัน ฤกษ์ตามใจผู้ใหญ่ หรือชอบฤกษ์ที่ฉันสะดวก หรือต้องการฤกษ์ชั้น 2 ชั้น 3 หรือต้องการฤกษ์ที่ตัวเองไปเสริชร์หาในเน็ต หรือเปิดปฏิทินดูเองแล้วนึกว่าเป็นฤกษ์ดี หรือ ไปขอฤกษ์จากอาจารย์ท่านอื่นที่ให้แต่วันมา แต่กลับไม่มีเวลาให้ แล้วจะมาขอเวลาฤกษ์ อย่างนี้เป็นต้น

ฤกษ์ ชั้น 1 หรือ ฤกษ์ยามชั้นสูงของวิชาโหราศาสตร์พระเวทระบบนี้คำนวณยากและหาฤกษ์ได้ยากกว่า ระบบอื่นและจะต้องคำนวน ให้ถูกต้องตามหลักวิชาต้องเป็นมงคลที่สุดและดีที่สุดสำหรับผู้มาขอฤกษ์เท่า นั้น ท่านไหนสามารถนำไปใช้ได้ก็ถือว่าเป็นคนมีบุญ และเป็นศิริมงคลเกิดความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรืองสำเร็จสมหวังตามปรารถนา แต่ท่านไหนมีวิบากกรรมเจ้ากรรมนายเวรขัดขวางหรือวาสนาไม่ถึงฤกษ์ ก็นำไปใช้ไม่ได้ ส่วนโหรผู้ให้ฤกษ์ก็ไม่สามารถทำแบบมักง่ายหรือให้ฤกษ์แบบตามใจท่าน เพราะหากเกิดความวิบัติใดใดแก่ผู้ใช้ฤกษ์ ตัวโหรผู้ให้ฤกษ์ก็ต้องรับผลกรรมอันนั้นด้วย ซึ่งครูบาอาจารย์ท่านก็ได้สาปแช่งให้เกิดความวิบัติแก่ตัวโหรผู้ให้ฤกษ์ผิดๆ โดยหวังจะเอาลาภสักการะ หรือทำแบบสุกเอาเผากิน ดังนั้นจึงได้โปรดได้เข้าใจในกฏข้อนี้ด้วย

 

Astroneemo 003

 

 3.วิธีการกรอกแบบฟอร์ม

1.สำหรับท่านที่ไม่มีเวลาเกิดหรือมีเวลาเกิดที่ไม่แน่นอน ก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากเราใช้วิธีคำนวณหาฤกษ์แบบโบราณจะไม่มีปัญหา ซึ่งในสมัยก่อนคนที่จะทราบเวลาเกิดที่แน่นอนมีน้อยมาก ส่วนมากก็จะเพียงแค่ทราบว่าเกิดวันไหน หรือรู้แต่เพียงว่า เกิดต้อนเช้า สาย บ่ายเย็น เกิดตอนพระบิณฑบาต เกิดตอนต้อนวัวเข้าคอก  เกิดตอนพระตีระฆังเพล ฯลฯอย่างนี้เป็นต้น

โดยเราจะคำนวณจากองศาพระอาทิตย์ในวันที่ท่านเกิด ประกอบกับคำนวณจากองศาพระจันทร์ในฤกษ์ที่จันทร์เสวยนั้น ๆเป็นหลัก ซึ่งวิธีนี้จะคำนวณจากเวลา 07.00 น. ของทุกวัน สำหรับท่านทที่ไม่มีเวลาเกิดที่แน่นอน เราจะตั้งค่าการคำนวณจากเวลา 07.00 น. ก็จะทำให้สามารถหากฤกษ์กำเนิดในดวงชาตาได้เช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “การใช้ดาวอาทิตย์เป็นลัคนา)

2.สำหรับท่านไม่มีทั้งวัน เวลาเกิด หรือแม้กระทั่งปีเกิดก็ไม่มี ทางโหราศาสตร์ภารตะนั้นก็มีวิธีคำนวณดวงชาตาอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า “นามนักษัตร” คือใช้ชื่อตอนแรกเกิดของคนๆนั้น มาคำนวณดวงชาตาและคำนวณฤกษ์ จากดาวนักษัตรทั้ง ๒๗ นักษัตรที่สัมพันธ์กับตัวอักษรแรกของชื่อที่ตอนถือกำเนิด ซึ่งวิธีนี้ใช้กันมาหลายพันปีแล้ว  และทางอาศรมฯก็สามารถคำนวณฤกษ์โดยใช้วิธีนี้ให้ท่านได้ โดยยังคงความถูกต้องแม่นยำ เหมือนกับคนที่มีวันเกิดทั่วไป (แต่ชื่อใหม่ที่เคยเปลี่ยนนั้นใช้ไม่ได้ จำเป็นต้องเป็นชื่อที่ตั้งตอนแรกเกิด เท่านั้น   

3.สำหรับท่านที่เกิดต่างประเทศ /อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ในการกรอกข้อมูลกำเนิดให้ใช้เวลาเกิด ณ ประเทศที่ท่านเกิดได้เลย  หรือต้องการใช้ฤกษ์มงคลเพียงแค่แจ้งชื่อเมือง /ประเทศ/รัฐ /เวลาท้องถิ่น/เวลา DST ที่ท่านต้องการประกอบการมงคลต่างๆ ส่วนอาจารย์จะแจ้งฤกษ์มงคลตามเวลาท้องถิ่น Local Time  ณ เมืองที่ท่านอาศัยอยู่ โดยอาจารย์จะคำนวนจาก Time Zone,DST,GMT,Lat-Long ซึ่งแม่นยำและไม่ผิดพลาด

หากต้องการสอบถามรายละเอียดก่อน คลิ๊กที่นี่..

หรือสอบถามผ่าน Line @astroneemo

กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อขอฤกษ์ โดยคลิ๊กที่แบนเนอร์ข้างล่างนี้

 

Ruk Icon

 

Form Astroneemo

 

3.การชำระค่าบูชาครู

ค่าครูบูชา ฤกษ์ละ ๖๙๙.- / ต่อครั้ง หากต้องการขอใหม่คุณต้องทำบุญค่ายกครูใหม่

ค่า บุูชาคำนวนฤกษ์ของระบบ"โหร" ที่มีประสบการณ์โดยปกติทั่วไป  จะมีการกำหนดไว้ที่ประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อ 1 ฤกษ์ แต่เพื่อเป็นการสืบสานวิชาการให้ฤกษ์ยามที่ถูกต้องตามระบบโหราศาสตร์ และเพื่อการรักษาขนบประเพณีไทยโบราณมิให้สูญหายไป อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความเข้าใจต่อวิชาโหรฯว่าเป็นวิชาที่มีหลักการที่ เป็นระบบ มีแบบแผน ถ่ายทอดสืบต่อกันมานานนับพันๆปี เป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์ เป็นของสูงมีค่าควรเมือง มิใช่นำไปทำนายกันเล่นๆ  อย่างที่เราเห็นๆกันโดยทั่วไป และเพื่อเปิดโอกาสให้กับคนทุกชนชั้น ได้มีโอกาสได้ใช้ฤกษ์ยามของระบบโหรที่ถูกต้อง ทางอาศรมฯจึงกำหนดอัตราค่าครูเพียง 699 บาทเท่านั้น

ขอความกรุณาอย่าโทรมาบอกให้ผมจดรายละเอียดในการขอฤกษ์ของท่าน เพราะหาก ท่านไม่ได้แจ้งเข้ามา เราก็จะไม่สามารถตรวจสอบว่ายอดเงินนี้เป็นของท่าน เพราะยอดเงินจะเหมือนกันทั้งหมด จะทำให้ท่านได้รับฤกษ์ล่าช้า

ทางอาศรมฯของเราปกติ มิได้เปิดรับแขก หรือลูกค้าหรือบุคคลทั่วไป ให้ มาดูฤกษ์ที่อาศรมฯ เพราะเราเป็นที่สัปปายะซึ่งต้องการความสงบ เราจึงมีบริการคำนวนฤกษ์เฉพาะทางเว็บไซด์หรืออีเมล์เท่านั้น จึงต้องขอภัยทุกๆท่านมา ณ ที่นี้

รายได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดทำข้อมูลและบริหารเว็บไซด์  และเพื่อเผยแพร่ความรู็เชิงวิชาการด้านโหราศาสตร์ ธรรมะ  ฯลฯ แก่สาธารณะชน และอีกส่วนหนึ่งนำไปทำบุญกุศลต่างๆตามกฏเกณฑ์ของโหร

ท่านสามารถชำระค่าบูชาครู ผ่านระบบ Paypal ,บัตรเครดิต,บัตรเดบิต ของทุกธนาคารได้แล้ว วิธีใช้คลิ๊กที่นี่

 

Pixel

 

ชำระเงินผ่านการสแกน QR Code ได้ทุกธนาคาร

SCB Easy Pay PNG

 

Acc2

 

การแจ้งการโอนเงินชำระค่าบูชาครู

เมื่อ ท่านได้ชำระค่าครูบูชาฤกษ์แล้วกรุณาแจ้งการโอนเงินมาทางได้หลายช่องทางคือ

1.SMS ที่หมายเลข 085-832-8228

2.Line id : @astroneemo

3.e-mail แจ้งมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

4. Fax รายละเอียดมาที่ 0-2733-3585

5.หรือแจ้งการโอนเงิน ได้ที่เมนูหน้าเว็บไซด์หรือคลิ๊กที่นี่ "แบบฟอร์มแจ้งการโอนเงินค่าบูชาครู"

ปัญหา ที่พบบ่อยมากก็คือเมื่อท่านทำการส่งข้อมูลและได้ทำการโอนเงินชำระค่าครูแล้ว มักจะไม่ค่อยได้แจ้งการโอนเงิน ทำให้ได้รับฤกษ์ล่าช้า (เนื่อง จากการทำการขอฤกษ์ยามมงคลจะต้องมีค่าบูชาครูเพื่อที่จะให้คุณได้ฤกษ์ยามจาก ครูบาอาจารย์ที่ถูกต้องจะไม่เป็นหนี้เวรหนี้กรรมต่อกันในการติดค้างครู อาจารย์ และโหรผู้คำนวนฤกษ์ก็จะไม่ต้องรับวิบากผลในการให้ฤกษ์ยามในการแก้ดวงชาตาให้ กับท่าน) หากได้ทำการชำระค่าครูแล้วกรุณาโทรแจ้งคุณกมล (คุณบอย) 085 832 8228 หรือแฟกซ์ / อีเมล์ตามรายละเอียดข้างต้น


5.การรับฤกษ์มงคล

และ เมื่อทางอาศรมฯได้รับการยืนยันการชำระค่าครูบูชาฤกษ์แล้ว จะดำเนินการจัดส่งฤกษ์มงคลให้กับท่านทางอีเมล์ ภายใน 24 ชั่วโมงและ  SMS แจ้งทางหมายเลขมือถือที่ท่านได้ให้ไว้ตอนกรอกแบบฟอร์ม จะมีรายละเอียดในอีเมล์ที่ส่งฤกษ์ให้กับท่าน ประมาณ 15-25 หน้า พร้อม PDF File อธิบายกฏเกณฑ์การให้ฤกษ์ชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะ(พระเวท)จำนวน 63 หน้า

ฤกษ์มงคลที่ท่านจะได้รับมีดังนี้

1.ทิศมงคลสำหรับขุดหลุม การขนดินไว้ตามทิศต่างสำหรับการลงเสาเอก ทิศสำหรับการวางเสา

2.ทิศมงคลสำหรับยกเสาเอก โท

3.ฤกษ์ สำหรับยกเสาเอก ตัดเวลาตั้งแต่ปฐมฤกษ์-สุดฤกษ์ เป็นเวลาเท่าใด ที่สมพงษ์กับดวงชาตาของเจ้าบ้านทั้งสามีและภรรยา (ทั้งสองคน) และสมพงษ์กับกิจการของอาคารที่กำลังจะก่อสร้าง

4.รายละเอียดของเครื่องบูชา สำหรับการยกเสาเอก

เมื่อ ท่านได้สร้างอาคารบ้านเรือนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากต้องการฤกษ์ย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่/ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ /ฤกษ์ตั้งศาล กรุณากลับเข้ามากรอกแบบฟอร์มขอฤกษ์อีกครั้ง เมื่อสร้างเสร็จแล้ว

*หากต้องการเชิญอาจารย์ไปทำพิธีให้กรุณาแจ้งแต่เนิ่นๆนะครับ เพราะเดือนๆหนึ่งอาจารย์รับทำให้แค่ไม่กี่รายเท่านั้นเพราะมีวันฤกษ์ดีเพียง3-4 วันเท่านั้นเอง วันไหนฤกษ์ไม่ดีก็ไปทำให้ไม่ได้ กรุณาโทรติดต่อสอถามได้ที่คุณ กมล 085-832-8228

*ดูภาพพิธีตั้งศาล วางศิลาฤกษ์ ยกเสาเอก คลิ๊กที่นี่

*บูชายันต์พุทธคุณ(ฝังในหลุมเสาเอก)และยันต์ปิดหัวเสาเอก ตามแบบโบราณ คุ้มครองป้องกันอัตรายต่างๆ คลิ๊กที่นี่

*บูชาแก้วนพเก้า (พลอยนพรัตน์) ของแท้ สำหรับพิธีตั้งศาล/ยกเสาเอก มีใบเซอร์จากแลปอัญมณีจากจันทบุรี กรุณาโทรสอบถาม คุณกมล 085-832-8228

 

IMG 2934 exposure resize

 

Astroneemo 004

48d41e54754d52b6cb440cfeabe9053eFeda0b6107ddf90a603052b5dae6f9e2

 

IMG 9868 resize

 

 

6.ตัวอย่างใบฤกษ์

ใบฤกษ์และดวงชาตาที่คำนวณออกมาตามระบบโหราศาสตร์ และดวงฤกษ์ที่ให้ไปใน PDF  File ท่าน สามารถที่จะพิมพ์ออกมาใช้ได้หลายๆใบ สำหรับเอาไว้ใส่กรอบบูชาฤกษ์และดวงชาตาของตัวเอง หรือนำไปให้โหรทำนายดวงชาตา หรือให้พระท่านสวดแผ่นดวงชาตาเพื่อเสริมศิริมงคลได้ หรือ เอาไปจารใส่แผ่นทอง นากเงิน เพื่อบรรจุใต้ฐานพระหรือนำไปหล่อพระเพื่อเสริมชาตาได้   แต่เมื่อพิมพ์ออกมาแล้วห้ามฉีกทิ้ง หรือทิ้งลงถังขยะ เพราะจะทำลายดวงชาตาเราเอง แต่หากไม่ใช้แล้วสามารถนำไปจำเริญไฟหรือจำเริญน้ำ (นำไปเผาไฟหรือลอยน้ำเพื่อถวายคืนให้กับครูอาจารย์ได้)

การใช้เวลาตามฤกษ์ควรจะต้องคำนวณเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่นที่เป็นมาตรฐานสำหรับสถานที่นั้น ๆ หรืออย่างน้อยนาฬิกาจะต้องตรง โดยเทียบจากเวลามาตรฐานของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ โดยโทรไปที่หมายเลข 1811 ซึ่งจะบอกเวลามาตรฐานประเทศไทย ซึ่งทางอาศรมฯจะใช้เวลามาตรฐานประเทศไทยนี้คำนวณฤกษ์ ฉะนั้นจะต้องตรงกันทั้งสองฝ่าย

เวลาจากดวงฤกษ์ที่ให้เป็นการคำนวณเวลาเริ่มต้นของฤกษ์ และจะสิ้นสุดฤกษ์ เช่นฤกษ์ที่กำหนดเป็นเวลา 09.11 - 09.29 น. หมายความว่าหัวใจในการทำกิจกรรมนั้น ๆจะต้องเริ่มต้นในเวลา 09.11 น.จนถึง 09.29 น. (ปกติผมจะให้เวลาเริ่มต้นและเวลาสุดฤกษ์เอาไว้ให้) เช่น การยกเสาเอก ก็ต้องกระทำการบวงสรวงสรวงก่อนและเมื่อถึงเวลาฤกษ์ก็ยกเสาเอกขึ้นตั้ง หรือหากเป็นการตอกเข็มเอก ก็ให้ทำการใช้เครื่องจักรกดเข็มเอกลงไปในแผ่นดิน พร้อมไชโยโห่ร้อง พราหมณ์ตีฆ้อง เป่าสังข์ แกว่งบันเฑาะห์ ในได้ในเวลาฤกษ์ เสร็จทำการฉลองโปรข้าวตอกดอกไม้ แต่งเสา ประพรมน้ำอบ คล้องมาลัย ผูกผ้าแพร ฯลฯ ทั้งนี้ให้อยู่ในเวลาฤกษ์

อนึ่งฤกษ์ยามชั้นสูงของอาศรมฯ จะคำนวนละเอียดเป็นนาที ดังนั้นฤกษ์ดีที่จะได้ก็จะมีระยะเวลาจำกัดประมาณ 20 -35 นาทีเท่านั้น หรืออย่างมากก็ไม่เกิน 45 นาทีเท่านั้น

 

 Saoeak

 

16c8187c79f235c2e1039ddb1e091437

ภาพจากผู้ใช้ฤกษ์(ที่ขอฤกษ์จากเว็บไซด์) -จากหน่วยงานราชการ-มหาวิทยาลัย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยฯ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนรวมและเอนกประสงค์ ณ มหาวิทยาลัย.สุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีอธิการบดี ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาร่วมในพิธี เมื่อวันที่ 22 กค 2553 โดยคำนวนฤกษ์จากเว็บของเรา astroneemo.net

 

6f5fcb481ae12208760f1d9a61313c4e6d2bde4b1a6813093d328d7e8858ca00
 
D129fd9c25741904c8ac0462dc5ba218Bd6bf160a0f3345a805cd7b2a54c2932
 
586d7824086002f5767f684a04814993A73ee9f56bdf807a5ab8902366a9edfe
 
962d50db338adfcea14b77cf4e989cc6C2905e6c418236a79c3cb2c08bb9e62a
 
B3b007f55dde5c0b1339f9b4befc82f8B8efceb044b2bfd4f859ee2dc8957714
 
C4f984a9ef28e92d58a61f68557092f1D747162f5c7f0942d2c6dd870d0dca11
 
   

Astroneemo 005

 

วิธีการใช้ฤกษ์ในระบบโหราศาสตร์

การให้ฤกษ์โดยระบบโหราศาสตร์ภารตะหรือโหราศาสตร์แบบโหรพราหมณ์ ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับโหราศาสตร์ไทยชั้นสูงที่ใช้กันในบุคคลชั้นสูงและการกำหนดพิธีกรรมในพระราชพิธีต่างของกษัตริย์ในสมัยโบราณ มีการคำนวณโดยวิธีการสลับซับซ้อนทางดาราศาสตร์และหลักการทางโหรซึ่งต่างกับโหราศาสตร์ระบบอื่น ๆ  และกำหนดเป็นฤกษ์ยามเฉพาะตัวบุคคลนั้น ๆในการทำการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์เพียงเจ้าของฤกษ์คนเดียวเท่านั้น ผู้อื่นจะนำไปใช้ก็จะไม่เกิดผลดีตามฤกษ์ที่กำหนดไว้

บางคนชอบโทรมาถามว่าวันนี้เป็นวันดีไหม ผมตอบไม่ได้หรอกครับเพราะฤกษ์มีทั้งฤกษ์บนฤกษ์ล่าง ฤกษ์บนก็คือวันที่ดวงดาวบนท้องฟ้าให้พลังที่เป็นศุภผล เป็นวันดีก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถใช้ได้ทุกคน หรือวันนี้เป็นวันดีฤกษ์ดีแต่จะดีตลอดทั้งวันก็หาไม่ และหากไปคำนวณดูชาตากำเนิดของเรา(ฤกษ์ล่าง) ก็อาจจะขัดแย้งกับฤกษ์บน(ท้องฟ้า) ก็ทำการมงคลในวันนั้นไม่ได้อีก  ที่พูดวันว่าวันนี้วันดีก็มิใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะฉะนั้นเข้าใจไว้ว่าวันดีมีทุกวัน แต่ฤกษ์ที่ดีเหมาะกับเรานั้นอาจจะทั้งปีมีแค่วันเดียว ส่วนวันร้ายก็มีทุกวันเหมือนกัน แต่จะร้ายกับเราทุกวันก็ไม่ใช่ ฉะนั้นฤกษ์ยามก็คือการคำนวณพลังความสัมพันธ์ระหว่างดาวบนท้องฟ้ากับมนุษย์ที่อยู่บนดินให้สัมพันธ์กันนั่นเอง

1.เมื่อได้ฤกษ์ยามได้กำหนดไว้แล้วให้เตรียมการล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆเพื่อจะได้ไม่ให้ผิดพลาด เพราะหัวใจของฤกษ์ยามก็คือ”เวลา” ที่เป็นศุภผล คือเวลาที่เป็นมงคลทั้งฤกษ์บน(ฤกษ์ฟ้า-นภดล)และฤกษ์ล่าง(ฤกษ์ดิน-ภูมิดล) อีกทั้งต้องสมพงศ์กับดวงชาตาของเจ้าบ้าน เพื่อให้เกิดพลังที่สมพันธ์กับดวงชาตาทั้งสามประการ ซึ่งจะก่อให้อยู่เย็นเป็นสุข ปกป้องคุ้มครองภัยและเกิดความเจริญรุ่งเรืองให้แก่บ้านหลังนี้

2.ในการให้ฤกษ์ผมจะคำนวณเวลาที่เหมาะสมกับดวงชาตาของท่านที่ดี่ที่สุดเพียงฤกษ์เดียวเท่านั้น บางคนพยายามขอหลายๆวันเผื่อเลือก ซึ่งฤกษ์ที่ให้แต่ละฤกษ์คำนวณด้วยความยากลำบากมาก เพราะผมคำนวณด้วยมือ ดวงชาตาแต่ละดวงชาตา อย่างน้อยก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง และสอบทานฤกษ์ในกฎเกณฑ์อื่น ๆอีกเป็นวันๆ  (ไม่ใช่ฤกษ์ประเภทเปิดหนังสือดูปฏิทินแล้วให้ฤกษ์อย่างที่เราคุ้ยเคยกัน ซึ่ง 5 นาทีก็ให้ฤกษ์กันได้แล้ว)

3.อย่างไรก็ตามการใช้ฤกษ์ชั้นสูงนี้มักจะมีเหตุที่ทำให้เจ้าการมักจะใช้ไม่ได้ตามเวลาที่กำหนดอยู่บ่อยครั้งอันเนื่องมาจาก ดวงฤกษ์ที่สูงเกินวาสนาของเจ้าการ(เจ้าของดวง) หรือเจ้าของดวงมีเหตุที่ถูกอุปสรรคขัดขวางจากเจ้ากรรมนายเวร หรือวิบากกรรมอื่นๆ ที่จะไม่ไห้ได้ผลสำเร็จตามฤกษ์นั้น ๆ   เช่นว่า จะต้องยกเสาเอกในวันนี้แต่แต่ปรากฏว่า ช่างยังขุดหลุมเทรากฐานไม่เรียบร้อย ก็เลยต้องเลื่อนออกไปในวันหลัง

หรือบางกรณีผู้รับเหมามักง่าย ไม่เข้าใจว่าเสาเอกคืออะไร เสาเอกนั้นคือเสาต้นแรกที่จะยกขึ้นตั้งเป็นปฐม เป็นเสาแรกของบ้าน จึงเรียกว่า “เสาเอก”และถือเวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างบ้านตามฤกษ์มงคล ผู้รับเหมาบางรายจัดการงานไม่เป็น หรือกลัวเสียเวลาค่าแรง ก็เลยจับเสายกขึ้นตั้งหมดทุกต้น เหลือแต่หลุมเสาเอกเอาไว้ให้อาจารย์มาทำพิธี ซึ่งก็จะกลายเป็นเสาสุดท้ายของบ้าน และผิดธรรมเนียมมาแต่โบราณ การทำแบบนี้ถือว่าให้โทษแก่เจ้าบ้าน กรุณากำชับผู้รับเหมาให้ดีก่อน

 

IMG 3485 exposure resize

 

4.การใช้เวลาตามฤกษ์ควรจะต้องคำนวณเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่นที่เป็นมาตรฐานสำหรับสถานที่นั้น ๆ หรืออย่างน้อยนาฬิกาจะต้องตรง โดยเทียบจากเวลามาตรฐานของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ โดยโทรไปที่หมายเลข 1811

ซึ่งจะบอกเวลามาตรฐานประเทศไทย ซึ่งผมใช้เวลามาตรฐานประเทศไทยนี้คำนวณฤกษ์ ฉะนั้นจะต้องตรงกันทั้งสองฝ่าย

5.เวลาจากดวงฤกษ์ที่ให้เป็นการคำนวณเวลาเริ่มต้นของฤกษ์ และจะสิ้นสุดฤกษ์ เช่นฤกษ์ที่กำหนดเป็นเวลา 09.09 น. -09.29 น. หมายความว่าหัวใจในการทำกิจกรรมนั้น ๆจะต้องเริ่มต้นในเวลา 09.09 น.จนถึง 09.29 น. รวม 29 นาที (ปกติผมจะให้เวลาเริ่มต้นและเวลาสุดฤกษ์เอาไว้ให้ในใบฤกษ์)  เช่น การยกเสาเอกก็คือนับจากเวลาที่ทำการยกเสาขึ้นตั้งในหลุมจนผูกเหล็กและใส่ไม้ค้ำจนมั่นคงแล้ว ภายในเวลาฤกษ์ ก็ถือว่าได้ทำตามฤกษ์แล้ว  แล้วก็ทำการยกเสาโทต่อไปได้เลยแม้ว่าจะพ้นเวลาฤกษ์แล้วก็ตาม  ส่วนการทำพิธีบวงสรวงใดใดก็จะต้องกระทำก่อนเวลาฤกษ์ ให้กะเวลาทำพิธีกรรมให้เสร็จก่อนถึงเวลาฤกษ์ โดยปกติจะเริ่มทำพิธีกรรมบวงสรวงก่อนถึงฤกษ์ประมาณ 30-45 นาที

6.แผ่นดวงฤกษ์พิมพ์ออกมาจากไฟล์ที่ผมให้มา เมื่อใช้เสร็จแล้ว ให้ใส่กรอบหรือไว้ที่หิ้งพระเอาไว้บูชาถือว่าได้บูชาเสริมดวงชาตาและดวงฤกษ์ของเราให้เกิดผลดีตลอดไป หากไม่สามารถทำได้ให้ทำการเผาด้วยไฟเท่านั้น ห้ามนำไปทิ้งในถังขยะ

7.การใช้ฤกษ์ให้เกิดผลดีและเกิดศุภผลตามที่ท่านต้องการ อย่างน้อยที่สุดท่านจะต้องสมาทานศีล 5 รักษากายวาจาใจให้บริสุทธิ์ และในขณะที่กระทำการตามฤกษ์นั้น ๆ จิตใจจะต้องแน่วแน่มั่นคงไม่หวั่นไหว ห้ามมีอารมณ์โกรธเคือง โมโห หรือมีเจตนาจะไปประทุษร้ายต่อใคร จิตใจต้องไม่วอกแวก สับสน วิตกกังวล ฯลฯ   เมื่อทำได้ครบตามที่กล่าวแล้วดวงฤกษ์ก็จะมีอิทธิพลังเป็นศุภผลส่งผลเกิดผลดีให้แก่ดวงชาตา และเกิดความเจริญรุ่งเรืองสืบไป

8.ในสมัยก่อนนี้ บางคนมักชอบว่ามาขอฤกษ์กับผมต้องรอนานมาก กว่าจะได้ บางคนเป็นเดือน ก็ไม่มีฤกษ์จะให้  ต้องขอชี้แจงอย่างนี้ว่า โหราศาสตร์ระบบนี้ไม่เหมือนระบบอื่น โหรผู้ให้ฤกษ์ ต้องต้องดูฤกษ์สำหรับการให้ฤกษ์ก่อนเหมือนกัน ไม่สามารถทำแบบสุกเอาเผากินไม่ได้

โหรผู้คำนวณฤกษ์ก็ต้องตรวจดวงดาวบนท้องฟ้าก่อนว่าวันไหนเหมาะแก่การคำนวณฤกษ์ วันไหนห้ามคำนวณฤกษ์ เช่น วันสิ้นปี สิ้นเดือน สิ้นปีนักษัตร วันพระจันทร์ดับ พระจันทร์เต็มดวง วันโกน วันพระ วันดาวดับบนฟ้า วันที่ดาวพุธโคจรวิกลคติพักรองศา(อันนี้อาจต้องรอเป็นเดือน) วันที่มีคราส (ภายในหน้าหลัง 7 -14 วัน) ก็คำนวณฤกษ์ไม่ได้  เมื่อได้วันแล้วก็ต้องอาบน้ำชำระร่างกาย จุดธูปเทียนบูชาพระ พ่อแม่ครูอาจารย์ ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ ก่อนทำการคำนวณดวงฤกษ์ทุกครั้งไป ฉะนั้นฤกษ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูชาตาและวาสนาของเจ้าชาตาก่อนด้วย

 คณทรงศกด 0044 resize9.การนับวันในสัปดาห์ในทางโหราศาสตร์แบบโบราณนั้นแตกต่างจากการนับของทางราชการ ของทางราชการจะเปลี่ยนวันใหม่ในเวลา 24.00 น.ของทุกคืน แต่ทางโหราศาสตร์จะเปลี่ยนวันใหม่ในเวลาเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้น ประมาณ 6.00 น.ซึ่งคนทั่วไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ไม่รู้เรื่องนี้   เช่นเกิดวันที่  23 มีนาคม 2553 เป็นวันอังคาร หากท่านเกิดในเวลากลางวันจะไม่เป็นปัญหา หากเกิดในเวลากลางคืน เช่น 01.00 น. ของคืนวันจันทร์(คืน 22 มีนาคม) เช้ามาเป็นวันอังคารที่ 23 มีนาคม ทางราชการจะระบุว่า ท่านเกิดวันอังคารที่ 23 มีนาคม 2553 เวลา 01.00 น. แต่ทางโหราศาสตร์จะถือว่า ท่านเกิดคืนวันจันทร์  เพราะโหราศาสตร์จะเปลี่ยนเป็นวันอังคารก็ต่อเมื่อพระอาทิตย์ของวันอังคารได้ขึ้นที่ขอบฟ้าแล้ว ซึ่งในวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.20 น.ดังนั้นแม้ว่าท่านจะเกิดวันนี้แต่เป็นเวลา 06.15 น.ของวันที่ 23 มีนาคมก็ตาม แต่พระอาทิตย์ของวันอังคารยังไม่ขึ้น ท้องฟ้ายังมืดอยู่ ก็ยังถือว่าท่านเป็นคนเกิดวันจันทร์

หรืออีกตัวอย่างเช่น คุณเป็นคนเกิดวันที่ 15 พ.ค. 2520 เวลา 01.00 น.ทางราชการ วันที่ 15 พ.ค.   นับเป็นวันอาทิตย์วันเดียว  ทางราชการเปลี่ยนวันที่และวันสัปดาห์พร้อมกันในเวลา 24.00 น.
ทางโหราศาสตร์ วันที่ 15 พ.ค. มีทั้งวันเสาร์และอาทิตย์  เพราะทางโหราศาสตร์เปลี่ยนวันที่และวันในสัปดาห์ "ต่างกัน"  ทางโหรเปลี่ยนวันที่ เหมือนทางราชการคือ 24.00 น. แต่วันในสัปดาห์จะเปลี่ยน เวลาประมาณ 6.00 น.ของวันรุ่งขึ้น   เริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 15 (ตามสากล) เวลา 24.00 น. เป็นวันอาทิตย์วันใหม่ตามราชการ แต่"ยังคง"เป็นวันเสาร์ทางโหราศาสตร์

10.สำหรับท่านที่ไม่มีเวลาเกิดหรือมีเวลาเกิดที่ไม่แน่นอนก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากเราใช้วิธีคำนวณหาฤกษ์แบบโบราณจะไม่มีปัญหา ซึ่งในสมัยก่อนคนที่จะทราบเวลาเกิดที่แน่นอนมีน้อยมาก ส่วนมากก็จะเพียงแค่ทราบว่าเกิดวันไหน หรือรู้แต่เพียงว่า เกิดต้อนเช้า สาย บ่ายเย็น เกิดตอนพระบิณฑบาต เกิดตอนต้อนวัวเข้าคอก เกิดตอนพระตีระฆังเพล ฯลฯอย่างนี้เป็นต้น

โดยเราจะคำนวณจากองศาพระอาทิตย์ในวันที่ท่านเกิด ประกอบกับคำนวณจากองศาพระจันทร์ในฤกษ์ที่จันทร์เสวยนั้น ๆเป็นหลัก ซึ่งวิธีนี้จะคำนวณจากเวลา 07.00 น. ของทุกวัน สำหรับท่านทที่ไม่มีเวลาเกิดที่แน่นอน เราจะตั้งค่าการคำนวณจากเวลา 07.00 น. ก็จะทำให้สามารถหากฤกษ์กำเนิดในดวงชาตาได้เช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “การใช้ดาวอาทิตย์เป็นลัคนา)

11.แต่สำหรับท่านไม่มีทั้งวัน เวลาเกิด หรือแม้กระทั่งปีเกิดก็ไม่มี ทางโหราศาสตร์ภารตะนั้นก็มีวิธีคำนวณดวงชาตาอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า “นามนักษัตร” คือใช้ชื่อตอนแรกเกิดของคนๆนั้น มาคำนวณดวงชาตาและคำนวณฤกษ์ จากดาวนักษัตรทั้ง ๒๗ นักษัตรที่สัมพันธ์กับตัวอักษรแรกของชื่อที่ตอนถือกำเนิด ซึ่งวิธีนี้ใช้กันมาหลายพันปีแล้ว  และทางอาศรมฯก็สามารถคำนวณฤกษ์โดยใช้วิธีนี้ให้ท่านได้ โดยยังคงความถูกต้องแม่นยำ เหมือนกับคนที่มีวันเกิดทั่วไป (แต่ชื่อใหม่ที่เคยเปลี่ยนนั้นใช้ไม่ได้ จำเป็นต้องเป็นชื่อที่ตั้งตอนแรกเกิด เท่านั้น   

12การนับปีนักษัตร (ชวด,ฉลู,ขาล) มีความสับสนกันมาก เพราะมีทั้งแบบไทยแบบจีน ซึ่งมีการเปลี่ยนปีแตกต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้

12.1การเปลี่ยนปีนักษัตรแบบจีน จะเปลี่ยนตามปฏิทินจีน โดยคำนวณจากวันสารท”ลิบชุน” 立春  หรือลี่ชุน โดยจะอยู่ราววันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งหลายๆคนสับสนกับปีไทย

12.2การเปลี่ยนปีนักษัตรแบบไทย อันนี้ก็มีหลายมติและหลายอาจารย์ดังนี้

(ก.)ปฏิทินโหราศาสตร์ของอาจารย์ทองเจือ อ่างแก้ว จะเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้นปีใหม่สากลหรือทุกๆวันที่ 1มกราคม ของทุกปี

(ข.)ปฏิทินโหราศาสตร์ของ อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร จะเปลี่ยนปีนักษัตรทุกวันที่ 1เมษายน ของทุกปี

(ค.)ปฏิทินโหราศาสตร์ของ อาจารย์พันเอกสุชาติ ศุภประเสริฐ จะเปลี่ยนปีนักษัตรทุกๆวันขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๕ ของทุกปี ซึ่งจะตกประมาณ ปลายเดือนมีนาคมของทุกปี

(ง.)ปฏิทินโหรหลวง ของหมวดโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง  จะเปลี่ยนปีนักษัตรทุกๆวันขึ้น 1 ค่ำเดือนอ้ายของทุกปี ซึ่งจะตกประมาณ  เดือนธันวาคมของทุกปี

ส่วนการคำนวณของผมจะใช้ หลักตามข้อ (ค.) เพราะมาจากพระราชวินิจฉัยของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5และยึดตามการบันทึกของพงศาวดารของไทยมาแต่โบราณ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการนับปีนักษัตร(ชวด ฉลู ขาล เถาะ ฯลฯ) แบบไทยนั้น ค่อนข้างจะสับสนไม่ลงรอยกัน ซึ่งเรื่องนี้คนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

8.หมายเหตุ

ความแตกต่างของฤกษ์จากวิชาโหรกับวิชาหมอดู

เนื่องจากวิชาการให้ฤกษ์ยามชั้นสูงของโหรภารตะ (โหรพราหมณ์หรือโหรหลวง) จะไม่เหมือนกับฤกษ์ของชาวบ้านที่ไปเปิดปฎิทินฤกษ์ยามดูแล้วก็ให้ฤกษ์ โดยไม่คำนวณความสัมพันธ์ของดวงชาตาอย่างนี้อันตรายมาก หากได้ฤกษ์แล้วกรุณาอย่าไปเทียบกับปฎิทินโหราศาสตร์ที่วางขายทั่วไปตามท้องตลาด หนังสือชนิดนี้ต้องให้โหรเป็นผู้ใช้เพื่อกำหนดฤกษ์เท่านั้น ชาวบ้านทั่วไม่สามารถนำไปอ่านแล้วไปให้ฤกษ์กันได้ (หากไม่เคยเรียนวิชาโหรและครอบครูโหรมาก่อน) จะอันตรายและวิบัติแก่ผู้ให้ฤกษ์และใช้ฤกษ์ เพราะที่บอกว่าวันดีในปฎิทินและทำการมงคลได้ “ไม่แน่เสมอไปนะครับ” เพราะบางคนนำไปใช้ก็วิบัติเพราะดวงไม่สมพงษ์กับฤกษ์ในวันนั้นๆ ฉะนั้นจะต้องสอบทานฤกษ์กับพื้นดวงชาตาก่อนเท่านั้นจึงจะหาฤกษ์มงคลเฉพาะชาตาแต่ละคนได้ และฤกษ์นั้นก็จะส่งเสริมให้เจ้าชาตาประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง แก้ไขอุปสรรคในชีวิตได้

ส่วนปฎิทินที่วางขายตามท้องตลาดมีหลายๆเจ้า รับรองว่า ไม่มีวันฤกษ์ดีวันไหนที่ตรงกันเลยสักวัน บางเล่มว่าวันนี้ดี แ่ต่บางเล่มว่าร้าย แล้วท่านจะเชื่อใครดี? และหากไปดูฤกษ์ยามแบบจีน+ไทย ผสมกัน รับรองว่าจะไม่มีวันดีที่ตรงกันเลยแม้สักวัน และหากไปขอฤกษ์จากอาจารย์ท่านไหนแล้วท่านมาแค่เปิดปฎิทินพลิกๆดูแล้วก็ให้ฤกษ์ โดยไม่คำนวณพื้นดวงชาตาเจ้าของงานประกอบด้วยแบบนี้อันตรายที่สุด วิบัติเอาได้ง่ายๆทั้งอาจารย์และผู้ไปขอฤกษ์ เพราะผิดครู ถือว่าอาจารย์ท่านนั้นไม่เป็นเรื่องฤกษ์ยามเลยแม้แต่น้อย


อีกอย่างก็คือเรื่องกาลโยคที่ระบุเอาไว้ในปฎิทินทั่วไปเช่น วันนี้เป็นวันอุบาทว์ วันโลกาวินาสน์ วันธงชัย วันอธิบดี วันกาลิกิณี ฯลฯท่านต้องเข้าใจว่า กาลโยคนี้คำนวณจากยาม ไม่ใช่ว่าวันนี้เป็นวันอุบาทว์ทั้งวันอย่างนี้ไม่ใช่นะครับ มีเป็นบางยามเท่านั้น หรือวันนี้เป็นวันธงชัยทั้งวันก็หาไม่ ก็เป็นบางยาม ดังนั้นวันที่บอกว่าเป็นวันอุบาทว์ วันโลกาวินาสน์ก็สามารถที่จะให้ฤกษ์ที่ดีได้ แต่ในทางกลับกันวันที่เป็นวันธงชัย วันอธิบดีก็ไม่ได้ดีทั้งวัน ก็มีฤกษ์ร้ายในบางยามอยู่เช่นกัน

 

IMG 4571 exposure resize

ส่วนความเชื่อที่ว่าคนเกิดวันศุกร์ห้ามทำการมงคลวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูกัน หรือ คนเกิดวันอังคาร ห้ามทำการมงคลวันอาทิตย์ วันพุธ ห้ามทำการในวันศุกร์ วันพฤหัสบดีห้ามวันจันทร์ อันนี้ไม่ใช่หลักการให้ฤกษ์ทางวิชาโหราศาสตร์ เป็นเพียงวิชาหมอดูที่นำหลักดาวคู่มิตร-ศัตรูทางโหราศาสตร์มาผสมเป็นหลักการให้ฤกษ์ของวิชาหมอดูทั่วไปซึ่งหยาบมากและเป็นอันตรายแก่ผู้ที่เชื่อหลักการนี้ เพราะหากคนเกิดวันศุกร์ไม่ถูกกับวันเสาร์แล้ว แสดงคนเกิดวันศุกร์ก็ต้องโชคร้ายในทุกๆวันเสาร์ คนเกิดวันศุกร์ก็คบกับคนวันเสาร์ไม่ได้ หรือรักกันไม่ได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นความเชื่อที่บิดเบือนหลักโหราศาสตร์อย่างยิ่ง ส่วนมากหมอดูชอบนำไปใช้กัน 

1.ฤกษ์วิชาโหรฯไม่มีฤกษ์เผื่อ เลือก มีเฉพาะฤกษ์ที่ดีที่สุดและสมพงษ์กับเจ้าชาตาที่สุดในช่วงเวลาที่คุณระบุมา เท่านั้น ฉะนั้นให้ระบุมากว้างๆก็จะเป็นการดี

2.ฤกษ์ วิชาโหรฯแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับฤกษ์ของวิชาหมอดูและความเชื่อของชาวบ้าน ทั่วๆไป ทุกวันนี้คนเข้าใจสับสนระหว่างวิชาหมอดูทั่วไปกับวิชาโหรฯ นึกว่าหมอดูก็คือโหรฯ โหรฯก็คือหมอดู อันนี้ไม่ใช่นะครับ และวิชาโหราศาสตร์กับวิชาพยากรณ์ต่างๆก็คนละระบบกัน และก็ไม่ใช่วิชาโหรฯ

3.ใน วิชาโหรเดือนหนึ่งๆมีวันฤกษ์ดีจริงๆเพียง 1-3 วันเท่านั้น หากต้องคำนวนการสมพงษ์กับดวงเจ้าชาตาแล้วบางทีก็เหลือเพียงวันเดียว หรือไม่มีเลย ส่วนวิชาหมอดูจะมีวันฤกษ์ดีมากกว่านี้มาก บางทีมีเป็นสิบกว่าวัน


4.ผลของฤกษ์ยามระบบโหร สามารถตรวจสอบได้โดยวิธีการทางโหราศาสตร์ สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้นับร้อยปีเช่น ดวงเมืองของประเทศไทยหรือดวงเมืองกรุงเทพฯ เราสามารถพยากรณ์เหตุการณ์เป็นไปในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ได้จาก"ดวงฤกษ์"ในการลงเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ และก็เป็นจริงตามนั้น แต่ฤกษ์ยามของหมอดูไม่สามารถตรวจสอบโดยวิธีใดใดได้

5.ฤกษ์ยามกับพิธีกรรม ส่วนในด้านพิธีกรรมต่างๆนั้น ฤกษ์ยามจะเป็นตัวกำหนดพิธีกรรมต่างๆ ให้เกิดขึ้น พิธีกรรมจึงเป็นเพียงตัวแทนของฤกษ์ในเชิงรูปธรรมให้เราจับต้องได้เท่านั้น ไม่ใช่พิธีกรรมเป็นตัวกำหนดฤกษ์ บางครั้งพิธีกรรมอาจจะไม่จำเป็นเสียด้วยซ้ำไป ดังนั้นพิธีกรรมแม้นว่าจะใหญ่โตสักเพียงใด หากขาดซึ่งฤกษ์ยามที่ถูกต้องแล้วพิธีกรรมนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่า ไร้ความหมายและไม่มีผลใดใดทั้งสิ้น

เรี่องฤกษ์ ยามโหรทั้งหลายจึงได้กลัวกันนักกันหนา บางคนเรียนโหรมานานนับสิบๆปีแต่ไม่กล้าให้ฤกษ์ยาม ก็เพราะกลัวว่าถ้าหากผิดพลาดผลั้งเผลอไปก็จะเป็นโทษแก่ตนเอง ไม่เหมือนการพยากรณ์ดวงชาตาหากผิดพลาดผลั้งเผลอก็ยังจะพอทำเนาฉะนั้นผู้ให้ ฤกษ์จะต้องมีคุณธรรมเป็นหลักใหญ่ จะเห็นแก่อามิสสินจ้างใดใดไม่ได้เลย และผู้ที่ให้ฤกษ์ยามได้ก็ต้องศึกษาวิชาโหราศาสตร์มาไม่น้อยกว่า 10 -20ปี จึงพอที่ให้ฤกษ์ให้ยามกันได้

การใช้ฤกษ์ก็คือศาสตร์ในการแก้ไขดวง ชาตาแบบหนึ่ง ก็คือแก้จากร้ายกลายเป็นดี จากดีก็ให้ยิ่งเจริญยิ่งๆขึ้นไป ดังนั้นการขอฤกษ์ทุกคนจะต้องเสียค่าบูชาครู จะมากจะน้อยตามแต่โหรท่านใดเป็นคนกำหนดจำนวนเท่าใดก็ตามแต่ เพราะมิฉะนั้นโหรเองก็ไม่กล้าคำนวนฤกษ์ให้เพราะจะเข้าตัวเอง มีหลายคนชอบขอแบบให้ส่งฤกษ์ไปให้ดูก่อนแล้วจะค่อยจ่ายเงินค่าครู อันนี้แม้แต่ของซื้อของขายคนเขาก็ไม่ทำกันนะครับ สมมุติว่าคุณอยากได้ฤกษ์ดี ให้คุณเจริญก้าวหน้า ร่ำรวย แต่คุณกลับเสียดายค่าครูอันน้อยนิด จะขอต่อรอง หรือไม่อยากที่จะจ่ายก็ถือว่าคุณต้องการเอาเปรียบครูบาอาจารย์ที่จะมาช่วย เหลือคุณ จิตใจแบบนี้ย่อมไม่เป็นมงคลกับตัวคุณเอง

 และ"ค่า บูชาครู"นี้เองที่โหร หมอดู นักพยากรณ์ทุกๆคนจะต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญกุศลอุทิศให้ครูบาอาจารย์ทาง โหราศาสตร์และอุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของตัวคุณเอง และเพื่อช่วยในการขจัดปัดเป่าอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณในอนาคต นี่เป็นกฏเกณฑ์ที่สำคัญของโหร หมอดู และนักพยากรณ์ทุกคนจะต้องถือปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

อันตรายจากการใช้ฤกษ์สะดวก

คำ ว่าฤกษ์สะดวก ก็คือ การไม่ใช้ฤกษ์ยามที่ถูกต้องนั่นเอง หรือไม่ต้องดูฤกษ์ อาจจะเพราะเสียดายเงินค่าครูที่จะต้องจ่าย หรืออาจะเพราะใจเร็วด่วนได้ หรือไม่เชื่อถือฤกษ์ยามเลยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ เชื่อถือไม่ได้ ฯลฯ

บาง คนยอมที่จะจัดงานมงคลสมรสหรืองานมงคลต่างๆด้วยต้นทุนราคาแพงโรงแรมหรูๆ เลี้ยงแขกเหรื่อนับร้อยนับพัน แต่ก็ตระหนี่ไม่ยอมเสียเงินค่าครูดูฤกษ์ เพราะคิดว่าแพง เอาแบบฤกษ์สะดวก ซึ่งง่ายกว่า ตามใจตัวเอง ผลปรากฏว่าหลังจากแต่งแล้วไม่นานก็ต้องเลิกร้างกันไป บางคนเรียกว่าหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ก็มีให้เห็นๆกันอยู่ การที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะไม่ได้ใช้ฤกษ์ หรือใช้ฤกษ์ยามจากผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องฤกษ์จริงๆ ผลก็กลายเป็นวิบัติ ..

ทำไม จึงกล่าวอย่างนั้น ก็เพราะฤกษ์ยามมีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตของคนเราได้จริงอย่างไม่น่าเชื่อ หากนำฤกษ์ของคนที่แต่งแล้วเลิกมาคำนวนทางวิธีการทางโหราศาสตร์ ก็จะพบความจริงว่าผลที่เกิดเลิกร้างกันนั้นมันมาจากฤกษ์ยามที่ไม่เป็นมงคล ที่เรียกว่า"ฤกษ์สะดวก"นั่นแหละ และสามารถพิสูจน์ได้โดยโหรทุกสำนักๆ ไม่เชื่อลองไปสอบถามโหร หรือนักพยากรณ์เหล่านั้นดูได้ทุกๆท่าน

บาง คนก็เชื่อฤกษ์ยามเอาแต่เีพียงว่า "ขอมีฤกษ์ก็พอ ฤกษ์แบบไหนก็ได้" สรุปว่าคนพวกนี้ก็จะไปพลิกดูปฎิทินดูไปดูมา แล้วก็เลือกกันเอาเอง ตามใจชอบหือที่คิดว่าเราสะดวก มันก็คือฤกษ์สะดวกดีๆนี่เอง

หรือ ไม่ก็ถามผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ว่าวันไหนดี คนแก่ก็มักจะบอกว่าวันนี้ดีวันนั้นดี แล้วเราก็เชื่อเพราะเราเห้นท่านเป็นผู้มีอายุ น่าเคารพนับถือ (ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ไม่ใช่โหรหรือเคยศึกษาวิชาโหรมาเลยแม้แต่น้อย) อันนี้ก็อันตรายไม่ต่างจากฤกษ์สะดวก

บาง คนก็เชื่อเรื่องฤกษ์ยามอยู่เหมือนกัน แต่ก็ชอบนึกว่าเหมือนของซื้อขาย ไปเสาะหาคนดูฤกษ์เจ้าไหนราคาถูกกว่ากัน ราคาของอาจารย์คนนั้นแพงกว่าคนนี้ คนนี้ถูกที่สุด เอาคนนี้ดีกว่าเพราะถูกดี อย่างนี้ก็อันตราย เพราะฤกษ์ยามไม่สามารถวัดกันด้วยราคา แต่ครูอาจารย์บางท่านก็สูงมาเป็นหลายๆพันบาท อันนี้เป็นค่าวิชาของท่าน ท่านศึกษามานานนับสิบๆปี ก็อย่าไปต่อรองท่านเลย เพราะเราจะเอาดี เอารวย แต่ไม่ยอมบูชาครู อันนี้ก็ไม่เหมาะ

 

IMG 7292 exposure resize

 

การขอฤกษ์จากพระสงฆ์

อีก เรื่องก็คือการไปขอฤกษ์จากพระสงฆ์ จริงๆแล้วผมว่าพระสงฆ์ท่านต้องเรียนศึกษาพระธรรมวินัย ท่านมีเวลาน้อยมากที่จะมาศึกษาเรื่องฤกษ์ยาม ถึงแม้ว่าจะมีพุทธานุญาตให้ภิกษุเรียนเรื่องฤกษ์ นักขัตฤกษ์ก็ตาม แต่ก็ไม่มีพุทธานุญาตให้ภิกษุเป็นหมอดูให้ฤกษ์ยามแต่อย่างใด หากภิกษุทำแล้วก็ย่อมเป็นอาบัติ ผิดพระวินัยสิกขาบท นี่เป็นเรื่องที่เราจะต้องรู้เอาไว้ เมื่อเราไปขอฤกษ์จากพระสงฆ์ก็ย่อมทำให้ท่านต้องอาบัติ อันนี้เป็นปาปกรรมของผู้ที่ไปขอฤกษ์จากพระ ส่วนพระสงฆ์ท่านเองก็ต้องมีเมตตาจิตต่อผู้คนเสมอๆ ใครมาขอท่านก็ไม่อยากจะขัด บางครั้งท่านก็จำเป็นต้องให้เพราะญาติโยมรบเร้าเสียเหลือเกิน อันนี้ต้องเข้าใจท่านด้วย อย่าไปรบกวนท่านเหล่านั้นเลย เพราะจะทำให้เป็นปาปกรรมทั้งสองฝ่ายทั้งพระและโยม หากพระสงฆ์ท่านใดอุตตริไปให้ฤกษ์ยามกันเป็นล่ำเป็นสัน เห็นกันอย่างดาษดื่นทั่วไป นั่นก็ผิดวินัยอย่างชัดเจนหรือบางคนเชื่อว่าได้ฤกษ์พระผู้ทรงศีลแล้วก็จะ เป็นมงคลกับตัวเพราะท่านเป็นผู้ทรงศีล ฤกษที่ได้มาจะต้องเป็นฤกษ์ดีเท่านั้น ความเข้าใจอันนี้ผิดพลาดอย่างมหันต์ ผลจะกลับเป็นตรงกันข้ามจากที่เคยเข้าใจมาแต่ก่อน ลองอ่านพระวินัยข้อนี้ดูนะครับแล้วจะเข้าใจ .............

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑
ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

๒. สามัญญผลสูตร
เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู


[๑๑๙] ๖. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพ โดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ให้ฤกษ์อาวาหมงคล ให้ฤกษ์วิวาหมงคล ดูฤกษ์เรียงหมอน ดูฤกษ์หย่าร้าง ดูฤกษ์เก็บทรัพย์ ดูฤกษ์จ่ายทรัพย์ ดูโชคดี ดูเคราะห์ร้าย ให้ยาผดุงครรภ์ ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง ร่ายมนต์ให้คางแข็ง ร่ายมนต์ให้มือสั่น ร่ายมนต์ไม่ให้หูได้ยินเสียง เป็นหมอทรงกระจก เป็นหมอทรงหญิงสาว เป็นหมอทรงเจ้า บวงสรวงพระอาทิตย์ บวงสรวงท้าวมหาพรหมร่ายมนต์พ่นไฟ ทำพิธีเชิญขวัญ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.

 **อธิบายคำว่าติรัจฉานวิชา อีก นิดหนึ่งนะครับคำๆนี้ไม่ใช่เป็นด่านะครับ ตามรูปศัพท์แปลว่าวิชาอันเป็นไปในแนวขวาง ก็คือการขัดขวางในการปฎิบัติธรรม และการบรรลุธรรม คำๆนี้ใช้สำหรับนักบวชเท่านั้น เพราะเป็นปกติอยู่เองที่นักบวชจะต้องปฎิบัติตนในการละกิเลสเพื่อมุ่งสูความ หลุดพ้นอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีหน้าที่หรือกิจอย่างอื่นที่จะต้องทำเหมือนชาวบ้าน หากนักบวชไปเรียนวิชาทางโลกเช่น จัดดอกไม้ ทำกับข้าว ทำเสริมสวย ช่างยนต์ ช่างก่อสร้าง ฯลฯ นี่ก็เป็น ติรัจฉานวิชา สำหรับนักบวช แต่สำหรับผู้ครองเรือน ท่านเรียกว่า "สัมมาอาชีพ" นะครับ โปรดเข้าใจว่าวิชาโหรไม่ใช่ ติรัจฉานวิชา นะครับ แต่เป็น"สัมมาชีพ" อย่างหนึ่งของผู้ครองเรือน


หลายคนคนเข้าใจว่าการขอฤกษ์ไม่น่า จะยาก เพราะเคยเห็นพระหรือหมอดูบางท่านเปิดปฎิทินพลิกไปพลิกมาก็ให้ฤกษ์ได้แล้ว อันนั้นไม่ใช่ฤกษ์ของระบบโหรฯ เป็นฤกษ์ของระบบหมอดูซึ่งให้ผลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงอยากจะฝากไว้ให้รับรู้กันด้วยนะครับ

และที่ต้องระวังก็คือการใช้ฤกษ์ที่ได้มาจาก

1."บุคคล ที่ไม่มีความรู้ทางวิชาโหราศาสตร์" และไม่มีประสบการณ์เพียงพอ แต่รู้วิชาหมอดูซึ่ง ผู้ที่จะให้ฤกษ์ยามระบบนี้กันได้มีเฉพาะผู้ที่ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทย และ/หรือโหราศาสตร์ภารตะอินเดียเท่านั้น เพราะวิชานี้มีประสบการณ์การสืบทอดมามากกว่า 6000 ปี มีการตรวจสอบสอบทานหลักวิชามาโดยตลอด

ส่วน วิชาโหราศาสตร์สากล หรือโหรตะวันตก อันนี้ผมก็ไม่รับรอง แต่อาจจะให้วันดีวันมงคลที่สมพงษ์แก่เจ้าชะตาได้บ้าง แต่ก็ไม่มีหลักวิชาที่ให้ฤกษ์ที่เป็นระบบ

วิชาโหราศาสตร์ยูเรเนียน อันนี้มีประวิติเพิ่งเกิดมาเพียง 100 กว่าปี ปูมโหรที่บันทึกไว้ไม่เพียงพอไม่น่าจะสามารถให้ฤกษ์ยามได้ แต่ อาจจะให้วันดีวันมงคลที่สมพงษ์กับเจ้าชะตาได้บ้างแต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ถูกต้องเพราะมีปูมโหรเพียง100 ปี แต่โหราศาสตร์ภารตะมีมานานกว่า 6000 ปี

โหราศาสตร์จีนที่ให้ฤกษ์ยามได้ดีเทียบ เท่ากับโหราศาสตร์ไทยนั้นก็คือ"หลักวิชาชีเจิ้งซื้ออวี"七政四餘 หรือกว๋อเล่าซิงจง ﹐果老星宗เท่า นั้น ที่มีการคำนวนด้วยระบบดาราศาสตร์และ ระบบ 28 นักษัตรและใช้คัมภีร์แม่บทของอินเดียโบราณผสมผสานกับหลักวิชาของลัทธิเต๋า ซึ่งในเมืองไทยไม่มีใครได้รับการสืบทอดวิชานี้หรืออาจจะมีบ้างแต่ไม่ได้เผย แพร่กันอย่างแพร่หลาย เหมือนโป๊ยยี่  ส่วนวิชาโป๊ยยี่สี่เถียวก็จะเทียบเท่าวิชาเลข7ตัว9ฐานของไทย ความละเอียดในเรื่องการให้ฤกษ์ยามก็จะลดหลั่นกันลงไป
ส่วนวิชาหมอดูวิชาอื่นๆก็อาจให้วันดีและวันมงคลได้เท่านั้น "แต่ไม่สามารถให้ฤกษ์ยามได้ หรือวันที่สมพงษ์กับดวงชาตาใดใดได้"

2.ร่างทรงต่างๆ อ้างว่ารู้ฤกษ์ยามได้จากญาณทิพย์ อันนี้ตรวจสอบได้ยาก และส่วนมากก็ไม่ถูกต้อง ในคัมภีร์กล่าวว่า วิชาโหรฯเป็นวิชามาจากพระเวท ของพราหมณ์ ซึ่งได้รับการประทานมาจากพระพรหม ลงสู่โลกมนุษย์(ให้กับพราหมณ์) เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ได้รับผลดีจากพลังงานจากจักรวาล และเทพส่วนมากเองก็ไม่รู้อะไรไปทั้งหมด และก็ไม่ต้องไปกล่าวถึงพวกสัมภเวสีต่างๆที่มาแฝงร่างมนุษย์ แม้แต่ในพระสูตรก็กล่าวไว้ดังนี้ .........

จากอรรถกถา มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร
"นิมิต ทั้งหลายมีลูกอุกกาบาตตก แผ่นดินไหว และจันทรคราสเป็นต้น จะปรากฏเฉพาะผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ในโลก เช่นพระราชา อำมาตย์ชั้นผู้ใหญ่เป็นต้นเท่านั้น ไม่ปรากฏแก่สามัญชนทั่วไปฉันใด บุพนิมิต ๕ ก็ฉันนั้นจะปรากฏเฉพาะเหล่าเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่เท่านั้น ไม่ปรากฏแก่เทพทั่วไป. ก็ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย โหรเป็นต้นเท่านั้น จึงจะรู้บุพนิมิตทั้งหลาย คนทั่วไปไม่รู้ฉันใด หมู่เทพทั้งหลายก็ฉันนั้น เทพทั่วไปแม้เหล่านั้นย่อมไม่รู้ จะรู้ก็เฉพาะเทพที่ฉลาดเท่านั้น".

3.ปฎิทินแขวนที่จำหน่ายหรือแจกในท้องตลาดแล้วมีบรรยายว่าวันนี้ดีวันนั้นไม่ดี หรือวันนี้วันธงไชย ฯลฯ อันนี้ก็หยาบมากเกินไป และก็ใช้เป็นหลักในการคำนวนฤกษ์ยามไม่ได้ และไม่สามารถคำนวนว่าสมพงษ์กับเจ้าชาตาหรือไม่ อีกทั้งคำนวนด้วยดิถีตลาดทำให้คลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงทางดาราศาสตร์ ลองซื้อปฏิทินมาหลายเจ้าแล้วลองมาตรวจดูจะพบว่าวันดีวันร้ายไม่ตรงกันสักเจ้า แล้วเราจะเอาอะไรเป็นมาตรฐาน

4.ปฎิทินโหราศาสตร์ไทยประจำปี อันนี้ก็ต้องดูให้ละเอียดมีหลายเจ้า หลายสำนัก เพราะโหรบ้านเราคำนวนกันคนละระบบปฎิทิน มีความแตกต่างคลาดเคลื่อนกันเป็นจำนวนมาก และคำนวนไม่ตรงกับความเป็นจริงทางดาราศาสตร์บนท้องฟ้า ผิดฤกษ์ ผิดดิถี ฯลฯ ก็เห็นกันบ่อยๆ บางปีทำเอาเสียกันทั้งระบบ คำนวนวันเข้าพรรษาผิดไป 1 วันทำเอาพระสงฆ์ศีลวิบัติกันทั้งประเทศ หากไม่เชื่อลองอ่านบทความนี้ครับ...ปฎิทินคลาดเคลื่อนใครผิดใครถูก?

 

IMG 5152 exposure resize

 

ความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องฤกษ์ยาม

ปัจจุบันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป การเคร่งครับในขนบประเพณีโบราณที่เกี่ยวข้องกับฤกษ์ยามเริ่มที่จะสูญหายไป เรื่อยๆ อีกทั้งผู้คนทั้งหลายขาดความเชื่อถือในเรื่องฤกษ์ยามว่าเป็นเรื่องมงาย ไร้สาระและเหลวไหล ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ และไม่เกิดผลดีตามที่กล่าวอ้าง ฯลฯ ก็เลยไปใช้ฤกษ์สะดวกกันเอาเอง ทั้งนี้ก็เพราะสาเหตุดังนี้

1.คนทั่วไปมักเข้าใจสับสนว่าฤกษ์ยามของหมดดูต่างๆนั้นเป็นสิ่งเดียวกันหรือระบบเดียวกันทั้งหมด ไปหาหมอดูที่ไหนก็ได้ฤกษ์เหมือนกัน

2.ไม่เข้าใจว่าฤกษ์ยามมีการแบ่งสายวิชา คือ

2.1ฤกษ์ยามของชาวบ้าน เช่น อาจารย์ แต่ละท้องถิ่น แต่ละหมู่บ้านรับสืบทอดวิชากันมาตามสายบรรพบุรุษ หรือใช้ตำราพรหมชาติเป็นหลักในการให้ฤกษ์ ซึ่งไม่น่าเชื่อมากนัก

2.2ฤกษ์ยามของหมอดู เป็นหลักวิชาของครูอาจารย์แต่ละสำนัก เช่นวิชาเลข 7ตัว 9 ฐาน วิชาดวงพม่า ดวงมอญ หรือวิชาหมอดูสายอื่นๆ แบบที่ 2.1 และ 2.2 ส่วนมากจะอาศัยการคำนวณจากเดือน อ้าย ยี่ สาม สี่ หรือ วันขึ้นแรม เช่น ขึ้น 1 ค่ำแรม 2 ค่ำ ปีเกิด เช่น ชวดฉลูขาล ฯลฯ ชง ฮะ วันเกิด เช่น วันอาทิตย์ จันทร์ เป็นหลักในการคำนวณ ซึ่งได้ผลดีบ้างไม่ได้ผลดีบ้าง เพราะหลักวิชายังค่อนข้างหยาบ จึงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวของครูอาจารย์ท่านนั้นๆ จึงจะสามารถให้ฤกษ์ยามที่ดีและถูกต้องได้ ไม่ใช่ว่าใครใช้วิชาเดียวกันและจะสามารถให้ฤกษ์ยามได้เหมือนกัน

2.3และฤกษ์ยามของโหรฯ เป็นวิชาที่ได้รับการสืบทอดมาจากวิชาโหราศาสตร์อินเดียโบราณมานับพันๆปี แม้ทุกวันนี้ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมาพัฒนาเป็นวิชาโหราศาสตร์ไทย สิบลัคนา โหราศาสตร์อื่นๆที่ใช้หลักการคำนวณทางดาราศาสตร์ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้อาศัยหลักปรัชญา หลักศาสนาและดาราศาสตร์ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยได้รับการยอมรับจากราชสำนักและบุคคลชั้นสูง มีหลักการที่เป็นหนึ่งเดียวกันแทบจะทั้งหมด มีการคำนวณด้วยหลักวิชาทางคณิตศาสตร์ชั้นสูง ใช้ ตรีโกณมิติ Sin Cos tanมาตั้งแต่ 5000 ปีที่แล้ว การคำนวณการโคจรของโลกและดาวเคราะห์(Planet) ที่ถูกต้องใกล้เคียงกับการคำนวณทางดาราศาสตร์ปัจจุบันมาตั้งแต่โบราณมาจน ปัจจุบัน และพลังงานรังสีต่างๆที่ส่งอิทธิพลมายังโลก มีการคำนวณพลังงานของดาวฤกษ์ต่างๆทั้ง 27 กลุ่ม(Fixed Star)ที่อยู่รายล้อมสุริยะจักรวาล ว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตและโชคชะตาของมนุษย์อย่างไร มีการคำนวณการเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เช่นการเกิดคราส ได้ถูกต้องแม่ยำมาตั้งแต่ 5000 ปีที่แล้ว แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ก็ยังทรงใช้หลักวิชาทางโหราศาสตร์ และดาราศาสตร์สมัยใหม่มาคำนวณปรากฎการณ์การเกิดสุริยุปราคาที่หว้ากอ เป็นหลักวิชาที่ได้ผลดีที่สุดและละเอียดที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าช่วงนั้น มีฤกษ์ดีที่ให้ผลดีได้กี่เปอร์เซ็นต์ และสมพงษ์เจ้าชะตากี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะให้ได้ดี 100 เปอร์เซ็นต์ตามหลักวิชานั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้ 50 เปอร์เซ็นต์ตามหลักวิชาก็ถือว่าได้ผลดีมากมายมหาศาลแล้ว บางครั้งต้องหาฤกษ์ล่วงหน้านานนับเดือนนับปี เช่นการวางฤกษ์ดวงเมืองกรุงเทพฯ ใช้พราหมณ์ ที่เชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์ 8 ท่านช่วยกันคำนวณผูกดวงฤกษ์ไว้ล่วงหน้าก่อนถึง 3 ปี ถึงทำให้ประเทศรอดจากการครอบครองของมหาอำนาจมาได้และรักษาอธิปไตยมาได้เพียง ประเทศเดียวในเอเชีย แม้กระนั้นก็ยังต้องเสียดินแดนบางส่วนไป ส่วนวิชานี้ใช้หลักการเดียวกันเกือบจะทั้งหมด และไม่ว่าใครหากได้เรียนทฤษฎีและมีประสบการณ์มากเพียงพอแล้วก็จะสามารถให้ ฤกษ์ยามได้ ถูกต้องใกล้เคียงกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก ซึ่งทางผมได้ใช้หลักวิชานี้ในการให้ฤกษ์ยาม

2.4ฤกษ์ยามที่เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้านทั่ว ไปที่สืบต่อกันมาตามแต่ละท้องถิ่นโดยไม่มีหลักวิชาใดใดมาอ้างอิง เช่น ทำการมงคลต้องทำข้างขึ้นเท่านั้น ข้างแรมไม่ได้ จะต้องวันที่ 9 เท่านั้น วันที่ 4 ไม่ได้ เพราะเลขไม่ดี หรือต้อง 9 โมง 9นาที หรือเกิดวันอังคารก็ต้องทำการมงคลในศุกร์วันเป็นต้น ซึ่งหลักนี้นับว่าไม่น่าเชื่อถือมากที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักวิชาใดใดมารองรับ

3.ไม่เข้าใจว่าวิชาการพยากรณ์ ยังแบ่งเป็น

3.1 ภาคคำนวณ สำหรับคำนวณดวงชาตาตามหลักวิชา การทำปฎิทินต่างๆ การคำนวณวันขึ้นแรม วันเถลิงศก ฯลฯ

3.2 ภาคพยากรณ์ สำหรับการพยากรณ์ดวงชาตาว่าดีร้ายๆต่างๆ

3.3 ภาคการให้ฤกษ์ สำหรับการให้ฤกษ์ยามมงคลแก้ไขดวงชาตา และความเจริญรุ่งเรืองไปในภายภาคหน้า ใช้สำหรับกิจการสำคัญๆ เช่นการสร้างบ้าน สร้างเมือง การแต่งงาน ฯลฯ

ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้เป็นคนละอย่างกัน และภาคการให้ฤกษ์ยากและละเอียดที่สุด แต่มักมีเข้าใจผิดว่าหมอดูคนไหนทายแม่น การให้ฤกษ์ยามก็จะถูกต้องแม่นยำไปด้วย สรุปว่าฤกษ์ยามที่คนทั่วไปทุกวันนี้ยังเข้าใจสับสนและใช้กันไม่ถูกต้อง เมื่อมีการเข้าใจผิดอย่างนี้ การใช้ฤกษ์ก็มีความผิดพลาดอย่างมากมายมหาศาล ก่อให้เกิดผลร้ายและวิบัติตามติดกันมา จนผู้คนหมดความเชื่อถือในเรื่องของฤกษ์ยามว่าไม่เป็นความจริง

หากสงสัยเรื่องฤกษ์ยาม กรุณาอ่านบทความนี้ครับ กฏเกณฑ์การให้ฤกษ์

 

IMG 5991 exposure resize

 

ข้อควรระวัง-การทำลายผลของฤกษ์ยาม

ในการคำนวณฤกษ์ยามมงคลชั้นสูงนั้น จะต้องคำนวณทั้งฤกษ์ฟ้า (นภดล หรือฤกษ์บน) + ฤกษ์ดิน (ภูมิดล หรือ ฤกษ์ล่าง)+ ฤกษ์คน หรือดวงชาตาของคน รวมทั้งสามอย่างให้สมพงศ์กันจึงจะได้ผลสมบูรณ์ที่สุด แต่อย่างไรก็ตามฤกษ์ยามในเริ่มแรกก็เหมือนเด็กเกิดใหม่ เหมือนกับหน่ออ่อนของต้นไม้ที่จะกำลังเจริญเติบโต ดังนั้นผลของฤกษ์ยามก็ต้องรอเวลาให้ผลิดอกออกผลเช่นกัน ไม่ใช่ว่าได้ฤกษ์ดีแล้วจะต้องได้ดีในทันทีทันใดเดี๋ยวนั้นทั้งหมด

ในการนำฤกษ์ยามไปใช้ในแต่ละครั้ง ก็จะต้องเข้าใจว่าในขณะนั้น พลังงานบนฟ้าและดินกำลังจะผสานกับพลังในร่างกายของเรา เพื่อส่งเสริมหรือแก้ไขสิ่งไม่ดีต่าง ๆของดวงชาตาซึ่งในตอนนี้ถือว่าสำคัญมากที่สุดและเป็นหัวใจของฤกษ์ยาม ส่วนโหรฯก็จะกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดเอาไว้ให้ (เวลาปฐมฤกษ์และปัจฉิมฤกษ์) เพื่อท่านผู้ที่ใช้ฤกษ์จะต้องสำรวมระวัง ตั้งอกตั้งใจ ตั้งจิตอธิฐานขอให้มีสิ่งดี ๆเกิดขึ้นกับเราตามความมุ่งหมายของฤกษ์ชนิดนั้น ๆ  แต่หากในขณะนั้นเราเกิดอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด โมโห ทะเลาะกับคนอื่น ไม่พอใจ ฯลฯ  ก็จะทำให้พลังงานของฤกษ์ฟ้า+ฤกษ์ดินไม่สามารถเข้ามาผสานกับดวงชาตาของเราได้ ทำให้ใช้ฤกษ์ยามไม่ได้ผลและเป็นการทำลายผลของฤกษ์ยามมงคลนั้นให้เสียไป  ดังนั้นก็ต้องระวังให้มาก

หากมีเจ้ากรรมนายเวรมาขัดขวางไม่ให้เราใช้ฤกษ์ชั้นสูงนี้ ก็มักจะแฝงตัวมากับคนที่รู้จักแล้วทักว่าวันนี้ไม่ดีนะ จนเราเกิดความสงสัยว่าฤกษ์ที่ได้มานี้ดีจริงหรือไม่ อันความสงสัยนี้เองก็จะทำให้จิตเราสบสัน ซัดส่ายขณะทำพิธีตามฤกษ์จนให้พลังของฤกษ์ยามไม่สามารถผสานพลังกับตัวเราได้อย่างสมบูรณ์ หรือบางรายโดนทักก็ยกเลิกไป แล้วไปหาฤกษ์ในระบบอื่น ๆ ซึ่งเป็นฤกษ์ชั้นสองหรือชั้นสาม (ซึ่งมักจะไม่โดนทัก)

และอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำลายผลของฤกษ์ยามได้มากเช่นเดียวกันก็คือ ดวงชาตา วาสนา โชคเคราะห์ของคนที่อยู่ใกล้ๆกับตัวเราในขณะใช้ฤกษ์ยามนั้น ดวงชาตาของคนไม่ดีที่อยู่ใกล้ๆก็จะส่งผลทำลายฤกษ์ยามมงคลของเราได้อย่างรุนแรงเช่นกัน เพราะตอนนั้นเป็นการผสานพลังงานของฤกษ์ยามของฟ้าดิน หากมีคนอื่น ๆอยู่ใกล้ๆก็จะส่งพลังแทรกเข้ามาสู่ตัวเราได้ง่าย  หากเป็นคนดวงไม่ดีมาอยู่ใกล้ๆแล้วก็ยิ่งต้องถอยห่าง  คนจีนมักจะเรียกว่าดวงชง ก็คือความหมายนี้ 

ตัวอย่างเช่น วันนี้ท่านจะไปออกรถใหม่ แต่ท่านนำเพื่อนที่เคยประสบอุบัติเหตุ หรือมีดวงอุบัติเหตุไปร่วมออกรถใหม่ด้วย รถของท่านก็อาจจะต้องประสบอุบัติเหตุตามดวงของเพื่อนด้วย  หรือคนเคยติดคุก ติดตะราง เคยล้มเหลวในชีวิต(ยังไม่พื้นตัว) คนมีคดีความ คนดวงแตก แม่หม้าย พ่อหม้าย คนพิการ คนบ้านแตก คนอกตัญญู คนไร้ศีลธรรม ฯลฯ ก็ถือว่าเป็นดวงทำลายผลของฤกษ์มงคลทั้งสิ้น  ดังนั้นก็ต้องสำรวจตรวจตราให้รอบคอบไม่ควรให้มาใกล้ตัวเรามากจนเกินไปหรือมาเป็นประธานในการทำพิธีมงคลต่าง ๆ  แต่ถ้ามาเป็นแขกโบราณท่านไม่ห้าม

แต่ในทางกลับกัน หากเราได้คนดี มีศีลธรรม มียศศักดิ์ มีตำแหน่ง มีฐานะ มาร่วมทำพิธีในการมงคลต่าง ๆของเรา ก็จะยิ่งเป็นการเสริมดวง เสริมบารมีของเราให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป  สมัยโบราณถือกันมากโดยเฉพาะพิธีแต่งงาน  ซึ่งคนที่จะมาสวมมงคลให้กับคู่บ่าวสาวนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มียศศักดิ์ มีฐานะ มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกหลานดี ก็จะถือว่าจะช่วยเสริมมงคลให้กับคู่บ่าวสาวมากยิ่งขึ้น

 

9.คำถามเรื่องฤกษ์ยาม

1.ถาม การจัดงานมงคล เช่น สมรส ขึ้นบ้านใหม่ ยกเสาเอก ฯลฯ ห้ามจัดในช่วงเข้าพรรษา ต้องออกพรรษาก่อน ใช่หรือไม่

ตอบ อันนี้เป็นธรรมเนียมชาวบ้านในสมัยก่อนครับไม่เกี่ยวกับฤกษ์ยาม การคมนาคมไม่สะดวกเพราะพระสงฆ์จะเดินทางไปประกอบศาสนกิจ หรือไปสวดมนต์ขึ้นบ้าน งานแต่ง ฯลฯ ในระยะทางไกลๆ ต้องข้ามวันข้ามคืน หรือไปแล้วกลับวัดไม่ทัน ในช่วงเข้าพรรษานั้น ผิดวินัยสงฆ์ครับ ก็เลยห้ามจัดงานในช่วงเข้าพรรษา ส่วนชาวบ้านเองก็จะได้ทำทำงานปลูกข้าว ทำไร่ไถนากันได้เต็มที่ และก็ไม่ต้องเดินทางไปช่วยงานมงคลของญาติพี่น้องที่อยู่ไกลๆ หากไปเสียหลายๆวัน ข้าวกล้าในนาก็จะเสียหาย

2.เวลาฤกษ์จะต้องตกเลข 9 จึงจะเป็นมงคล ใช่หรือไม่

ตอบ ไม่เกี่ยวกับฤกษ์ยามครับ เป็นเพียงความเชื่อ

3.วันทำการมงคลต้องเป็นวันพฤหัสบดีเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ ไม่จำเป็น เพราะบางปีวันพฤหัสกลายเป็นวันโลกาวินาศก็ทำการมงคลใดใดไม่ได้ ต้องดูอย่างอื่นประกอบอีกมาก

4.เกิดวันจันทร์ห้ามทำการวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีวันเกิด ใช่หรือไม่

ตอบ อันนี้เป็นทักษาที่หมอดูชอบใช้กัน โหราศาสตร์ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง นัยว่าใช้ประกอบการพิจารณาเล็กๆน้อย ไม่สำคัญ ซึ่งหลักวิชาโหรมีกลวิธีวางฤกษ์ในการสลายผลร้ายต่างๆของทักษาได้อยู่แล้ว

5. เกิดวันอังคารต้องทำการมงคลวันศุกร์ที่เป็นคู่มิตรกันเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นหลัก ดาวคู่มิตร-ศัตรูของวิชาหมอดูครับ วิชาโหรไม่เน้นหลักนี้เลย

6.ห้ามทำการมงคลวันดาวร้าย เช่า เสาร์ อังคาร ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นหลักทั่วไปของโหรและหมอดู แต่วิชาโหรสามารถใช้ฤกษ์ของจันทร์ในการสลายผลร้ายของวันเสาร์-อังคารได้

7.ทำการมงคลต้องใช้ข้างขึ้นเท่านั้น ห้ามใช้ข้างแรม ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้าน เพราะข้างขึ้น-ข้างแรม ล้วนมีวันดีและไม่ดีสลับกันไป

8.ทำการมงคลต้องทำก่อนเที่ยงเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้าน ต้องต้องทำก่อนพระฉันเพล เพื่อที่จะได้ถวายเพลพระไปด้วยจะได้เป็นกุศล ไม่เกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์

9.ปีชง ห้ามทำการมงคลในปีนี้ ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นวิชาหมอดูแบบจีนซึ่งการดูแค่ปีชงหยาบเกินไป เพราะยังมีวัน ชง เวลา ชง เดือนชงอีก ฉะนั้นปีชงสามารถทำการมงคลได้ เพียงต้องตรวจดู เดือน วัน เวลา ประกอบด้วย อีกทั้งการนับปีนักษัตร เช่น ปีชวด ฉลูของไทย กับจีน นับต่างกัน ของไทยเริ่มนับใหม่ในช่วง สงกรานต์ และ/หรือ วันเถลิงศก และ/หรือ เดือน 1 ไทย และ/หรือ เดือน 5 แล้วแต่ครูอาจารย์บางสำนัก ส่วนของจีนนับจากสารทลิบชุน (ใกล้ๆตรุษจีน)

10.วันสำคัญๆเป็นวันดีวันมงคลด้วยหรือไม่ เช่นวันสงกรานต์ วันเกิดตัวเอง วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อ ไม่เกี่ยวกับวิชาโหรฯใดใดๆ อีกทั้งวันเหล่านั้นบางบีก็มีดีและไม่ดี

11.การออกรถใหม่ต้องดูสีรถ เลขทะเบียนที่ถูกโฉลกหรือไม่

ตอบ ตามหลักวิชาโหร เรื่องสี และเรื่องตัวเลข มีผลน้อยมาก ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ การให้ผลดีร้ายนั้นมากจากดวงฤกษ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสีและอื่นๆมีผลน้อยมาก แต่วิชาหมอดูมักจะถือว่าเรื่อสีและตัวเลขเป็นเรื่องใหญ่ เพราะวิชาหมอดูคำนวนฤกษ์โดยใช้หลักดาราศาสตร์ไม่ได้ วางลัคนาไม่ได้ หากเราจะดูว่าสีไหนถูกโฉลก ก็คือสีที่เราชอบนั่นเอง เช่นคุณชอบสีขาวแต่เกลียดสีดำ ผมบอกว่าคุณต้องใช้รถสีดำเท่านั้นจึงจะถูกโฉลกห้ามใช้สีขาว คุณก็ขับไปทุกข์ไป อย่างนี้จะเรียกว่าถูกโฉลกได้อย่างไร

รวมคำถามตอบเรื่องฤกษ์ยามจะมีอัพเดทเรื่อยๆนะครับ โดยผมจะทำเป็นลิงค์ไว้ที่นี่ครับ คลิ๊กเลย

หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวณกำลังดาวเคราะห์และเรือนชาตาโดยคลิ๊กที่นี่


12.หากฤกษ์ที่ได้ไปมีคนชอบทักว่าวันนี้ไม่ดี วันนั้นดีกว่า หรือเช่นว่าทำเอาเอาวันข้างแรมไม่เอาข้างขึ้น ทำไมเอาเดือนคี่ไม่เอาเดือนคู่ ทำไมเอาวันเป็นคู่ศัตรูกัน ทำไมเอาวันเป็นกาลกินีกับวันเกิด ทำไมเอาวันเสาร์-อังคาร ทำไมเอาวันโลกาวินาศ และทำไมไปทำพิธีตอนเย็น ไม่ทำตอนเช้า ให้อ่านบทความนี้ครับ “คำถามสำหรับคนชอบทักว่าฤกษ์ไม่ดี”
 
13.หากสงสัยเรื่องฤกษ์ยามของวิชาโหรพรามณ์หรือโหรหลวง ว่าคำนวณมาได้อย่างไร ใช้วิธีอะไรในการคำนวณ และแต่งต่างจากฤกษ์ชาวบ้านอย่างไร กรุณาอ่านบทความ”กฏเกณฑ์การให้ฤกษ์”นี้ครับ
 
14. รวมคำถามตอบเรื่องฤกษ์ยามจะมีอัพเดทเรื่อยๆนะครับ โดยผมจะทำเป็นลิงค์ไว้ที่นี่ครับ คลิ๊กเลย
15.หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวนกำลังดาวเคาระห์และเรือนชาตาโดย คลิ๊กที่นี่
 
16.เรื่องที่คนทั่วไปไม่เคยรู้ “วิชาโหร”กับ “วิชาหมอดู” ไม่ใช่วิชาเดี่ยวกัน และต่างกันมากราวฟ้ากับดิน หากต้องการรู้ว่าต่างกันอย่างไร กรุณาอ่านบทความนี้ครับ ความแตกต่างของวิชาโหรกับวิชาหมอดู”
 
17.เรื่องที่คนทั่วไปไม่เคยรู้  วันอุบาทว์ วันโลกาวินาศ ทำการมงคลไม่ได้จริงหรือ ? ต้องการหาคำตอบคลิ๊กที่นี่
 
 
IMG 5365 exposure resize

 

 

  10.เครื่องบวงสรวง

ในการจัดเครื่องสังเวยบวงสรวงของอาศรมฯนั้น ใช้ตามหลักครูโหรพราหมณ์มาแต่โบราณ คือเป็นมังสวิรัติ และทางอาศรมฯก็มิได้รับจ้างจัดเตรียงเครื่องบวงสรวงแต่อย่างใด เนื่องจากเรามิได้ทำการเชิงพาณิชย์ทำการค้าขายเอากำไร

สำหรับสิ่งของเพื่อทำพิธีบวงสรวงนั้นจะมากจะน้อยก็ตามแต่เจ้าภาพจะจัดหามาเองตามกำลังทรัพย์และกำลังศรัทธา โดยทางอาศรมจะจัดส่งรายละเอียดรายการของบวงสรวงที่จำเป็นให้ท่านพร้อมกับใบฤกษ์

และการที่เจ้าภาพเลือกสรรเครื่องบูชาทั้งหลายด้วยตนเอง จัดแจงแต่งเองด้วยจิตเจตนาอันบริสุทธิ์ มีจิตมุ่งหมายถวายเครื่องสักการะอันบริสุทธิ์ แด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายด้วยมือตน ก็ย่อมทำให้ เจ้าที่เจ้าทาง เทวดาทั้งหลาย รักใคร่กรุณา เสด็จลงมารับเครื่องสังเวยด้วยความยินดี

และที่สำคัญหากใช้ฤกษ์ชั้นสูงของโหรพราหมณ์นี้ห้ามใช้เครื่องสังเวยที่เป็นของคาวเป็นอันขาด เช่น หัวหมู เป็น ไก่ ปลา เนื้อสัตว์ ฯลฯ ซึ่งเป็นต้องห้ามสำหรับพิธีมงคลนี้ อันเนื่องมาจากการอัญเชิญเทพดาชั้นสูงลงมาเพื่อประสาทพรให้เราก็ดี เชิญมาสิงสถิตย์ในมณฑลพิธีก็ดี เชิญมาประทับในศาลก็ดี ท่านย่อมยินดีในยัญพิธีอันบริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ท่านก็ย่อมประสาทพรให้เราทั้งครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรืองตามที่จิตปรารถนา แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็สรรเสริญในยัญพิธีอันบริสุทธิ์เช่นนี้

ในทางตรงกันข้ามหากเราใช้ของคาว เช่น เนื้อสัตว์ทั้งหลาย เทพยดาเจ้าชั้นสูงท่านย่อมไม่ลงมา ก็จะมีแต่พวกเทวดาชั้นต่ำหรือสัมภเวสีมารอเพื่อกินของเซ่นไหว้เท่านั้น ในยัญพิธีที่เราได้กระทำนี้ ก็จะไม่บังเกิดศิริมงคลใดใดขึ้นเลย โปรดจำไว้ว่าการบวงสรวงนี้เป็นการบวงสรวงเทพยดาชั้นสูง มิใช่พิธีเซ่นผีสางนางไม้ หรือยักษา ฯลฯ ที่ต้องใช้ของคาวมา เซ่นไหว้

 

 

 

เครื่องสังเวย  พิธียกเสาเอก (มังสวิรัติ)

 

Ea21150c3cb41e9235b3e2f8c5e26e87Df9edfdc3fb16b59e314c6035326f385
Cd4267a213fbb95f96eaf8bbf14bcb8b6fb66dfddcd702a44a5a6746a47f3e5e
3b852e52d4eb3f49996f44189c02fd5046d9c11e56b3ef3ad0400eb60c27b62c
2caa39e0919c6f59512460d8848ec49bE69c80886244517ac4353d191131a551
78191cd173e3bb7fb6892e1b10df436197247737063c0397f8b92273ef32694a
60e94c923da0fd58e61869dfd0d5a2e3A7b049c33583a41f735c4a189e793b19
32d7f76c9dcb6d9b093f7df91f27a6f0651f1b6b9c41dc1a5f4a63571c4f8882

 

7f368c4acff9d8d2999e427296a76588D3a1d0a6bc37b87e8be87c8256883d12

 

 

พิธีกรรมของอาศรมฯ

พิธีกรรมของอาศรมฯ เรานั้นใช้หลักฤกษ์ยามชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะโดยเคร่งครัด หลักที่สำคัญที่สุดก็คือ"ฤกษ์ยามในการทำการ" ส่วนพิธีกรรมหรือตัวอาจารย์นั้นก็เป็นเรื่องรองลงไปอีก เพราะหากเราได้ฤกษ์ไม่ดีแล้วแม้จะจัดพิธีกรรมบวงสรวงใหญ่โตเท่าใดก็ไร้ผล เพราะความสำคัญอยู่ที่ฤกษ์ยามที่กระทำการเท่านั้นจึงจะส่งผลดีร้ายให้แก่กิจกรรมนั้นๆตลอดไป 

แต่หากเราได้ฤกษ์ดีเป็นมงคลและสมพงศ์กับตัวเราและกิจกรรมที่จะกระทำแล้ว แม้จะไม่มีเครื่องสังเวยอะไรเลยก็ตาม เพียงแค่มีจิตเจตนาตั้งมั่นจุดธูปเพียงดอกเดียวก็มีผลสมบูรณ์แล้ว  แต่ที่สำคัญฤกษ์ที่ดีนั้นจะต้องเป็นฤกษ์ชั้นสูงที่คำนวณตามระบบโหราศาสตร์จริงๆ จึงจะได้ผล เนื่องจากจะต้องคำนวนดวงชาตาของเจ้าการอย่างละเอียด เพื่อหาฤกษ์ยามมงคลที่ดีและสมพงศ์กับดวงชาตาของเจ้าการและกิจการที่จะทำเป็นหลัก ซึ่งฤกษ์ดีวันดีก็ไม่ใช่ว่าจะดีทั้งวัน แต่มีดีเฉพาะช่วงเวลาสั้นๆเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง

ส่วนฤกษ์ดีของวันนั้นๆก็หาได้สมพงศ์กับทุกคนหรือทุกกิจกรรมก็หาไม่ ไม่ใช่บอกว่าวันนี้ฤกษ์ดี ใครๆก็นำไปใช้ได้ ซึ่งเป็นความเข้าผิดอย่างมหันต์

สำหรับตัวอาจารย์ผู้กระทำพิธีก็มีความสำคัญอยู่ที่ว่าเป็นคนมีศีลมีธรรมหรือไม่ และก็ต้องมีศีล 5 ศีล 8 เป็นอย่างน้อย และจักต้องไม่มีความโลภ ไม่มีความอยากได้ หรือเห็นแก่อามิจสินจ้าง หรือรับจ้างทำพิธีหาเงินทองเพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับตนเอง

ทางอาศรมฯเองจึงตระหนักในความสำคัญดังกล่าวข้างต้น โดยให้ความสำคัญของฤกษ์ยามของเจ้าการเป็นหลัก ไม่ใช่เอาตามความสะดวกของอาจารย์ หากคำนวณว่าดวงชาตาของเจ้าการได้ฤกษ์ 6 โมงเช้า อาจารย์ก็ต้องตื่นไปตั้งแต่ตี 3 ตี 4 เพราะอาจารย์จะต้องไปถึงสถานที่ทำพิธีก่อน 1 ชั่วโมงครึ่งเพื่อตรวจตราความเรียบร้อย

ทั้งนี้ก็เพื่อกระทำพิธีให้สอดคล้องกับเวลาฤกษ์และดวงชาตาของเจ้าการเป็นสำคัญ  และทางอาศรมฯจะต้องคำนวณฤกษ์เองเพื่อให้สมพงศ์กับดวงชาตาเจ้าการให้มากที่สุด เป็นศิริมงคลสูงสุด ตามหลักครูที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เพราะเวลาของฤกษ์ชั้นสูงของอาศรมฯทำการคำนวณแบบนาทีต่อนาที เวลาของฤกษ์ดีจึงสั้นมาก มีเพียงแค่ 20-45 นาทีเท่านั้น/ฤกษ์ ดังนั้นทางอาศรมฯจึงไม่รับทำพิธีจากฤกษ์ของครูอาจารย์ท่านอื่น หรือรับจ้างทำพิธีทุกวันเนื่องจากฤกษ์ดีไม่ได้มีทุกวัน 

 

ตัวอย่างพิธีกรรมยกเสาเอก-ตอกเข็มเอก

 

Banner%20%20ajan