1 Astroneemo Newslide

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

Top Car8d869d524c38ae2692bdd8c9d8bad5c3

บริการดูฤกษ์มงคล ฤกษ์ออกรถใหม่ปี 2562 (รถใหม่และรถมือสอง) 

ในปัจจุบันการใช้รถแทบจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนยุคใหม่ก็ว่าได้ แต่การใช้ฤกษ์ยามกันนั้น มีน้อยกันมากแทบจะเรียกว่ามักจะใช้ฤกษ์สะดวกกันเป็นหลัก ส่วนผลที่ตามๆกันมาก็คืออุบัติเหตุ การบาดเจ็บล้มตาย การเฉี่ยวชน การสูญหาย และการผ่อนต่อไปไม่ไหว ซึ่งหากเราเชื่อโบราณบ้างก็คงจะไม่เสียหายกันมากมายขนาดนี้

ในการออกรถโดยใช้หลักโหราศาสตร์ที่สมพงษ์กับดวงชาตากำเนิดของเจ้าของรถ สามารถเป็นหลักประกันความปลอดภัยได้มากที่สุด และน่าเชื่อถือที่สุด มากกว่าบริษัทประกัยภัยแห่งใดในโลก และสามารถปกป้องคุ้มครองรถ ผู้ขับขึ่ ผู้โดยสาร ตลอดการเดินทางไม่ว่าจะไปที่ไหนๆ แห่งใดๆก็ตาม และยังทำให้เกิดโชคเกิดลาภ เป็นศิริมงคลให้กับผู้ขับขี่ ลบล้างอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ผมเห็นมามาก คนเราเวลาจะออกรถแล้ว ใจมันรุ่มร้อน จะออกวันนั้นวันนี้ให้ได้ พอผมให้ฤกษ์ช้าไปก็ชิงไปออกรถมาก่อน เมื่อผลเสียเกิดขึ้นก็ค่อยมาหาผมร้องให้ช่วยแก้ไข ผมก็บอกว่า คงช่วยเหลืออะไรไม่ได้ มันเกิดขึ้นมาแล้ว ดวงรถก็เหมือนดวงคนนั่นแหละคุณไปรับเอามาเป็นเจ้าของแล้ว แบบไม่ดูฤกษ์ยาม จะดีจะชั่วก็ต้องว่ากันไป

เพราะเวลาที่ออกรถนั่นแหละเป็นฤกษ์ยามที่สำคัญมาก เหมือนเด็กเกิดใหม่ มีชิวิตจิตวิญญาณเหมือนกัน หากใครไม่เชื่อก็ลองเอาเวลาที่ออกรถ ไปหาหมอดูที่ไหนก็ตามแล้วผูกดวงออกมา ก็มักจะบอกได้ว่า จังหวะชีวิตของ(รถ) นี้เป็นไปอย่างไร จะดีจะชั่วหรือเกื้อหนุนดวงเราอย่างไรบ้าง

“รถ”ในทรรศนะโหราศาสตร์ก็คือเรือนชาตา ที่ 4 ซึ่งก็หมายถึง บ้านหลังที่ สองเหมือนกัน หากเราได้ฤกษ์ยามงามดีในการออกรถแล้ว อย่างน้อยมันก็น่าจะเป็นบ้านที่ให้ความสุขและอบอุ่นแก่เราได้เหมือนกัน หากไม่เข้าใจเรื่องฤกษ์

***หากท่านต้องการทราบรายละเอียดและความหมายเกี่ยวกับการดูฤกษ์ อ่าน "กฎเกณฑ์การให้ฤกษ์" คลิ๊กที่นี่..

 


การหาฤกษ์ออกรถให้ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์นั้น จำเป็นจะต้องคำนวนฤกษ์มาจากดวงเจ้าของรถเท่านั้น แล้วหาวันดี และวันสมพงษ์กับดวงเจ้าของรถให้สัมพันธ์กัน จึงจะถือว่าเป็นมงคล สามารถแก้ไขดวงชาตาและส่งเสริมดวงเจ้าของรถได้ โดยเฉพาะคนที่มีพื้นดวงเป็นดวงอุบัติเหตุอยู่แล้ว การหาฤกษ์มงคลที่สมพงษ์กับดวงชาตา จะสามารถแก้ไขพื้นดวง และบรรเทาผลร้ายในดวงชาตาให้ลดทอนลงได้ และช่วยส่งเสริมโชคลาภ การทำมาหากิน และปัดเป่าอุปสรรค ฯลฯ
ฤกษ์ยามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ดูจากปฎิทินแล้วบอกว่าเป็นวันดี วันธงไชย ฯลฯ แล้วยึดเอาตามนั้น วันดีตามปฎิทินก็อาจจะเป็นวันร้ายของเราก็เป็นได้

โดยปกติในหลักครูโหรนั้นท่านได้กำหนดฤกษ์สำหรับออกรถไว้อย่างเคร่งครัด มีหลายกฏเกณฑ์ รวมถึงต้องใช้หลักเกณฑ์อื่นๆมาประกอบอีกครั้งหนึ่งด้วย ซึ่งผมไม่แนะนำให้ใช้ฤกษ์ที่คิดเอาเองว่าดี เช่น ต้องเป็นวันพฤหัสบ้าง ต้องเป็นวันที่ 9 บ้าง ฯลฯ หรือต้องเป็นวันเกิดตัวเองบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มิใช่ฤกษ์ที่ถูกต้องในระบบโหราศาสตร์ เป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น ฤกษ์ในระบบโหราศาสตร์มิใช่เรื่องงมงายแต่อย่างใด แต่กลับช่วยให้คนเราสามารถแก้ไขหรือขจัดความยุ่งยากๆต่างๆ ที่เกิดจากอิทธิพลหรือพลังงานที่ส่งมาจากฟากฟ้า และทำให้อิทธิพลนั้นเป็นกลาง สมพงษ์และสอดคล้องกับกระแสพลังชีวิตหรือดวงชาตาของเราเอง

 


ดังนั้นหากเราจะใช้ฤกษ์ที่ใช้ทั่วไปดาษดื่นตามปฎิทินแขวนผนัง ว่าวันนี้เป็นวันดี เป็นฤกษ์ดี เป็นวันอธิบดี วันธงไชย ฯลฯ อะไรต่างๆนั้น ถือว่าวันที่ดีเหล่านั้นก็ไม่ได้ดีตลอดไปทั้งวัน บางวันก็มีเพียงไม่กี่ชั่วโมง ที่ว่าดีหรือถูกต้องตามระบบฤกษ์ยาม หรือในปฎิทินบอกว่าวันนี้ไม่ดีเป็นวันโลกาวินาส วันขลุบ วันร้ายๆ ต่างๆ ความเป็นจริงก็ไม่ได้ร้ายตลอดไปทั้งว้นเช่นเดียวกัน ซึ่งฤกษ์แบบนี้เราเรียกว่าฤกษ์บน

แต่ที่แน่ๆแล้ววันดีเหล่านั้นที่เราเชื่อว่าดี แต่หากไม่สมพงษ์กับดวงชาตากำเนิดของเรา ซึ่งเรียกว่าฤกษ์ล่าง ก็อาจจะกลับกลายเป็นฤกษ์ร้ายได้เลยทันที ทำให้ปัจจุบันนี้คนไม่เข้าใจเรื่องฤกษ์ยามกัน พอว่าออกรถวันดีเป็นวันธงไชยแล้ว ทำไม่รถจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้บ่อยๆ ฤกษ์เป็นสิ่งที่เชื่อไม่ได้จริงหรือ ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเราใช้ฤกษ์กันไม่เป็น ไม่สอบทานดวงฤกษ์ที่ต้องสมพงษ์กับดวงชาตากำเนิดของเราเสียก่อน วันฤกษ์ดีก็เลยกลับกลายเป็นฤกษ์ร้ายไปเลยทันที

ความจริงเรื่องฤกษ์ยามที่ถูกต้องตามหลักโหรฯ จะมีคุณประโยชน์ดังนี้
1.สามารถก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ตามที่เราปรารถนา(ตามกำลังของฤกษ์ในขณะนั้นๆ)
2.สามารถแก้ไขดวงชาตาเดิมของเจ้าของ จากร้ายกลายเป็นดีได้ (ตามกำลังของฤกษ์ในขณะนั้นๆ)

3.สามารถที่จะบรรเทาและสลายผลร้ายต่างๆ ที่อาจจะจะเกิดขึ้นมาในอนาคตจากหนักเป็นเบา หรือจากเบาเป็นไม่มี (ตามกำลังของฤกษ์ในขณะนั้นๆ)
ดังนั้นหัวใจของฤกษ์ยามที่ถูกต้องก็คือ การใช้ฤกษ์บนและฤกษ์ล่างให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดศุภอิทธิพล เป็นศุภผลแก่เจ้าการ หรือเจ้าของงานที่จะกระทำการโดยฤกษ์นั้นๆ

หมายเหตุ 1)หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวนกำลังดาวเคาระห์และเรือนชาตาโดยคลิ๊ก โหราวิทยาบทที่ 4 การคำนวณกำลังดาวเคราะห์และเรือนชาตา

หมายเหตุ 2) หากท่านเข้าใจว่าวิชาโหรฯเป็นวิชาที่งมงายไร้เหตุผล ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่มีหลักการ ขอให้ท่านเข้าไปศึกษา วิชาการคำนวณดวงชาตาของโหรฯเสียก่อน โดยคลิ๊ก การคำนวณดวงพิชัยสงคราม,คัมภีร์สุริยยาตร์และมานัตต์

line add astroneemopaypallogo186

 Astroneemo 001

 
 
 

วิชาฤกษ์ยามชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะ

ฤกษ์ยามคือสิ่งที่ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานสนามแม่เหล็กโลก พลังงานสนามแม่เหล็กของจักรวาล และพลังงานสนามแม่เหล็กเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล "ฤกษ์ยามที่ดีและถูกต้อง"เท่านั้นจึงจะสามารถแก้ไขอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในในชีวิตและพื้นดวงชาตาเดิมได้ โดยจะต้องคำนวนความสัมพันธ์ระหว่าง ฟ้า-ดิน-คน ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นฤกษ์ยามที่คำนวนความสัมพันธ์ของพื้นดวงเดิมของเจ้าการเท่านั้น จึงจะทำได้


ส่วนฤกษ์ยามตามปฎิทินฤกษ์ยามต่างๆ ที่บอกว่าเป็นวันดีฤกษ์ดีนั้น (ฤกษ์โหล) นั้น ไม่อาจจะมาทดแทนได้ วันดีก็ไม่ใช่ว่าจะดีทั้งวัน และวันดีฤกษ์ดีของวันนั้น ก็อาจจะไม่สมพงษ์กับดวงชาตาของผู้ใช้ฤกษ์ จนกลับกลายเป็นฤกษ์ร้ายให้โทษก็เป็นได้  ดังนั้นฤกษ์ยามที่ถูกต้องจะต้องเป็นฤกษ์ที่ดีและสมพงษ์กับดวงชาตาเฉพาะบุคคลเท่านั้น เพราะต้องใช้ผู้รู้ทางวิชาโหราศาสตร์เท่านั้นจึงจะหาความสัมพันธ์ของดวงชาตา(ภูมิดล)และฤกษ์ยามจากท้องฟ้า(นภดล)ได้ ที่ดีเป็นมงคลได้


ตัวอย่างเช่น หากมีคนมาบอกว่าวันนี้จะมีพายุใหญ่ จงอย่านำเรือออกทะเล หากมีคนเชื่อไม่นำเรือออกทะเลในวันนั้นก็ต้องพบกับอุปสรรคและลมมรสุมต่างๆ นาๆ ดีไม่ดีเรืออาจอัปปางเอาได้ แต่หากมีคนเชื่อไม่ออกเรือในวันนั้นก็จะพบกับความสวัสดีอยู่รอดปลอดภัย ไม่มีปัญหาใดใดเกิดขึ้น ฤกษ์ยามก็เป็นอย่างนี้ หากมีคนเชื่อและปฎิบัติตามอย่างน้อยเขาก็จะไม่พบกับความวิบัติร้ายแรง หรือไม่ก็บรรเทาผลร้ายที่จะเกิดมีขึ้นในชีวิตได้ไม่มากก็น้อย

 814sMVvZPtL. SX425 โหราศาสตร์ภารตะ หรือโหราศาสตร์จากคัมภีร์พระเวทของพราหมณ์อันศักดิ์สิทธิ์ หรือเรียกว่าโหราศาสตร์พระเวท -Vedic Astrology เป็นวิชาดาราศาสตร์-โหราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดวิชาหนึ่งของโลก มีประวัติย้อนหลังไปถึง 8,300 ปี 3,000 ปีก่อนคริสตกาล หรือ ประมาณ 10,000 ปี มาแล้ว  (8300 B.C.- 3000 B.C.) โดยในระยะเวลาดังกล่าว วิชานี้ได้รับการค้นคว้าและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องมาพร้อมๆ กับคัมภีร์พระเวท ของพราหมณ์ โดยมหาฤาษีหรือมหามุนีที่เป็นบูรพาจารย์ของพราหมณ์ในยุคบรรพกาล ที่รจนาคัมภีร์พระเวท (สัปตยุคฤาษี) จำนวน 18 องค์คือ มหาฤาษีสูรยา มหาฤาษีปิตมาส มหาฤาษีวยาสะ  มหาฤาษีวสิษฐะ  มหาฤาษีอตรี  มหาฤาษีปราสาระ มหาฤาษีกาษยาปะ มหาฤาษีลิษะ มหาฤาษีชาวาล มหาฤาษียาวนะ มหาฤาษีภฤคุ มหาฤาษีสูรยา และมหาฤาษีศอุนาคา เป็นต้น

วิชาโหรฯแห่งดินแดนภารตะ(อินเดีย) ตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบันมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อเช่นโหราศาสตร์ฮินดู (Hindu Astrology) โหราศาสตร์พระเวท (Vedic Astrology) โชฺยติษ ศาสตร์ (Jyotish shastra)เป็นวิชาที่ว่าด้วย กาลเวลา การโคจรของดาวเคราะห์ และปรากฏกาณ์ทางดาราศาสตร์  ที่ส่งพลังรังสีที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านชาตาชีวิต สุขภาพ ความสามารถ ความนึกคิด อารมณ์ต่างๆ ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลจากพลัง รังสีดี-ร้ายของจักรวาลและเป็นวิชาหนึ่งในวิชาหลักสมัยโบราณที่นักบริหาร นักการทหาร และนักปกครอง จะต้องเรียนรู้และเป็นแม่แบบของวิชา โหราศาสตร์ระบบนิรายนะในวัฒนธรรมอื่นๆทั่วโลก และเป็นบรมครูของโหราศาสตร์ไทย และโหราศาสตร์ลังกา พม่า ลาว เขมร มอญ อินโด ธิเบต ฯลฯและแม้แต่โหราศาสตร์จีนก็ได้รับอิทธิพลจากโหราศาสตร์ภารตะเป็นอย่างมากผ่านทางพุทธศาสนามหายานที่แพร่เข้าไปในประเทศจีน เมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ซึ่งศาสตร์เหล่านี้ เป็นศาสตร์ชั้นสูงที่มีการคำนวณ ยุ่งยากสลับซับซ้อนและละเอียดเป็นอย่างมากเพื่อใช้สำหรับทำนาย เหตุการณ์บ้านเมือง ทำนายฝนฟ้า ฤดูกาลทำนายชาตาชีวิตของกษัตริย์และบุคคลชั้นสูงส่วนสามัญชน จะไม่มีโอกาสได้ใช้เลย  ปัจจุบันในประเทศอินเดีย ในรอบศตวรรษที่ผ่านมา มีการเปิดเผยความลี้ลับของวิชาโหราสาตร์และคัมภีร์เก่าแก่ที่ปิดบังซ่อนเร้นมานานนับพันปี นำมาเผยแพร่ให้ความรู้ต่อสาธารณชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นประโยชน์เท่าเทียมกันแก่บุคคลทุกชั้นวรรณะ ที่จะได้มีโอกาสใช้และได้รับผลดีจาก ภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่ของบรรพชนโบราณ

 

 

prew weddingpantip weddingPocketrichy wedding

 

  

Astroneemo 002
 
 
 
2.จัดเตรียมข้อมูลของคุณ
 
หากมีข้อสงสัยท่านสามารถสอบถามได้ที่หมายเลข 085-832-8228 (เวลา 10.00-20.00 น.) 

หรือ Line  @astroneemo หรือที่เพจอาศรมศรีจักรนารท https://www.facebook.com/srijakanath

การคำนวนฤกษ์จะเร็วจะช้าจะยากหรือง่ายก็ขึ้นอยู่กับดวงชาตาของบุคคลนั้นๆ ว่าช่วงเดือนนั้นหรือในระหว่างปีนั้นมีช่วงที่ดีเป็นมงคลกับดวงชาตานั้นๆหรือไม่และจะต้องหลีกเลี่ยงผลร้ายและปรับปรุงดวงฤกษ์อย่างไรจึงจะสมพงษ์กับดวงชาตาของเจ้าชาตาและกิจการที่จะต้องกระทำในช่วงนั้นหากตรวจสอบพบว่ามีเคราะห์หามยามร้ายในช่วงนั้นพอดี โหรจะต้องปรับดวงฤกษ์อย่างไรจึงจะสลายผลร้ายอันนั้นให้ลดลงหรือหลีกเลี่ยงไปให้ได้ และพยายามส่งเสริมจุดที่ดีในดวงชาตาให้โดดเด่นขึ้นโดยใช้ฤกษ์ยามซึ่งเป็นพลังงานพิเศษจากฟากฟ้ามาเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมและแก้ไขดวงชาตาฉะนั้นในการแก้ไขดวงชาตาในหลักวิชาโหรนั้น มีเพียงการใช้"ฤกษ์ยามที่สมพงษ์กับเจ้าชาตาเท่านั้น"จึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงดวงชาตาจากร้ายให้กลายเป็นดีขึ้นได้

ในการขอฤกษ์ ผมจะใช้เวลาประมาณ 1 วันในการคำนวนหาฤกษ์ หากท่านส่งข้อมูลมาพร้อมทั้งแจ้งการโอนค่าบูชาครูมาภายในวันนี้ ท่านก็จะได้รับฤกษ์ภายในพรุ่งนี้หรือไม่เกิน 24 ชมในกรณีปกติ หากดวงชาตาของท่านหาฤกษ์ได้ยาก ก็อาจจะได้ฤกษ์ภายใน 2-3วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นดวงของท่านเอง


ในการหาฤกษ์ สิ่งที่ต้องการก็คือ

1. ดวงชาตาเจ้าการ หรือเจ้าของรถ เป็นชายหรือหญิง วันเดือนปีเกิด เวลาเกิด และจังหวัดที่เกิดและอาชีพ

**หากคนซื้อรถเป็นคนละคนกับคนใช้รถ เช่นพ่อซื้อให้ลูกขับ หรือ สามีซื้อให้ภรรยาขับ ต้องใช้ดวงวันเดือนปีเกิดของคนซื้อนะครับ หรือคนที่ทำสัญญาซื้อขายกับไฟแนนซ์ ส่วนดวงคนขับหรือคนใช้รถไม่ต้องนะครับ เอาไม่เอาดวงคนขับมาหาฤกษ์นะครับ ไม่อย่างนั้นรถผู้บริหารเปลี่ยนพนักงานขับรถบ่อยๆก็แย่สิครับ หากดวงคนซื้อดี คนขับก็ต้องดีตามไปด้วยนี่เป็นกกเกณฑ์ของฤกษ์ยามครับ

2. เวลาที่ต้องการจะออกรถโดยเคร่าๆ ว่าประมาณวันไหน เดือนอะไร และออกที่จังหวัดไหน

3. รถยี่ห้ออะไร รถเก่าหรือใหม่ สีอะไร ทะเบียนอะไร โปรดแจ้งด้วย

**จริงๆแล้วเรื่องสีหรือทะเบียนมีผลน้อยในเรื่องฤกษ์ยาม เพียง 1เปอร์เซ็นต์ แต่ศาสตร์หมอดูชอบใช้กันมากเพราะไม่สามารถคำนวนฤกษ์ยามในระบบโหราศาสตร์ได้ แต่ก็มีคนถามมามาก ความจริงชอบสีอะไรก็ถือว่าถูกโฉลกแล้วครับ แต่ฤกษ์ยามที่ดีมีผล 99 เปอร์เซ็นต์ โปรดจำเอาไ้ว้ง่ายๆว่า หากวิชาใดที่เรียนรู้กันได้ง่ายๆ 5 นาทีก็เป็น จำเอาได้ง่ายๆ เช่นเกิดวันอาทิตย์ต้องสีแดง เกิดวันจันทร์ต้องสีเหลือง ปีนี้ชงกับปีนั้นทำการมงคลไม่ได้ เดือนนี้ไม่ดีกับคนเกิดวันนั้นวันนี้ ฯลฯ นั่นมิใช่วิชาฤกษ์ยามของวิชาโหรนะครับ เพราะการเรียนรู้วิชาฤกษ์ยามของวิชาโหรนั้นต้องเรียนกันเป็นสิบปีนะครับ

ตามหลักวิชาโหร เรื่องสี และเรื่องตัวเลข มีผลน้อยมาก การให้ผลดีร้ายนั้นมากจากดวงฤกษ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสีและอื่นๆมีผลน้อยมาก แต่วิชาหมอดูมักจะถือว่าเรื่อสีและตัวเลขเป็นเรื่องใหญ่ เพราะวิชาหมอดูคำนวนฤกษ์โดยใช้หลักดาราศาสตร์ไม่ได้ วางลัคนาไม่ได้ หากเราจะดูว่าสีไหนถูกโฉลก ก็คือสีที่เราชอบนั่นเอง เช่นคุณชอบสีขาวแต่เกลียดสีดำ ผมบอกว่าคุณต้องใช้รถสีดำเท่านั้นจึงจะถูกโฉลกห้ามใช้สีขาว คุณก็ขับไปทุกข์ไป อย่างนี้จะเรียกว่าถูกโฉลกได้อย่างไร

4. รถที่ออกมาแล้วจะเอาไปทำอะไร ใช้ขนส่ง หรือค้าขายหรือขับไปทำงานราชการเอกชน ต้องการดวงฤกษ์เด่นด้านไหน ให้คุณเรื่องอะไร เช่นค้าขายดี หรือได้เลื่อนตำแหน่ง มีคนนับหน้าถือตา หรือ ช่วยทำมาหากิน โชคลาภ ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ต้องเขียนให้ครบนะครับ แล้วไปสู่ขั้นตอนที่ 3

flash1

ปัจฉิมลิขิต ทางอาศรมจะให้ฤกษ์ที่ดีที่สุดเพียงฤกษ์เดียวในช่วงระยะเวลาที่คุณระบุมาเท่านั้น ทางเราไม่มีฤกษ์เผื่อเลือก เช่น ขอหลายๆฤกษ์ ไม่มีฤกษ์โหลๆ เช่นวันนี้วันดีแต่งงานได้ทุกคู่ หรือวันนี้วันดีออกรถได้ทุกคน หรือฤกษ์ตามใจฉัน ฤกษ์ตามใจผู้ใหญ่ หรือชอบฤกษ์ที่ฉันสะดวก หรือต้องการฤกษ์ชั้น 2 ชั้น 3 หรือต้องการฤกษ์ที่ตัวเองไปเสริชร์หาในเน็ต หรือเปิดปฏิทินดูเองแล้วนึกว่าเป็นฤกษ์ดี หรือ ไปขอฤกษ์จากอาจารย์ท่านอื่นที่ให้แต่วันมา แต่กลับไม่มีเวลาให้ แล้วจะมาขอเวลาฤกษ์ อย่างนี้เป็นต้น

ฤกษ์ชั้น 1 หรือ ฤกษ์ยามชั้นสูงของวิชาโหราศาสตร์พระเวทระบบนี้คำนวณยากและหาฤกษ์ได้ยากกว่าระบบอื่นและจะต้องคำนวน ให้ถูกต้องตามหลักวิชาต้องเป็นมงคลที่สุดและดีที่สุดสำหรับผู้มาขอฤกษ์เท่านั้น ท่านไหนสามารถนำไปใช้ได้ก็ถือว่าเป็นคนมีบุญ และเป็นศิริมงคลเกิดความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรืองสำเร็จสมหวังตามปรารถนา แต่ท่านไหนมีวิบากกรรมเจ้ากรรมนายเวรขัดขวางหรือวาสนาไม่ถึงฤกษ์ ก็นำไปใช้ไม่ได้ ส่วนโหรผู้ให้ฤกษ์ก็ไม่สามารถทำแบบมักง่ายหรือให้ฤกษ์แบบตามใจท่าน เพราะหากเกิดความวิบัติใดใดแก่ผู้ใช้ฤกษ์ ตัวโหรผู้ให้ฤกษ์ก็ต้องรับผลกรรมอันนั้นด้วย ซึ่งครูบาอาจารย์ท่านก็ได้สาปแช่งให้เกิดความวิบัติแก่ตัวโหรผู้ให้ฤกษ์ผิดๆ โดยหวังจะเอาลาภสักการะ หรือทำแบบสุกเอาเผากิน ดังนั้นจึงได้โปรดได้เข้าใจในกฏข้อนี้ด้วย

 

 

3.วิธีการกรอกแบบฟอร์ม

1.สำหรับท่านที่ไม่มีเวลาเกิดหรือมีเวลาเกิดที่ไม่แน่นอน ก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากเราใช้วิธีคำนวณหาฤกษ์แบบโบราณจะไม่มีปัญหา ซึ่งในสมัยก่อนคนที่จะทราบเวลาเกิดที่แน่นอนมีน้อยมาก ส่วนมากก็จะเพียงแค่ทราบว่าเกิดวันไหน หรือรู้แต่เพียงว่า เกิดต้อนเช้า สาย บ่ายเย็น เกิดตอนพระบิณฑบาต เกิดตอนต้อนวัวเข้าคอก  เกิดตอนพระตีระฆังเพล ฯลฯอย่างนี้เป็นต้น

โดยเราจะคำนวณจากองศาพระอาทิตย์ในวันที่ท่านเกิด ประกอบกับคำนวณจากองศาพระจันทร์ในฤกษ์ที่จันทร์เสวยนั้น ๆเป็นหลัก ซึ่งวิธีนี้จะคำนวณจากเวลา 07.00 น. ของทุกวัน สำหรับท่านทที่ไม่มีเวลาเกิดที่แน่นอน เราจะตั้งค่าการคำนวณจากเวลา 07.00 น. ก็จะทำให้สามารถหากฤกษ์กำเนิดในดวงชาตาได้เช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “การใช้ดาวอาทิตย์เป็นลัคนา)

2.สำหรับท่านไม่มีทั้งวัน เวลาเกิด หรือแม้กระทั่งปีเกิดก็ไม่มี ทางโหราศาสตร์ภารตะนั้นก็มีวิธีคำนวณดวงชาตาอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า “นามนักษัตร” คือใช้ชื่อตอนแรกเกิดของคนๆนั้น มาคำนวณดวงชาตาและคำนวณฤกษ์ จากดาวนักษัตรทั้ง ๒๗ นักษัตรที่สัมพันธ์กับตัวอักษรแรกของชื่อที่ตอนถือกำเนิด ซึ่งวิธีนี้ใช้กันมาหลายพันปีแล้ว  และทางอาศรมฯก็สามารถคำนวณฤกษ์โดยใช้วิธีนี้ให้ท่านได้ โดยยังคงความถูกต้องแม่นยำ เหมือนกับคนที่มีวันเกิดทั่วไป (แต่ชื่อใหม่ที่เคยเปลี่ยนนั้นใช้ไม่ได้ จำเป็นต้องเป็นชื่อที่ตั้งตอนแรกเกิด เท่านั้น   

3.สำหรับท่านที่เกิดต่างประเทศ /อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ในการกรอกข้อมูลกำเนิดให้ใช้เวลาเกิด ณ ประเทศที่ท่านเกิดได้เลย  หรือต้องการใช้ฤกษ์มงคลเพียงแค่แจ้งชื่อเมือง /ประเทศ/รัฐ /เวลาท้องถิ่น/เวลา DST ที่ท่านต้องการประกอบการมงคลต่างๆ ส่วนอาจารย์จะแจ้งฤกษ์มงคลตามเวลาท้องถิ่น Local Time  ณ เมืองที่ท่านอาศัยอยู่ โดยอาจารย์จะคำนวนจาก Time Zone,DST,GMT,Lat-Long ซึ่งแม่นยำและไม่ผิดพลาด

หากต้องการสอบถามรายละเอียดก่อน คลิ๊กที่นี่..

หรือสอบถามผ่าน Line @astroneemo

กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อขอฤกษ์ โดยคลิ๊กที่แบนเนอร์ข้างล่างนี้

Ruk Icon

 

Form Astroneemo

 

Astroneemo 003
 
 
 
 

 3.การชำระค่าบูชาครู

 ค่าครูบูชา ฤกษ์ ๖๒๙.- / ต่อครั้ง หากต้องการขอใหม่คุณต้องทำบุญค่ายกครูใหม่

ค่าบุูชาคำนวนฤกษ์ของระบบ"โหร" ที่มีประสบการณ์โดยปกติทั่วไป จะมีการกำหนดไว้ที่ประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อ 1 ฤกษ์ แต่เพื่อเป็นการสืบสานวิชาการให้ฤกษ์ยามที่ถูกต้องตามระบบโหราศาสตร์ และเพื่อการรักษาขนบประเพณีไทยโบราณมิให้สูญหายไป อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความเข้าใจต่อวิชาโหรฯว่าเป็นวิชาที่มีหลักการที่ เป็นระบบ มีแบบแผน ถ่ายทอดสืบต่อกันมานานนับพันๆปี เป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์ เป็นของสูงมีค่าควรเมือง มิใช่นำไปทำนายกันเล่นๆ อย่างที่เราเห็นๆกันโดยทั่วไป และเพื่อเปิดโอกาสให้กับคนทุกชนชั้น ได้มีโอกาสได้ใช้ฤกษ์ยามของระบบโหรที่ถูกต้อง ทางอาศรมฯจึงกำหนดอัตราค่าครูเพียง 629 บาทเท่านั้น


รายได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดทำข้อมูลและบริหารเว็บไซด์ และเพื่อเผยแพร่ความรู็เชิงวิชาการด้านโหราศาสตร์ ธรรมะ ฯลฯ แก่สาธารณะชน และอีกส่วนหนึ่งนำไปทำบุญกุศลต่างๆตามกฏเกณฑ์ของโหร

ขอความกรุณาอย่าโทรมาบอกให้ผมจดรายละเอียดในการขอฤกษ์ของท่าน เพราะหาก ท่านไม่ได้แจ้งเข้ามา เราก็จะไม่สามารถตรวจสอบว่ายอดเงินนี้เป็นของท่าน เพราะยอดเงินจะเหมือนกันทั้งหมด จะทำให้ท่านได้รับฤกษ์ล่าช้า

ทางอาศรมฯของเราปกติ มิได้เปิดรับแขก หรือลูกค้าหรือบุคคลทั่วไป ให้ มาดูฤกษ์ที่อาศรมฯ เพราะเราเป็นที่สัปปายะซึ่งต้องการความสงบ เราจึงมีบริการคำนวนฤกษ์เฉพาะทางเว็บไซด์หรืออีเมล์เท่านั้น จึงต้องขอภัยทุกๆท่านมา ณ ที่นี้

ท่านสามารถชำระค่าบูชาครู ผ่านระบบ Paypal ,บัตรเครดิต,บัตรเดบิต ของทุกธนาคารได้แล้ว วิธีใช้คลิ๊กที่นี่

ชำระเงินโดยคลิ๊กปุ่ม Paypal ด้่านล่างนี้

ชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต/Paypal

ชำระผ่านแม่มณี QR Code SCB Easy Pay     

Pixel

 SCB Easy Pay

 

Acc2

 

การแจ้งการโอนเงินชำระค่าบูชาครู

เมื่อ ท่านได้ชำระค่าครูบูชาฤกษ์แล้วกรุณาแจ้งการโอนเงินมาทางได้หลายช่องทางคือ

1.SMS ที่หมายเลข 085-832-8228

2.Line id : @astroneemo

3.e-mail แจ้งมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

4. Fax รายละเอียดมาที่ 0-2733-3585

5.หรือแจ้งการโอนเงิน ได้ที่เมนูหน้าเว็บไซด์หรือคลิ๊กที่นี่ "แบบฟอร์มแจ้งการโอนเงินค่าบูชาครู"

ปัญหา ที่พบบ่อยมากก็คือเมื่อท่านทำการส่งข้อมูลและได้ทำการโอนเงินชำระค่าครูแล้ว มักจะไม่ค่อยได้แจ้งการโอนเงิน ทำให้ได้รับฤกษ์ล่าช้า (เนื่อง จากการทำการขอฤกษ์ยามมงคลจะต้องมีค่าบูชาครูเพื่อที่จะให้คุณได้ฤกษ์ยามจาก ครูบาอาจารย์ที่ถูกต้องจะไม่เป็นหนี้เวรหนี้กรรมต่อกันในการติดค้างครู อาจารย์ และโหรผู้คำนวนฤกษ์ก็จะไม่ต้องรับวิบากผลในการให้ฤกษ์ยามในการแก้ดวงชาตาให้ กับท่าน) หากได้ทำการชำระค่าครูแล้วกรุณาโทรแจ้งคุณกมล (คุณบอย) 085 832 8228 หรือแฟกซ์ / อีเมล์ตามรายละเอียดข้างต้น

 

5.การรับฤกษ์มงคล

และเมื่อทางอาศรมฯได้รับการยืนยันการชำระค่าครูบูชาฤกษ์แล้ว จะดำเนินการจัดส่งฤกษ์มงคลให้กับท่านทางอีเมล์ ภายใน 24 ชั่วโมงและ SMS แจ้งทางหมายเลขมือถือที่ท่านได้ให้ไว้ตอนกรอกแบบฟอร์ม

ฤกษ์มงคลที่ท่านจะได้รับมีดังนี้

1.ฤกษ์วันและเวลาออกรถที่สมพงษ์กับดวงเจ้าของรถ และอาชีพของเจ้าของรถ
2.ทิศมงคลสำรับการขับรถออกจากอู่

3.เวลาที่จะต้องขับถึงบ้านไม่เกินกี่โมง

4.สีมงคลและเลขทะเบียนที่เป็นมงคลสมพงษ์กับดวงชาตาของท่าน

เรื่องสีถูกโฉลก

เรื่องสีรถมีผลต่อดวงชาตาน้อยมาก (ตามหลักโหราศาสตร์ที่แท้จริง) เรื่องสีมักเอาไว้เพื่อเสริมดวง(เพิ่มกำลังใจนิดหน่อย) แต่ ฤกษ์ยามมีผลร้อยเปอร์เซ็นต์ (ตามหลักโหราศาสตร์) เพราะตามหลักโหราศาสตร์ให้ความสำคัญกับอิทธิพลของสีน้อยมาก และแต่ละตำรา สีก็จะแตกต่างกัน ดังนั้นหากเราชอบสีอะไร สีนั้นก็ถูกโฉลกกับเรา

เรื่องเลขทะเบียนมงคล

การกำหนดเลขทะเบียนรถที่ให้ไปเป็นการ คำนวนจากดวงชาตาของรถและวัน,เวลาของลัคนาในดวงฤกษ์ออกรถ ส่วนดวงชาตาของรถก็คำนวนมาจากดวงของเจ้าของรถอีกที ดังนั้นเมื่อลัคนาของดวงฤกษ์ต่างกัน เลขทะเบียนจึงต่างกันด้วย บางคนขอฤกษ์มาหลายครั้งแต่เลขทะเบียนที่ได้อาจจะแตกต่างกัน ส่วนอักษรนำหน้าทะเบียนรถนั้นยากที่จะกำหนดให้ได้ เพราะต้องเรียงตามลำดับหมวดอักษร

ปกติอาจารย์จะให้เลขทะเบียนมงคลแก่รถทุกๆคัน ตามดวงชาตาของรถคันนั้นๆ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงตามวันและเวลาของฤกษ์นั้นๆ หากเลขทะเบียนที่ไม่ได้ตามกฏเกณฑ์ที่ให้ เลขใดที่ตกเลขไม่ดีก็ให้นำแผ่นทองเล็กๆมาปิดไว้ (ตรงตัวเลขที่ด้านหลังแผ่นป้ายทะเบียน ห้ามติดด้านหน้าเพราะผิดกฎหมาย)

ส่วนฤกษ์มงคลที่ได้รับเรื่องทิศ ถ้าหากศูนย์ที่ออกรถไม่สามารถกำหนดได้เนื่องจากสถานที่ตั้งจำกัด วิธีแก้ไขก็คือให้ขับออกมาก่อนแล้วก็ขับมุ่งตรงไปยังทิศที่ฤกษ์กำหนดสักระยะหนึ่ง แล้วก็ค่อยขับกลับบ้าน หากต้องนำรถไปพ่นกันสนิม ติดฟิล์มและตกแต่งเพิ่มเติมให้ทำก่อนฤกษ์ออกรถก็ได้ หรือออกรถก่อนแล้วสัก 2-3วันก็ค่อยนำเข้าไปทำก็ได้ ทำเสร็จแล้วก็ไม่ต้องหาฤกษ์อีก

  flash2


 ***คำเตือน***

 

ในกรณีที่ในพื้นดวงของคุณมี”ดวงอุบัติเหตุ” หรือเคยผ่านการประสบอุบัติเหตุมาแล้ว (หรือเคยผ่านการผ่าตัดก็ถือว่าเป็น”ดวงอุบัติเหตุ”เหมือนกัน) ดวงฤกษ์ที่ดีจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ แต่ก็ไม่ควรประมาทในการขับขี่ยวดยาน โดยเฉพาะการเมาแล้วขับห้ามกระทำอย่างเด็ดขาด

และในช่วง 7 วันนี้เป็นวันถือ ไม่ควรขับรถใหม่ไปในสถานที่ไม่เป็นมงคลต่างๆเช่น ไปงานศพ หรือไปโรงพัก โรงพยาบาล หรือเยี่ยมคนป่วย หรือเข้าอู่เพื่อซ่อม และห้ามทะเลาะเบาะแว้งกันในรถเป็นอันขาด แต่ให้ขับรถไปทำบุญ ท่องเที่ยว หรือไปทำงานหาเงิน รถคันนี้ก็จะเป็นมงคลตลอดไป

 

เวลาฤกษ์จะเป็นเวลา ตามใบฤกษ์ ควรจะไปรอที่ศูนย์รถแต่เนิ่นๆนะครับ หรือแจ้งศูนย์รถให้ทราบล่วงหน้าก่อน เมื่อได้เตรียมเอกสาร และรับมอบรถแล้วให้ทำตามใบฤกษ์ที่เขียนไว้ด้านล่าง นะครับ จะบอกทิศมงคลและคาถาออกรถเอาไว้พร้อมสรรพ และบอกเวลาเดินทางกลับให้ถึงบ้านภายในเวลาไม่เกินเท่าไหร่ ส่วนในเรื่องเอกสาร เราอาจจะทำเอกสารสัญญาก่อนถึงฤกษ์ออกรถก่อนล่วงหน้าหลายๆวันหรือทำวันเดียวกันกับวันออกรถก็ได้

เมื่อถึงบ้านแล้วควรจุดธูปเทียนบอกกล่าวแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านให้ท่านรับทราบและเชิญท่านมาคุ้มครองรักษา ต่อมาก็ให้พ่อแม่มานั่งรถเป็นคนแรกเพื่อเป็นศิริมงคล แล้วให้ท่านให้พรแก่เราและรถ เพื่อให้เดินทางขับขี่ปลอดภัย มีโชคมีลาภ หลังจากนั้นก็ควรจะนำรถใหม่ขับไปทำบุญที่วัด และถวายสังฆทาน หรือหาพระที่มีวิชาให้ท่านเจิมรถและสวดชยันโตให้ศีลให้พร ก็จะเป็นมงคลมากยิ่งขึ้น

 

Astroneemo 004

 

6.ตัวอย่างใบฤกษ์

ใบฤกษ์มงคล

ใบฤกษ์และดวงชาตาที่คำนวณออกมาตามระบบโหราศาสตร์ และดวงฤกษ์ที่ให้ไปใน PDF  File ท่าน สามารถที่จะพิมพ์ออกมาใช้ได้หลายๆใบ สำหรับเอาไว้ใส่กรอบบูชาฤกษ์และดวงชาตาของตัวเอง หรือนำไปให้โหรทำนายดวงชาตา หรือให้พระท่านสวดแผ่นดวงชาตาเพื่อเสริมศิริมงคลได้ หรือ เอาไปจารใส่แผ่นทอง นากเงิน เพื่อบรรจุใต้ฐานพระหรือนำไปหล่อพระเพื่อเสริมชาตาได้   แต่เมื่อพิมพ์ออกมาแล้วห้ามฉีกทิ้ง หรือทิ้งลงถังขยะ เพราะจะทำลายดวงชาตาเราเอง แต่หากไม่ใช้แล้วสามารถนำไปจำเริญไฟหรือจำเริญน้ำ (นำไปเผาไฟหรือลอยน้ำเพื่อถวายคืนให้กับครูอาจารย์ได้)

การใช้เวลาตามฤกษ์ควรจะต้องคำนวณเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่นที่เป็นมาตรฐานสำหรับสถานที่นั้น ๆ หรืออย่างน้อยนาฬิกาจะต้องตรง โดยเทียบจากเวลามาตรฐานของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ โดยโทรไปที่หมายเลข 1811 ซึ่งจะบอกเวลามาตรฐานประเทศไทย ซึ่งทางอาศรมฯจะใช้เวลามาตรฐานประเทศไทยนี้คำนวณฤกษ์ ฉะนั้นจะต้องตรงกันทั้งสองฝ่าย

เวลาจากดวงฤกษ์ที่ให้เป็นการคำนวณเวลาเริ่มต้นของฤกษ์ และจะสิ้นสุดฤกษ์ เช่นฤกษ์ที่กำหนดเป็นเวลา 09.11 - 09.29 น. หมายความว่าหัวใจในการทำกิจกรรมนั้น ๆจะต้องเริ่มต้นในเวลา 09.11 น.จนถึง 09.29 น. (ปกติผมจะให้เวลาเริ่มต้นและเวลาสุดฤกษ์เอาไว้ให้) เช่น การออกรถ ก็ต้องเริ่มติดเครื่อง และขับรถออกจากศูนย์จำหน่ายรถภายในเวลาฤกษ์ที่กำหนด ส่วนหากต้องใช้ระยะเวลามากกว่านี้ก็จะต้องให้มีการทำกิจกรรมต่อเนื่องโดยไม่ขาดตอนหรือหยุดไปกลางคัน ก็ยังถือเวลาอยู่ในเวลาของฤกษ์ได้

อนึ่งฤกษ์ยามชั้นสูงของอาศรมฯ จะคำนวนละเอียดเป็นนาที ดังนั้นฤกษ์ดีที่จะได้ก็จะมีระยะเวลาจำกัดประมาณ 20 -35 นาทีเท่านั้น หรืออย่างมากก็ไม่เกิน 45 นาทีเท่านั้น

 

Newcar

 



Astroneemo 005

 

7.วิธีการใช้ฤกษ์

การให้ฤกษ์โดยระบบโหราศาสตร์ภารตะหรือโหราศาสตร์แบบโหรพราหมณ์ ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับโหราศาสตร์ไทยชั้นสูงที่ใช้กันในบุคคลชั้นสูงและการกำหนดพิธีกรรมในพระราชพิธีต่างของกษัตริย์ในสมัยโบราณ มีการคำนวณโดยวิธีการสลับซับซ้อนทางดาราศาสตร์และหลักการทางโหรซึ่งต่างกับโหราศาสตร์ระบบอื่น ๆ  และกำหนดเป็นฤกษ์ยามเฉพาะตัวบุคคลนั้น ๆในการทำการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์เพียงเจ้าของฤกษ์คนเดียวเท่านั้น ผู้อื่นจะนำไปใช้ก็จะไม่เกิดผลดีตามฤกษ์ที่กำหนดไว้

บางคนชอบโทรมาถามว่าวันนี้เป็นวันดีไหม ผมตอบไม่ได้หรอกครับเพราะฤกษ์มีทั้งฤกษ์บนฤกษ์ล่าง ฤกษ์บนก็คือวันที่ดวงดาวบนท้องฟ้าให้พลังที่เป็นศุภผล เป็นวันดีก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถใช้ได้ทุกคน หรือวันนี้เป็นวันดีฤกษ์ดีแต่จะดีตลอดทั้งวันก็หาไม่ และหากไปคำนวณดูชาตากำเนิดของเรา(ฤกษ์ล่าง) ก็อาจจะขัดแย้งกับฤกษ์บน(ท้องฟ้า) ก็ทำการมงคลในวันนั้นไม่ได้อีก  ที่พูดวันว่าวันนี้วันดีก็มิใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะฉะนั้นเข้าใจไว้ว่าวันดีมีทุกวัน แต่ฤกษ์ที่ดีเหมาะกับเรานั้นอาจจะทั้งปีมีแค่วันเดียว ส่วนวันร้ายก็มีทุกวันเหมือนกัน แต่จะร้ายกับเราทุกวันก็ไม่ใช่ ฉะนั้นฤกษ์ยามก็คือการคำนวณพลังความสัมพันธ์ระหว่างดาวบนท้องฟ้ากับมนุษย์ที่อยู่บนดินให้สัมพันธ์กันนั่นเอง

1.เมื่อได้ฤกษ์ยามได้กำหนดไว้แล้วให้เตรียมการล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆเพื่อจะได้ไม่ให้ผิดพลาด เพราะหัวใจของฤกษ์ยามก็คือ”เวลา” ที่เป็นศุภผล

2.ในการให้ฤกษ์ผมจะคำนวณเวลาที่เหมาะสมกับดวงชาตาของท่านที่ดี่ที่สุดเพียงฤกษ์เดียวเท่านั้น บางคนพยายามขอหลายๆวันเผื่อเลือก ซึ่งฤกษ์ที่ให้แต่ละฤกษ์คำนวณด้วยความยากลำบากมาก เพราะผมคำนวณด้วยมือ ดวงชาตาแต่ละดวงชาตา อย่างน้อยก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง และสอบทานฤกษ์ในกฎเกณฑ์อื่น ๆอีกเป็นวันๆ  (ไม่ใช่ฤกษ์ประเภทเปิดหนังสือดูปฏิทินแล้วให้ฤกษ์อย่างที่เราคุ้ยเคยกัน ซึ่ง 5 นาทีก็ให้ฤกษ์กันได้แล้ว)

3.อย่างไรก็ตามการใช้ฤกษ์ชั้นสูงนี้มักจะมีเหตุที่ทำให้เจ้าการมักจะใช้ไม่ได้ตามเวลาที่กำหนดอยู่บ่อยครั้งอันเนื่องมาจาก ดวงฤกษ์ที่สูงเกินวาสนาของเจ้าการ(เจ้าของดวง) หรือเจ้าของดวงมีเหตุที่ถูกอุปสรรคขัดขวางจากเจ้ากรรมนายเวร หรือวิบากกรรมอื่นๆ ที่จะไม่ไห้ได้ผลสำเร็จตามฤกษ์นั้น ๆ   เช่นว่า จะต้องออกรถในวันนี้ตามฤกษ์ แต่บังเอิญรถยังไม่เรียบร้อย ก็ออกรถในวันนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องระวัง

4.การใช้เวลาตามฤกษ์ควรจะต้องคำนวณเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่นที่เป็นมาตรฐานสำหรับสถานที่นั้น ๆ หรืออย่างน้อยนาฬิกาจะต้องตรง โดยเทียบจากเวลามาตรฐานของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ โดยโทรไปที่หมายเลข 1811ซึ่งจะบอกเวลามาตรฐานประเทศไทย ซึ่งผมใช้เวลามาตรฐานประเทศไทยนี้คำนวณฤกษ์ ฉะนั้นจะต้องตรงกันทั้งสองฝ่าย

5.เวลาจากดวงฤกษ์ที่ให้เป็นการคำนวณเวลาเริ่มต้นของฤกษ์ และจะสิ้นสุดฤกษ์ เช่นฤกษ์ที่กำหนดเป็นเวลา 09.11 น. -09.29 น. หมายความว่าหัวใจในการทำกิจกรรมนั้น ๆจะต้องเริ่มต้นในเวลา 09.11 น.จนถึง 09.29 น. (ปกติผมจะให้เวลาเริ่มต้นและเวลาสุดฤกษ์เอาไว้ให้)  เช่น การออกรถ ก็ต้องเริ่มติดเครื่อง และขับรถออกจากศูนย์จำหน่ายรถภายในเวลาฤกษ์ที่กำหนด ส่วนหากต้องใช้ระยะเวลามากกว่านี้ก็จะต้องให้มีการทำกิจกรรมต่อเนื่องโดยไม่ขาดตอนหรือหยุดไปกลางคัน ก็ยังถือเวลาอยู่ในเวลาของฤกษ์ได้

6.แผ่นดวงฤกษ์พิมพ์ออกมาจากไฟล์ที่ผมให้มา เมื่อใช้เสร็จแล้ว ให้ใส่กรอบหรือไว้ที่หิ้งพระเอาไว้บูชาถือว่าได้บูชาเสริมดวงชาตาและดวงฤกษ์ของเราให้เกิดผลดีตลอดไป หากไม่สามารถทำได้ให้ทำการเผาด้วยไฟเท่านั้น ห้ามนำไปทิ้งในถังขยะ

7.การใช้ฤกษ์ให้เกิดผลดีและเกิดศุภผลตามที่ท่านต้องการ อย่างน้อยที่สุดท่านจะต้องสมาทานศีล 5 รักษากายวาจาใจให้บริสุทธิ์ และในขณะที่กระทำการตามฤกษ์นั้น ๆ จิตใจจะต้องแน่วแน่มั่นคงไม่หวั่นไหว ห้ามมีอารมณ์โกรธเคือง โมโห หรือมีเจตนาจะไปประทุษร้ายต่อใคร จิตใจต้องไม่วอกแวก สับสน วิตกกังวล ฯลฯ   เมื่อทำได้ครบตามที่กล่าวแล้วดวงฤกษ์ก็จะมีอิทธิพลังเป็นศุภผลส่งผลเกิดผลดีให้แก่ดวงชาตา และเกิดความเจริญรุ่งเรืองสืบไป

8.ในสมัยก่อนนี้ บางคนมักชอบว่ามาขอฤกษ์กับผมต้องรอนานมาก กว่าจะได้ บางคนเป็นเดือน ก็ไม่มีฤกษ์จะให้  ต้องขอชี้แจงอย่างนี้ว่า โหราศาสตร์ระบบนี้ไม่เหมือนระบบอื่น โหรผู้ให้ฤกษ์ ต้องต้องดูฤกษ์สำหรับการให้ฤกษ์ก่อนเหมือนกัน ไม่สามารถทำแบบสุกเอาเผากินไม่ได้

โหรผู้คำนวณฤกษ์ก็ต้องตรวจดวงดาวบนท้องฟ้าก่อนว่าวันไหนเหมาะแก่การคำนวณฤกษ์ วันไหนห้ามคำนวณฤกษ์ เช่น วันสิ้นปี สิ้นเดือน สิ้นปีนักษัตร วันพระจันทร์ดับ พระจันทร์เต็มดวง วันโกน วันพระ วันดาวดับบนฟ้า วันที่ดาวพุธโคจรวิกลคติพักรองศา(อันนี้อาจต้องรอเป็นเดือน) วันที่มีคราส (ภายในหน้าหลัง 7 -14 วัน) ก็คำนวณฤกษ์ไม่ได้  เมื่อได้วันแล้วก็ต้องอาบน้ำชำระร่างกาย จุดธูปเทียนบูชาพระ พ่อแม่ครูอาจารย์ ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ ก่อนทำการคำนวณดวงฤกษ์ทุกครั้งไป ฉะนั้นฤกษ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูชาตาและวาสนาของเจ้าชาตาก่อนด้วย

9.การนับวันในสัปดาห์ในทางโหราศาสตร์แบบโบราณนั้นแตกต่างจากการนับของทางราชการ ของทางราชการจะเปลี่ยนวันใหม่ในเวลา 24.00 น.ของทุกคืน แต่ทางโหราศาสตร์จะเปลี่ยนวันใหม่ในเวลาเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้น ประมาณ 6.00 น.ซึ่งคนทั่วไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ไม่รู้เรื่องนี้   เช่นเกิดวันที่  23 มีนาคม 2553 เป็นวันอังคาร หากท่านเกิดในเวลากลางวันจะไม่เป็นปัญหา หากเกิดในเวลากลางคืน เช่น 01.00 น. ของคืนวันจันทร์(คืน 22 มีนาคม) เช้ามาเป็นวันอังคารที่ 23 มีนาคม ทางราชการจะระบุว่า ท่านเกิดวันอังคารที่ 23 มีนาคม 2553 เวลา 01.00 น. แต่ทางโหราศาสตร์จะถือว่า ท่านเกิดคืนวันจันทร์  เพราะโหราศาสตร์จะเปลี่ยนเป็นวันอังคารก็ต่อเมื่อพระอาทิตย์ของวันอังคารได้ขึ้นที่ขอบฟ้าแล้ว ซึ่งในวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.20 น.ดังนั้นแม้ว่าท่านจะเกิดวันนี้แต่เป็นเวลา 06.15 น.ของวันที่ 23 มีนาคมก็ตาม แต่พระอาทิตย์ของวันอังคารยังไม่ขึ้น ท้องฟ้ายังมืดอยู่ ก็ยังถือว่าท่านเป็นคนเกิดวันจันทร์

หรืออีกตัวอย่างเช่น คุณเป็นคนเกิดวันที่ 15 พ.ค. 2520 เวลา 01.00 น.ทางราชการ วันที่ 15 พ.ค.   นับเป็นวันอาทิตย์วันเดียว  ทางราชการเปลี่ยนวันที่และวันสัปดาห์พร้อมกันในเวลา 24.00 น.
ทางโหราศาสตร์ วันที่ 15 พ.ค. มีทั้งวันเสาร์และอาทิตย์  เพราะทางโหราศาสตร์เปลี่ยนวันที่และวันในสัปดาห์ "ต่างกัน"  ทางโหรเปลี่ยนวันที่ เหมือนทางราชการคือ 24.00 น. แต่วันในสัปดาห์จะเปลี่ยน เวลาประมาณ 6.00 น.ของวันรุ่งขึ้น   เริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 15 (ตามสากล) เวลา 24.00 น. เป็นวันอาทิตย์วันใหม่ตามราชการ แต่"ยังคง"เป็นวันเสาร์ทางโหราศาสตร์

10.สำหรับท่านที่ไม่มีเวลาเกิดหรือมีเวลาเกิดที่ไม่แน่นอนก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากเราใช้วิธีคำนวณหาฤกษ์แบบโบราณจะไม่มีปัญหา ซึ่งในสมัยก่อนคนที่จะทราบเวลาเกิดที่แน่นอนมีน้อยมาก ส่วนมากก็จะเพียงแค่ทราบว่าเกิดวันไหน หรือรู้แต่เพียงว่า เกิดต้อนเช้า สาย บ่ายเย็น เกิดตอนพระบิณฑบาต เกิดตอนต้อนวัวเข้าคอก เกิดตอนพระตีระฆังเพล ฯลฯอย่างนี้เป็นต้น

โดยเราจะคำนวณจากองศาพระอาทิตย์ในวันที่ท่านเกิด ประกอบกับคำนวณจากองศาพระจันทร์ในฤกษ์ที่จันทร์เสวยนั้น ๆเป็นหลัก ซึ่งวิธีนี้จะคำนวณจากเวลา 07.00 น. ของทุกวัน สำหรับท่านทที่ไม่มีเวลาเกิดที่แน่นอน เราจะตั้งค่าการคำนวณจากเวลา 07.00 น. ก็จะทำให้สามารถหากฤกษ์กำเนิดในดวงชาตาได้เช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “การใช้ดาวอาทิตย์เป็นลัคนา)

11.แต่สำหรับท่านไม่มีทั้งวัน เวลาเกิด หรือแม้กระทั่งปีเกิดก็ไม่มี ทางโหราศาสตร์ภารตะนั้นก็มีวิธีคำนวณดวงชาตาอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า “นามนักษัตร” คือใช้ชื่อตอนแรกเกิดของคนๆนั้น มาคำนวณดวงชาตาและคำนวณฤกษ์ จากดาวนักษัตรทั้ง ๒๗ นักษัตรที่สัมพันธ์กับตัวอักษรแรกของชื่อที่ตอนถือกำเนิด ซึ่งวิธีนี้ใช้กันมาหลายพันปีแล้ว  และทางอาศรมฯก็สามารถคำนวณฤกษ์โดยใช้วิธีนี้ให้ท่านได้ โดยยังคงความถูกต้องแม่นยำ เหมือนกับคนที่มีวันเกิดทั่วไป (แต่ชื่อใหม่ที่เคยเปลี่ยนนั้นใช้ไม่ได้ จำเป็นต้องเป็นชื่อที่ตั้งตอนแรกเกิด เท่านั้น   

12. การนับปีนักษัตร (ชวด,ฉลู,ขาล) มีความสับสนกันมาก เพราะมีทั้งแบบไทยแบบจีน ซึ่งมีการเปลี่ยนปีแตกต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้

12.1 การเปลี่ยนปีนักษัตรแบบจีน จะเปลี่ยนตามปฏิทินจีน โดยคำนวณจากวันสารท”ลิบชุน” 立春  หรือลี่ชุน โดยจะอยู่ราววันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งหลายๆคนสับสนกับปีไทย

12.2 การเปลี่ยนปีนักษัตรแบบไทย อันนี้ก็มีหลายมติและหลายอาจารย์ดังนี้

(ก.)ปฏิทินโหราศาสตร์ของอาจารย์ทองเจือ อ่างแก้ว จะเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้นปีใหม่สากลหรือทุกๆวันที่ 1มกราคม ของทุกปี

(ข.)ปฏิทินโหราศาสตร์ของ อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร จะเปลี่ยนปีนักษัตรทุกวันที่ 1เมษายน ของทุกปี

(ค.)ปฏิทินโหราศาสตร์ของ อาจารย์พันเอกสุชาติ ศุภประเสริฐ จะเปลี่ยนปีนักษัตรทุกๆวันขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๕ ของทุกปี ซึ่งจะตกประมาณ ปลายเดือนมีนาคมของทุกปี

(ง.)ปฏิทินโหรหลวง ของหมวดโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง  จะเปลี่ยนปีนักษัตรทุกๆวันขึ้น 1 ค่ำเดือนอ้ายของทุกปี ซึ่งจะตกประมาณ  เดือนธันวาคมของทุกปี

ส่วนการคำนวณของผมจะใช้ หลักตามข้อ (ค.) เพราะมาจากพระราชวินิจฉัยของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5และยึดตามการบันทึกของพงศาวดารของไทยมาแต่โบราณ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการนับปีนักษัตร(ชวด ฉลู ขาล เถาะ ฯลฯ) แบบไทยนั้น ค่อนข้างจะสับสนไม่ลงรอยกัน ซึ่งเรื่องนี้คนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

NewCar1

8.หมายเหตุ

ความแตกต่างของฤกษ์จากวิชาโหรกับวิชาหมอดู

เนื่องจากวิชาการให้ฤกษ์ยามชั้นสูงของโหรภารตะ (โหรพราหมณ์หรือโหรหลวง) จะไม่เหมือนกับฤกษ์ของชาวบ้านที่ไปเปิดปฎิทินฤกษ์ยามดูแล้วก็ให้ฤกษ์ โดยไม่คำนวณความสัมพันธ์ของดวงชาตาอย่างนี้อันตรายมาก หากได้ฤกษ์แล้วกรุณาอย่าไปเทียบกับปฎิทินโหราศาสตร์ที่วางขายทั่วไปตามท้องตลาด หนังสือชนิดนี้ต้องให้โหรเป็นผู้ใช้เพื่อกำหนดฤกษ์เท่านั้น ชาวบ้านทั่วไม่สามารถนำไปอ่านแล้วไปให้ฤกษ์กันได้ (หากไม่เคยเรียนวิชาโหรและครอบครูโหรมาก่อน) จะอันตรายและวิบัติแก่ผู้ให้ฤกษ์และใช้ฤกษ์ เพราะที่บอกว่าวันดีในปฎิทินและทำการมงคลได้ “ไม่แน่เสมอไปนะครับ” เพราะบางคนนำไปใช้ก็วิบัติเพราะดวงไม่สมพงษ์กับฤกษ์ในวันนั้นๆ ฉะนั้นจะต้องสอบทานฤกษ์กับพื้นดวงชาตาก่อนเท่านั้นจึงจะหาฤกษ์มงคลเฉพาะชาตาแต่ละคนได้ และฤกษ์นั้นก็จะส่งเสริมให้เจ้าชาตาประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง แก้ไขอุปสรรคในชีวิตได้

ส่วนปฎิทินที่วางขายตามท้องตลาดมีหลายๆเจ้า รับรองว่า ไม่มีวันฤกษ์ดีวันไหนที่ตรงกันเลยสักวัน บางเล่มว่าวันนี้ดี แ่ต่บางเล่มว่าร้าย แล้วท่านจะเชื่อใครดี? และหากไปดูฤกษ์ยามแบบจีน+ไทย ผสมกัน รับรองว่าจะไม่มีวันดีที่ตรงกันเลยแม้สักวัน และหากไปขอฤกษ์จากอาจารย์ท่านไหนแล้วท่านมาแค่เปิดปฎิทินพลิกๆดูแล้วก็ให้ฤกษ์ โดยไม่คำนวณพื้นดวงชาตาเจ้าของงานประกอบด้วยแบบนี้อันตรายที่สุด วิบัติเอาได้ง่ายๆทั้งอาจารย์และผู้ไปขอฤกษ์ เพราะผิดครู ถือว่าอาจารย์ท่านนั้นไม่เป็นเรื่องฤกษ์ยามเลยแม้แต่น้อย


อีกอย่างก็คือเรื่องกาลโยคที่ระบุเอาไว้ในปฎิทินทั่วไปเช่น วันนี้เป็นวันอุบาทว์ วันโลกาวินาสน์ วันธงชัย วันอธิบดี วันกาลิกิณี ฯลฯท่านต้องเข้าใจว่า กาลโยคนี้คำนวณจากยาม ไม่ใช่ว่าวันนี้เป็นวันอุบาทว์ทั้งวันอย่างนี้ไม่ใช่นะครับ มีเป็นบางยามเท่านั้น หรือวันนี้เป็นวันธงชัยทั้งวันก็หาไม่ ก็เป็นบางยาม ดังนั้นวันที่บอกว่าเป็นวันอุบาทว์ วันโลกาวินาสน์ก็สามารถที่จะให้ฤกษ์ที่ดีได้ แต่ในทางกลับกันวันที่เป็นวันธงชัย วันอธิบดีก็ไม่ได้ดีทั้งวัน ก็มีฤกษ์ร้ายในบางยามอยู่เช่นกัน

ส่วนความเชื่อที่ว่าคนเกิดวันศุกร์ห้ามทำการมงคลวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูกัน หรือ คนเกิดวันอังคาร ห้ามทำการมงคลวันอาทิตย์ วันพุธ ห้ามทำการในวันศุกร์ วันพฤหัสบดีห้ามวันจันทร์ อันนี้ไม่ใช่หลักการให้ฤกษ์ทางวิชาโหราศาสตร์ เป็นเพียงวิชาหมอดูที่นำหลักดาวคู่มิตร-ศัตรูทางโหราศาสตร์มาผสมเป็นหลักการให้ฤกษ์ของวิชาหมอดูทั่วไปซึ่งหยาบมากและเป็นอันตรายแก่ผู้ที่เชื่อหลักการนี้ เพราะหากคนเกิดวันศุกร์ไม่ถูกกับวันเสาร์แล้ว แสดงคนเกิดวันศุกร์ก็ต้องโชคร้ายในทุกๆวันเสาร์ คนเกิดวันศุกร์ก็คบกับคนวันเสาร์ไม่ได้ หรือรักกันไม่ได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นความเชื่อที่บิดเบือนหลักโหราศาสตร์อย่างยิ่ง ส่วนมากหมอดูชอบนำไปใช้กัน 

1.ฤกษ์วิชาโหรฯไม่มีฤกษ์เผื่อ เลือก มีเฉพาะฤกษ์ที่ดีที่สุดและสมพงษ์กับเจ้าชาตาที่สุดในช่วงเวลาที่คุณระบุมา เท่านั้น ฉะนั้นให้ระบุมากว้างๆก็จะเป็นการดี

2.ฤกษ์ วิชาโหรฯแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับฤกษ์ของวิชาหมอดูและความเชื่อของชาวบ้าน ทั่วๆไป ทุกวันนี้คนเข้าใจสับสนระหว่างวิชาหมอดูทั่วไปกับวิชาโหรฯ นึกว่าหมอดูก็คือโหรฯ โหรฯก็คือหมอดู อันนี้ไม่ใช่นะครับ และวิชาโหราศาสตร์กับวิชาพยากรณ์ต่างๆก็คนละระบบกัน และก็ไม่ใช่วิชาโหรฯ

3.ใน วิชาโหรเดือนหนึ่งๆมีวันฤกษ์ดีจริงๆเพียง 1-3 วันเท่านั้น หากต้องคำนวนการสมพงษ์กับดวงเจ้าชาตาแล้วบางทีก็เหลือเพียงวันเดียว หรือไม่มีเลย ส่วนวิชาหมอดูจะมีวันฤกษ์ดีมากกว่านี้มาก บางทีมีเป็นสิบกว่าวัน


4.ผลของฤกษ์ยามระบบโหร สามารถตรวจสอบได้โดยวิธีการทางโหราศาสตร์ สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้นับร้อยปีเช่น ดวงเมืองของประเทศไทยหรือดวงเมืองกรุงเทพฯ เราสามารถพยากรณ์เหตุการณ์เป็นไปในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ได้จาก"ดวงฤกษ์"ในการลงเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ และก็เป็นจริงตามนั้น แต่ฤกษ์ยามของหมอดูไม่สามารถตรวจสอบโดยวิธีใดใดได้

5.ฤกษ์ยามกับพิธีกรรม ส่วนในด้านพิธีกรรมต่างๆนั้น ฤกษ์ยามจะเป็นตัวกำหนดพิธีกรรมต่างๆ ให้เกิดขึ้น พิธีกรรมจึงเป็นเพียงตัวแทนของฤกษ์ในเชิงรูปธรรมให้เราจับต้องได้เท่านั้น ไม่ใช่พิธีกรรมเป็นตัวกำหนดฤกษ์ บางครั้งพิธีกรรมอาจจะไม่จำเป็นเสียด้วยซ้ำไป ดังนั้นพิธีกรรมแม้นว่าจะใหญ่โตสักเพียงใด หากขาดซึ่งฤกษ์ยามที่ถูกต้องแล้วพิธีกรรมนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่า ไร้ความหมายและไม่มีผลใดใดทั้งสิ้น

เรี่องฤกษ์ ยามโหรทั้งหลายจึงได้กลัวกันนักกันหนา บางคนเรียนโหรมานานนับสิบๆปีแต่ไม่กล้าให้ฤกษ์ยาม ก็เพราะกลัวว่าถ้าหากผิดพลาดผลั้งเผลอไปก็จะเป็นโทษแก่ตนเอง ไม่เหมือนการพยากรณ์ดวงชาตาหากผิดพลาดผลั้งเผลอก็ยังจะพอทำเนาฉะนั้นผู้ให้ ฤกษ์จะต้องมีคุณธรรมเป็นหลักใหญ่ จะเห็นแก่อามิสสินจ้างใดใดไม่ได้เลย และผู้ที่ให้ฤกษ์ยามได้ก็ต้องศึกษาวิชาโหราศาสตร์มาไม่น้อยกว่า 10 -20ปี จึงพอที่ให้ฤกษ์ให้ยามกันได้

การใช้ฤกษ์ก็คือศาสตร์ในการแก้ไขดวง ชาตาแบบหนึ่ง ก็คือแก้จากร้ายกลายเป็นดี จากดีก็ให้ยิ่งเจริญยิ่งๆขึ้นไป ดังนั้นการขอฤกษ์ทุกคนจะต้องเสียค่าบูชาครู จะมากจะน้อยตามแต่โหรท่านใดเป็นคนกำหนดจำนวนเท่าใดก็ตามแต่ เพราะมิฉะนั้นโหรเองก็ไม่กล้าคำนวนฤกษ์ให้เพราะจะเข้าตัวเอง มีหลายคนชอบขอแบบให้ส่งฤกษ์ไปให้ดูก่อนแล้วจะค่อยจ่ายเงินค่าครู อันนี้แม้แต่ของซื้อของขายคนเขาก็ไม่ทำกันนะครับ สมมุติว่าคุณอยากได้ฤกษ์ดี ให้คุณเจริญก้าวหน้า ร่ำรวย แต่คุณกลับเสียดายค่าครูอันน้อยนิด จะขอต่อรอง หรือไม่อยากที่จะจ่ายก็ถือว่าคุณต้องการเอาเปรียบครูบาอาจารย์ที่จะมาช่วย เหลือคุณ จิตใจแบบนี้ย่อมไม่เป็นมงคลกับตัวคุณเอง

 และ"ค่า บูชาครู"นี้เองที่โหร หมอดู นักพยากรณ์ทุกๆคนจะต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญกุศลอุทิศให้ครูบาอาจารย์ทาง โหราศาสตร์และอุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของตัวคุณเอง และเพื่อช่วยในการขจัดปัดเป่าอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณในอนาคต นี่เป็นกฏเกณฑ์ที่สำคัญของโหร หมอดู และนักพยากรณ์ทุกคนจะต้องถือปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

อันตรายจากการใช้ฤกษ์สะดวก

คำ ว่าฤกษ์สะดวก ก็คือ การไม่ใช้ฤกษ์ยามที่ถูกต้องนั่นเอง หรือไม่ต้องดูฤกษ์ อาจจะเพราะเสียดายเงินค่าครูที่จะต้องจ่าย หรืออาจะเพราะใจเร็วด่วนได้ หรือไม่เชื่อถือฤกษ์ยามเลยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ เชื่อถือไม่ได้ ฯลฯ

บาง คนยอมที่จะจัดงานมงคลสมรสหรืองานมงคลต่างๆด้วยต้นทุนราคาแพงโรงแรมหรูๆ เลี้ยงแขกเหรื่อนับร้อยนับพัน แต่ก็ตระหนี่ไม่ยอมเสียเงินค่าครูดูฤกษ์ เพราะคิดว่าแพง เอาแบบฤกษ์สะดวก ซึ่งง่ายกว่า ตามใจตัวเอง ผลปรากฏว่าหลังจากแต่งแล้วไม่นานก็ต้องเลิกร้างกันไป บางคนเรียกว่าหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ก็มีให้เห็นๆกันอยู่ การที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะไม่ได้ใช้ฤกษ์ หรือใช้ฤกษ์ยามจากผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องฤกษ์จริงๆ ผลก็กลายเป็นวิบัติ ..

ทำไม จึงกล่าวอย่างนั้น ก็เพราะฤกษ์ยามมีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตของคนเราได้จริงอย่างไม่น่าเชื่อ หากนำฤกษ์ของคนที่แต่งแล้วเลิกมาคำนวนทางวิธีการทางโหราศาสตร์ ก็จะพบความจริงว่าผลที่เกิดเลิกร้างกันนั้นมันมาจากฤกษ์ยามที่ไม่เป็นมงคล ที่เรียกว่า"ฤกษ์สะดวก"นั่นแหละ และสามารถพิสูจน์ได้โดยโหรทุกสำนักๆ ไม่เชื่อลองไปสอบถามโหร หรือนักพยากรณ์เหล่านั้นดูได้ทุกๆท่าน

บาง คนก็เชื่อฤกษ์ยามเอาแต่เีพียงว่า "ขอมีฤกษ์ก็พอ ฤกษ์แบบไหนก็ได้" สรุปว่าคนพวกนี้ก็จะไปพลิกดูปฎิทินดูไปดูมา แล้วก็เลือกกันเอาเอง ตามใจชอบหือที่คิดว่าเราสะดวก มันก็คือฤกษ์สะดวกดีๆนี่เอง

หรือ ไม่ก็ถามผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ว่าวันไหนดี คนแก่ก็มักจะบอกว่าวันนี้ดีวันนั้นดี แล้วเราก็เชื่อเพราะเราเห้นท่านเป็นผู้มีอายุ น่าเคารพนับถือ (ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ไม่ใช่โหรหรือเคยศึกษาวิชาโหรมาเลยแม้แต่น้อย) อันนี้ก็อันตรายไม่ต่างจากฤกษ์สะดวก

บาง คนก็เชื่อเรื่องฤกษ์ยามอยู่เหมือนกัน แต่ก็ชอบนึกว่าเหมือนของซื้อขาย ไปเสาะหาคนดูฤกษ์เจ้าไหนราคาถูกกว่ากัน ราคาของอาจารย์คนนั้นแพงกว่าคนนี้ คนนี้ถูกที่สุด เอาคนนี้ดีกว่าเพราะถูกดี อย่างนี้ก็อันตราย เพราะฤกษ์ยามไม่สามารถวัดกันด้วยราคา แต่ครูอาจารย์บางท่านก็สูงมาเป็นหลายๆพันบาท อันนี้เป็นค่าวิชาของท่าน ท่านศึกษามานานนับสิบๆปี ก็อย่าไปต่อรองท่านเลย เพราะเราจะเอาดี เอารวย แต่ไม่ยอมบูชาครู อันนี้ก็ไม่เหมาะ

การขอฤกษ์จากพระสงฆ์

อีก เรื่องก็คือการไปขอฤกษ์จากพระสงฆ์ จริงๆแล้วผมว่าพระสงฆ์ท่านต้องเรียนศึกษาพระธรรมวินัย ท่านมีเวลาน้อยมากที่จะมาศึกษาเรื่องฤกษ์ยาม ถึงแม้ว่าจะมีพุทธานุญาตให้ภิกษุเรียนเรื่องฤกษ์ นักขัตฤกษ์ก็ตาม แต่ก็ไม่มีพุทธานุญาตให้ภิกษุเป็นหมอดูให้ฤกษ์ยามแต่อย่างใด หากภิกษุทำแล้วก็ย่อมเป็นอาบัติ ผิดพระวินัยสิกขาบท นี่เป็นเรื่องที่เราจะต้องรู้เอาไว้ เมื่อเราไปขอฤกษ์จากพระสงฆ์ก็ย่อมทำให้ท่านต้องอาบัติ อันนี้เป็นปาปกรรมของผู้ที่ไปขอฤกษ์จากพระ ส่วนพระสงฆ์ท่านเองก็ต้องมีเมตตาจิตต่อผู้คนเสมอๆ ใครมาขอท่านก็ไม่อยากจะขัด บางครั้งท่านก็จำเป็นต้องให้เพราะญาติโยมรบเร้าเสียเหลือเกิน อันนี้ต้องเข้าใจท่านด้วย อย่าไปรบกวนท่านเหล่านั้นเลย เพราะจะทำให้เป็นปาปกรรมทั้งสองฝ่ายทั้งพระและโยม หากพระสงฆ์ท่านใดอุตตริไปให้ฤกษ์ยามกันเป็นล่ำเป็นสัน เห็นกันอย่างดาษดื่นทั่วไป นั่นก็ผิดวินัยอย่างชัดเจนหรือบางคนเชื่อว่าได้ฤกษ์พระผู้ทรงศีลแล้วก็จะ เป็นมงคลกับตัวเพราะท่านเป็นผู้ทรงศีล ฤกษที่ได้มาจะต้องเป็นฤกษ์ดีเท่านั้น ความเข้าใจอันนี้ผิดพลาดอย่างมหันต์ ผลจะกลับเป็นตรงกันข้ามจากที่เคยเข้าใจมาแต่ก่อน ลองอ่านพระวินัยข้อนี้ดูนะครับแล้วจะเข้าใจ .............

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑
ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

๒. สามัญญผลสูตร
เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู


[๑๑๙] ๖. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพ โดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ให้ฤกษ์อาวาหมงคล ให้ฤกษ์วิวาหมงคล ดูฤกษ์เรียงหมอน ดูฤกษ์หย่าร้าง ดูฤกษ์เก็บทรัพย์ ดูฤกษ์จ่ายทรัพย์ ดูโชคดี ดูเคราะห์ร้าย ให้ยาผดุงครรภ์ ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง ร่ายมนต์ให้คางแข็ง ร่ายมนต์ให้มือสั่น ร่ายมนต์ไม่ให้หูได้ยินเสียง เป็นหมอทรงกระจก เป็นหมอทรงหญิงสาว เป็นหมอทรงเจ้า บวงสรวงพระอาทิตย์ บวงสรวงท้าวมหาพรหมร่ายมนต์พ่นไฟ ทำพิธีเชิญขวัญ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.

 **อธิบายคำว่าติรัจฉานวิชา อีก นิดหนึ่งนะครับคำๆนี้ไม่ใช่เป็นด่านะครับ ตามรูปศัพท์แปลว่าวิชาอันเป็นไปในแนวขวาง ก็คือการขัดขวางในการปฎิบัติธรรม และการบรรลุธรรม คำๆนี้ใช้สำหรับนักบวชเท่านั้น เพราะเป็นปกติอยู่เองที่นักบวชจะต้องปฎิบัติตนในการละกิเลสเพื่อมุ่งสูความ หลุดพ้นอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีหน้าที่หรือกิจอย่างอื่นที่จะต้องทำเหมือนชาวบ้าน หากนักบวชไปเรียนวิชาทางโลกเช่น จัดดอกไม้ ทำกับข้าว ทำเสริมสวย ช่างยนต์ ช่างก่อสร้าง ฯลฯ นี่ก็เป็น ติรัจฉานวิชา สำหรับนักบวช แต่สำหรับผู้ครองเรือน ท่านเรียกว่า "สัมมาอาชีพ" นะครับ โปรดเข้าใจว่าวิชาโหรไม่ใช่ ติรัจฉานวิชา นะครับ แต่เป็น"สัมมาชีพ" อย่างหนึ่งของผู้ครองเรือน


หลายคนคนเข้าใจว่าการขอฤกษ์ไม่น่า จะยาก เพราะเคยเห็นพระหรือหมอดูบางท่านเปิดปฎิทินพลิกไปพลิกมาก็ให้ฤกษ์ได้แล้ว อันนั้นไม่ใช่ฤกษ์ของระบบโหรฯ เป็นฤกษ์ของระบบหมอดูซึ่งให้ผลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงอยากจะฝากไว้ให้รับรู้กันด้วยนะครับ

และที่ต้องระวังก็คือการใช้ฤกษ์ที่ได้มาจาก

1."บุคคล ที่ไม่มีความรู้ทางวิชาโหราศาสตร์" และไม่มีประสบการณ์เพียงพอ แต่รู้วิชาหมอดูซึ่ง ผู้ที่จะให้ฤกษ์ยามระบบนี้กันได้มีเฉพาะผู้ที่ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทย และ/หรือโหราศาสตร์ภารตะอินเดียเท่านั้น เพราะวิชานี้มีประสบการณ์การสืบทอดมามากกว่า 6000 ปี มีการตรวจสอบสอบทานหลักวิชามาโดยตลอด

ส่วน วิชาโหราศาสตร์สากล หรือโหรตะวันตก อันนี้ผมก็ไม่รับรอง แต่อาจจะให้วันดีวันมงคลที่สมพงษ์แก่เจ้าชะตาได้บ้าง แต่ก็ไม่มีหลักวิชาที่ให้ฤกษ์ที่เป็นระบบ

วิชาโหราศาสตร์ยูเรเนียน อันนี้มีประวิติเพิ่งเกิดมาเพียง 100 กว่าปี ปูมโหรที่บันทึกไว้ไม่เพียงพอไม่น่าจะสามารถให้ฤกษ์ยามได้ แต่ อาจจะให้วันดีวันมงคลที่สมพงษ์กับเจ้าชะตาได้บ้างแต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ถูกต้องเพราะมีปูมโหรเพียง100 ปี แต่โหราศาสตร์ภารตะมีมานานกว่า 6000 ปี

โหราศาสตร์จีนที่ให้ฤกษ์ยามได้ดีเทียบ เท่ากับโหราศาสตร์ไทยนั้นก็คือ"หลักวิชาชีเจิ้งซื้ออวี"七政四餘 หรือกว๋อเล่าซิงจง ﹐果老星宗เท่า นั้น ที่มีการคำนวนด้วยระบบดาราศาสตร์และ ระบบ 28 นักษัตรและใช้คัมภีร์แม่บทของอินเดียโบราณผสมผสานกับหลักวิชาของลัทธิเต๋า ซึ่งในเมืองไทยไม่มีใครได้รับการสืบทอดวิชานี้หรืออาจจะมีบ้างแต่ไม่ได้เผย แพร่กันอย่างแพร่หลาย เหมือนโป๊ยยี่  ส่วนวิชาโป๊ยยี่สี่เถียวก็จะเทียบเท่าวิชาเลข7ตัว9ฐานของไทย ความละเอียดในเรื่องการให้ฤกษ์ยามก็จะลดหลั่นกันลงไป
ส่วนวิชาหมอดูวิชาอื่นๆก็อาจให้วันดีและวันมงคลได้เท่านั้น "แต่ไม่สามารถให้ฤกษ์ยามได้ หรือวันที่สมพงษ์กับดวงชาตาใดใดได้"

2.ร่างทรงต่างๆ อ้างว่ารู้ฤกษ์ยามได้จากญาณทิพย์ อันนี้ตรวจสอบได้ยาก และส่วนมากก็ไม่ถูกต้อง ในคัมภีร์กล่าวว่า วิชาโหรฯเป็นวิชามาจากพระเวท ของพราหมณ์ ซึ่งได้รับการประทานมาจากพระพรหม ลงสู่โลกมนุษย์(ให้กับพราหมณ์) เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ได้รับผลดีจากพลังงานจากจักรวาล และเทพส่วนมากเองก็ไม่รู้อะไรไปทั้งหมด และก็ไม่ต้องไปกล่าวถึงพวกสัมภเวสีต่างๆที่มาแฝงร่างมนุษย์ แม้แต่ในพระสูตรก็กล่าวไว้ดังนี้ .........

จากอรรถกถา มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร
"นิมิต ทั้งหลายมีลูกอุกกาบาตตก แผ่นดินไหว และจันทรคราสเป็นต้น จะปรากฏเฉพาะผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ในโลก เช่นพระราชา อำมาตย์ชั้นผู้ใหญ่เป็นต้นเท่านั้น ไม่ปรากฏแก่สามัญชนทั่วไปฉันใด บุพนิมิต ๕ ก็ฉันนั้นจะปรากฏเฉพาะเหล่าเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่เท่านั้น ไม่ปรากฏแก่เทพทั่วไป. ก็ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย โหรเป็นต้นเท่านั้น จึงจะรู้บุพนิมิตทั้งหลาย คนทั่วไปไม่รู้ฉันใด หมู่เทพทั้งหลายก็ฉันนั้น เทพทั่วไปแม้เหล่านั้นย่อมไม่รู้ จะรู้ก็เฉพาะเทพที่ฉลาดเท่านั้น".

3.ปฎิทินแขวนที่จำหน่ายหรือแจกในท้องตลาดแล้วมีบรรยายว่าวันนี้ดีวันนั้นไม่ดี หรือวันนี้วันธงไชย ฯลฯ อันนี้ก็หยาบมากเกินไป และก็ใช้เป็นหลักในการคำนวนฤกษ์ยามไม่ได้ และไม่สามารถคำนวนว่าสมพงษ์กับเจ้าชาตาหรือไม่ อีกทั้งคำนวนด้วยดิถีตลาดทำให้คลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงทางดาราศาสตร์ ลองซื้อปฏิทินมาหลายเจ้าแล้วลองมาตรวจดูจะพบว่าวันดีวันร้ายไม่ตรงกันสักเจ้า แล้วเราจะเอาอะไรเป็นมาตรฐาน

4.ปฎิทินโหราศาสตร์ไทยประจำปี อันนี้ก็ต้องดูให้ละเอียดมีหลายเจ้า หลายสำนัก เพราะโหรบ้านเราคำนวนกันคนละระบบปฎิทิน มีความแตกต่างคลาดเคลื่อนกันเป็นจำนวนมาก และคำนวนไม่ตรงกับความเป็นจริงทางดาราศาสตร์บนท้องฟ้า ผิดฤกษ์ ผิดดิถี ฯลฯ ก็เห็นกันบ่อยๆ บางปีทำเอาเสียกันทั้งระบบ คำนวนวันเข้าพรรษาผิดไป 1 วันทำเอาพระสงฆ์ศีลวิบัติกันทั้งประเทศ หากไม่เชื่อลองอ่านบทความนี้ครับ...ปฎิทินคลาดเคลื่อนใครผิดใครถูก?

 

ความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องฤกษ์ยาม

ปัจจุบันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป การเคร่งครับในขนบประเพณีโบราณที่เกี่ยวข้องกับฤกษ์ยามเริ่มที่จะสูญหายไป เรื่อยๆ อีกทั้งผู้คนทั้งหลายขาดความเชื่อถือในเรื่องฤกษ์ยามว่าเป็นเรื่องมงาย ไร้สาระและเหลวไหล ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ และไม่เกิดผลดีตามที่กล่าวอ้าง ฯลฯ ก็เลยไปใช้ฤกษ์สะดวกกันเอาเอง ทั้งนี้ก็เพราะสาเหตุดังนี้

1.คนทั่วไปมักเข้าใจสับสนว่าฤกษ์ยามของหมดดูต่างๆนั้นเป็นสิ่งเดียวกันหรือระบบเดียวกันทั้งหมด ไปหาหมอดูที่ไหนก็ได้ฤกษ์เหมือนกัน

2.ไม่เข้าใจว่าฤกษ์ยามมีการแบ่งสายวิชา คือ

2.1ฤกษ์ยามของชาวบ้าน เช่น อาจารย์ แต่ละท้องถิ่น แต่ละหมู่บ้านรับสืบทอดวิชากันมาตามสายบรรพบุรุษ หรือใช้ตำราพรหมชาติเป็นหลักในการให้ฤกษ์ ซึ่งไม่น่าเชื่อมากนัก

2.2ฤกษ์ยามของหมอดู เป็นหลักวิชาของครูอาจารย์แต่ละสำนัก เช่นวิชาเลข 7ตัว 9 ฐาน วิชาดวงพม่า ดวงมอญ หรือวิชาหมอดูสายอื่นๆ แบบที่ 2.1 และ 2.2 ส่วนมากจะอาศัยการคำนวณจากเดือน อ้าย ยี่ สาม สี่ หรือ วันขึ้นแรม เช่น ขึ้น 1 ค่ำแรม 2 ค่ำ ปีเกิด เช่น ชวดฉลูขาล ฯลฯ ชง ฮะ วันเกิด เช่น วันอาทิตย์ จันทร์ เป็นหลักในการคำนวณ ซึ่งได้ผลดีบ้างไม่ได้ผลดีบ้าง เพราะหลักวิชายังค่อนข้างหยาบ จึงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวของครูอาจารย์ท่านนั้นๆ จึงจะสามารถให้ฤกษ์ยามที่ดีและถูกต้องได้ ไม่ใช่ว่าใครใช้วิชาเดียวกันและจะสามารถให้ฤกษ์ยามได้เหมือนกัน

2.3และฤกษ์ยามของโหรฯ เป็นวิชาที่ได้รับการสืบทอดมาจากวิชาโหราศาสตร์อินเดียโบราณมานับพันๆปี แม้ทุกวันนี้ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมาพัฒนาเป็นวิชาโหราศาสตร์ไทย สิบลัคนา โหราศาสตร์อื่นๆที่ใช้หลักการคำนวณทางดาราศาสตร์ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้อาศัยหลักปรัชญา หลักศาสนาและดาราศาสตร์ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยได้รับการยอมรับจากราชสำนักและบุคคลชั้นสูง มีหลักการที่เป็นหนึ่งเดียวกันแทบจะทั้งหมด มีการคำนวณด้วยหลักวิชาทางคณิตศาสตร์ชั้นสูง ใช้ ตรีโกณมิติ Sin Cos tanมาตั้งแต่ 5000 ปีที่แล้ว การคำนวณการโคจรของโลกและดาวเคราะห์(Planet) ที่ถูกต้องใกล้เคียงกับการคำนวณทางดาราศาสตร์ปัจจุบันมาตั้งแต่โบราณมาจน ปัจจุบัน และพลังงานรังสีต่างๆที่ส่งอิทธิพลมายังโลก มีการคำนวณพลังงานของดาวฤกษ์ต่างๆทั้ง 27 กลุ่ม(Fixed Star)ที่อยู่รายล้อมสุริยะจักรวาล ว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตและโชคชะตาของมนุษย์อย่างไร มีการคำนวณการเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เช่นการเกิดคราส ได้ถูกต้องแม่ยำมาตั้งแต่ 5000 ปีที่แล้ว แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ก็ยังทรงใช้หลักวิชาทางโหราศาสตร์ และดาราศาสตร์สมัยใหม่มาคำนวณปรากฎการณ์การเกิดสุริยุปราคาที่หว้ากอ เป็นหลักวิชาที่ได้ผลดีที่สุดและละเอียดที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าช่วงนั้น มีฤกษ์ดีที่ให้ผลดีได้กี่เปอร์เซ็นต์ และสมพงษ์เจ้าชะตากี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะให้ได้ดี 100 เปอร์เซ็นต์ตามหลักวิชานั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้ 50 เปอร์เซ็นต์ตามหลักวิชาก็ถือว่าได้ผลดีมากมายมหาศาลแล้ว บางครั้งต้องหาฤกษ์ล่วงหน้านานนับเดือนนับปี เช่นการวางฤกษ์ดวงเมืองกรุงเทพฯ ใช้พราหมณ์ ที่เชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์ 8 ท่านช่วยกันคำนวณผูกดวงฤกษ์ไว้ล่วงหน้าก่อนถึง 3 ปี ถึงทำให้ประเทศรอดจากการครอบครองของมหาอำนาจมาได้และรักษาอธิปไตยมาได้เพียง ประเทศเดียวในเอเชีย แม้กระนั้นก็ยังต้องเสียดินแดนบางส่วนไป ส่วนวิชานี้ใช้หลักการเดียวกันเกือบจะทั้งหมด และไม่ว่าใครหากได้เรียนทฤษฎีและมีประสบการณ์มากเพียงพอแล้วก็จะสามารถให้ ฤกษ์ยามได้ ถูกต้องใกล้เคียงกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก ซึ่งทางผมได้ใช้หลักวิชานี้ในการให้ฤกษ์ยาม

2.4ฤกษ์ยามที่เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้านทั่ว ไปที่สืบต่อกันมาตามแต่ละท้องถิ่นโดยไม่มีหลักวิชาใดใดมาอ้างอิง เช่น ทำการมงคลต้องทำข้างขึ้นเท่านั้น ข้างแรมไม่ได้ จะต้องวันที่ 9 เท่านั้น วันที่ 4 ไม่ได้ เพราะเลขไม่ดี หรือต้อง 9 โมง 9นาที หรือเกิดวันอังคารก็ต้องทำการมงคลในศุกร์วันเป็นต้น ซึ่งหลักนี้นับว่าไม่น่าเชื่อถือมากที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักวิชาใดใดมารองรับ

3.ไม่เข้าใจว่าวิชาการพยากรณ์ ยังแบ่งเป็น

3.1 ภาคคำนวณ สำหรับคำนวณดวงชาตาตามหลักวิชา การทำปฎิทินต่างๆ การคำนวณวันขึ้นแรม วันเถลิงศก ฯลฯ

3.2 ภาคพยากรณ์ สำหรับการพยากรณ์ดวงชาตาว่าดีร้ายๆต่างๆ

3.3 ภาคการให้ฤกษ์ สำหรับการให้ฤกษ์ยามมงคลแก้ไขดวงชาตา และความเจริญรุ่งเรืองไปในภายภาคหน้า ใช้สำหรับกิจการสำคัญๆ เช่นการสร้างบ้าน สร้างเมือง การแต่งงาน ฯลฯ

ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้เป็นคนละอย่างกัน และภาคการให้ฤกษ์ยากและละเอียดที่สุด แต่มักมีเข้าใจผิดว่าหมอดูคนไหนทายแม่น การให้ฤกษ์ยามก็จะถูกต้องแม่นยำไปด้วย สรุปว่าฤกษ์ยามที่คนทั่วไปทุกวันนี้ยังเข้าใจสับสนและใช้กันไม่ถูกต้อง เมื่อมีการเข้าใจผิดอย่างนี้ การใช้ฤกษ์ก็มีความผิดพลาดอย่างมากมายมหาศาล ก่อให้เกิดผลร้ายและวิบัติตามติดกันมา จนผู้คนหมดความเชื่อถือในเรื่องของฤกษ์ยามว่าไม่เป็นความจริง

หากสงสัยเรื่องฤกษ์ยาม กรุณาอ่านบทความนี้ครับ กฏเกณฑ์การให้ฤกษ์

ข้อควรระวัง-การทำลายผลของฤกษ์ยาม

ในการคำนวณฤกษ์ยามมงคลชั้นสูงนั้น จะต้องคำนวณทั้งฤกษ์ฟ้า (นภดล หรือฤกษ์บน) + ฤกษ์ดิน (ภูมิดล หรือ ฤกษ์ล่าง)+ ฤกษ์คน หรือดวงชาตาของคน รวมทั้งสามอย่างให้สมพงศ์กันจึงจะได้ผลสมบูรณ์ที่สุด แต่อย่างไรก็ตามฤกษ์ยามในเริ่มแรกก็เหมือนเด็กเกิดใหม่ เหมือนกับหน่ออ่อนของต้นไม้ที่จะกำลังเจริญเติบโต ดังนั้นผลของฤกษ์ยามก็ต้องรอเวลาให้ผลิดอกออกผลเช่นกัน ไม่ใช่ว่าได้ฤกษ์ดีแล้วจะต้องได้ดีในทันทีทันใดเดี๋ยวนั้นทั้งหมด

ในการนำฤกษ์ยามไปใช้ในแต่ละครั้ง ก็จะต้องเข้าใจว่าในขณะนั้น พลังงานบนฟ้าและดินกำลังจะผสานกับพลังในร่างกายของเรา เพื่อส่งเสริมหรือแก้ไขสิ่งไม่ดีต่าง ๆของดวงชาตาซึ่งในตอนนี้ถือว่าสำคัญมากที่สุดและเป็นหัวใจของฤกษ์ยาม ส่วนโหรฯก็จะกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดเอาไว้ให้ (เวลาปฐมฤกษ์และปัจฉิมฤกษ์) เพื่อท่านผู้ที่ใช้ฤกษ์จะต้องสำรวมระวัง ตั้งอกตั้งใจ ตั้งจิตอธิฐานขอให้มีสิ่งดี ๆเกิดขึ้นกับเราตามความมุ่งหมายของฤกษ์ชนิดนั้น ๆ  แต่หากในขณะนั้นเราเกิดอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด โมโห ทะเลาะกับคนอื่น ไม่พอใจ ฯลฯ  ก็จะทำให้พลังงานของฤกษ์ฟ้า+ฤกษ์ดินไม่สามารถเข้ามาผสานกับดวงชาตาของเราได้ ทำให้ใช้ฤกษ์ยามไม่ได้ผลและเป็นการทำลายผลของฤกษ์ยามมงคลนั้นให้เสียไป  ดังนั้นก็ต้องระวังให้มาก

หากมีเจ้ากรรมนายเวรมาขัดขวางไม่ให้เราใช้ฤกษ์ชั้นสูงนี้ ก็มักจะแฝงตัวมากับคนที่รู้จักแล้วทักว่าวันนี้ไม่ดีนะ จนเราเกิดความสงสัยว่าฤกษ์ที่ได้มานี้ดีจริงหรือไม่ อันความสงสัยนี้เองก็จะทำให้จิตเราสบสัน ซัดส่ายขณะทำพิธีตามฤกษ์จนให้พลังของฤกษ์ยามไม่สามารถผสานพลังกับตัวเราได้อย่างสมบูรณ์ หรือบางรายโดนทักก็ยกเลิกไป แล้วไปหาฤกษ์ในระบบอื่น ๆ ซึ่งเป็นฤกษ์ชั้นสองหรือชั้นสาม (ซึ่งมักจะไม่โดนทัก)

และอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำลายผลของฤกษ์ยามได้มากเช่นเดียวกันก็คือ ดวงชาตา วาสนา โชคเคราะห์ของคนที่อยู่ใกล้ๆกับตัวเราในขณะใช้ฤกษ์ยามนั้น ดวงชาตาของคนไม่ดีที่อยู่ใกล้ๆก็จะส่งผลทำลายฤกษ์ยามมงคลของเราได้อย่างรุนแรงเช่นกัน เพราะตอนนั้นเป็นการผสานพลังงานของฤกษ์ยามของฟ้าดิน หากมีคนอื่น ๆอยู่ใกล้ๆก็จะส่งพลังแทรกเข้ามาสู่ตัวเราได้ง่าย  หากเป็นคนดวงไม่ดีมาอยู่ใกล้ๆแล้วก็ยิ่งต้องถอยห่าง  คนจีนมักจะเรียกว่าดวงชง ก็คือความหมายนี้ 

ตัวอย่างเช่น วันนี้ท่านจะไปออกรถใหม่ แต่ท่านนำเพื่อนที่เคยประสบอุบัติเหตุ หรือมีดวงอุบัติเหตุไปร่วมออกรถใหม่ด้วย รถของท่านก็อาจจะต้องประสบอุบัติเหตุตามดวงของเพื่อนด้วย  หรือคนเคยติดคุก ติดตะราง เคยล้มเหลวในชีวิต(ยังไม่พื้นตัว) คนมีคดีความ คนดวงแตก แม่หม้าย พ่อหม้าย คนพิการ คนบ้านแตก คนอกตัญญู คนไร้ศีลธรรม ฯลฯ ก็ถือว่าเป็นดวงทำลายผลของฤกษ์มงคลทั้งสิ้น  ดังนั้นก็ต้องสำรวจตรวจตราให้รอบคอบไม่ควรให้มาใกล้ตัวเรามากจนเกินไปหรือมาเป็นประธานในการทำพิธีมงคลต่าง ๆ  แต่ถ้ามาเป็นแขกโบราณท่านไม่ห้าม

แต่ในทางกลับกัน หากเราได้คนดี มีศีลธรรม มียศศักดิ์ มีตำแหน่ง มีฐานะ มาร่วมทำพิธีในการมงคลต่าง ๆของเรา ก็จะยิ่งเป็นการเสริมดวง เสริมบารมีของเราให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป  สมัยโบราณถือกันมากโดยเฉพาะพิธีแต่งงาน  ซึ่งคนที่จะมาสวมมงคลให้กับคู่บ่าวสาวนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มียศศักดิ์ มีฐานะ มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกหลานดี ก็จะถือว่าจะช่วยเสริมมงคลให้กับคู่บ่าวสาวมากยิ่งขึ้น

 

9.คำถามเรื่องฤกษ์ยาม

1.ถาม การจัดงานมงคล เช่น สมรส ขึ้นบ้านใหม่ ยกเสาเอก ฯลฯ ห้ามจัดในช่วงเข้าพรรษา ต้องออกพรรษาก่อน ใช่หรือไม่

ตอบ อันนี้เป็นธรรมเนียมชาวบ้านในสมัยก่อนครับไม่เกี่ยวกับฤกษ์ยาม การคมนาคมไม่สะดวกเพราะพระสงฆ์จะเดินทางไปประกอบศาสนกิจ หรือไปสวดมนต์ขึ้นบ้าน งานแต่ง ฯลฯ ในระยะทางไกลๆ ต้องข้ามวันข้ามคืน หรือไปแล้วกลับวัดไม่ทัน ในช่วงเข้าพรรษานั้น ผิดวินัยสงฆ์ครับ ก็เลยห้ามจัดงานในช่วงเข้าพรรษา ส่วนชาวบ้านเองก็จะได้ทำทำงานปลูกข้าว ทำไร่ไถนากันได้เต็มที่ และก็ไม่ต้องเดินทางไปช่วยงานมงคลของญาติพี่น้องที่อยู่ไกลๆ หากไปเสียหลายๆวัน ข้าวกล้าในนาก็จะเสียหาย

2.เวลาฤกษ์จะต้องตกเลข 9 จึงจะเป็นมงคล ใช่หรือไม่

ตอบ ไม่เกี่ยวกับฤกษ์ยามครับ เป็นเพียงความเชื่อ

3.วันทำการมงคลต้องเป็นวันพฤหัสบดีเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ ไม่จำเป็น เพราะบางปีวันพฤหัสกลายเป็นวันโลกาวินาศก็ทำการมงคลใดใดไม่ได้ ต้องดูอย่างอื่นประกอบอีกมาก

4.เกิดวันจันทร์ห้ามทำการวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีวันเกิด ใช่หรือไม่

ตอบ อันนี้เป็นทักษาที่หมอดูชอบใช้กัน โหราศาสตร์ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง นัยว่าใช้ประกอบการพิจารณาเล็กๆน้อย ไม่สำคัญ ซึ่งหลักวิชาโหรมีกลวิธีวางฤกษ์ในการสลายผลร้ายต่างๆของทักษาได้อยู่แล้ว

5. เกิดวันอังคารต้องทำการมงคลวันศุกร์ที่เป็นคู่มิตรกันเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นหลัก ดาวคู่มิตร-ศัตรูของวิชาหมอดูครับ วิชาโหรไม่เน้นหลักนี้เลย

6.ห้ามทำการมงคลวันดาวร้าย เช่า เสาร์ อังคาร ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นหลักทั่วไปของโหรและหมอดู แต่วิชาโหรสามารถใช้ฤกษ์ของจันทร์ในการสลายผลร้ายของวันเสาร์-อังคารได้

7.ทำการมงคลต้องใช้ข้างขึ้นเท่านั้น ห้ามใช้ข้างแรม ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้าน เพราะข้างขึ้น-ข้างแรม ล้วนมีวันดีและไม่ดีสลับกันไป

8.ทำการมงคลต้องทำก่อนเที่ยงเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้าน ต้องต้องทำก่อนพระฉันเพล เพื่อที่จะได้ถวายเพลพระไปด้วยจะได้เป็นกุศล ไม่เกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์

9.ปีชง ห้ามทำการมงคลในปีนี้ ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นวิชาหมอดูแบบจีนซึ่งการดูแค่ปีชงหยาบเกินไป เพราะยังมีวัน ชง เวลา ชง เดือนชงอีก ฉะนั้นปีชงสามารถทำการมงคลได้ เพียงต้องตรวจดู เดือน วัน เวลา ประกอบด้วย อีกทั้งการนับปีนักษัตร เช่น ปีชวด ฉลูของไทย กับจีน นับต่างกัน ของไทยเริ่มนับใหม่ในช่วง สงกรานต์ และ/หรือ วันเถลิงศก และ/หรือ เดือน 1 ไทย และ/หรือ เดือน 5 แล้วแต่ครูอาจารย์บางสำนัก ส่วนของจีนนับจากสารทลิบชุน (ใกล้ๆตรุษจีน)

10.วันสำคัญๆเป็นวันดีวันมงคลด้วยหรือไม่ เช่นวันสงกรานต์ วันเกิดตัวเอง วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อ ไม่เกี่ยวกับวิชาโหรฯใดใดๆ อีกทั้งวันเหล่านั้นบางบีก็มีดีและไม่ดี

11.การออกรถใหม่ต้องดูสีรถ เลขทะเบียนที่ถูกโฉลกหรือไม่

ตอบ ตามหลักวิชาโหร เรื่องสี และเรื่องตัวเลข มีผลน้อยมาก ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ การให้ผลดีร้ายนั้นมากจากดวงฤกษ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสีและอื่นๆมีผลน้อยมาก แต่วิชาหมอดูมักจะถือว่าเรื่อสีและตัวเลขเป็นเรื่องใหญ่ เพราะวิชาหมอดูคำนวนฤกษ์โดยใช้หลักดาราศาสตร์ไม่ได้ วางลัคนาไม่ได้ หากเราจะดูว่าสีไหนถูกโฉลก ก็คือสีที่เราชอบนั่นเอง เช่นคุณชอบสีขาวแต่เกลียดสีดำ ผมบอกว่าคุณต้องใช้รถสีดำเท่านั้นจึงจะถูกโฉลกห้ามใช้สีขาว คุณก็ขับไปทุกข์ไป อย่างนี้จะเรียกว่าถูกโฉลกได้อย่างไร

รวมคำถามตอบเรื่องฤกษ์ยามจะมีอัพเดทเรื่อยๆนะครับ โดยผมจะทำเป็นลิงค์ไว้ที่นี่ครับ คลิ๊กเลย

หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวณกำลังดาวเคราะห์และเรือนชาตาโดยคลิ๊กที่นี่


12.หากฤกษ์ที่ได้ไปมีคนชอบทักว่าวันนี้ไม่ดี วันนั้นดีกว่า หรือเช่นว่าทำเอาเอาวันข้างแรมไม่เอาข้างขึ้น ทำไมเอาเดือนคี่ไม่เอาเดือนคู่ ทำไมเอาวันเป็นคู่ศัตรูกัน ทำไมเอาวันเป็นกาลกินีกับวันเกิด ทำไมเอาวันเสาร์-อังคาร ทำไมเอาวันโลกาวินาศ และทำไมไปทำพิธีตอนเย็น ไม่ทำตอนเช้า ให้อ่านบทความนี้ครับ “คำถามสำหรับคนชอบทักว่าฤกษ์ไม่ดี”
13.หากสงสัยเรื่องฤกษ์ยามของวิชาโหรพรามณ์หรือโหรหลวง ว่าคำนวณมาได้อย่างไร ใช้วิธีอะไรในการคำนวณ และแต่งต่างจากฤกษ์ชาวบ้านอย่างไร กรุณาอ่านบทความ”กฏเกณฑ์การให้ฤกษ์”นี้ครับ
 
14. รวมคำถามตอบเรื่องฤกษ์ยามจะมีอัพเดทเรื่อยๆนะครับ โดยผมจะทำเป็นลิงค์ไว้ที่นี่ครับ คลิ๊กเลย
15.หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวนกำลังดาวเคาระห์และเรือนชาตาโดย คลิ๊กที่นี่
16.เรื่องที่คนทั่วไปไม่เคยรู้ “วิชาโหร”กับ “วิชาหมอดู” ไม่ใช่วิชาเดี่ยวกัน และต่างกันมากราวฟ้ากับดิน หากต้องการรู้ว่าต่างกันอย่างไร กรุณาอ่านบทความนี้ครับ ความแตกต่างของวิชาโหรกับวิชาหมอดู”
17.เรื่องที่คนทั่วไปไม่เคยรู้  วันอุบาทว์ วันโลกาวินาศ ทำการมงคลไม่ได้จริงหรือ ? ต้องการหาคำตอบคลิ๊กที่นี่
Banner%20%20ajan