บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) บทที่ 24 เจ้าเรือนที่ 10 (กรรมะ) สถิตในเรือนต่างๆ
- รายละเอียด
- หมวด: 2.บทเรียน โหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) ขั้นพื้นฐาน
- จำนวนผู้อ่าน: 89

บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) บทที่ 24 เจ้าเรือนที่ 10 (กรรมะ) สถิตในเรือนต่างๆ
ภพที่ 10 หรือ "กัมมะ" หรือจุดจอมฟ้า (Medium Coeli - MC) ถือเป็นภพที่มีความสำคัญมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากลัคนา ภพที่ 10 นี้ ควบคุมดูแลเรื่อง "หน้าที่การงานและวิชาชีพ" ซึ่งถือเป็นมิติที่สำคัญยิ่งในชีวิตของคนเรา บุคคลใดจะประสบความสำเร็จเจริญก้าวหน้าในแวดวงการทำงานและการประกอบอาชีพได้มากน้อยเพียงใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของ "ภพที่ 10" และ "ดาวเจ้าเรือนที่ 10" (กรรมะธิปติ) เป็นสำคัญ
หากดาวเจ้าเรือนที่ 10 ได้ตำแหน่งเสื่อม (เช่น เป็นนิจ ) หรืออ่อนกำลัง ชีวิตการทำงานของเจ้าชะตาย่อมจะต้องพบกับความยากลำบากและอุปสรรคขวากหนาม แต่ในทางตรงกันข้าม หากดาวเจ้าเรือนที่ 10 ทรงพลังอำนาจเข้มแข็ง นั่นย่อมเป็นประจักษ์พยานที่บ่งชี้ถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในหน้าที่การงานอย่างแน่นอน ภพที่ 10 (กัมมะ) คือจุดสูงสุดของดวงชะตา (Zenith) เปรียบเสมือนเวลาเที่ยงวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงหัวสว่างจ้าที่สุด ดังนั้นภพนี้จึงไม่ได้หมายถึงแค่อาชีพรับจ้างทำเงินเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึง "เกียรติยศ ชื่อเสียง สถานะทางสังคม และกรรม (การกระทำ) ที่เราสร้างไว้ให้โลกจดจำ" ด้วย
อ่านเพิ่มเติม: บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) บทที่ 24 เจ้าเรือนที่ 10 (กรรมะ) สถิตในเรือนต่างๆ
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ) บทที่ 23 เจ้าเรือนที่ 9 (ศุภะ) สถิตในเรือนต่างๆ
- รายละเอียด
- หมวด: 2.บทเรียน โหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) ขั้นพื้นฐาน
- จำนวนผู้อ่าน: 204

บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ) บทที่ 23 เจ้าเรือนที่ 9 (ศุภะ) สถิตในเรือนต่างๆ
ภพที่ 9 หรือที่เราเรียกกันว่า "ภพศุภะ" นั้น ถือเป็นภพที่สำคัญที่สุดในดวงชะตา เพราะภพนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเรื่องราวของ "โชคลาภวาสนา" หรือ "ภาคยะ" โดยตรง นิยามความหมายของคำว่า "โชค" หรือ "วาสนา" นี้ ตามคติความเชื่อโบราณนั้นกล่าวไว้ว่า มนุษย์เราจำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ 1.สุขภาพที่ดี 2.ทรัพย์สินเงินทอง 3.สติปัญญา เมื่อใดก็ตามที่ทั้ง 3 สิ่งนี้ ดำรงอยู่อย่าง "สมดุล" ในชีวิตของบุคคลนั้น... นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่า "โชคลาภวาสนาอันสมบูรณ์" ในทางโหราศาสตร์ภารตะ ภพที่ 9 นี้ยังหมายถึง "ปูรพปุญญะ" หรือบุญกุศลที่ได้สั่งสมมาแต่อดีตชาติอีกด้วยครับ ดังนั้นการที่ใครจะ "โชคดี" ตามความหมายข้างต้น จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลแห่งกรรมดี ที่เจ้าชะตาได้กระทำมานั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม: บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ) บทที่ 23 เจ้าเรือนที่ 9 (ศุภะ) สถิตในเรือนต่างๆ
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) บทที่ 19 ดาวเจ้าเรือนที่ 5 (ปุตตะ) สถิตในเรือนต่างๆ
- รายละเอียด
- หมวด: 2.บทเรียน โหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) ขั้นพื้นฐาน
- จำนวนผู้อ่าน: 968

บทเรียนที่ 19 ดาวเจ้าเรือนที่ 5 (ปุตตะ) สถิตในเรือนต่างๆ
ว่าด้วยเรื่องเรือนที่ 5 ในโหราศาสตร์ฮินดู-ภารตะ ความหมายหลัก เรือนที่ 5 เป็นตัวแทนของ บุตรบริวาร และ บุญวาสนาบารมี หรือบุญเก่าที่สั่งสมมา และระดับ สติปัญญา (I.Q.) ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเรือนที่ 5 นี้เช่นกัน เมื่อเจ้าเรือนปุตตะ(ดาวเจ้าเรือนที่ 5) ไปสถิตอยู่ใน ราศีที่เจ้าราศีเป็นดาวศุภเคราะห์ จะส่งผลให้เจ้าชะตาเป็นผู้ที่ เฉลียวฉลาด และเปี่ยมไปด้วย คุณธรรมความดีงาม แต่ในทางกลับกัน หากดาวเจ้าเรือนที่ 5 อ่อนกำลัง หรือไปสถิตอยู่ในเจ้าราศีเป็นดาวบาปเคราะห์ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาในทิศทางตรงกันข้าม คืออาจมีปัญหาเรื่องบุตร หรือสติปัญญา
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) บทที่ 20 ดาวเจ้าเรือนที่ 6 (อริ) สถิตในเรือนต่างๆ
- รายละเอียด
- หมวด: 2.บทเรียน โหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) ขั้นพื้นฐาน
- จำนวนผู้อ่าน: 865

บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) บทที่ 20 ดาวเจ้าเรือนที่ 6 (อริ) สถิตในเรือนต่างๆ
ว่าด้วยเรื่องเรือนที่ 6 ในโหราศาสตร์ฮินดู-ภารตะ
ความหมายหลัก เรือนที่ 6 เป็นตัวแทนของ ศัตรู และ โรคภัย นี่คือภพเรือนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะศัตรูสามารถทำลาย ความสงบสุขทางใจของเราได้อย่างหมดสิ้น ในทางปรัชญา เราอาจมองว่า ศัตรู หรือ คู่ต่อสู้ คือผู้สร้างความแข็งแกร่งให้กับมนุษย์ แต่ในทางปฏิบัติศัตรู หรือ คู่ต่อสู้ สามารถทำให้เราเจ็บปวดและทนทุกข์ทรมาน ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องมี ดาวเจ้าเรือนที่ 6 ที่เข้มแข็ง ซึ่งหากเรือนที่ 6 อ่อนแอ หรือถูกเบียนด้วยดาวบาปเคราะห์ เราย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้อง ทนทุกข์ทรมานในที่สุด
โยคปราบศัตรู- รูปดวงที่ดีที่สุดสำหรับการทำลายล้างศัตรู คือ การมีดาวพฤหัสบดีสถิตกุมลัคนา และมี ราหู สถิตในเรือนที่ 6 โยคนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม "อัษฎลักษมีโยค" ซึ่งมีอานุภาพรุนแรงถึงขั้นที่จะกวาดล้างภัยจากศัตรูไปจนหมดสิ้น และสามารถที่พลิกฟื้นความหมายจากศัตรูกลายมาเป็นทรัพย์สมบัติและความมั่งคั่ง
อ่านเพิ่มเติม: บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) บทที่ 20 ดาวเจ้าเรือนที่ 6 (อริ) สถิตในเรือนต่างๆ
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) บทที่ 21 เจ้าเรือนที่ 7 (ปัตนิ) สถิตในเรือนต่างๆ
- รายละเอียด
- หมวด: 2.บทเรียน โหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) ขั้นพื้นฐาน
- จำนวนผู้อ่าน: 722

บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) บทที่ 21 เจ้าเรือนที่ 7 (ปัตนิ) สถิตในเรือนต่างๆ
ว่าด้วยเรื่องเรือนที่ 7 ในโหราศาสตร์ฮินดู-ภารตะ ในโหราศาสตร์ดวงเมือง (Mundane Astrology): เรือนที่ 7 หมายถึง การทูต และ สงคราม ,การเมืองระหว่างประเทศ แต่ในโหราศาสตร์ดวงชะตาบุคคล เรือนที่ 7 คือตัวแทนของ คู่ชีวิต และ ชีวิตรัก อิทธิพลของดาว-ดาวบาปเคราะห์ หากเข้ามาเบียนหรือส่งผลร้ายต่อเรือนที่ 7 มักบ่งชี้ถึงปัญหาเรื่องชู้สาว และ การหย่าร้าง แต่หากดาวศุภเคราะห์ หากสถิตอยู่ในเรือนนี้ จะส่งผลให้ชีวิตรัก ราบรื่นและมีความสุข
อ่านเพิ่มเติม: บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (โหรภารตะ) บทที่ 21 เจ้าเรือนที่ 7 (ปัตนิ) สถิตในเรือนต่างๆ
- บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ) บทที่ 22 เจ้าเรือนที่ 8 (มรณะ) สถิตในเรือนต่างๆ
- ดูฮวงจุ้ยออฟฟิต และบ้านสร้างใหม่ คุณศรัญญา จ.กรุงเทพฯ
- ดูฮวงจุ้ยบ้าน คุณดาว กรุงเทพฯ
- คนที่มี “ดาวเสาร์”กุมลัคน์ ดีหรือร้าย
- ดูฮวงจุ้ย ตกแต่ง ร้านใหม่ คุณณัฐพงษ์ จ.ปทุมธานี
- ดูฮวงจุ้ย เลือกซื้อที่ดินสร้างโรงงาน คุณเวิ้น กุ้ย เช่ จ.สมุทรปราการ
- บทเรียนที่ 18 คุณประโยชน์ของวิชาโหราศาสตร์พระเวท และปรัชญาแห่งกรรม
- บทเรียนที่ 17 โหราศาสตร์พระเวทยุคใหม่ ในศตวรรษที่ 21
- บทเรียนที่ 16 ประวัติศาสตร์โหราศาสตร์พระเวท ตอนที่ 7 ยุคมหาบัณฑิต และการฟื้นฟู ชโยติษะศาสตร์
หน้า 1 จาก 3