
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) บทที่ 42 ษัฑพละ-วิธีคำนวณหากำลังของดาวเคราะห์ ตอนที่ 5
อายนะ พละ अयन बल - กำลังที่เกิดจากการโคจรปัดเหนือปัดใต้
ปรัชญาและโหราศาสตร์เชิงวิวัฒนาการ ได้กล่าวไว้ว่า ดวงวิญญาณแต่ละดวงล้วนดำรงอยู่ในสภาวะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งสภาวะแห่งจิตวิญญาณเหล่านี้สามารถหยั่งรู้ได้ด้วย "ทิพยจักษุ" ทิพยจักษุนั้นเปรียบประดุจดั่งรังสีเอกซ์ ที่สามารถทะลุทะลวงผ่านสสารและสรรพสิ่ง เป็นสภาวะที่มีศูนย์กลางอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่กลับไร้ซึ่งเส้นขอบขัณฑสีมา (ศูนย์กลางอยู่ทุกที่ แต่ไม่มีเส้นรอบวง) เมื่อล่วงรู้ถึงสภาวะแห่งจิตวิญญาณของเจ้าชะตาแล้ว ผู้หยั่งรู้ (นักโหราศาสตร์ผู้เป็นปราชญ์) จึงสามารถชี้แนะข้อปฏิบัติทางจิตวิญญาณ ที่เหมาะสมแก่เจ้าชะตา
เพื่อให้เกิดการวิวัฒนาการและยกระดับจิตวิญญาณไปสู่สภาวะแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกับพระผู้เป็นเจ้าหรือความจริงอันสูงสุดได้ และนี่ก็คือความลึกซึ้งและแก่นแท้ของโหราศาสตร์พระเวทที่มุ่งเน้นการยกระดับจิตวิญญาณอย่างชัดเจน
กรานติ - ระยะปัด (Declination)
เทหวัตถุบนท้องฟ้า (ดาวเคราะห์) จะโคจรปัดไปทางทิศเหนือและทิศใต้ของเส้นศูนย์สูตรฟ้า (Celestial Equator) โดย ระยะปัด (Declination) นั้น ถูกนิยามให้เป็นระยะห่างเชิงมุม (Angular distance) ที่วัดจากเส้นศูนย์สูตรฟ้า หากระยะปัดอยู่ทางซีกฟ้าเหนือ จะถือว่ามีค่าเป็นบวก (+) และหากระยะปัดอยู่ทางซีกฟ้าใต้ จะถือว่ามีค่าเป็นลบ (-)
เราจะสังเกตได้ว่า ดวงอาทิตย์จะโคจรตัดผ่านเส้นศูนย์สูตรฟ้าปีละ 2 ครั้ง คือ ครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม (ช่วงวสันตวิษุวัต) และอีกครั้งในเดือนกันยายน (ช่วงศารทวิษุวัต)
ระยะปัดนี้จะต้องถูกวัดในรูปแบบของ “องศาของระบบสายนะ”เสมอ ซึ่งเป็นการคำนวณโดยอ้างอิงจากจุดวสันตวิษุวัต (Vernal Equinoctial Point) ที่มีการเคลื่อนที่
ดังนั้นให้นำค่า อายนางศะ ไปบวกเข้ากับตำแหน่งองศาดาวเคราะห์ในระบบ นิรายนะ (จักรราศีแบบคงที่) เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งองศาดาวเคราะห์ในระบบ สายนะ (จักรราศีแบบเคลื่อนที่)
ขั้นตอนนี้คือสิ่งจำเป็นที่จะต้องกระทำก่อนเสมอ ก่อนที่เราจะนำไปคำนวณหาค่า กรานติ หรือระยะปัดของดาวเคราะห์ในลำดับต่อไป
หลังจากที่ดวงอาทิตย์โคจรตัดผ่านเส้นศูนย์สูตรฟ้าในวันที่ 21 มีนาคม (ช่วงการย้ายเข้าสู่ราศีเมษ หรือ เมษสังกรานติ) ดวงอาทิตย์จะโคจรปัดขึ้นไปทางทิศเหนือ และค่าระยะปัดที่เป็นบวกจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนกระทั่งถึง 23 องศา 27 ลิปดา ซึ่ง ณ จุดนี้ ดวงอาทิตย์จะสถิตอยู่ที่องศาสุดท้ายของราศีมิถุน หรือที่ตำแหน่ง 90 องศาเมื่อนับจากราศีเมษในระบบสายนะ (Tropical Aries)
การมีค่า อุตตระ กรานติ หรือระยะปัดเหนือที่จุดสูงสุด (ประมาณ 24 องศา) หมายความว่าดวงอาทิตย์ได้โคจรไปถึงจุดเหนือสุดของซีกฟ้าเหนือแล้ว จากนั้นค่าระยะปัดจะค่อยๆ ลดลงพร้อมๆ กับการย้ายเข้าสู่ราศีกรกฎ จนกระทั่งกลับมามีค่าเป็น 0 องศาอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ดวงอาทิตย์จะโคจรตัดเส้นศูนย์สูตรฟ้าเพื่อเริ่มต้นเส้นทางมุ่งหน้าลงสู่ทางทิศใต้
ช่วงเวลานี้คือช่วงการย้ายเข้าสู่ราศีตุลย์ และนับจากจุดนี้ไป ดวงอาทิตย์จะมีระยะปัดใต้ หรือ ทักษิณา กรานติ โดยค่าระยะปัดที่เป็นลบจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น (ในทิศทางปัดลงใต้) จนกระทั่งถึง 23 องศา 27 ลิปดา เมื่อดวงอาทิตย์โคจรมาถึงตำแหน่ง 270 องศา หรือที่องศาสุดท้ายของราศีธนู
ณ ตำแหน่งนี้ การย้ายเข้าสู่ราศีมังกร ก็จะเริ่มต้นขึ้น จากนั้นค่าระยะปัดจะค่อยๆ ลดลง (กลับเข้าหาเส้นศูนย์สูตร) จนกระทั่งมีค่าเป็นศูนย์อีกครั้ง เมื่อดวงอาทิตย์โคจรตัดผ่านเส้นศูนย์สูตรฟ้าเพื่อเริ่มต้นเส้นทางมุ่งหน้าขึ้นสู่ทางทิศเหนืออีกรอบ ดังนั้นจุดที่ระยะปัดมีค่าเป็นศูนย์ (Zero Declination) นี้ เราเรียกว่าจุด วิษุวัต (Equinox) นั่นเอง
การคำนวณหาค่ากรานติ
ค่าระยะปัดสูงสุด มีค่าเท่ากับ 23 องศา 27 ลิปดา ซึ่งบรรดานักปราชญ์ทางโหราศาสตร์พระเวทได้ทำการปัดเศษตัวเลขนี้ให้เป็นจำนวนเต็ม คือ 24 องศา เพื่อความสะดวกในการคำนวณ และในส่วนนี้ เราก็จะอธิบายถึง วิธีการสำหรับการคำนวณหาค่า "กรานติ" ของดาวเคราะห์ต่างๆ
ในขั้นแรก จะต้องทำการแปลงตำแหน่งองศาของดาวเคราะห์ในระบบ นิรายนะ (จักรราศีแบบคงที่) ให้กลายเป็นตำแหน่งองศาในระบบ สายนะ (จักรราศีแบบเคลื่อนที่) ตามลำดับของดาวแต่ละดวงเสียก่อน จากนั้นจึงทำการหาค่า "ภุชะ" ของดาวเคราะห์เหล่านั้น
ภุชางศะ - ระยะองศาที่ดาวเคราะห์โคจรห่างจากจุดวิษุวัต
"ภุชางศะ" หมายถึง จำนวนองศาที่ดาวเคราะห์ได้โคจรห่างออกมาจากจุดวิษุวัต (Equinoctial Points - จุดที่เส้นสุริยวิถีตัดกับเส้นศูนย์สูตรฟ้า)
โดยในปัจจุบัน”ภุชางศะ”ได้ถูกนิยามความหมายในทางคณิตศาสตร์ไว้ว่า คือผลลัพธ์จากการนำค่า รัศมี (Radius) มาคูณด้วยค่าฟังก์ชัน ไซน์ (Sine) ตามหลักตรีโกณมิติ
หลักการเชื่อมโยงวิชาตรีโกณมิติเข้ากับการหาค่าภุชะงศะนี้ จะเป็นพื้นฐานสำคัญมากในการคำนวณกำลังอายนะพละในขั้นตอนต่อไป
สมการสำหรับการหาค่าภุชะ
วงแหวนจักรราศีจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน (จตุตถภาค) ส่วนละ 90 องศา โดยมีกฎเกณฑ์การคำนวณค่าภุชะดังต่อไปนี้:
ถ้าภุชะอยู่ในภาค 90 องศาแรก ค่าภุชะจะมีค่าเท่าเดิม
ถ้าภุชะอยู่ในภาค 90 องศาที่สอง ค่าภุชะ= 180 ลบด้วยค่าภุชะ
ถ้าภุชะอยู่ในภาค 90 องศาที่สาม ค่าภุชะ= ค่าภุชะลบด้วย 180
และถ้าอยู่ในภาค 90 องศาที่สี่ ค่าภุชะ= 360 ลบด้วยค่าภุชะ
(หมายเหตุ: คำว่า "ตำแหน่งองศา" หรือ ค่าภุชะ ในสมการนี้ หมายถึงตำแหน่งองศาของดาวเคราะห์ในระบบสายนะที่นำมาใช้เป็นตัวตั้งในการคำนวณนั่นเอง)
สมการนี้คือพื้นฐานสำคัญของการแปลงค่ามุมในระบบตรีโกณมิติทางดาราศาสตร์ เพื่อนำไปใช้คำนวณหาค่าระยะปัด (กรานติ) และกำลังอายนะพละในขั้นตอนต่อไป......
การคำนวณระยะห่างและค่าระยะปัด
ผลลัพธ์จากการคำนวณหาค่าภุชะ จะแสดงให้เห็นถึงระยะห่างของดาวเคราะห์ที่วัดจากจุดเริ่มต้นของราศีเมษ (จุดวสันตวิษุวัต) หรือจุดเริ่มต้นของราศีตุล (จุดศารทวิษุวัต)
ในแต่ละช่วงระยะการโคจร “ค่าระยะปัด” ของดาวเคราะห์จะเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน ดังนี้:
- เมื่อสิ้นสุดระยะ 15 องศาแรก (นับจากจุดวิษุวัตจุดใดจุดหนึ่ง) ค่าระยะปัดของดาวเคราะห์จะเท่ากับ 362 ลิปดา
- เมื่อสิ้นสุดระยะ 15 องศาที่สอง ค่าระยะปัดจะเพิ่มขึ้นอีก 341 ลิปดา
(กล่าวคือ เมื่อดาวเคราะห์โคจรผ่านระยะ 30 องศาจากจุดวิษุวัต ค่าระยะปัดสะสมจะเท่ากับ 362 + 341 = 703 ลิปดา ซึ่งเทียบเท่ากับ 11 องศา 43 นาที)
- เมื่อสิ้นสุดระยะ 15 องศาที่สาม ค่าระยะปัดจะเพิ่มขึ้นอีก 299 ลิปดา
- เมื่อสิ้นสุดระยะ 15 องศาที่สี่ ค่าระยะปัดจะเพิ่มขึ้นอีก 236 ลิปดา
- เมื่อสิ้นสุดระยะ 15 องศาที่ห้า ค่าระยะปัดจะเพิ่มขึ้นอีก 150 ลิปดา
- เมื่อสิ้นสุดระยะ 15 องศาที่หก (ครบ 90 องศาพอดี) ค่าระยะปัดจะเพิ่มขึ้นอีก 52 ลิปดา
บทสรุปการหาระยะปัด
โดยสรุปแล้ว เราสามารถกล่าวได้ว่า ค่าระยะปัดสูงสุดที่ 24 องศานั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อดาวเคราะห์ได้โคจรทำมุมห่างออกไปถึง 90 องศา นับจากจุดวิษุวัตจุดใดจุดหนึ่ง (จุดเริ่มต้นราศีเมษ หรือจุดเริ่มต้นราศีตุล)
การวัดค่าระยะปัดนี้ อาศัยหลักการแบ่งระยะทาง 1 จตุตถภาค หรือ 90 องศา ออกเป็น 6 ส่วนเท่าๆ กัน โดยแต่ละส่วนจะมีขอบเขตระยะห่างส่วนละ 15 องศา เพื่อนำมาใช้เทียบหาค่าระยะปัด (กรานติ) ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละช่วงนั่นเอง
อุตตระ กรานติ และ ทักษิณา กรานติ
1.ดาวเคราะห์จะมี อุตตระ กรานติ (उत्तरायण ระยะปัดเหนือ) ก็ต่อเมื่อตำแหน่งองศาในระบบสายนะ มีค่าอยู่ระหว่าง 1 ถึง 180 องศา
2.ดาวเคราะห์จะมี ทักษิณา กรานติ (दक्षिणायन ระยะปัดใต้) ก็ต่อเมื่อตำแหน่งองศาในระบบสายนะ มีค่าอยู่ระหว่าง 180 ถึง 360 องศา
การคำนวณหาค่าระยะปัดที่แท้จริง
ให้นำค่า “ภุชะ” มาหารด้วย 15 ผลหารที่ได้จะแสดงถึงจำนวนส่วน (ช่วงละ 15 องศา) ที่ดาวเคราะห์ได้โคจรผ่านมาแล้วจากจุดวิษุวัต ส่วนเศษที่เหลือนั้นคือจำนวนองศาในส่วนถัดไป ซึ่งสามารถนำมาเทียบบัญญัติไตรยางศ์เพื่อหาค่าระยะปัดตามสัดส่วนได้อย่างแม่นยำ
หลักการเทียบสัดส่วนคือ: ระยะทาง 15 องศา จะให้ค่าระยะปัดเท่ากับค่าคงที่ของช่วงนั้น ; ดังนั้น เศษองศาที่เหลือ จะให้ค่าระยะปัดเท่าใด
เมื่อคำนวณได้ค่าระยะปัดจากเศษที่เหลือนี้แล้ว จะต้องนำไปบวกเข้ากับค่าระยะปัดสะสมของช่วงส่วนที่ผ่านพ้นมาแล้วทั้งหมด เราจึงจะได้ค่าระยะปัด หรือ "กรานติ" รวมที่แท้จริงของดาวเคราะห์ดวงนั้น
การกำหนดหาค่า อายนะ พละ
ปราชญ์ทางโหราศาสตร์นามว่า "ท่านเกศวะ" ได้ให้สมการสำหรับการคำนวณหา อายนะ พละ ไว้ดังนี้:
อายนพละ = [(24° + กรานติ) / 48] * 60
(ผลลัพธ์ที่ได้จะมีหน่วยเป็น ษัทฎิอัมศะ โดยการใช้เครื่องหมายบวกหรือลบนั้น ให้พิจารณาจากกฎของดาวเคราะห์แต่ละดวงดังต่อไปนี้)
- สำหรับดาวศุกร์, ดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี: ระยะปัดเหนือ (อุตตระ) ให้นำไป บวก (+) และระยะปัดใต้ (ทักษิณา) ให้นำไป ลบ (-)
- สำหรับดาวเสาร์ และดาวจันทร์: ระยะปัดเหนือ (อุตตระ) ให้นำไป ลบ (-) และระยะปัดใต้ (ทักษิณา) ให้นำไป บวก (+)
- สำหรับดาวพุธ: ให้นำไป บวก (+) เสมอ ไม่ว่าจะเป็นระยะปัดทิศทางใด
- สำหรับดวงอาทิตย์: ค่าอายนะพละที่คำนวณได้ จะต้องนำมา คูณ 2 (เพิ่มเป็นสองเท่า) เสมอ
สรุปว่า โหราศาสตร์ภาคคำนวณนั้นไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ผู้คนทั่วไปคิดเพราะสิ่งนี้คือการสะท้อนถึงความวิริยะอุตสาหะที่ต้องใช้ในการศึกษาวิชานี้ได้เป็นอย่างดี
--------------------------------------------
***ประกาศ***
อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางเว็บไซด์แล้ว
1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์
2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html
3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html
4.แจกฟรี โปรแกรม"ฤกษ์ดี" ผูกดวงชะตาด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) เพื่อการศึกษาโหรภารตะแบบเต็มสูตร https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18/54-2010-09-05-16-21-56/2986-vedic-astrology-thai-version.html
*******************************
สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)
กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ /services/reading-vedic-astrology.html
*******************************
บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)
ดูฤกษ์ออกรถ ดูฤกษ์ยกเสาเอก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่ ดูฤกษ์ลาสิกขาบท ดูฤกษ์โกนผมไฟ ดูฤกษ์ผ่าคลอด ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ)
*******************************






















