
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) บทที่ 46 ดาวอุปเคราะห์ในโหราศาสตร์พระเวท
ในโหราศาสตร์พระเวท (ภารตะ) ดาวเคราะห์แต่ละดวงจะมีดาวบริวารเป็นของตนเอง ตัวอย่างเช่น ดาวโฟบอส (Phobos) และ ดีมอส (Deimos) ซึ่งเป็นดาวบริวารหรือดาวจันทร์ของดาวอังคาร จะถูกเรียกว่า "ธูมะ" และ "มฤตยู" ในวิทยาการของโหราศาสตร์ภารตะ ตำแหน่งสมผุส ของดาวบริวารหรือดาวอุปเคราะห์ของดาวศุกร์, ดวงจันทร์, ดาวอังคาร, ราหู และเกตุ จะถูกคำนวณโดยอ้างอิงจากสมผุสของดาวอาทิตย์เป็นฐานในการคำนวณ
ตารางการคำนวณหาดาวบริวาร (อุปเคราะห์)
|
ดาวเคราะห์หลัก |
ดาวบริวาร (อุปเคราะห์) |
|
|
ดาวอังคาร |
ธูมะ |
สมผุสดวงอาทิตย์ + 133 องศา 20 ลิปดา |
|
ราหู |
วยาติปาตะ |
360 องศา - สมผุสของธูมะ |
|
ดวงจันทร์ |
ปริเวษ |
180 องศา + สมผุสของวยาติปาตะ |
|
ดาวศุกร์ |
อินทรจาป |
360 องศา - สมผุสของปริเวษ |
|
เกตุ |
อุปเกตุ |
สมผุสของอินทรจาป + 16 องศา 40 ลิปดา |
(หมายเหตุ: ในทางโหราศาสตร์ภารตะ กลุ่มดาวบริวารเหล่านี้มักถูกเรียกรวมๆ ว่า "อุปเคราะห์" ซึ่งมักจะนำมาใช้พิจารณาประกอบเพื่อดูจุดบอดหรือจุดให้โทษที่แอบแฝงในดวงชะตา)
วิธีการคำนวณดาวอุปเคราะห์ ของดาวอาทิตย์, พฤหัสบดี, เสาร์, พุธ และ อังคาร
มีการใช้วิธีการคำนวณที่แตกต่างออกไปสำหรับดาวบริวารของดาวอาทิตย์, ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวพุธ และดาวอังคาร โดยช่วงเวลากลางวันและกลางคืนจะถูกแบ่งออกเป็น 8 ส่วน (8 ยาม)
- ช่วงกลางวัน: ส่วนแรกจะถูกปกครองโดยดาวเจ้าการประจำวันนั้นๆ และส่วนอื่นๆ จะถูกปกครองโดยดาวเคราะห์ดวงอื่นๆตามลำดับ
- ช่วงกลางคืน: ดาวเคราะห์ที่ปกครองส่วนแรก จะเป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 5 นับจากดาวประจำวันนั้นๆ
ในการคำนวณหาสมผุส ของดาวบริวารกลุ่มนี้ มีการใช้วิธีการ 2 รูปแบบ คือ:
- วิธีแรก: ใช้เวลา "เริ่มต้น" ของยามหรือช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นเป็นเจ้าการอยู่
- วิธีที่สอง: ใช้เวลา "สิ้นสุด" ของยามหรือช่วงเวลานั้นๆ จากนั้นจะทำการคำนวณหาลัคนา ณ เวลาดังกล่าว ซึ่งลัคนาที่ได้นี้เองคือ สมผุส ของดาวบริวารนั้น
การหาจุด กุลิกะ / มันทิ
สำหรับการคำนวณหาสมผุสของ กุลิกะ ได้มีการนำวิธีที่ 3 มาใช้ โดยเวลาอุทัย (เวลาขึ้น) ของกุลิกะจะถูกกำหนดตายตัวไว้ในแต่ละวัน และสมผุส (องศา) ที่คำนวณได้ ณ เวลานั้นจะถูกเรียกว่า มันทิ(มัณฑีหรือ กุลิกะ
ตารางแสดงเวลาขึ้นของกุลิกะ หรือ “คุลิกากาล” (จุดมณฑิ) ในแต่ละวัน (หน่วยเวลาคือ ฆะฏิกะ หรือ ฆะฏี घटिका (มหานาที) โดย 1 ฆะฏี = 24 นาที เริ่มนับจากพระอาทิตย์ขึ้น/พระอาทิตย์ตก)
|
วันในสัปดาห์ |
เวลากลางวัน |
เวลากลางคืน |
|
วันอาทิตย์ |
26 ฆะฏี |
10 ฆะฏี |
|
วันจันทร์ |
22 ฆะฏี |
6 ฆะฏี |
|
วันอังคาร |
18 ฆะฏี |
2 ฆะฏี |
|
วันพุธ |
14 ฆะฏี |
26 ฆะฏี |
|
วันพฤหัสบดี |
10 ฆะฏี |
22 ฆะฏี |
|
วันศุกร์ |
6 ฆะฏี |
18 ฆะฏี |
|
วันเสาร์ |
2 ฆะฏี |
14 ฆะฏี |
หมายเหตุ: ในตำราโหราศาสตร์พระเวท "กุลิกะ" หรือ "มัณฑิ" ถือเป็นดาวอุปเคราะห์ ประเภท”กาละเวลา” และเป็นจุดอุปเคราะห์ที่ให้โทษร้ายแรง นิยมนำมาใช้พิจารณาร่วมในดวงชะตาเพื่อดูจุดเสื่อมหรืออุปสรรคที่มองไม่เห็น
ดาวอุปเคราะห์ (กาละเวลา)นั้นเป็นบุตรในเงามืดของดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวงนับตั้งแต่ดาวอาทิตย์ถึงดาวเสาร์ ดาวเคราะห์แต่ละดวงปกครองช่วงเวลา(ยาม)ประมาณ1.30 ชั่วโมงในช่วงเวลากลางวันและอีกประมาณ1.30 ชั่วโมงในช่วงเวลากลางคืน
องศาของลัคนาในช่วงเริ่มต้นของยามที่ปกครองโดยดาวเคราะห์เหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดการคำนวณตำแหน่งของดาวอุปเคราะห์ ประเภทกาละเวลา ซึ่งไม่เหมือนกับการคำนวนดาวอุปเคราะห์-อะประการศะ และดาวอุปเคราะห์ทั้งไม่ถือว่าเป็นดาวบาปเคราะห์ไปเสียทั้งหมด
และดาวอุปเคราะห์ที่สำคัญดวงหนึ่งที่มีความสำคัญในการวิเคราะห์ดวงชะตานั่นก็คือ"มานทิ" (मान्दि) บุตรของดาวเสาร์ ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาสิ้นสุดของ"คุลิกายาม" ซึ่ง คุลิกะ (गुलिक) และ มานทิ (मान्दि) บางมติอาจารย์ถือว่าเป็นดวงดวงเดียวกัน แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นดาวดวงเดียวกัน และองศาของ"มานทิ"จะตกองศาใดองศาหนึ่งภายในยามที่ดาวเสาร์ครอง และองศาคุลิกะ (गुलिक) และ มานทิ (मान्दि)จะแตกต่างกัน
“ดาวอุปเคราะห์”(กาละเวลา)ซึ่งก็คือ"ยาม"หรือช่วงเวลาที่กำหนดให้กับดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวงเข้าครองเป็นเจ้ายาม (ยกเว้น ราหู และ เกตุ) ของช่วงเวลาในแต่ละวัน และดาวอุปเคราะห์ (กาละเวลา) ก็เป็นบุตรของดาวเคราะห์ที่เป็นเงามืดอีกเช่นกันกับดาวอะประการศะ โดยดาวอุปเคราะห์ (กาละเวลา) เกิดขึ้นจาก"กาลเวลา"ที่กำหนดให้ดาวเคราะห์แต่ละดวงเข้าครอง โดยแบ่งออกเป็น 8 ยาม ทั้งกลางวันกลางและกลางคืน ซึ่งแต่ละยามจะมีดาวเคราะห์ทั้ง 7 เป็นเจ้ายามตั้งแต่ดวงอาทิตย์ถึงดาวเสาร์ โดยยามที่ 8 จะเป็นยามที่ไม่มีดาวเคราะห์ใดใดครอง ยามที่ 8 นี้จึงว่างเปล่า (ในบางมติอาจารย์กล่าวว่ายามที่ว่างเปล่านี้ถูกปกครองโดยพระราหู)
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีเวลาเกิดที่ถูกต้องแบบละเอียดแบบเป็นนาที สำหรับการคำนวณหาตำแหน่งดาวอุปเคราะห์(กาละเวลา) ประเภทนี้ และเราก็เพียงแค่ใส่เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์บางอย่างเอาไว้ในดวงชะตาให้พอเป็นที่สังเกตุก็เพียงพอแล้ว
ดาวอุปเคราะห์ (กาละเวลา)
คำนวณจากระยะเวลาของกลางวัน (จากพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก)แบ่งออกเป็น 8 ส่วนเท่าๆกัน หรือ 8 ยาม และระยะเวลาของกลางคืน (ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น) แบ่งออกเป็น 8 ส่วนเท่าๆกัน หรือ 8 ยาม เช่นกัน โดยแต่ละยามมีดาวพระเคราะห์ต่างๆครองเป็นเจ้ายาม และให้บุตรของพระเคราะห์นั้นซึ่งเป็นดาวอุปเคราะห์สถิตย์และสำแดงอิทธิพลในยามนั้นๆ โดยดาวอุปเคราะห์มีชื่อดังนี้
1. กาละ (काल) –เป็นบุตรของพระอาทิตย์
2. ปะริธิ (परिधि) หรือ ปะริเวษะ (परिवेष) –เป็นบุตรของพระจันทร์
3. มฤตยุ (मृत्यु) –เป็นบุตรของพระอังคาร
4. อรรธะประหะระ (अर्धप्रहर) หรือ อรรธะยามะ (अर्धयाम) –เป็นบุตรของพระพุธ
5. ยะมะฆัณฏกะ (यमघण्ट्क) –เป็นบุตรของพระพฤหัส
6. โกทันทะ (कोदन्द) หรือ การมุกะ( कार्मुक) –เป็นบุตรของพระศุกร์
7. คุลิกะ (गुलिक) –เป็นบุตรของพระเสาร์
8. มานทิ (मान्दि) –เป็นบุตรของพระเสาร์
**ศึกษาเรื่องดาวอุปเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ ดาวอุปเคราะห์ ในโหราศาสตร์พระเวท https://share.google/kp0nVhhuR67aHb4Tb
**App “ฤกษ์ดี” ผูกดวงด้วยโหราศาสตร์พระเวท คำนวณตำแหน่งดาวอุปเคราะห์
1.สำหรับมือถือ Android สามารถ Download App ได้ฟรีที่ Google PlayStore https://play.google.com/store/apps/details?id=com.cmdpaw.astroneemo&pcampaignid=web_share
2.ใช้โปรแกรมแบบ Online ได้ที่ https://astroneemoapp.pages.dev/ เปิดผ่านมือถือสามารถกดแชร์แล้ว Save เป็นหน้าจอ Home และสามารถใช้บนมือถือได้ ทั้ง Android และ iPhone
ตัวอย่าง-ตารางแสดงดาวอุปเคราะห์ต่างๆ ในดวงชะตา
|
ดาวอุปเคราะห์ |
ราศี |
สมผุส |
นักษัตร |
บาท |
องศารวม |
|
มฤตยู |
ตุลย์ |
6: 5: 8 |
จิตรา |
4 |
186 : 5 : 8 |
|
ธูมะ |
ตุลย์ |
20:55:32 |
วิสาขะ |
1 |
200 : 55 : 32 |
|
วยาติปาตะ |
กันย์ |
9: 4:28 |
อุตรผลคุนี |
4 |
159 : 4 : 28 |
|
ปริเวษ |
มีน |
9: 4:28 |
อุตรภัทรบท |
2 |
339 : 4 : 28 |
|
อินทรจาป |
เมษ |
20:55:32 |
ภรณี |
3 |
20 : 55 : 32 |
|
อุปเกตุ |
พฤษภ |
7:19:32 |
กฤตติกา |
4 |
37 : 19 : 32 |
|
ยมกัณฏกะ |
มิถุน |
7: 1:32 |
อารทรา |
1 |
67 : 1 : 32 |
|
กาละ |
สิงห์ |
16:34:48 |
ปุรพผลคุนี |
1 |
136 : 34 : 48 |
|
อรรธปรหาร |
ตุลย์ |
29:43: 2 |
วิสาขะ |
3 |
209 : 43 : 2 |
บทบาทสำคัญของดาวบริวาร (อุปเคราะห์) ในดวงชะตา
ดาวบริวารเหล่านี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเวลาอุทัย (การปรากฏขึ้น) ของพวกดาวอุปเคราะห์เหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นมงคล (ให้โทษ)
โศลก: ธูมาทิ ริมผริ มฤตีศะ ปาไป โยเคกษะณะ ริมผะ ริปุ สถิตัตวัม ปฤษโฐทะยะ อโธมุขะ ปาปะภามศะ สรวะตฺโร โตยะกษะยัม อิตยะนิษฏะ .........
ความหมาย: เมื่อดาวอุปเคราะห์อย่าง ธูมะ, มฤตยู และอุปเคราะห์ดวงอื่นๆ เข้าไปกุมร่วมกับดาวบาปเคราะห์, ถูกเกณฑ์ (ทฤษฏิ) จากดาวบาปเคราะห์ หรือเข้าไปสถิตอยู่ใน เรือน ของศัตรู พวกดาวอุปเคราะห์เหล่านี้จะบั่นทอนศุภผล (ผลดี) ใน เรือน นั้นๆ และจะนำมาซึ่งความยากลำบาก อุปสรรค และผลลัพธ์อันไม่เป็นมงคลให้แก่เจ้าชะตา ในทุกๆ ด้าน (ธูมาทิ หมายถึง กลุ่มดาวบริวารต่างๆ เช่น ดาวธูมะ ฯลฯ)
กุลิโคทัย โทษะ หรือ โทษภัยจากการอุทัยของจุดกุลิกะ
ดาวบริวารเหล่านี้มีลักษณะการให้ผลคล้ายคลึงกับจุดกุลิกะ การอุทัย (ปรากฏขึ้น) ของกุลิกะนั้นถือว่าไม่เป็นมงคล และหากกุลิกะไปปรากฏอยู่ในลัคนาของดวงกาลชะตา (ดวงปรัศนะ) ย่อมบ่งบอกถึงความตาย และโทษภัยจากการอุทัยหรือการปรากฏขึ้นของกุลิกะจะสามารถถูกหักล้างได้ก็ต่อเมื่อ ดาวเจ้าการแห่งวัน หรือ วาเรศะ (ดาวเคราะห์เจ้าการประจำวันเกิด) มีกำลังเข้มแข็งเท่านั้น
ดาวบริวารดวงอื่นๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน พวกมันจะให้โทษร้ายแก่ เรือน ต่างๆ ทำให้ทั้ง เรือน และดาวเคราะห์เจ้าของ เรือน เหล่านั้นมัวหมองและเสื่อมเสียไปตามๆ กัน
ดาวเคราะห์ที่เป็นเจ้าราศี (ดาวเกษตร) ที่กุลิกะเข้าไปสถิตอยู่นั้น จะถูกพิจารณาและแปรสภาพเป็นดาวบาปเคราะห์ไปด้วย ตัวอย่างเช่น ในดวงชะตาดวงหนึ่ง กุลิกะสถิตย์ในราศีสิงห์ ซึ่งมีดาวอาทิตย์ทำหน้าที่เป็นดาวเจ้าราศีที่กุลิกะเข้าไปสถิตอยู่ ดังนั้นดาวอาทิตย์จึงได้รับความมัวหมองจาก กุลิกาธิปัตย โทษะ หรือ โทษจากการเป็นเจ้าเรือนให้กับกุลิกะ
ดาวบริวารดวงอื่นๆ ทั้งหมดก็สามารถนำมาพิจารณาในเกณฑ์เดียวกันกับจุดกุลิกะได้เช่นกัน
ดังนั้น คำว่า "ธูมาทิ" จึงหมายความว่า ดาวบริวารต่างๆ อย่างเช่น ธูมะ รวมถึงดาวเคราะห์ที่เป็นเกษตรเจ้าราศีที่พวกดาวอุปเคราะห์ต่างๆไปสถิตอยู่ ดาวเคราะห์ที่เป็นเจ้าราศีนั้นๆก็จะกลายเป็นดาวบาปเคราะห์ไปโดยปริยาย
หากดาวเคราะห์ใดใดก็ตามที่มัวหมองจาก กุลิกาธิปัตย โทษ ทำการเสวยอายุในระบบทศา ดาวเคราะห์ดวงนั้นก็สามารถส่งผลร้ายเฉกเช่นดาวบาปเคราะห์ได้ และในช่วงเวลาที่ดาวดวงนี้เสวยอายุ เจ้าชะตา อาจต้องเผชิญกับผลลัพธ์ในทางที่เลวร้ายหรือพบกับความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ (...อิตยะนิษฏะ) และนี่ก็คือเคล็ดลับสำคัญในการพยากรณ์ดวงชะตา เพราะดาวอุปเคราะห์ต่างๆเหล่านี้สามาถหักล้างคุณสมบัติด้านดีของดาวเคราะห์ต่างๆได้ทั้งหมด
ดังนั้น โศลกที่กล่าวอ้างอิงไว้ข้างต้น จึงมีความหมายสรุปได้ว่า:
(1) หากดาวเคราะห์เจ้าทศา ได้รับความมัวหมองจาก กุลิกาธิปัตย โทษ
(2) หากดาวเจ้าทศานั้นเป็นดาวเจ้าเรือน ที่ 6, 8 หรือ 12
(3) หากดาวเจ้าทศานั้นถูกเกณฑ์ (ทฤษฏิ) จากดาวบาปเคราะห์
(4) หากดาวเจ้าทศานั้นกุม (สถิตร่วม) กับดาวบาปเคราะห์
(5) หากดาวเจ้าทศานั้นเข้าไปสถิตอยู่ใน เรือน ที่ 6, 8 หรือ 12
(6) หากดาวเจ้าทศานั้นสถิตอยู่ใน เรือน ที่ให้โทษปรปักษ์ หรือ เรือนศัตรู
(7) หรือหากดาวดวงนั้นอยู่ในสภาวะที่ตกต่ำเสื่อมกำลัง (นิจ)
ดาวที่เข้าเงื่อนไขข้างต้นเหล่านี้นั้นย่อมสามารถก่อให้เกิดอันตรายและให้โทษร้ายได้เทียบเท่ากับดาวบาปเคราะห์ดวงหนึ่งเลยทีเดียว
หมายเหตุ: "ตรีกสถาน" (เรือน 6-8-12) หรือ “ทุสถานะภพ” ที่กล่าวถึงในเงื่อนไข ถือเป็นเรือนทุกข์ในโหราศาสตร์ภารตะ การที่ดาวเจ้าทศาเกี่ยวข้องกับเรือนเหล่านี้ ผนวกกับการเปื้อนโทษจากอุปเคราะห์ ยิ่งทวีความรุนแรงของผลร้ายในช่วงทศานั้นๆ การวิเคราะห์อุปเคราะห์จึงเป็นเครื่องมือชั้นสูงที่ช่วยกลั่นกรองว่า ทศาใดที่ดู "ดี" จากเปลือกนอก แท้จริงอาจซ่อนโทษเอาไว้ก็เป็นได้
บทสรุป
ดาวบริวาร หรืออุปเคราะห์ คือจุดคำนวณที่มีอิทธิพลแฝงในดวงชะตา แม้มิใช่ดาวเคราะห์จริง แต่การ "ปรากฏขึ้น" ของมัน โดยเฉพาะคุลิกะ/มานทิ ถือเป็นอัปมงคล หัวใจสำคัญของบทนี้คือ การที่ดาวอุปเคราะห์ทำให้เรือนและดาวเจ้าเรือนที่มันสถิตเกิดความเสื่อมเสีย (โทษ) และยิ่งหากดาวเจ้าทศาต้องโทษนี้ ร่วมกับเงื่อนไขร้ายอื่นๆ เช่น เป็นเจ้าตรีกสถานหรือถูกบาปเคราะห์เบียน ก็จะนำผลร้ายมาสู่เจ้าชะตาในช่วงเวลาเสวยอายุของมัน การพิจารณาดาวอุปเคราะห์จึงเป็นเทคนิคชั้นสูงที่ช่วยให้การพยากรณ์ทศาแม่นยำและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
--------------------------------------------
***ประกาศ***
อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางเว็บไซด์แล้ว
1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์
2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html
3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html
4.แจกฟรี App"ฤกษ์ดี" ผูกดวงชะตาด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) เพื่อการศึกษาโหรภารตะแบบเต็มสูตร DownLoad ได้ที่ Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.cmdpaw.astroneemo&pcampaignid=web_share
*******************************
สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)
กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ /services/reading-vedic-astrology.html
*******************************
บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)
ดูฤกษ์ออกรถ ดูฤกษ์ยกเสาเอก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่ ดูฤกษ์ลาสิกขาบท ดูฤกษ์โกนผมไฟ ดูฤกษ์ผ่าคลอด ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ)
*******************************






















