บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) บทที่ 45 การพยากรณ์อายุขัยด้วย กาลจักรทศา
คำว่า กาลจักร (कालचक्र) มีความหมายว่า "กงล้อแห่งกาลเวลา" กาลจักรทศานับเป็นหนึ่งในระบบทศา (ช่วงเวลาเสวยอายุ) ที่สำคัญที่สุดระบบหนึ่งในโหราศาสตร์ภารตะ โดยปกติแล้ว เรามักใช้ อุฑุทศา (उडु दशा) หรือที่รู้จักกันดีในนามวิมโษตตรีทศา ซึ่งมีอายุขัยรวม 120 ปี เป็นระบบหลักในการพยากรณ์ อย่างไรก็ตาม คัมภีร์โหราศาสตร์ภารตะได้วางหลักเกณฑ์ไว้ว่า ควรเปลี่ยนมาใช้ กาลจักรทศา แทน ในกรณีที่ ดาวเจ้านวางศ์ของดาวจันทร์ มีกำลังเข้มแข็งกว่า ดังคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า: (พึงใช้กาลจักรทศา เมื่อดาวเจ้าเรือนแห่งนวางศ์ของดาวจันทร์มีกำลังแข็งแกร่ง)
กาลจักรทศาทำงานผ่านกรอบการทำงานที่อิงตามราศีและนักษัตร ซึ่งเชื่อมโยงนักษัตรเกิดของบุคคลนั้นกับรูปแบบเส้นทางชีวิต(อายุ)ที่มีระยะเวลายาวถึง 100 ปี ระบบนี้ได้รับการยกย่องในตำราคลาสสิกในด้านความแม่นยำในการทำนาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องช่วงเวลาของเหตุการณ์สำคัญในชีวิต แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างมากจึงจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
หลักการพื้นฐานของระบบ
- อิงตามนักษัตร: แตกต่างจากวิมโษตตรีทศามาตรฐาน (ซึ่งใช้เกณฑ์ช่วงเวลาของดาวเคราะห์เป็นหลัก), สำหรับกาลจักรทศาจะกำหนดลำดับและระยะเวลาของช่วง (มหาทศา) โดยอิงตาม “บาท”ของนักษัตรที่ ตำแหน่งจันทร์กำเนิดของเจ้าชะตาสถิตอยู่
- จักรแห่งกาลเวลา: คำว่า กาลจักร แปลว่า "จักรแห่งกาลเวลา" หรือ "กงล้อแห่งเวลา" ลำดับการเดินทศาเวียนได้สองทิศทาง คือ สวยะ (เดินหน้าตามลำดับราศี) และ อสวยะ (ถอยหลัง)
- ช่วงเวลาเฉพาะราศี: แทนที่จะใช้ระยะเวลาที่ตายตัวตามดาวเคราะห์ ระยะเวลาของทศาในระบบนี้จะแตกต่างกันไปตามราศี (เช่น ทศาราศีกรกฎยาวนาน 21 ปี ในขณะที่ทศาราศีมังกรยาวนานเพียง 4 ปี)
หลักการในการคำนวณ
- ความเชื่อมโยงกับนวางศ์จักร: ระบบนี้อาศัยการเทียบเคียงกลุ่มดาวฤกษ์ (นักษัตร) ทั้ง 27 กลุ่มและบาทของนักษัตรทั้ง 108 บาท ลงในดวงนวางศ์จักร โดยตรง
- จุดเริ่มต้น : ระบบจะแบ่งนักษัตรทั้ง 27 กลุ่มออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ลำดับของทศาจะถูกกำหนดว่า "ราศีใด" จะเป็นผู้ควบคุมช่วงชีวิตหลักช่วงแรกของเจ้าชะตา ขึ้นอยู่กับว่าตำแหน่งจันทร์กำเนิดตกอยู่ในบาทใดของนักษัตร
- อายุเริ่มต้น : สัดส่วนที่แน่นอนของบาทนักษัตรที่ยังเหลืออยู่ (ระยะทางที่ดาวจันทร์ต้องโคจรต่อไป) ณ เวลาเกิด จะถูกนำมาคำนวณเป็นจำนวนปีที่เหลืออยู่ในช่วงเวลาทศาของราศีนั้นๆ หลักการคล้ายกับการหาทศาคงเหลือหรือสมดุลยจันทรทศาของระบบวิโษตตรีทศา
การนำมาใช้งาน
โหราจารย์ภารตะใช้ กาลจักรทศา เพื่อพยากรณ์ช่วงเวลาที่ต้องการความละเอียดสูง โดยเฉพาะเรื่องความสำเร็จทางโลก อำนาจ และจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต เนื่องจากระบบนี้มีการกำหนดให้แต่ละราศีมีตัวแทนทางร่างกายที่เรียกว่า "เทหะ" และตัวแทนทางจิตใจ/ชีวิตเรียกว่า "ชีวะ" จึงช่วยให้ผู้พยากรณ์สามารถแยกแยะผลกระทบได้อย่างชัดเจน ระหว่าง เหตุการณ์ทางกายภาพ (เช่น ความเจ็บป่วย หรือการเปลี่ยนแปลงทางทรัพย์สินเงินทอง) และ ประสบการณ์ทางจิตใจ (เช่น ความเปลี่ยนแปลงของระดับความสุข หรือจุดมุ่งหมายในชีวิต)
ทิศทางการเคลื่อนที่ 2 แบบ: สวยะ และ อปสวยะ
การเคลื่อนที่ในระบบกาลจักรทศาแบ่งออกเป็น 2 ทิศทาง ซึ่งในภาษาสันสกฤตเรียกว่า สวยะ (सव्य) และ อปสวยะ (अपसव्य):
- สวยะ (सव्य) คือการเคลื่อนที่แบบ ตรงไปข้างหน้า (Direct) — เคลื่อนจากราศีเมษไปสู่ราศีมีน
- อปสวยะ (अपसव्य) คือการเคลื่อนที่แบบ ย้อนทิศทาง (Retrograde) — เคลื่อนจากราศีมีนไปสู่ราศีเมษ
การแบ่งนักษัตรออกเป็น 4 กลุ่ม
เมื่อมีจักรทั้งแบบสวยะและอปสวยะ เราจะได้กลุ่มนักษัตร ทั้งหมด 4 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มประกอบด้วยนักษัตรกลุ่มละ 3 ดวง:
ฝ่าย สวยะ (सव्य) ได้แก่ กลุ่มอัศวินีนักษัตร และกลุ่มภรณีนักษัตร
ฝ่าย อปสวยะ (अपसव्य) ได้แก่ กลุ่มโรหิณีนักษัตร และ กลุ่มมฤคศิระนักษัตร
โดยจะสลับสับเปลี่ยนระหว่างสวยะและอปสวยะ ทุกๆ 3 นักษัตร เช่น:
|
นักษัตร |
ทิศทาง |
|
อัศวินี |
สวยะ |
|
ภรณี |
สวยะ |
|
กฤติกา |
สวยะ |
|
โรหิณี |
อปสวยะ |
|
มฤคศิระ |
อปสวยะ |
|
อารทรา |
อปสวยะ |
…และสลับเช่นนี้ไปเรื่อยๆ (เปลี่ยนสวยะ/อปสวยะ ทุก 3 นักษัตร)
ตารางการจัดกลุ่มนักษัตรในกาลจักรทศา
|
กลุ่ม |
กลุ่มย่อย |
กลุ่มดาวฤกษ์ หรือ นักษัตร |
|
สวยะ 1 |
อัศวินี |
อัศวินี , กฤติกา, ปุนัพสุ , อาศเลษา , หัสตะ, สวาตี , มูละ , อุตราษาฒ , ปุรพาษาฒ , เรวดี |
|
สวยะ 2 |
ภรณี |
ภรณี, ปุษยะ , จิตรา , ปุรพาษาฒ , อุตตรภัทรบท |
|
อสวยะ 1 |
โรหิณี |
โรหิณี , อารทรา , มาฆะ , อุตรผลคุนี , วิศาขา , เชษฐา , ศรวณะ , ศตภิษัช |
|
อสวยะ 2 |
มฤคศิระ |
มฤคศิระ , ปุรพผลคุนี , อนุราธา, ธนิษฐา |
ปรมายุ หรือ ขีดจำกัดอายุขัย
คำว่า อายุส หมายถึงอายุขัย และ ปรมายุ หมายถึงอายุขัยสูงสุดที่เป็นไปได้ ในฝ่าย สวยะ อายุขัยสูงสุดจะเรียงตามบาทของนักษัตรดังนี้: บาทที่ 1 = 100 ปี · บาทที่ 2 = 85 ปี · บาทที่ 3 = 83 ปี · บาทที่ 4 = 86 ปี ส่วนในฝ่าย อปสวยะ จะเรียงในลำดับย้อนกลับกัน
ในระบบ "สวยะ" อายุขัยสูงสุดถูกกำหนดไว้ดังนี้:
- 100 ปี สำหรับบาทที่ 1 ของนักษัตร
- 85 ปี สำหรับบาทที่ 2 ของนักษัตร
- 83 ปี สำหรับบาทที่ 3 ของนักษัตร
- 86 ปี สำหรับบาทที่ 4 ของนักษัตร
ในระบบ "อสวยะ" ลำดับของอายุขัยสูงสุดจะถูกจัดเรียงแบบย้อนกลับ ดังตารางด้านล่างนี้:
|
ทิศทางการเดินทศา |
บาทที่ 1 |
บาทที่ 2 |
บาทที่ 3 |
บาทที่ 4 |
|
สวยะ |
100 |
85 |
83 |
86 |
|
อสวยะ |
86 |
83 |
85 |
100 |
ภาพรวมการคำนวณ กาลจักรทศา
โดยพื้นฐานแล้ว กาลจักรทศา คือระบบทศาของดวงดาวที่อิงตาม นวางศ์ เนื่องจากแต่ละดาวฤกษ์ (นักษัตร) มี 4 บาท จักรราศีจึงประกอบไปด้วยบาทนักษัตรทั้งสิ้น 27 x 4 = 108 บาท ในแต่ละบาทนักษัตร จะถูกแบ่งออกเป็น 9 ช่วงทศา ดังนั้น ในระบบกาลจักรทศาจึงมีจำนวนทศาย่อยทั้งหมด 108 x 9 = 972 ทศา สรุปแล้ว ระบบทศานี้คือระบบที่อิงตาม”ราศี”เป็นหลัก
การคำนวณหาทศาคงเหลือในระบบกาลจักรทศา
ในการคำนวณหาทศาคงเหลือ (สมดุลยทศา) ให้หาตำแหน่งองศาของดาวจันทร์ในดวงชะตากำเนิดจากนั้นดูว่าดาวจันทร์ได้โคจรผ่านนวางศ์นั้นๆ (ซึ่งมีระยะทาง 3 องศา 20 ลิปดา หรือ 200 ลิปดา) ไปแล้วเป็นระยะทางเท่าใด
กำหนดให้ r คือตำแหน่งองศาของดาวจันทร์ และ s คือจุดสิ้นสุดของนวางศ์นั้น
ดังนั้น s - r ก็คือ ระยะทางที่เหลือ (ในหน่วยลิปดา) ที่ดาวจันทร์จะต้องโคจรต่อไป
x = (s - r) * 60 / 200 (โดยที่ r คือตำแหน่งองศาของดาวจันทร์, s คือจุดสิ้นสุดของนวางศ์ และ 200 คือความยาวของนวางศ์ในหน่วยลิปดา)
จากนั้นให้นำค่า x ไปคูณกับจำนวนปีทศาของดาวเคราะห์ ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เป็นทศาคงเหลือ (สมดุลยราศีทศา)
สมการ: ทศาคงเหลือ = x * จำนวนปีของทศา
ตารางจำนวนปีของทศาตามราศี
|
ราศี |
ดาวเคราะห์เจ้าเรือน |
จำนวนปีของทศา |
|
เมษ, พิจิก |
อังคาร |
7 |
|
พฤษภ, ตุลย์ |
ศุกร์ |
16 |
|
เมถุน, กันย์ |
พุธ |
9 |
|
กรกฎ |
จันทร์ |
21 |
|
สิงห์ |
อาทิตย์ |
5 |
|
ธนู, มีน |
พฤหัสบดี |
10 |
|
มังกร, กุมภ์ |
เสาร์ |
4 |
ตัวอย่างการคำนวณ
ตัวอย่างดวงชะตา ดาวนักษัตรของดวงชะตาตัวอย่างคือ อาศเลษา บาทที่ 1 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอัศวินี แบบ สวยะ จักร ดังนั้น ทศาแรกที่เสวยอายุคือราศีเมษ ถัดไปคือราศีพฤษภ เป็นต้น
วิธีคำนวณทศาคงเหลือ (สมดุลยราศี-กาลจักรทศา)
- ตำแหน่งองศาของดาวจันทร์ = 109.2406
- จุดสิ้นสุดของนวางศ์ = 110.00
- ดังนั้น s - r = 110.00 - 109.2406 = 0.7594
- (s - r) * 60 = 0.7594 * 60 = 45.56
- 45.56 / 200 = 0.23
และเนื่องจากระยะเวลาทศาของดาวอังคาร (ราศีเมษ) คือ 7 ปี ดังนั้น:
- 7 ปี * 0.23 = 1 ปี 7 เดือน 4 วัน
ซึ่ง 1 ปี 7 เดือน 4 วัน นี้ก็คือ ทศาคงเหลือ (สมดุลยราศี-กาลจักรทศา) ณ เวลาเกิดนั่นเอง
บทสรุป
กาลจักรทศาเป็นระบบทศาที่ถือว่าลึกลับและซับซ้อนที่สุดระบบหนึ่ง ท่านมหาฤๅษีปาราศระจัดให้เป็น "อายุรทศา" (ทศาที่ใช้พิจารณาอายุขัย) ต่างจากวิมโษตตรีทศาที่นับจากดาวเจ้านักษัตร แต่สำหรับกาลจักรทศานับจาก "บาทนวางศ์" ที่ดาวจันทร์สถิต แล้วกำหนดลำดับราศีที่จะเสวยตามทิศทางสวยะ/อปสวยะ จึงให้มุมมองเรื่องจังหวะชีวิตที่ละเอียดและเจาะจงเฉพาะบุคคลมากเป็นพิเศษ
กาลจักรทศา หรือ "กงล้อแห่งกาลเวลา" เป็นระบบทศาชั้นสูงที่อิงนวางศ์และทิศทางการเคลื่อนที่แบบสวยะ-อปสวยะเป็นฐานในการคำนวน ใช้ในกรณีที่ดาวเจ้าเรือนนวางศ์ของดาวจันทร์มีกำลังเด่น หัวใจของการใช้ระบบนี้คือการหาบาทนวางศ์ที่ดาวจันทร์สถิต คำนวณเศษทศา ณ เวลาเกิด แล้วไล่ลำดับราศีที่เจ้าชะตาจะเสวยตลอดอายุขัย เมื่อผนวกกับการวินิจฉัยกำลังและความเป็นเจ้าเรือนของดาวที่ปกครองแต่ละราศี ก็จะช่วยให้พยากรณ์จังหวะชีวิตได้อย่างแม่นยำและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
กาลจักรทศาเป็นระบบทศาที่อิงตามนักษัตรและปาทะ ซึ่งกำหนดเส้นทางชีวิตของผู้คนตามลำดับปีนักษัตรซึ่มีระยะยาวนานถึง 100 ปี ระบบนี้มีที่มาจากตำราโหราศาสตร์คลาสสิก (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พฤหัต ปราสาระ โหราศาสตรา) และได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมในงานเขียนต่างๆ เช่น กาลจักรอัธยายะ
ความแตกต่างระหว่าง สวยะ/อปสวยะ มีความสำคัญมาก เพราะจะทำให้เกิดรูปแบบลำดับเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่แตกต่างกัน คนสองคนที่เกิดภายใต้ลำดับประเภทที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะมีดวงชะตาที่คล้ายคลึงกันในด้านอื่นๆ ก็จะประสบกับเหตุการณ์สำคัญในชีวิตในลำดับและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
ปรมายุ — "อายุยืนยาวที่สุด" — เป็นแนวคิดเฉพาะของกาลจักร ระบบนี้ระบุช่วงอายุขัยสูงสุดที่เป็นไปได้สำหรับแต่ละบุคคลโดยพิจารณาจาก:
ราศีที่เข้มแข็ง (ดาวเคราะห์อยู่ในตำแหน่งเกษร/ตำแหน่งอุจน์) จะช่วยเพิ่มการคำนวณปีของปรมะอายุ ในขณะที่ราศีที่อ่อนแอจะลดทอนจำนวนอายุลงไป
อิทธิพลดาวเคราะห์ หากเป็นศุภเคราะห์ก็จะเสริมให้อายุยืนยาวและมีความสุขมากขึ้น หากเป็นบาปเคราะห์ผลก็จะเป็นตรงข้าม
อายุขัยสูงสุดตามทฤษฎี 100 ปีนั้นหาได้ยาก โดยทั่วไปแล้วอายุขัยที่คำนวณได้ของคนส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 60-90 ปี การคำนวณนี้ให้กรอบเวลาสำหรับการวางแผนชีวิตมากกว่าการทำนายวันตายที่เฉพาะเจาะจง (ซึ่งนักโหราศาสตร์ทั่วไปมักหลีกเลี่ยงการทำนาย)
ปรมายุ เป็นหนึ่งในวิธีการประเมินอายุขัยหลายวิธีในโหราศาสตร์พระเวท และควรนำไปเปรียบเทียบกับเทคนิคการประเมินอายุขัยอื่นๆ (เช่น การประเมินตามลัคนา การประเมินตามเรือนที่ 8 การประเมินตามทศา) เพื่อการประเมินอายุขัยที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น
--------------------------------------------
***ประกาศ***
อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางเว็บไซด์แล้ว
1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์
2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html
3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html
4.แจกฟรี App"ฤกษ์ดี" ผูกดวงชะตาด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) เพื่อการศึกษาโหรภารตะแบบเต็มสูตร DownLoad ได้ที่ Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.cmdpaw.astroneemo&pcampaignid=web_share
*******************************
สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)
กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ /services/reading-vedic-astrology.html
*******************************
บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)
ดูฤกษ์ออกรถ ดูฤกษ์ยกเสาเอก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่ ดูฤกษ์ลาสิกขาบท ดูฤกษ์โกนผมไฟ ดูฤกษ์ผ่าคลอด ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ)
*******************************






















