
เพื่อเป็นการปลุกจิตหยั่งรู้ หรือญาณทัศนะ นักโหราศาสตร์จะทำการอัญเชิญ พลังแห่งดาวอาทิตย์ซึ่งสถิตอยู่ภายใน หรือ จิตวิญญาณแห่งสุริยเทพอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วสากลจักรวาล โดยสวดโศลกบท มังคลาจรณ ซึ่งเป็นไหว้ครู หรือ บทสวดสรรเสริญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเริ่มศึกษาคัมภีร์หรือทำการพยากรณ์ โดยโศลกบทนี้เป็น โศลกบทแรกสุด (บทที่ 1 โศลกที่ 1) จากคัมภีร์โหราศาสตร์ระดับตำนานที่ชื่อว่า พฤหัตชาตกะ (बृहज्जातक ) ประพันธ์โดยท่านมหาปราชญ์ วราหมิหิระ
ต้นฉบับอักษรเทวนาครี
मूर्तित्वे परिकल्पितः शशभृतो वर्त्मापुनर्जन्मनाम् आत्मेत्यात्मविदां क्रतुश्च यजतां भर्तामरज्योतिषाम् । लोकानां प्रलयोद्भवस्थितिविभुश्चानेकधा यः श्रुतौ वाचं नः स ददात्वनेककिरणस्त्रैलोक्यदीपो रविः ॥ १ ॥
คำอ่านอักษรไทย
มูรติตเว ปะริกัลปิตะห์ ศะศะภฤโต วรรตมาปุนรรชันมะนาม อาตเมตยาตมะวิทาม กระตุศจะ ยะชะตาม ภรรตามะรัชโยติษาม ฯ โลกานาม ประละโยทภะวัสถิติวิภุศจาเนกะธา ยะห์ ศรุเตา วาจัม นะห์ สะ ทะทาตวะเนกะกิระณัสไตรโลกยะทีโป ระวิห์ ๚ ๑ ๚
คำแปล
"ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า แสงสว่างของพระองค์คือสิ่งที่ทำให้ดวงจันทร์เปล่งประกาย! ข้าแต่พระผู้ให้กำเนิดวิถีแห่งสุริยัน ข้าแต่พระผู้เป็นดวงจิตแห่งเหล่านักปราชญ์! ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าแห่งแสงสว่างทั้งมวล! พระองค์คือพระผู้คุ้มครอง พระผู้ทำลายล้าง และพระผู้สร้างสรรค์! ข้าแต่พระผู้ได้รับการสรรเสริญเกียรติยศอย่างสูงสุด! ข้าแต่พระผู้เป็นกาลเวลาอันเป็นนิรันดร์ ขอทรงประทานพรศักดิ์สิทธิ์แห่งวาจาอันแจ่มแจ้งและฉะฉานแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด"
โศลกบทนี้เป็นประณามพจน์และขอพรจาก องค์สุริยเทพ (พระอาทิตย์) เพื่อให้ท่านประทาน "วาจา" หรือวาทศิลป์และความแตกฉานในการพยากรณ์แก่ผู้แต่งและนักโหราศาสตร์ โดยสรรเสริญว่าพระอาทิตย์คือแสงสว่างแห่งสามโลก (त्रैलोक्यदीपो रविः) และเป็นจุดกำเนิดของสรรพสิ่ง
ซึ่งนักโหราศาสตร์จักต้องสวดอ้อนวอนต่อดาวอาทิตย์ซึ่งสถิตอยู่ภายใน (สุริยเทพ) เพื่อขอให้พระองค์ทรงประทานพรแห่ง ญาณหยั่งรู้ และ วาทศิลป์ในการพยากรณ์อันแม่นยำอันไร้ข้อกังขาแก่ผู้ที่ทำการสวดบูชาแด่พระองค์
โหราศาสตร์ปรัศนศาสตร์พระเวท (Vedic Horary Astrology) หรือที่รู้จักกันในชื่อ วิชาปรัศนศาสตร์-กาลชะตา (प्रश्न शास्त्र) หรือวิชา”จับยาม” เป็นแขนงวิชาอันเก่าแก่ของโหราศาสตร์พระเวท ซึ่งใช้สำหรับตอบคำถามที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง โดยการผูกดวงชะตาขึ้นมาใหม่ตาม เวลา วันที่ และสถานที่ที่ตั้งคำถามหรือกำลังได้รับคำถามนั้นพอดี วิชาแขนงนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลวันเดือนปีเกิดของเจ้าชะตา จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหาคำตอบที่ต้องการความรวดเร็วและสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ทันที
หลักการทำงาน
- ช่วงเวลาแห่งคำถาม : โหราจารย์จะทำการผูกดวงชะตาโดยยึดเอาเวลาที่แน่นอนขณะที่โหราจารย์ได้รับคำถามนั้น
- การกำหนดภพ/เรือน: ภพ (เรือน) ต่างๆ และดาวเจ้าเรือนจะมีความหมายสอดคล้องกับคำถามที่แตกต่างกันไป (ตัวอย่างเช่น ภพที่ 7 สำหรับเรื่องการแต่งงาน, ภพที่ 4 สำหรับเรื่องทรัพย์สิน/อสังหาริมทรัพย์, ภพที่ 5 สำหรับเรื่องบุตร, ภพที่ 10 สำหรับเรื่องหน้าที่การงาน และ ภพที่ 2 หรือ 11 สำหรับเรื่องการเงิน)
- ดาวตัวแทนหลัก : ดาวเจ้าเรือนที่ควบคุมเรื่องราวในคำถามของผู้ถาม และดาวเคราะห์ที่สถิตอยู่ในเรือนนั้น จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อประเมินบทสรุปหรือผลลัพธ์
- ดาวจันทร์ : ดาวจันทร์ทำหน้าที่เป็นดาวตัวแทนร่วมที่บ่งบอกถึงสภาพจิตใจและความตั้งใจของผู้ถาม สถานะของดาวจันทร์ในดวงชะตาขณะนั้นจะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่แท้จริงของผู้ถาม ซึ่งจะแสดงเจตนาของผู้ถามว่ามีเจตนาเช่นไร หรืออารมณ์เบื้องลึกของสถานการณ์นั้นๆ
- หลักวิชาที่นำมาใช้ : โหราจารย์มักจะประยุกต์ใช้หลักวิชาการต่างๆ เช่น ระบบกฤษณมูรติ ปัทธติ (कृष्णमूर्ति पद्धति หรือ KP System) หรือระบบทศา (दशा) แบบดั้งเดิม เพื่อพยากรณ์ช่วงเวลาที่แน่นอนที่เหตุการณ์ของคำถามนั้นจะเกิดขึ้นในอนาคต
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน
วิชาปรัศนศาสตร์สามารถนำมาใช้เพื่อหาทางออกหรือคำตอบในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรืออธิบายข้อสงสัยได้หลากหลายรูปแบบ:
- สิ่งของสูญหาย : การค้นหาตำแหน่งของสิ่งของที่สูญหาย หรือสัตว์เลี้ยงที่พลัดหลง
- การตัดสินใจทางการเงิน : การประเมินความเสี่ยงและแนวโน้มความสำเร็จของการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือการลงทุน
- ความสัมพันธ์ : การตรวจสอบอนาคตและแนวโน้มของการเป็นหุ้นส่วน หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการแต่งงาน
- สุขภาพและการเดินทาง : การพิจารณาว่าการเดินทางนั้นจะราบรื่นและเกิดประโยชน์หรือไม่ หรือปัญหาสุขภาพที่เป็นอยู่จะมีอาการดีขึ้นหรือไม่
คัมภีร์โหราศาสตร์ดั้งเดิมที่ใช้อ้างอิง
กฎเกณฑ์และวิธีการสำหรับ ปรัศน นิรนัย (प्रश्न निर्णय) หรือการพิจารณาตัดสินคำถาม ล้วนมีรากฐานมาจากคัมภีร์โหราศาสตร์พระเวทแบบคลาสสิก ดังนี้:
- ปรัศนมรรคา (प्रश्न मार्ग): ตำราเฉพาะทางขั้นสูงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาปรัศนศาสตร์-กาลชะตา โดยเฉพาะ
- ตาชิกะ นีลกัณฐี (ताजिक नीलकण्ठी ): โหราศาสตร์ระบบตาชิกะ มุ่งเน้นไปที่กฎเกณฑ์เรื่องมุมสัมพันธ์ของดาวเคราะห์ มิตรภาพ และการส่งกระแสถึงกันที่เป็นเอกลักษณ์ในระบบตาชิกะ(ताजिक) ซึ่งถูกนำมาใช้อย่างมากในการพยากรณ์แบบปรัศนศาสตร์
- พฤหัต ปาราศร โหราศาสตรา (बृहत् पाराशर होरा शास्त्र หรือ BPHS): คัมภีร์หลักที่ให้รากฐานและหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดทางโหราศาสตร์พระเวทและวิชาปรัศนศาสตร์
ลัคนาทั้งสี่ในวิชาปรัศนศาสตร์
ในลำดับแรก จะต้องทำการคำนวณหาลัคนาทั้งสี่ชนิดก่อนที่ทำการพยากรณ์ ซึ่งประกอบไปด้วย อารูฒะ หรือ อรุธะ (आरूढ), ลัคนา (लग्न), อินทุ (इन्दु ) และ ฉัตรา (छत्र ) (รวมเรียกว่า อารูฒะ ลัคเนนทุ ฉัตร - आरूढलग्नेन्दुछत्र) "สรวมฺ อารูเฒปิ จินฺตเยตฺ" (सर्वमारूढेपि चिन्तयेत्) ทุกสิ่งทุกอย่างในวิชาปรัศนศาสตร์นั้นล้วนพิจารณาโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "อารูฒะ ลัคนา หรือ อรุธ ลัคนา " (आरूढ लग्न) เฉกเช่นเดียวกับที่ทุกสิ่งในวิชาโหราศาสตร์ที่ว่าด้วยดวงชะตากำเนิด ล้วนพิจารณาโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ลัคนา" (लग्न) และลัคนาหลักสองประการที่สำคัญที่สุดในระบบนี้คือ อารูฒะ (आरूढ ) และ อุทยะ (उदय ) (ซึ่งก็คือ ลัคนา หรือ อุทัยลัคน์ ที่คำนวณจากเวลา ณ ขณะนั้นนั่นเอง)
1.อุทยะ ลัคนา (उदय लग्न ) หรือ อุทัยลัคน์ ของดวงปรัศนศาสตร์กาลชาตา ที่คำนวณจากเวลา ณ ขณะที่ถาม โดยอ้างอิงจากวัน เดือน ปี เวลา และรวมถึงสถานที่ที่ทำการถาม เพื่อคำนวณเวลาท้องถิ่น ณ ขณะนั้น ผลที่ได้ก็จะเป็น องศา ลิปดา และราศี ของ อุทัยลัคนา ซึ่งก็เหมือนกับหลักการคำนวณลัคนากำเนิดของดวงชะตาของบุคคล แต่ในกรณีนี้เป็นลัคนาของดวงที่ตั้งคำถาม หรือ ดวงกาลชาตา
2.อารูฒะ ลัคนา (आरूढ लग्न ) ในวิชาโหราศาสตร์ปรัศนศาสตร์ “อารูฒะ ลัคนา” จะเปิดเผยให้เห็นถึง "สิ่งที่ปรากฏออกมา" หรือความเป็นจริงภายนอกที่เกี่ยวข้องกับคำถามของผู้ถาม ในขณะที่ลัคนาหลักจะแสดงให้เห็นถึงความจริงอันเป็นแก่นแท้ของสถานการณ์นั้น แต่ อารูฒะ ลัคนา (ซึ่งคำนวณจากตำแหน่งที่ดาวเจ้าเรือนลัคนาสถิตอยู่) จะแสดงให้เห็นว่า โลก—หรือผู้คนที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ของผู้ถาม —มองเห็นตัวผู้ถาม และความสำเร็จทางวัตถุของผู้ถาม อย่างไร
3.อินทุลัคนา (इन्दु ) หรือ "ธนลัคนา" इंदु लग्न ลัคนา(ราศี)แห่งความมั่งคั่งร่ำรวยและวิธีคำนวน กรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.astroneemo.net/index.php/free-e-book/224-2-basic-vedic-astrology-lessons/2978-vedic-astrology-lesson-35.html
4.ฉัตรลัคนา (छत्र ) ฉัตร แปลว่า ร่ม หมายถึงได้รับการปกป้องคุ้มครอง หรือแสดงถึงเกียรติยศ ชื่อเสียง โดยทั่วไปแล้ว ฉัตรลัคนา แสดงว่าดวงชะตาของเจ้าชะตา อยู่ภายใต้การปกป้องจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือได้รับการปกป้องจากสิ่งภายนอก มีผู้อุปถัมภ์ หรือรัฐบาล แสดงถึงความฉลาด รอบรู้ เป็นที่เคารพนับถือ และได้รับการสนับสนุนในสิ่งที่ตนทำ
วิธีคำนวณ ฉัตรลัคนา หรือ ฉัตรราศี ต้องใช้หลักการจากคัมภีร์โหราปรัศนศาสตร์ ของโหราศาสตร์พระเวท ฉัตรลัคนาคือจุดพิกัดพิเศษ ที่ใช้ร่วมกับ ปรัศนลัคนา (ลัคนา ณ เวลาที่ตั้งคำถาม) และ อารูฒะ ลัคนา (อรุธลัคนา - ลัคนาสะท้อน) เพื่อทำนายผลลัพธ์หรือสิ่งซ่อนเร้นของเรื่องที่ถาม โดยคำนวณจากตำแหน่งของดาวอาทิตย์และปรัศนลัคนาในขณะนั้น ดังนี้
1. หาพิกัดเริ่มต้น ก่อนคำนวณ เราจะต้องทราบข้อมูล 3 ส่วน ณ เวลาที่ตั้งคำถาม:
- ปรัศนลัคนา : ลัคนาราศีที่กำลังสถิตอยู่ ณ นาทีที่ถาม
- ราศีของดาวอาทิตย์ : ราศีที่พระอาทิตย์กำลังสถิตอยู่ ณ นาทีที่ถาม
- เลขดัชนีราศี: กำหนดตัวเลขให้แต่ละราศีตามลำดับ คือ เมษ (1) ไปจนถึง มีน (12)
2. นับระยะห่างของเรือนชะตา ให้นับจำนวนราศี (ตามลำดับราศี) โดยเริ่มนับจากราศีที่พระอาทิตย์สถิต ไปจนถึงราศีของปรัศนลัคนา (ต้องนับรวมราศีเริ่มต้นและราศีสิ้นสุดด้วยเสมอ)
- สูตรคำนวณ: =(-)+1 (หากผลลัพธ์เป็นศูนย์หรือติดลบ ให้บวกด้วย 12)
3. นับระยะจากปรัศนลัคนา นำตัวเลขระยะห่างที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 มาใช้นับเวียนตามลำดับราศีไปข้างหน้า โดยในรอบนี้ให้เริ่มนับราศีที่ 1 จากราศีปรัศนลัคนา
4. สรุปพิกัดฉัตรลัคนา ราศีสุดท้ายที่นับไปตกราศีใด ราศีนั้นคือ ฉัตรลัคนา ของดวงปรัศนกาลชาตาหรือดวงคำถาม ณ ขณะนั้น
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่ามีการตั้งคำถามในเวลาขณะที่พระอาทิตย์สถิตราศีเมษ และ ปรัศนลัคนาสถิตอยู่ในราศีเมถุน
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดตัวเลขประจำราศี พระอาทิตย์อยู่ราศีเมษ = ราศีลำดับที่ 1,ปรัศนลัคนาอยู่ราศีเมถุน = ราศีลำดับที่ 3
ขั้นตอนที่ 2: หาระยะห่างจากพระอาทิตย์ไปหาปรัศนลัคนา ให้นับจากราศีเมษ (1) ไปหา ราศีเมถุน (3): ราศีเมษ (1) ราศีพฤษภ (2) ราศีเมถุน (3) ระยะห่างรวมคือ 3 ราศี
ขั้นตอนที่ 3: นับต่อไปจากปรัศนลัคนา นับต่อไปอีก 3 ราศี โดยเริ่มตั้งต้นนับจากราศีเมถุน: ราศีเมถุน (1) ราศีกรกฎ (2) ราศีสิงห์ (3)
สรุป ภายใต้เงื่อนไขตามตัวอย่างนี้ ฉัตรลัคนา ที่ได้ก็คือ “ราศีสิงห์” หากมีดาวศุภเคราะห์ เช่น ดาวพฤหัสบดี หรือดาวศุกร์ สถิตหรือเล็งราศีสิงห์นี้ คำถามที่ถามจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี ประสบความสำเร็จ และได้รับการคุ้มครองจากสิ่งต่างๆที่อ้างแล้ว
บทบาทและการทำงานในการวิเคราะห์ปรัศนชาตา
- การรับรู้และชื่อเสียง : หากธนาคารหรือนายจ้างกำลังประเมินคำขอสินเชื่อหรือใบสมัครงานของผู้ถาม มุมมองที่ธนาคารหรือนายจ้างมีต่อตัวผู้ถาม จะถูกอ่านจากตำแหน่งของอารูฒะ ลัคนา ไม่ใช่จากลัคนาที่แท้จริงของผู้ถาม
- ทิศทางของสถานะ : หากมีดาวศุภเคราะห์ โคจรมาทับหรือส่งกระแส (ทำมุม) ถึงอารูฒะ ลัคนา จะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภาพลักษณ์และสถานการณ์ของผู้ถามกำลังดีขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากมีดาวบาปเคราะห์มีโยคเกณฑ์เข้ามาเกี่ยวข้อง จะบ่งบอกถึงแนวโน้มของสถานการณ์ที่กำลังแย่ลง
วิธีการคำนวณหาอารูฒะ ลัคนา
- วิธีดั้งเดิม : คือการหาราศีโดยการนับจำนวนราศีจากตำแหน่งดาวเจ้าเรือนลัคนา(ตนุลัคน์) ไปให้เท่ากับจำนวนราศีที่ดาวเจ้าเรือนลัคนานั้นอยู่ห่างจากตัวลัคนาเอง ตัวอย่างเช่น ในการผูกดวงกาลชะตา หากภพที่ 1 (ลัคนา) ของคำถามในขณะนั้นคือราศีเมษ และดาวเจ้าเรือนลัคนา (ดาวอังคาร) สถิตอยู่ในราศีสิงห์ซึ่งอยู่ห่างออกไป 5 เรือน เราจะต้องนับเดินหน้าต่อไปอีก 5 ภพจากราศีสิงห์ (ซึ่งจะตกที่ราศีธนู) ดังนั้น ราศีธนูจึงกลายเป็น "อารูฒะ ลัคนา"
- ปรัศน สังขยา หรือ วิธีใช้ตัวเลข : ในระบบของการพยากรณ์ปรัศนศาสตร์บางสำนัก โหราจารย์จะให้ผู้ถามเลือกตัวเลขระหว่าง 1 ถึง 108 หรือบางระบบ เช่นระบบ KP ตัวเลขอาจจะมีมากถึง 249 จากนั้นจะนำตัวเลขดังกล่าวมาหารด้วย 9 เพื่อกำหนดราศีที่แน่นอนสำหรับนำมาใช้เป็นอารูฒะ ลัคนาในดวงกาลชะตานั้น
โหราศาสตร์การแพทย์ - ว่าด้วยเรื่องโรคภัยและอายุขัย
ในวิชาโหราศาสตร์ปรัศนศาสตร์พระเวท มีการใช้สูตร (Formula) หรือ "สูตระ" (सूत्र) ในการพิจารณา 3 ประเภท ได้แก่:
1. ชีวสูตร (जीव सूत्र ) : สูตรแห่งชีวิต
- หากดาวเจ้าเรือนอารูฒะ (आरूढ) สถิตร่วมกับดาวเจ้าเรือนอุทยะ (उदय) ในเรือนที่เป็นมิตรต่อกัน หรือสถิตในเรือนอารูฒะ หรือเรือนอุทยะ จะเกิดเป็น "ชีวสูตร"
2. โรคสูตร (रोग सूत्र ) : สูตรแห่งความเจ็บป่วย (การประคองขันธ์)
- หากดาวเจ้าเรือนอารูฒะ มีกำลังเข้มแข็ง แต่ดาวเจ้าเรือนอุทยะอ่อนกำลัง จะเกิดเป็น "โรคสูตร"
- หรือหากดาวเจ้าเรือนอารูฒะ และดาวเจ้าเรือนอุทยะต่างก็สถิตในเรือนอุจจ์ หรือเรือนคู่มิตร แต่ไม่มีความสัมพันธ์ (มุมโยคหรือการร่วมเรือน) ใดๆ ต่อกันเลย ก็จะเกิดเป็น "โรคสูตร" เช่นกัน
3. มฤตยุสูตร (मृत्यु सूत्र) : สูตรแห่งความตาย
- หากดาวเจ้าเรือนอุทยะสถิตในราศีนีจ ของดาวเจ้าเรือนอารูฒะ หรือสถิตในเรือนศัตรู หรือเรือนที่เป็นกลางของดาวเจ้าเรือนอารูฒะ จะเกิดเป็น "มฤตยุสูตร"
ผลลัพธ์ของสูตรทั้งสาม
- หากชีวสูตรมีความเข้มแข็ง: เจ้าชะตาจะมีอายุยืนยาวและหายจากความเจ็บป่วยต่างๆ (อายุรฺ วีรฺยมฺ ธนมปิ ยโศ วรฺธเต ชีวสูตฺเร - आयुर्वीर्यं धनमपि यशो वर्धते जीवसूत्रे : อายุ พละกำลัง ทรัพย์สิน และเกียรติยศ จะเพิ่มพูนขึ้นในชีวสูตร)
- หากตกอยู่ในโรคสูตร: เจ้าชะตาจะต้องดิ้นรนต่อสู้กับความเจ็บป่วย (รุกฺสูตฺรมฺ เจตฺ ธนหานิรฺ มโนภงฺค เทหปฺรปีฑา - रुक्सूत्रं चेत् धनहानिर्मनोभङ्ग देहप्रपीडा : หากเป็นโรคสูตร จะเสียทรัพย์ จิตใจพังทลาย และร่างกายได้รับความทุกข์ทรมาน)
- หากตกอยู่ในมฤตยุสูตร: จะนำไปสู่ความตาย หรือจุดจบของเจ้าชะตา
นี่คือข้อบ่งชี้หลักของสูตร (สูตระ - सूत्र) ทั้ง 3 ประการนี้ โหราจารย์จะอาศัยสูตรเหล่านี้ในการพยากรณ์สภาวะปัจจุบันของเจ้าชะตาในวิชาโหราศาสตร์ แบบปรัศนศาสตร์ จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในขณะทำการพยากรณ์ เนื่องจากการอ่านดวงชะตาและตีความที่ผิดพลาด ก็จะทำลายชื่อเสียงของนักโหราศาสตร์ได้อย่างที่ไม่มีวันกู้คืนชื่อเสียงกลับมาได้อีก โดยเฉพาะการพยากรณ์เรื่องความตาย
ความสำคัญของดาวพฤหัสบดี
ตำแหน่งของดาวพฤหัสบดี (คุรุ - गुरु หรือ พฤหัสปติ - बृहस्पति) นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากดาวพฤหัสบดีเป็นตัวแทนของ ความเมตตาแห่งพระผู้เป็นเจ้า เพราะท่านคือตัวแทนของทวยเทพทั้งมวล สรรพวิชา และศิลปวิทยาการทุกแขนง!
- สถิตในเรือนเกณฑ์: หากดาวพฤหัสบดีสถิตในมุมเกณฑ์ (เกนทระ - केन्द्र) นั่นหมายถึงความเมตตาที่จะช่วยกอบกู้และบรรเทาสถานการณ์ให้ดีขึ้น
- สถิตในทุสถานภพ: หากดาวพฤหัสบดีสถิตในตำแหน่งที่เสีย เช่น ในภพที่ 6, 8 หรือ 12 (ทุสถานภพ - दुःस्थान) จะเป็นเรื่องยากมากที่เจ้าชะตาจะก้าวผ่านวิกฤตการณ์ในครั้งนั้นไปได้
- เป็นดาวเจ้าเรือนหลัก: หากดาวพฤหัสบดีทำหน้าที่เป็นดาวเจ้าเรือนอารูฒะ (आरूढ) หรือ ดาวเจ้าเรือนอุทยะ (उदय) นั่นก็แสดงถึงความเมตตาแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองเช่นเดียวกัน
- เป็นดาวเจ้าเรือนทุสถานะ: แต่ในทางกลับกัน หากดาวพฤหัสบดีทำหน้าที่เป็นดาวเจ้าเรือนในภพที่ให้โทษ (ภพที่ 6, 8 และ 12) ดาวพฤหัสบดีก็สามารถสร้างความพินาศย่อยยับให้ได้เช่นกัน
- มุม 6/8 (षष्टाष्टक - ษัษฏาษฏก): หากดาวเจ้าเรือนอารูฒะ (आरूढ) และดาวเจ้าเรือนอุทยะ (उदय) สถิตในมุม 6/8 ต่อกัน (เป็นอริและมรณะต่อกัน) นักโหราศาสตร์ ไม่ควร ดำเนินการพยากรณ์ปรัศนชาตา (प्रश्न) ดวงนั้นต่อไป เพราะเป็นการแสดงถึงผลร้าย โหราจารย์จะต้องแจ้งให้ผู้มาขอรับคำพยากรณ์กลับมาใหม่ในอีกครั้งในวันหลัง และแนะนำให้ผู้มาขอรับคำพยากรณ์ไปสวดอ้อนวอนเพื่อขอความเมตตาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน
- มุม 2/12 (द्विद्वादश - ทวิทวาทศะ): หากดาวเจ้าเรือนทั้งสองสถิตในมุม 2/12 ต่อกัน การให้โทษหรือความรุนแรงของสถานการณ์จะไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับกรณีแรก แต่ก็ยังถือว่ามีอุปสรรคหรือเคราะห์กรรมแฝงอยู่
- มุมเกณฑ์ (केन्द्र - เกนทระ) และ ตรีโกณ (त्रिकोण - ตฺริโกณ): หากดาวเจ้าเรือนทั้งสองสถิตในมุมเกณฑ์ (ภพที่ 1, 4, 7, 10 ต่อกัน) ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมาก หรือหากสถิตในมุมตรีโกณ (ภพที่ 1, 5, 9 ต่อกัน) ก็ถือว่าเป็นศุภผลและให้คุณเช่นเดียวกัน
--------------------------------------------
***ประกาศ***
อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางเว็บไซด์แล้ว
1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์
2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html
3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html
4.แจกฟรี App"ฤกษ์ดี" ผูกดวงชะตาด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) เพื่อการศึกษาโหรภารตะแบบเต็มสูตร DownLoad ได้ที่ Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.cmdpaw.astroneemo&pcampaignid=web_share
*******************************
สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)
กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ /services/reading-vedic-astrology.html
*******************************
บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)
ดูฤกษ์ออกรถ ดูฤกษ์ยกเสาเอก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่ ดูฤกษ์ลาสิกขาบท ดูฤกษ์โกนผมไฟ ดูฤกษ์ผ่าคลอด ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ)
*******************************






















