
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (ภารตะ) บทที่ 48 ตริสผุฏะ-เกณฑ์ชี้วัดโรคภัยและความตาย
ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) คือจุดพิกัดทางคณิตศาสตร์ที่มีความอ่อนไหวและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพยากรณ์ของโหราศาสตร์พระเวท หรือ โชยติษ (ज्योतिष) ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้ในวิชา ปรัศนะ (प्रश्न) (โหราศาสตร์แบบตั้งคำถามหรือกาลชาตา) เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงสภาวะทางสุขภาพและเคราะห์กรรม (ความโชคร้าย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต จุดพิกัดนี้คำนวณได้จากการนำตำแหน่งองศา ที่แน่นอนของปัจจัยทางโหราศาสตร์ 3 ประการมาบวกเข้าด้วยกัน ได้แก่:
(1). ลัคนา (लग्न) (2). ดาวจันทร์ (चन्द्र) (3). คุลิกะ (गुलिक) หรือ มัณฑิ (मान्दि)
ดังที่ชื่อได้บ่งบอกไว้ ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) คือผลรวมขององศาทั้งสาม ได้แก่ ตำแหน่งองศาของ ลัคนา , ดาวจันทร์ และ คุลิกะ
การที่มีปัจจัยทั้งสามเข้ามาเกี่ยวข้องในสูตรการคำนวณนี้ บ่งชี้ว่าจุดพิกัดดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพและอายุขัยโดยตรง โดยที่ ลัคนา (लग्न) และ ดาวจันทร์ (चन्द्र) ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาและคุ้มครองสุขภาพ ในขณะที่ คุลิกะ (गुलिक) นั้นเป็นตัวแทนของผู้ทำลายสุขภาพ
เมื่อเรานำตำแหน่งองศาของปัจจัยทั้งสามนี้มารวมกัน เราจะได้จุดพิกัดอันทรงพลัง ซึ่งสามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาวะสุขภาพ ณ ช่วงเวลาที่ทำการพยากรณ์แบบ ปรัศนะ-กาลชาตา (प्रश्न) ได้
ดังนั้น หากคำถามในดวง ปรัศนะ-กาลชาตา (प्रश्न) นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บ การหาจุดพิกัดอันทรงพลังนี้จึงถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และสามารถนำมาใช้เพื่อพิจารณาเจาะลึกถึงสภาวะของเจ้าชะตา ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างแม่นยำ
คัมภีร์ ปรัศนมารค (प्रश्न मार्ग) ได้กล่าวถึงเรื่อง ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) ไว้อย่างกว้างขวางและละเอียดลออ ในขณะที่ทำการคำนวณหาจุดพิกัดองศาเหล่านี้ ในส่วนขององศาลัคนา และ องศาดาวจันทร์ จะไม่มีปัญหาเพราะสามารถคำนวนได้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีความคลุมเครือบางประการเกี่ยวกับตำแหน่งองศาของ คุลิกะ
เนื่องจากยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหมู่นักปราชญ์เกี่ยวกับองศาของคุลิกะ ดังนั้น เราจึงควรทราบว่านิยามของคุลิกะที่จะนำมาใช้ในการคำนวณนี้ดังนี้
- การแบ่งช่วงเวลา: หากระยะเวลาในเวลากลางวัน หรือ ทินมาน (दिनमान) หรือระยะเวลาในเวลากลางคืน หรือ ราตริมาน (रात्रिमान) ถูกแบ่งออกเป็น 8 ส่วน เรียกว่า ยามารธะ (यामार्ध) ซึ่งแต่ละส่วนจะมีระยะเวลา "โดยประมาณ" 1.5 ชั่วโมง
- การครองยาม: แต่ละส่วนจะมีดาวเคราะห์ทั้ง 7 เป็นผู้ครองตามลำดับวันในสัปดาห์ โดยเริ่มต้นจากดาวเจ้าแห่งวันนั้นๆ สำหรับช่วงเวลากลางวัน และเริ่มต้นจากดาวเคราะห์ดวงที่ 5 นับจากดาวเจ้าแห่งวันสำหรับช่วงเวลากลางคืน
- ช่วงเวลาของคุลิกะ: เนื่องจากมีการแบ่งออกเป็น 8 ส่วน ส่วนที่อยู่ถัดจากช่วงเวลาของดาวเสาร์ จะไม่มีดาวเคราะห์ดวงใดเป็นผู้ครอง และถือว่าถูกครอบครองโดย คุลิกะ (गुलिक) (อ้างอิงตามคัมภีร์ พฤหัต ปาราศร โหราศาสตรา - BPHS)
- ดาวอุปเคราะห์ และเวลาเกิด: บรรดา ดาวอุปเคราะห์ (उपग्रह) ต่างๆ (หรือที่เรียกว่า "บุตรแห่งดาวเคราะห์") จะกำเนิดหรือปรากฏขึ้นในช่วงกึ่งกลางของแต่ละช่วงเวลาของดาวเคราะห์ (ดาวเจ้า ยามารธะ - यामार्ध) ตามที่ระบุไว้ในคัมภีร์ อุตตรกาลามฤต (उत्तरकालामृत) ของท่านมหาปราชญ์ กาลิทาส (कालिदास) ในขณะที่ คุลิกะ (गुलिक) จะปรากฏขึ้น ณ จุดเริ่มต้นของช่วงเวลาของคุลิกะเอง
ดังนั้น จุดเริ่มต้นของช่วงเวลาของคุลิกะจึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ คุลิโคทยะ กาละ (गुलिकोदय काल ) ซึ่งมีความหมายว่า "เวลาที่คุลิกะปรากฏขึ้น"
***กรุณาศึกษาเพิ่มเรื่องดาวอุปเคราะห์ https://share.google/g3tLYpyDtJsUWEgoW
ดังนั้น หลายท่านจึงกล่าวว่ามันปรากฏขึ้นในตอนท้ายของช่วงเวลา ยามของดาวเสาร์ (शनि) ในขณะที่ท่านอื่นๆ กล่าวว่ามันคือจุดเริ่มต้นของช่วงเวลา ยามของ คุลิกะ (गुलिक) ซึ่งแท้จริงแล้วคำกล่าวทั้งสองนี้มีความหมายเดียวกัน
ต่อไปนี้คือหลักการบางประการในการพิจารณา ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट - Trisphuta) ตามที่ ท่านคุรุเทพ (गुरुदेव ) ได้อธิบายไว้:
- การแบ่งกลุ่มระดับจักรราศี: จักรราศีในดวงดวง ราศี (राशि) จะต้องถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรก (ราศีเมษ, พฤษภ, เมถุน และ กรกฎ) เป็นตัวแทนของ "การสร้าง" ส่วนที่สอง (ราศีสิงห์, กันย์, ตุลย์ และ พิจิก) เป็นตัวแทนของ "การดำรงอยู่" และส่วนสุดท้าย (ราศีธนู, มังกร, กุมภ์ และ มีน) เป็นตัวแทนของ "การทำลายล้าง" เราสามารถเรียกกลุ่มเหล่านี้ได้ว่าเป็น กลุ่มราศีแห่งการสร้าง การดำรงอยู่ และการทำลายล้าง
- มุมมองศาสนาฮินดู: พระเจ้ามีคุณลักษณะตรีมูรติ ซึ่งแบ่งหน้าที่ชัดเจน ได้แก่ พระพรหม (ผู้สร้าง), พระวิษณุ (ผู้ดำรงอยู่) และ พระศิวะ (ผู้ทำลาย) เพื่อสร้างสมดุลแห่งจักรวาล การทำลายในที่นี้คือการสิ้นสุดเพื่อรอการเกิดใหม่
- การแบ่งกลุ่มระดับราศี: ในทำนองเดียวกัน เมื่อย่อส่วนลงมาในขอบเขตที่เล็กลง แต่ละราศีที่เริ่มต้นนับจากราศีเมษ จะเป็นตัวแทนของการสร้าง การดำรงอยู่ และการทำลายล้าง ตามลำดับ ดังนั้นกลุ่มราศีเคลื่อนที่หรือ จรราศี (चर राशि) ทั้งหมดจึงเป็นตัวแทนของการสร้าง กลุ่มราศีคงที่หรือ สถิรราศี (स्थिर राशि) เป็นตัวแทนของการดำรงอยู่ และกลุ่มราศีแปรปรวนหรือ ทวิสภาวราศี (द्विस्वभाव राशि) เป็นตัวแทนของการทำลายล้าง
- การแบ่งกลุ่มระดับนักษัตร: และเมื่อย่อส่วนให้เล็กลงไปอีก แต่ละ นักษัตร (नक्षत्र -) โดยเริ่มต้นนับจากนักษัตรแรกคือ อัศวินี (अश्विनी) จะเป็นตัวแทนของการสร้างสรรค์ การดำรงอยู่ และการทำลายล้าง ตามลำดับ ดังนั้น อัศวินี (अश्विनी) จึงเป็นตัวแทนของการสร้างสรรค์, ภรณี (भरणी - Bharani) เป็นตัวแทนของการดำรงอยู่, กฤติกา (कृत्तिका) เป็นตัวแทนของการทำลายล้าง และจะดำเนินสลับกันไปเช่นนี้เรื่อยๆ จนครบทั้ง 27 นักษัตร
เนื่องจาก นักษัตร สามารถถูกนำมาจัดวางลงในดวงนวางศ์จักร ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราจึงสามารถนำรูปแบบการแบ่งหมวดหมู่นี้มาประยุกต์ใช้กับนวางศ์ได้เช่นเดียวกัน
การกระจายบาทนักษัตรในนวางศ์จักร: เราทราบดีว่าทั้งสี่ ปาทะ (पद ) (หรือ 4 บาท) ของนักษัตร อัศวินี (अश्विनी) นั้นครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ราศีเมษไปจนถึงราศีกรกฎในดวงนวางศ์จักร ในทำนองเดียวกัน ทั้งสี่บาทของนักษัตร ภรณี (भरणी) จะครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ราศีสิงห์ไปจนถึงราศีพิจิก และทั้งสี่บาทของนักษัตร กฤติกา (कृत्तिका) จะครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ราศีธนูไปจนถึงราศีมีนในดวงนวางศ์จักร และจะดำเนินต่อเนื่องสลับกันไปเช่นนี้
การแบ่งกลุ่มระดับนวางศ์: ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถเห็นได้ว่าดวง นวางศ์จักร เองก็สามารถถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้เช่นกัน โดย: ส่วนที่ 1 (ราศีเมษถึงราศีกรกฎ) เป็นตัวแทนของ การสร้างสรรค์ ส่วนที่ 2 (ราศีสิงห์ถึงราศีพิจิก) เป็นตัวแทนของ การดำรงอยู่ และส่วนที่ 3 (ราศีธนูถึงราศีมีน) เป็นตัวแทนของ การทำลายล้าง เราสามารถเรียกกลุ่มทั้งสามนี้ได้ว่าเป็น กลุ่ม นวางศ์ แห่งการสร้างสรรค์ การดำรงอยู่ และการทำลายล้าง
การแบ่งกลุ่มระดับบาทนักษัตร: เมื่อพิจารณาลงลึกถึงระดับที่เล็กที่สุด แต่ละ ปาทะ (पद) (หรือ บาทฤกษ์/บาทนักษัตร) ของ นักษัตร ก็เป็นตัวแทนของการสร้างสรรค์ การดำรงอยู่ และการทำลายล้าง เช่นเดียวกัน ดังนั้น ปาทะ ที่ 1 ของนักษัตร อัศวินี จึงเป็นตัวแทนของการสร้างสรรค์ ปาทะ ที่ 2 เป็นตัวแทนของการดำรงอยู่ ปาทะ ที่ 3 เป็นตัวแทนของการทำลายล้าง และจะดำเนินต่อเนื่องสลับกันไปเช่นนี้เรื่อยๆ
ความเชื่อมโยงกับนวางศ์: เนื่องจากหลักการนี้สามารถนำไปจัดวางตารางลงใน นวางศ์จักร ได้เช่นเดียวกัน เราจึงสามารถเห็นได้ว่า การจัดแบ่งประเภทของราศีต่างๆ ในดวง นวางศ์จักร นั้นมีความคล้ายคลึงกับการจัดแบ่งประเภทของราศีในดวงดวง ราศีจักร ซึ่งสามารถเชื่อมโยงเข้ากับบาทของนักษัตรแต่ละบาทได้อย่างลงตัว
ด้วยเหตุนี้ ปาทะ ของนักษัตรที่ตกอยู่ใน นวางศ์ ราศีเมษ จึงเป็นตัวแทนของ "การสร้างสรรค์" ส่วนบาทที่ตกอยู่ใน นวางศ์ ราศีพฤษภ จะเป็นตัวแทนของ "การดำรงอยู่" และจะดำเนินสลับกันไปตามลำดับเช่นนี้เรื่อยๆ ในการวิเคราะห์ ตริสผุฏะ ในประเด็นที่เกี่ยวกับสุขภาพ มีสิ่งที่ควรสังเกตและพิจารณาดังต่อไปนี้:
กลุ่มของราศีในระดับภาพรวม: บ่งบอกถึงอดีตที่เพิ่งผ่านพ้นมาของเจ้าชะตา
หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ใน "กลุ่มแห่งการสร้างสรรค์" แสดงว่าที่ผ่านมาเจ้าชะตามีสุขภาพแข็งแรงและเต็มไปด้วยพลังชีวิต หากตกอยู่ใน "กลุ่มแห่งการดำรงอยู่" แสดงว่าที่ผ่านมาเจ้าชะตามีสุขภาพที่ทรงตัว หากตกอยู่ใน "กลุ่มแห่งการทำลายล้าง" แสดงว่าที่ผ่านมาเจ้าชะตาได้รับความทุกข์ทรมานหรือมีความเจ็บป่วย
ประเภทของราศี : บ่งบอกถึงสภาวการณ์ในปัจจุบัน
หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ใน จรราศี ปัจจุบันเจ้าชะตาจะมีสุขภาพแข็งแรง หรือกำลังฟื้นตัว (หากในอดีตเคยมีปัญหาสุขภาพ) หากตกอยู่ใน สถิรราศี(กลุ่มราศีคงที่) สุขภาพของเจ้าชะตาในปัจจุบันจะอยู่ในสภาวะทรงตัว และหากตกอยู่ใน ทวิสภาวราศี สุขภาพกำลังทรุดโทรมลง
กลุ่มและราศีในนวางศ์จักร: กลุ่มของ นวางศ์ และราศีในนวางศ์บ่งบอกถึงแนวโน้มในอนาคต
หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ในกลุ่มแห่งการสร้างสรรค์ เจ้าชะตาจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หากตกอยู่ในกลุ่มแห่งการดำรงอยู่ การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างช้าๆ หากตกอยู่ในกลุ่มแห่งการทำลายล้าง การฟื้นตัวจะเกิดขึ้นหลังจากที่ต้องเผชิญกับปัญหาและความทุกข์ทรมานอย่างมาก
หมายเหตุ: ทั้งนี้ต้องพิจารณาราศีในนวางศ์จักรประกอบด้วย หากตกอยู่ในราศีแห่งการสร้างสรรค์ในนวางศ์ สุขภาพจะดีขึ้นตามที่กล่าวไป แต่หากตกอยู่ในราศีแห่งการดำรงอยู่ สุขภาพจะทรงตัวแม้ว่าจะไม่มีการพัฒนาขึ้นมากนัก และหากตกอยู่ในราศีแห่งการทำลายล้าง สุขภาพจะยิ่งทรุดโทรมลงไปอีก
ลำดับความถดถอย-เสื่อมโทรม: จะขึ้นอยู่กับการผสมผสานของกลุ่มและราศี ตัวอย่างเช่น หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ในกลุ่มแห่งการสร้างสรรค์แต่ไปอยู่ในราศีแห่งการทำลายล้าง เช่น ราศีเมถุน สุขภาพของเจ้าชะตาจะค่อยๆ ทรุดโทรมลงอย่างช้าๆ; แต่หากตกอยู่ในราศีมีน สุขภาพจะทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วมากและเจ้าชะตาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
นิมิตและลางบอกเหตุ: มีข้อสังเกตเพิ่มเติมประการหนึ่งคือ หากมี นิมิต (निमित्त) (ลางบอกเหตุ) เกิดขึ้นและสอดคล้องกับดาวเจ้าฤกษ์ของ นักษัตร (อ้างอิงความเป็นดาวเจ้าฤกษ์ตามระบบ วิมโษตตรี ทศา - विंशोत्तरी दशा) ที่ ตริสผุฏะ สถิตอยู่ ข้อบ่งชี้หรือคำทำนายที่แสดงโดยตริสผุฏะนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
สาเหตุของโรค: ธรรมชาติ (ลักษณะอาการ) ของปัญหาสุขภาพหรือสาเหตุของโรค สามารถพิจารณาได้จากดาวเคราะห์ที่เป็นดาวเจ้าฤกษ์ของ นักษัตรที่ ตริสผุฏะ สถิตอยู่
การหาจังหวะเวลา : การหาวันเวลาของปัญหาสุขภาพสามารถทำได้โดยใช้ระบบ วิมโษตตรี ทศา แบบย่อส่วน (โดยบีบอัดกรอบเวลาให้เหลือ 1 ปี) โดยเริ่มต้นนับทศาจากจุด ตริสผุฏะ ซึ่งเทคนิคนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น ปรัศนะ ตริสผุฏะ วิมโชตตริ ทศา (प्रश्न त्रिस्फुट विंशोत्तरी दशा)
คัมภีร์ปรัศนมารค รายละเอียดเกี่ยวกับ ตริสผุฏะ มีระบุไว้อย่างชัดเจนในบทที่ 5 ของภาคที่ 1 ในคัมภีร์ ปรัศนมารค (प्रश्न मार्ग) นอกจากนี้ยังสามารถพบแหล่งอ้างอิงเพิ่มเติมได้ในส่วนอื่นๆ ของคัมภีร์เล่มนี้ เช่น:
โศลกบทที่ 28:
หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ในราศีกรกฎ, ราศีพิจิก และราศีมีน จะก่อให้เกิดความทุกข์ยากอย่างรุนแรง โดยจะรุนแรงที่สุดในราศีมีน และรุนแรงน้อยที่สุดในราศีกรกฎ
คำอธิบาย: ราศีเหล่านี้คือราศีสุดท้ายของกลุ่มทั้งสาม (กลุ่มแห่งการสร้างสรรค์ การดำรงอยู่ และการทำลายล้าง) อย่างไรก็ตาม ราศีกรกฎคือราศีแห่งการสร้างสรรค์, ราศีพิจิกคือราศีแห่งการดำรงอยู่ และราศีมีนคือราศีแห่งการทำลายล้าง ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ถึงความทุกข์ทรมานขั้นรุนแรงที่สุดหาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ในราศีมีน และจะเบาบางที่สุดหาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ในราศีกรกฎ
นอกจากนี้ ราศีเหล่านี้ทั้งหมดล้วนเป็นราศีธาตุน้ำ หรือ ชลราศี (जल राशि) ซึ่งเป็นธาตุแห่งการให้สุขภาพ (ดาวจันทร์ และ ดาวศุกร์ - ตัวแทนของธาตุน้ำ) ดังนั้น จุดตริสผุฏะ ในราศีกลุ่มนี้จึงสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกับเจ้าชะตาได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โศลกบทที่ 29:
หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ใน นวางศ์ สุดท้ายของราศีกรกฎ ผู้ถามจะเสียชีวิตภายใน 1 ปี หากตกอยู่ใน นวางศ์ สุดท้ายของราศีพิจิก จะเสียชีวิตภายใน 1 เดือน หากตกอยู่ใน นวางศ์ สุดท้ายของราศีมีน จะเสียชีวิตภายใน 1 วัน
คำอธิบาย
กรณีราศีกรกฎ (เสียชีวิตใน 1 ปี): ราศีกรกฎตกอยู่ใน "กลุ่มแห่งการสร้างสรรค์" ซึ่งบ่งชี้ถึงพื้นฐานสุขภาพที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่นวางศ์สุดท้ายของราศีกรกฎนั้นจะไปตกอยู่ในราศีมีนใน นวางศ์จักร ซึ่งเป็นราศีแห่งการทำลายล้างใน "กลุ่มแห่งการทำลายล้าง" การผสมผสานระหว่างกลุ่มแห่งการสร้างสรรค์ในดวงราศีจักร และกลุ่มแห่งการทำลายล้างในดวง นวางศ์จักร บ่งชี้ถึง”ความตาย” (หากเกิดขึ้น... ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่เจ้าชะตานอนป่วยหนักอยู่บนเตียงและกำลังรอคอยวาระสุดท้าย) จะเกิดขึ้นค่อนข้างช้า คือใช้เวลาประมาณ 1 ปี (โดยปกติแล้ว ขอบเขตระยะเวลาของการพยากรณ์แบบ ปรัศนศาสตร์-กาลชะตา จะครอบคลุมเวลา 1 ปี ซึ่งแสดงโดยอิทธิพลของดาวเคราะห์ที่เคลื่อนที่ช้าที่สุด นั่นก็คือดาวเสาร์)
กรณีราศีพิจิก (เสียชีวิตใน 1 เดือน): อย่างไรก็ตาม หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ในราศีพิจิก (ซึ่งเป็นราศีแห่งการดำรงอยู่ใน "กลุ่มแห่งการดำรงอยู่") และตกอยู่ในนวางศ์สุดท้าย ซึ่งก็คือราศีมีนในดวงนวางศ์เช่นเดียวกัน ระยะเวลาจะหดสั้นลง และความตายสามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 1 เดือน
กรณีราศีมีน (เสียชีวิตใน 1 วัน): แต่หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ในราศีมีน และนวางศ์ราศีมีน ซึ่งปัจจัยทั้งหมดล้วนบ่งชี้และตอกย้ำถึง "กลุ่มและราศีแห่งการทำลายล้าง" อย่างสมบูรณ์ ความตายก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันภายใน 1 วัน
จากหลักการนี้ เราสามารถนำไปขยายผลและประยุกต์ใช้กับ ราศี และ นวางศ์ อื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน
โศลกบทที่ 30: ราศีทั้งสี่ที่เริ่มต้นนับจากราศีเมษ หรือ เมษะ , ราศีสิงห์ และราศีธนู จะประกอบกันเป็นราศีแห่งการสร้างสรรค์ , การปกป้องคุ้มครอง/การดำรงอยู่ และการทำลายล้าง ตามลำดับ
ในทำนองเดียวกัน กลุ่มราศีเคลื่อนที่ หรือ จรราศี, กลุ่มราศีคงที่ หรือ สถิรราศี และกลุ่มราศีแปรปรวน หรือ ทวิสภาวราศี รวมถึงในดวงนวางศ์ ก็เป็นตัวแทนของการสร้างสรรค์ การปกป้องคุ้มครอง และการทำลายล้าง ตามลำดับ หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ในพื้นที่แห่งการทำลายล้าง ไม่ว่าจะเป็นในดวงราศีจักร, นวางศ์จักร หรือ นักษัตรจักร พึงพยากรณ์ได้เลยว่าจะมีแต่ความเลวร้ายเกิดขึ้นเท่านั้น
คำอธิบาย: โศลกบทนี้ได้ให้คำจำกัดความหรือบทสรุปสำหรับหลักการที่ได้กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น เกี่ยวกับการแบ่งจักรราศีออกเป็น 3 กลุ่ม โดยเริ่มต้นนับจากราศีเมษ ราศีสิงห์ และราศีธนู
โศลกบทที่ 32: ให้นำองศาของ ตริสผุฏะ มาคูณด้วย 9 แล้วให้ตัดส่วนที่เป็นราศีทิ้งไป จากนั้นนำส่วนที่เป็นองศาและลิปดาที่เหลือมาคูณด้วย 12 แล้วให้ตัดจำนวนที่ครบ 12 ออกจากราศี หากผลลัพธ์การคำนวณที่ได้ไปตกอยู่ใน ฤกษะ สันธิ (ऋक्ष सन्धि) (รอยต่อของราศี/นักษัตร), ใน นวางศ์ หรือใน นักษัตรกำเนิดของผู้ตั้งคำถาม ผู้ถามจะถึงแก่ความตายอย่างแน่นอน
โศลกบทที่ 33: หากราศีที่ ตริสผุฏะ สถิตอยู่ หรือในนวางศ์ (โดยพิจารณาว่าจุดใดมีความเข้มแข็งมากกว่ากัน) บังเอิญไปตรงกับราศีกำเนิด หรือ ชนมราศี (जन्म राशि) ของผู้ถาม ในกรณีนี้ผู้ถามก็จะต้องเผชิญกับความตายเช่นเดียวกัน แต่หากตริสผุฏะ ไปตกอยู่ในนวางศ์ของราศีเมษ, ราศีสิงห์ หรือราศีธนู เขาจะมีอายุยืนยาว
คำอธิบาย:
หากราศีกำเนิด หรือ ชนม ราศี ของผู้ตั้งคำถาม ไปตกอยู่ในราศีที่ ตริสผุฏะ สถิตอยู่ หรือใน นวางศ์ (ให้เลือกพิจารณาจุดที่แข็งแกร่งกว่าระหว่างสองจุดนี้ เจ้าชะตามีแนวโน้มที่จะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนักหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตแต่อย่างไรก็ตาม หาก ตริสผุฏะ ไปตกอยู่ในกลุ่มราศีธาตุไฟใน นวางศ์จักร สุขภาพของเจ้าชะตาก็จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้
สิ่งสำคัญที่ควรสังเกตก็คือ ราศีธนูนั้นเป็นราศีแห่งการทำลายล้างที่อยู่ใน "กลุ่มแห่งการทำลายล้าง" แต่เนื่องจากราศีนี้เป็นราศีธาตุไฟ หรือ เตโชราศี จึงส่งผลช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้ แม้ว่าเจ้าชะตาอาจจะต้องผ่านพ้นความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานมาอย่างหนักหน่วงแล้วก็ตาม
โศลกบทที่ 34: หาก คุลิกะ หรือดาวบาปเคราะห์สถิตอยู่ในราศีที่ ตริสผุฏะ สถิตอยู่ จะเป็นลางบอกเหตุถึงความเลวร้าย หากบุคคลใดในบ้านของผู้ตั้งคำถามเกิดใน นักษัตรเดียวกับตริสผุฏะ บุคคลนั้นจะล้มป่วย และหากตริสผุฏะนี้ถูกเบียนด้วย นวโทษะ (नव दोष) - ผู้ตั้งคำถามจะต้องเผชิญกับความหายนะ แต่หากตริสผุฏะสถิตอยู่ในธาตุแห่งการสร้างสรรค์ หรือกุมกับดาวศุภเคราะห์ ให้พยากรณ์ถึงอายุที่ยืนยาวและสุขภาพที่ดี
คำอธิบาย: คุลิกะ (गुलिक) และ มัณฑิ (मान्दि) เป็นดาวที่ให้โทษร้ายแรงที่สุดในการก่อให้เกิดความเจ็บป่วยเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นอกจากนี้ การได้รับอิทธิพลจากดาวบาปเคราะห์ตามธรรมชาติ เช่น ดาวเสาร์ (शनि), ดาวอังคาร (मङ्गल), ดาวอาทิตย์ (सूर्य), ราหู (राहु) และ เกตุ (केतु -) จะทำให้เจ้าชะตาต้องทนทุกข์ทรมานจากปัญหาสุขภาพอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม การได้รับอิทธิพลจากดาวศุภเคราะห์ตามธรรมชาติ เช่น ดาวพฤหัสบดี (गुरु ), ดาวศุกร์ (शुक्र), ดาวพุธ (बुध) หรือ ดาวจันทร์ (चन्द्र ) จะช่วยเกื้อหนุนในการฟื้นตัวของเจ้าชะตา โศลกบทนี้ได้กล่าวถึง นวโทษะ (नव दोष) หรือ มลทิน/ข้อบกพร่องทั้ง 9 ประการ ซึ่งสามารถศึกษาได้ในคัมภีร์ ปรัศนมารค (प्रश्न मार्ग)
โศลกบทที่ 35: หาก ตริสผุฏะ ตกอยู่ใน นักษัตรอัศวินี และกลุ่มนักษัตรที่สัมพันธ์เป็นตรีโกณต่อกัน, หรือตกใน นักษัตรภรณี และกลุ่มตรีโกณ ฯลฯ และมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้เกิดขึ้นในแต่ละวันดังกล่าว ให้พยากรณ์ได้ว่าผู้ถามจะถึงแก่ความตาย ได้แก่:
พราหมณ์ผู้ร่ำรวยและมีความรู้มาเยือนที่บ้าน; พราหมณ์ผู้ยากไร้มาเยือนที่บ้าน; เกิดอัคคีภัยใหญ่; การสูญเสียเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม; ชายผู้หนึ่งมาหาหลังจากพ่ายแพ้ในการทะเลาะวิวาท; มีผู้พบเห็นงูในบ้าน; มีพราหมณ์ 3 คนมาปรากฏตัวที่บ้าน; ฝูงปศุสัตว์ถูกทำลาย; และการมาเยือนของญาติพี่น้อง
คำอธิบาย: โศลกบทนี้กล่าวถึง นิมิต (निमित्त ) หรือลางบอกเหตุ ที่เกิดขึ้นในขณะที่กำลังทำการพิจารณาตริสผุฏะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับข้อบ่งชี้ของตริสผุฏะ และความเลวร้ายที่แสดงออกผ่านตริสผุฏะนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ลางบอกเหตุเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับดาวเจ้าฤกษ์ของ นักษัตร ตามหลักการของระบบ วิมโษตตรี ทศา โดยความเชื่อมโยงระหว่างนิมิตต่างๆ กับดาวเคราะห์แต่ละดวงมีดังนี้:
ดาวเกตุ แสดงนิมิตเป็น - พราหมณ์ผู้ร่ำรวยมาเยือนที่บ้าน
- ดาวศุกร์ แสดงนิมิตเป็น - พราหมณ์ผู้ยากไร้มาเยือนที่บ้าน
- ดาวอาทิตย์ แสดงนิมิตเป็น - เกิดอัคคีภัยใหญ่ (Conflagration)
- ดาวจันทร์ แสดงนิมิตเป็น - การสูญเสียเสื้อผ้า
- ดาวอังคาร แสดงนิมิตเป็น - ชายผู้พ่ายแพ้จากการทะเลาะวิวาทมาหา
- ราหู แสดงนิมิตเป็น - มีผู้พบเห็นงูในบ้าน
- ดาวพฤหัสบดี แสดงนิมิตเป็น - พราหมณ์ 3 คนมาปรากฏตัวที่บ้าน
- ดาวเสาร์ แสดงนิมิตเป็น - ฝูงปศุสัตว์ถูกทำลาย
- ดาวพุธ แสดงนิมิตเป็น - การมาเยือนของญาติพี่น้อง
โศลกบทที่ 36: เหตุการณ์เหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นในจังหวะที่ ดาวอาทิตย์ หรือ ดาวจันทร์ โคจรเข้ามาสถิตในราศีของ ตริสผุฏะ ในราศีจักรหรือในนวางศ์ของจุดตริสผุฏะ หรือในราศีที่เป็นตรีโกณกับจุดดังกล่าว เมื่อนั้นความตายจึงจะสามารถเกิดขึ้นได้
คำอธิบาย: โศลกบทนี้ได้ให้เงื่อนไขเพิ่มเติมที่สำคัญสำหรับการเกิดความตาย กล่าวคือ จะสามารถพยากรณ์ถึงความตายได้ก็ต่อเมื่อดาวเคราะห์ที่ให้แสงสว่าง ซึ่งก็คือ ดาวอาทิตย์ หรือ ดาวจันทร์ โคจรเข้ามาสถิตในดวงราศีจักร หรือดวงนวางศ์จักร ของจุดตริสผุฏะเท่านั้น
โศลกบทที่ 37: ปัญหาสุขภาพที่แสดงโดยดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ที่สถิตอยู่ในราศีหรือ นวางศ์ ของ ตริสผุฏะ หากไม่มีดาวเคราะห์ใดสถิตร่วมกับตริสผุฏะเลย ให้พิจารณาว่าดาวเจ้าฤกษ์ของ นักษัตร ที่ตริสผุฏะสถิตอยู่นั้นจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงปัญหาเหล่านั้น:
- ดาวอาทิตย์ ก่อให้เกิดอาการไข้ ความร้อนในร่างกาย และอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากความร้อน
- ดาวจันทร์ ก่อให้เกิดโรคบิด หรืออาการท้องร่วง
- ดาวอังคาร นำมาซึ่งแผลพุพองและบาดแผลทุกชนิด
- ดาวพุธ ก่อให้เกิดความไม่สามารถในการพูดและการคิด กล่าวคือ มีความผิดปกติในอวัยวะที่ใช้ในการออกเสียงและระบบสมอง
- ดาวพฤหัสบดี ก่อให้เกิดความอ่อนแอหรือโรคที่เกี่ยวกับดวงตา
- ดาวศุกร์ ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทางจิตใจ อาการปวดตามร่างกายอย่างรุนแรง และอาการบวมน้ำ
- ดาวเสาร์ ก่อให้เกิดความผิดปกติหรือโรคที่เกี่ยวกับมือและเท้า
- ราหู เป็นสาเหตุของการพลัดตกจากที่สูงอย่างกะทันหัน
- เกตุ ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยในลักษณะเดียวกับดาวอังคาร
บทสรุปทบทวน: ตริสผุฏะ
ตริสผุฏะ: องศารวมทั้งสาม คือจุดที่ได้จากผลรวมของตำแหน่งองศาของ ลัคนา , ดาวจันทร์ และ คุลิกะ
วิธีคำนวณจุดตริสผุฏะ: องศารวมทั้งสาม
ตริสผุฏะ = (องศาของดาวจันทร์ + องศาของลัคนา + องศาของคุลิกะ)
- ลัคนา : เป็นตัวแทนของ ปราณะ หรือพลังชีวิต (ลัคนัตยัมศะ อสุม - लग्नात्यंश असुम् - )
- ดาวจันทร์ : เป็นตัวแทนของ ร่างกาย (วปุ ศศภฤโถ - वपु शशभृतो )
- คุลิกะ : เป็นตัวแทนของ ความตาย (มันเทศจะ มฤตโยร วิทุ - मान्देश्च मृत्योर्विधु )
การพิจารณาความเข้มแข็งและการถูกเบียน
ลัคนาและจันทร์เข้มแข็ง: หาก ลัคนา และ ดาวจันทร์ มีกำลังเข้มแข็ง เจ้าชะตาจะสามารถรอดพ้นจากความเจ็บป่วยได้
จุดสำคัญถูกเบียน: หาก ลัคนา ถูกเบียน (ได้รับอิทธิพลร้ายจากดาวบาปเคราะห์) โอกาสที่เจ้าชะตาจะมีชีวิตรอดนั้นจะเลือนราง หาก ดาวจันทร์ ถูกเบียน ก็จะให้ผลลัพธ์ที่เลวร้ายเช่นเดียวกัน และ หาก คุลิกะ ถูกเบียน ก็จะให้ผลลัพธ์ที่เลวร้ายเช่นเดียวกัน
การรอดพ้นจากวิกฤต: การที่ทั้ง ดาวจันทร์ , ลัคนา และ คุลิกะ ล้วนมีกำลังเข้มแข็ง เป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าผู้ป่วยจะสามารถก้าวผ่านพ้นวิกฤตการณ์นั้นไปได้อย่างแน่นอน
เกณฑ์ชี้วัดความเป็นความตายจากจุดตริสผุฏะ: เกณฑ์การโคจรของดาว เมื่อ ดาวจันทร์ โคจร เข้าสู่ราศีที่ ตริสผุฏะ สถิตอยู่ หรือเมื่อ ดาวอาทิตย์ โคจรเข้าสู่ราศีดังกล่าว จะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความตายหรือจุดจบของชีวิต
เกณฑ์จากนักษัตร: หากจุด ตริสผุฏะ ไปตกอยู่ในนักษัตรต่อไปนี้ ได้แก่: เรวดี (रेवती ) เชษฐา (ज्येष्ठा ) อาศเลษา (आश्लेषा) หากเข้าเกณฑ์นี้ โหราจารย์สามารถพยากรณ์ถึงความวิบัติแห่งชีวิต หรือจุดสิ้นสุดของอายุขัยได้ทันที
ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) ถือเป็นจุดพิกัดที่มีอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากมันประกอบไปด้วยจุดแห่งความตาย หรือที่เรียกว่า มฤตยุ ผุฏะ (मृत्यु स्फुट)
ต่อไปนี้คือข้อบ่งชี้ในทางลบ หากจุด ตริ หรือ ตริสผุฏะ ไปตกอยู่ในบริเวณที่ให้โทษ... (ดังคำกล่าวที่ว่า "ไม่มีความดีงามใดๆ ในตริสผุฏะ")
ข้อบ่งชี้ถึงความอัปมงคลขั้นร้ายแรง
- การกุมกับดาวร้าย: หากจุด ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) กุม (สถิตร่วม) กับ คุลิกะ (गुलिक -) และดาวบาปเคราะห์ดวงอื่นๆ จะเป็นข้อบ่งชี้ถึงความอัปมงคลอย่างยิ่ง
- ตกในรอยต่อราศี: หากจุด ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट ) ตกอยู่ใน ราศีสันธิ (राशि सन्धि ) (จุดรอยต่อของราศีกรกฎ, ราศีพิจิก และราศีมีน) จะเป็นข้อบ่งชี้ถึงความอัปมงคลอย่างยิ่ง
- ตกในจุดคัณฑานตะ: หากจุด ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) ตกอยู่ใน คัณฑานตะราศี (गण्डान्त राशि ) (ซึ่งก็คือ นวางศ์ สุดท้ายของราศีกรกฎ, ราศีพิจิก และราศีมีน หรือ นวางศ์ขาด) จะเป็นข้อบ่งชี้ถึงความอัปมงคลอย่างยิ่ง
- ตกในภพมรณะของผู้ถาม: หากราศีที่จุด ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) สถิตอยู่ ไปตกอยู่ในราศีภพที่ 8 (ภพมรณะ) นับจากลัคนาของผู้ตั้งคำถาม จะเป็นข้อบ่งชี้ถึงความอัปมงคลอย่างยิ่ง
- ตกในฤกษ์บาทที่ 108: หากราศีที่จุด ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) สถิตอยู่ ไปตกอยู่ในบาทนักษัตร (ปาทะ) ที่ 108 นับจากดาว นักษัตร (नक्षत्र) กำเนิดของผู้ถาม จะเป็นข้อบ่งชี้ถึงความอัปมงคลอย่างยิ่ง
- ตกในฤกษ์บาทที่ 88: หากราศีที่จุด ตริสผุฏะ (त्रिस्फुट) สถิตอยู่ ไปตกอยู่ในบาทนักษัตร (ปาทะ) ที่ 88 นับจากดาว นักษัตร (नक्षत्र) กำเนิดของผู้ถาม จะเป็นข้อบ่งชี้ถึงความอัปมงคลอย่างยิ่ง
เกณฑ์อายุขัยเมื่อตกในนวางศ์สุดท้ายของราศีธาตุน้ำ
- ราศีกรกฎ: หากจุด ตริสผุฏะ ตกอยู่ใน นวางศ์ สุดท้ายของราศีกรกฎ ผู้ป่วยอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี
- ราศีพิจิก: หากจุด ตริสผุฏะ ตกอยู่ใน นวางศ์ สุดท้ายของราศีพิจิก ผู้ป่วยอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน
- ราศีมีน: หากจุด ตริสผุฏะ ตกอยู่ใน นวางศ์ สุดท้ายของราศีมีน ผู้ป่วยอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์
ตำนานของคุลิกะ
กษัตริย์ ราวณะ (रावण) (หรือ ทศกัณฐ์) ทรงมีฤทธานุภาพทางจิตวิญญาณสูงส่ง ซึ่งพระองค์ทรงนำมาใช้เพื่อความได้เปรียบของตนเอง เมื่อ อินทรชิต (इन्द्रजित्) พระโอรสประสูติ พระองค์ได้ทรงบัญชาให้ ดาวเสาร์ หรือ ศะนิ (शनि) มาสถิตอยู่ในภพที่ 11 (ลาภะ) ซึ่งถือเป็นภพที่ดีและให้คุณสูงสุดสำหรับดาวเสาร์ ดาวเสาร์ผู้มีนิสัยชอบก่อกวนและสร้างปัญหาได้ยอมทำตามคำสั่งนั้น แต่ได้แอบแหย่เท้าข้างหนึ่งล้ำเข้าไปในภพที่ 12 (วินาศ) (เนื่องจากในทางโหราศาสตร์ หากดาวเสาร์อยู่ในภพที่ 12 เจ้าชะตาจะต้องพบกับความหายนะ)
เมื่อกษัตริย์ราวณะทรงทราบจึงกริ้วเป็นอย่างมาก และได้ทรงตัดขาทั้งสองข้างของดาวเสาร์ทิ้ง กองเลือดและเนื้อที่รวมตัวกันนั้นได้เคลื่อนตัวไปที่ ลัคนา (लग्न) และกองเลือดเนื้อนั้นเองที่ได้กลายมาเป็น คุลิกะ (गुलिक)
อิทธิพลและผลกระทบของคุลิกะ
คุลิกะ (गुलिक) ถือเป็นดาวบริวาร (Satellite) หรืออุปเคราะห์ที่อันตรายอย่างยิ่ง ดังคำกล่าวที่ว่า: "อขิล มฤตยุ สํหาร การโก มัณฑิ" (अखिल मृत्यु संहार कारको मान्दि)
มัณฑิ (मान्दि ) หรือคุลิกะนั้นเป็นตัวแทนของ ความตาย หากคุลิกะกุมลัคนาในดวงปรัศนชาตา โหราจารย์สามารถทำนายถึงความตายหรือจุดจบได้อย่างแน่นอน คุลิกะไม่เพียงแต่จะทำลายล้างหรือสร้างความเสื่อมเสียให้กับภพที่ตนสถิตอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งผลร้ายลุกลามไปถึงดาวเจ้าเรือนที่คุลิกะอาศัยอยู่อีกด้วย ดาวเจ้าเรือนที่คุลิกะไปสถิตอยู่จะแปดเปื้อนและได้รับความเสียหายจาก คุลิกาธิปตย โทษะ (गुलिकाधिपत्य दोष)
ผลของคุลิกะในภพต่างๆ
คุลิกะจะให้ผลดีก็ต่อเมื่อสถิตอยู่ในภพที่ 11 และภพที่ 10 เท่านั้น ส่วนในภพอื่นๆ มักจะให้ผลร้าย:
- ในภพที่ 11 (ลาภะ): จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และมีบริวารมากมาย
- ในภพที่ 10 (กัมมะ): จะทำให้เจ้าชะตาเป็นผู้มีจิตอาสา ชอบทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นและมีชื่อเสียง
- ในภพที่ 1 (ลัคนา): ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทางกายและมีรอยตำหนิหรือบาดแผลตามร่างกาย
- ในภพที่ 2 (กดุมภะ): แม้จะมอบวาทศิลป์อันยอดเยี่ยมให้ แต่มันจะทำลายการใช้คำพูดของเจ้าชะตา ทำให้กลายเป็นคนพูดจาให้ร้ายผู้อื่น หรือมักถูกตำหนิเรื่องคำพูด
การประยุกต์ใช้งาน จุดพิกัด ตริสผุฏะ นี้ ส่วนมากจะถูกนำมาใช้เป็นหลักในวิชาโหราศาสตร์การแพทย์ (Medical Astrology) เพื่อใช้วินิจฉัย พิจารณา และแยกแยะสภาวะทางสุขภาพของเจ้าชะตาได้อย่างแม่นยำ
--------------------------------------------
***ประกาศ***
อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางเว็บไซด์แล้ว
1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์
2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html
3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html
4.แจกฟรี App"ฤกษ์ดี" ผูกดวงชะตาด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) เพื่อการศึกษาโหรภารตะแบบเต็มสูตร DownLoad ได้ที่ Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.cmdpaw.astroneemo&pcampaignid=web_share
*******************************
สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)
กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ /services/reading-vedic-astrology.html
*******************************
บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)
ดูฤกษ์ออกรถ ดูฤกษ์ยกเสาเอก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่ ดูฤกษ์ลาสิกขาบท ดูฤกษ์โกนผมไฟ ดูฤกษ์ผ่าคลอด ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ)
*******************************






















