Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูง"ระดับโหรหลวง"ของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวท ของพราหมณ์-ฮินดู อันศักดิ์สิทธิ์ และได้ผลตอบรับดีสูงสุดเป็นปีที่ 17 แล้ว WebSite และ Link ของเราให้การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในระดับสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงจากยุโรป "SiteGuarding" บริการดูฮวงจุ้ย แก้ฮวงจุ้ย เสริมฮวงจุ้ย ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี***

  • บริการดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่และฤกษ์เข้าอยู่บ้านใหม่ คำนวณจากดวงเจ้าของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล อยู่เย็นเป็นสุข และเริ่มต้นชีวิตในบ้านใหม่อย่างมั่นใจ
  • บริการดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด คำนวณเวลามงคลจากดวงผู้ก่อตั้งหรือหุ้นส่วน เพื่อเสริมธุรกิจ ความมั่งคั่ง และความราบรื่น
  • บริการดูฤกษ์รับตำแหน่งใหม่ ฤกษ์เริ่มงานใหม่ ย้ายห้องทำงาน หรือโยกย้ายงาน คำนวณจากดวงเฉพาะบุคคล เพื่อเสริมความก้าวหน้าและความมั่นคง
  • บริการดูฤกษ์ออกรถ 2569 สำหรับรถใหม่และรถมือสอง คำนวณเฉพาะดวงเจ้าของรถ พร้อมวันเวลา ทิศมงคล สีรถ และเลขทะเบียน โดย อ.ณภัทร Astro Neemo
  • บริการดูฮวงจุ้ย แก้ฮวงจุ้ย บ้าน สำนักงาน โรงงาน และเลือกทำเล โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท Astro Neemo ประสบการณ์กว่า 30 ปี
  • บริการดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ ศาลตายาย และศาลพระพรหม คำนวณเวลามงคลจากดวงเจ้าของสถานที่ เพื่อความร่มเย็นและความเป็นสิริมงคล
  • บริการดูฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์ตอกเสาเข็ม และฤกษ์สร้างบ้าน คำนวณจากวันเดือนปีเกิด เวลาเกิดของเจ้าของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • บริการผูกดวงพิชัยสงครามตามแบบโบราณ เพื่อเสริมดวง แก้ดวง เสริมวาสนาบารมี อำนาจ และความเป็นสิริมงคล โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท
  • บริการดูฤกษ์ผ่าคลอดตามโหราศาสตร์พระเวท คัดเลือกวันและเวลาที่เหมาะกับดวงเด็กและครอบครัว เพื่อเสริมดวงชะตาและความเป็นสิริมงคล
  • บริการดูฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์จดทะเบียนสมรส และพิธีไทย คำนวณจากวันเดือนปีเกิดของคู่บ่าวสาว เพื่อเลือกวันมงคลที่เหมาะกับคู่โดยเฉพาะ
  • บริการดูฤกษ์โกนผมไฟสำหรับลูกน้อย คำนวณวันและเวลามงคลจากดวงเด็ก เพื่อเสริมสิริมงคล สุขภาพ และการเริ่มต้นชีวิตอย่างดี
  • บริการดูฤกษ์เปิดร้านใหม่ เปิดกิจการ เปิดออฟฟิศ และเปิดโรงงาน คำนวณจากดวงเจ้าของกิจการและหุ้นส่วน เพื่อเสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง
  • บริการดูฤกษ์ลาสิกขาและฤกษ์สึกพระ คำนวณจากวันเดือนปีเกิดตามหลักโหราศาสตร์พระเวท เพื่อเลือกเวลามงคลในการกลับสู่เพศฆราวาส
  • บริการดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ คำนวณจากดวงเฉพาะบุคคลตามหลักโหราศาสตร์พระเวท เพื่อเสริมดวงและเริ่มใช้ชื่อใหม่อย่างเป็นมงคล
    Spinning loader
    • บริการดูฤกษ์รับตำแหน่งใหม่ ฤกษ์เริ่มงานใหม่ ย้ายห้องทำงาน หรือโยกย้ายงาน คำนวณจากดวงเฉพาะบุคคล เพื่อเสริมความก้าวหน้าและความมั่นคง
    • บริการดูฤกษ์ลาสิกขาและฤกษ์สึกพระ คำนวณจากวันเดือนปีเกิดตามหลักโหราศาสตร์พระเวท เพื่อเลือกเวลามงคลในการกลับสู่เพศฆราวาส
    • บริการดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ คำนวณจากดวงเฉพาะบุคคลตามหลักโหราศาสตร์พระเวท เพื่อเสริมดวงและเริ่มใช้ชื่อใหม่อย่างเป็นมงคล
    • บริการดูฤกษ์เปิดร้านใหม่ เปิดกิจการ เปิดออฟฟิศ และเปิดโรงงาน คำนวณจากดวงเจ้าของกิจการและหุ้นส่วน เพื่อเสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง
    • บริการดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ ศาลตายาย และศาลพระพรหม คำนวณเวลามงคลจากดวงเจ้าของสถานที่ เพื่อความร่มเย็นและความเป็นสิริมงคล
    • บริการดูฤกษ์ผ่าคลอดตามโหราศาสตร์พระเวท คัดเลือกวันและเวลาที่เหมาะกับดวงเด็กและครอบครัว เพื่อเสริมดวงชะตาและความเป็นสิริมงคล
    • บริการดูฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์ตอกเสาเข็ม และฤกษ์สร้างบ้าน คำนวณจากวันเดือนปีเกิด เวลาเกิดของเจ้าของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล
    • บริการดูฤกษ์โกนผมไฟสำหรับลูกน้อย คำนวณวันและเวลามงคลจากดวงเด็ก เพื่อเสริมสิริมงคล สุขภาพ และการเริ่มต้นชีวิตอย่างดี
    • บริการผูกดวงพิชัยสงครามตามแบบโบราณ เพื่อเสริมดวง แก้ดวง เสริมวาสนาบารมี อำนาจ และความเป็นสิริมงคล โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท
    • บริการดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด คำนวณเวลามงคลจากดวงผู้ก่อตั้งหรือหุ้นส่วน เพื่อเสริมธุรกิจ ความมั่งคั่ง และความราบรื่น
    • บริการดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่และฤกษ์เข้าอยู่บ้านใหม่ คำนวณจากดวงเจ้าของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล อยู่เย็นเป็นสุข และเริ่มต้นชีวิตในบ้านใหม่อย่างมั่นใจ
    • บริการดูฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์จดทะเบียนสมรส และพิธีไทย คำนวณจากวันเดือนปีเกิดของคู่บ่าวสาว เพื่อเลือกวันมงคลที่เหมาะกับคู่โดยเฉพาะ
    • บริการดูฤกษ์ออกรถ 2569 สำหรับรถใหม่และรถมือสอง คำนวณเฉพาะดวงเจ้าของรถ พร้อมวันเวลา ทิศมงคล สีรถ และเลขทะเบียน โดย อ.ณภัทร Astro Neemo
    Spinning loader

    คุณกำลังมีเรื่องดีๆหรืองานมงคลที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ใช่ไหม

    เลือกฤกษ์มงคลให้เหมาะกับเรื่องสำคัญของคุณ โดยอาศัยหลักโหราศาสตร์พระเวทและประสบการณ์มากกว่า 30 ปีของ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท ติดต่อทีมงานของเราเพื่อรับคำแนะนำบริการที่ตรงกับเรื่องดีๆที่เป็นมงคลของคุณที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ออกรถ แต่งงาน ยกเสาเอก ขึ้นบ้านใหม่ ตั้งศาล เปิดร้าน ผ่าคลอด หรือฤกษ์มงคลอื่น ๆ

    เพื่อความเป็นส่วนตัว กรุณาส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการให้คำปรึกษาผ่านช่องทางติดต่อทางการของ Astro Neemo เท่านั้น

    48 Lesson

    บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) บทที่ 50 พาธสถาน “ภพแห่งอุปสรรคที่มองไม่เห็น”

    ศัตรูพาธะ หรือ พาธสถาน शत्रुबाधा หรือ “ภพแห่งอุปสรรคที่มองไม่เห็น” นับเป็นภพสำคัญยิ่งภพหนึ่งในวิชาปรัศนศาสตร์กาลชาตา เพราะเป็นจุดที่สะท้อนถึงแรงขัดขวาง สิ่งกีดกัน และเหตุขัดข้องทั้งหลายที่เข้ามากระทบต่อเรื่องราวที่ผู้ถามกำลังเผชิญอยู่

    ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งที่มักทำให้นักโหราศาสตร์ต้องครุ่นคิดอย่างหนัก ก็คือการค้นหาว่า “ศัตรู” หรือผู้ที่เป็นต้นเหตุแห่งความเดือดร้อนของผู้ถามนั้นคือใคร โดยอาศัยดวงปรัศนะเป็นเครื่องชี้นำ ในบทเรียนนี้ เราจะมุ่งศึกษาเรื่อง “ศัตรูบาธา” หรือ  शत्रुबाधा ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญประการหนึ่งของโหราศาสตร์พระเวทสายปรัศนศาสตร์ 

    เพื่อให้เกิดญาณหยั่งรู้ อันเปรียบเสมือน “ดวงตาแห่งปัญญา” ผู้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์พึงตั้งจิตอธิษฐานต่อ “องค์สุริยะภายใน” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างของอาตมัน หรือแสงแห่งความรู้แจ้งที่สถิตอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ 

    บทสวดบูชา:

    บทสวดสรรเสริญพระสุริยะเทพภายในดังนี้

    अस्तु त्रैलोक्यदीपाय भक्ताभिमतदायिने  समस्तविद्यानिर्माणकवये रवये नमः

    อัสตุ ไตรโลกยะทีปายะ ภักตาภิมะตะทายิเน สะมัสตะวิทยานิรมาณะกะวะเย ระวะเย นะมะห์

    ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อ “องค์สุริยเทพที่ซึ่งสถิตอยู่ภายใน” อันได้แก่ปรมาตมัน หรืออัตตาอันแท้จริง ผู้ทรงส่องสว่างในสภาวะแห่งความตระหนักรู้ทั้งสาม ผู้ประทานความภักดี หรือ ภักติ ผู้ประสิทธิ์ประสาทสรรพวิชาทั้งมวล และทรงเป็นตรีกาลชญานี คือผู้รู้แจ้งในกาลทั้งสามอย่างแท้จริง

    ขอพระองค์โปรดประทานพรให้ข้าพเจ้ามีจิตอันเปี่ยมด้วยญาณหยั่งรู้ สามารถมองเห็นความจริงด้วยจักษุแห่งปัญญา

    ก่อนที่เราจะวิเคราะห์เรือนที่ ๖ ซึ่งเป็นเรือนแห่งศัตรู จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจเรื่อง “บาธสถาน” หรือ (พัทธะ สถานะ)  बाधस्थान เสียก่อน เพราะบาธสถานเป็นจุดสำคัญที่บ่งบอกเหตุแห่งอุปสรรค การผูกรัด และพลังแห่งขัดขวางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังปัญหานั้น ๆ

    สำหรับ จรราศี หรือราศีประเภทเคลื่อนที่ चरराशि ได้แก่ ราศีเมษ ราศีกรกฎ ราศีตุลย์ และราศีมังกร ให้ถือว่า เรือนที่ ๑๑ จากราศีนั้นเป็น “พาธสถาน” หรือเรือนแห่งอุปสรรค

    สำหรับ สถิรราศี หรือราศีประเภทคงที่ स्थिरराशि ได้แก่ ราศีพฤษภ ราศีสิงห์ ราศีพิจิก และราศีกุมภ์ ให้ถือว่า เรือนที่ ๙ จากราศีนั้นเป็น “พาธสถาน”

    ส่วน อุภยราศี หรือราศีทวิภาวะ उभयराशि ได้แก่ ราศีมิถุน ราศีกันย์ ราศีธนู และราศีมีน ให้ถือว่า เรือนที่ ๗ จากราศีนั้นเป็น “พาธสถาน”

    นอกจากนี้ก็ยังมี “มาณฑีศะ” माण्डीश หรือเจ้าเรือนของตำแหน่งมัณฑิ/คุลิกะ  ก็จัดเป็น “พาธกะ” หรือปัจจัยก่ออุปสรรคเช่นเดียวกัน

    มาณฑีศะ -माण्डीश คือเจ้าเรือนของราศีที่ คุลิกะ गुलिक สถิตอยู่ ดาวเคราะห์ทั้งหลายที่ร่วมอยู่กับมาณฑีศะ ย่อมถือว่าเป็น พาธกะ ด้วยเช่นกัน

    พาธะเกศะ -बाधकेश เช่นเดียวกัน ดาวเคราะห์ทั้งหลายที่ร่วมอยู่กับ “พาธะเกศะ”  ก็ย่อมถือว่าเป็นพาธกะด้วย คำว่า พาธะเกศะ หมายถึง ดาวเจ้าเรือนของพาธสถาน หรือดาวเจ้าเรือนแห่งภพที่ก่ออุปสรรคนั้นเอง

    คัมภีร์ ปรัศนอนุษฐานปัทธติ ของปุลิยูร กล่าวไว้ว่า

    चरोदये लाभगृहे तु बाधा स्थितेऽपि राशौ नवमे विचिन्त्या
    तदुभये कामगृहे त्रयाणां केन्द्रस्थितैरित्यपरे वदन्ति

    ความหมายโดยสรุปคือ เมื่อลัคนาสถิตย์ในราศีจรหรือราศีเคลื่อนที่ ให้พิจารณาพาธสถานจากเรือนลาภะ คือเรือนที่ ๑๑ หากเป็นสถิรราศี ให้พิจารณาจากเรือนที่ ๙ และหากเป็นอุภยราศี ให้พิจารณาจากเรือนกามะ(ปัตนิ) หรือ เรือนที่ ๗ นักปราชญ์บางท่านยังถือหลักพิจารณาจากตำแหน่งที่สัมพันธ์กับโยคเกณฑ์หรือระยะเชิงมุมประกอบด้วย โดย พาธเกศะ นั้นก็คือ ดาวเจ้าเรือนของ พาธาสถานะ (เรือนแห่งการเบียดเบียนหรือการผูกมัด) นั่นเอง 

    ในหลักนี้ คุลิกะ เป็นตัวแปรที่ต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะคุลิกะมีอำนาจทำให้เรือนที่ตนสถิตอยู่เสียคุณภาพลง อีกทั้งยังทำให้ดาวเจ้าเรือนของราศีนั้นมัวหมองไปด้วย 

    ดาวเคราะห์ที่ต้องโทษจาก คุลิกาธิปัตยโทษगुलिकाधिपत्यदोष จึงนับเป็นดาวพาธะ หรือดาวที่ก่ออุปสรรคได้เช่นกัน และไม่เพียงเท่านั้น ดาวเคราะห์ใดที่สถิตย์ร่วมกับคุลิกะ ก็ย่อมได้รับอิทธิพลแห่งพาธะไปด้วย

    ส่วน พาธะกาธิปะबाधकाधिप หรือเจ้าเรือนพาธสถาน ก็เป็นดาวอีกดวงหนึ่งที่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะดาวนี้สามารถเป็นต้นเหตุแห่งอุปสรรค ความกดดัน และการรบกวนจากภายนอกได้อย่างชัดเจน

    การวินิจฉัยศัตรูจากดวงปรัศนะกาลชาตา

    ขั้นแรก ให้พิจารณาว่า “ดาวดวงใด” เข้าไปสถิตอยู่ในพาธสถาน เพราะดาวที่ครองพาธสถานจะเป็นตัวบอกลักษณะของศัตรู หรือผู้ที่เป็นต้นเหตุแห่งความเดือดร้อนนั้น

    หาก ดาวพฤหัสบดี หรือ ดาวอาทิตย์ สถิตอยู่ในพาธสถาน ศัตรูมักเป็นผู้มีฐานะดี มีทรัพย์ มีหน้าตาหรือบุคลิกสง่างาม   หากเป็น ดาวอังคาร ศัตรูอาจมีลักษณะหลังค่อม หรือมีรูปร่างผิดปกติบางอย่าง  หากเป็น ดาวพุธ ศัตรูมักมีรูปร่างใหญ่ หรือมีร่างกายค่อนข้างกำยำ หากเป็น ดาวเสาร์ ศัตรูอาจมีลักษณะพิการ ขาไม่ดี เดินลำบาก หรือมีข้อบกพร่องทางร่างกาย และหากเป็น ดาวศุกร์ ศัตรูนั้นอาจเป็นสตรี หรือมีสตรีเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งความขัดข้องนั้น

    ตามคัมภีร์โบราณได้กล่าวไว้ว่า शत्रुस्वरूपं रिपुगेण वाच्यम् ศตฺรุสฺวรูปํ ริปุเคณ วาจฺยมฺ แปลความว่า ลักษณะหรือรูปพรรณของศัตรู พึงพิจารณาจากดาวที่สถิตอยู่ในตำแหน่งอันบ่งชี้ศัตรูนั้น 

    การวินิจฉัยว่ามีพาธะหรืออุปสรรคเกิดขึ้นหรือไม่

    เมื่อจะวินิจฉัยว่าในดวงปรัศนะนั้นมีพาธะ หรือแรงรบกวนจากศัตรูเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ให้พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเรือนที่ ๖ พาธสถาน พาธะเกศะ มาณฑีศะ และคุลิกะเป็นสำคัญ หากเจ้าเรือนที่ ๖ ไปสถิตอยู่ในพาธสถาน ย่อมแสดงว่าพาธะหรืออุปสรรคนั้นปรากฏชัด  หากพาธะเกศะ หรือเจ้าเรือนพาธสถาน ไปสถิตอยู่ในเรือนที่ ๖ ก็พยากรณ์ได้ว่ามีพาธะเกิดขึ้น 

    หากมาณฑีศะ หรือเจ้าเรือนของราศีที่คุลิกะสถิตอยู่ ไปอยู่ในเรือนที่ ๖ พาธะนั้นย่อมเด่นชัดเช่นกัน หากเจ้าเรือนที่ ๖ นั้นร่วมกับคุลิกะ ย่อมถือว่าพาธะนั้นชัดเจน ไม่มีเหตุให้ต้องสงสัย

    ตามคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า
    बाधेश्वरस्य योगेक्षणम् अरिभवने शत्रुनाथस्य योगः พาเธศฺวรสฺย โยเคกฺษณมฺ อริภวเน ศตฺรุนาถสฺย โยคะแปลความว่า เมื่อพาธะเกศะมีโยคสัมพันธ์หรือส่งทฤษฏิไปยังเรือนอริ หรือเมื่อเจ้าเรือนศัตรูมีโยคสัมพันธ์กับตำแหน่งพาธะ ย่อมเป็นเหตุให้เกิดอุปสรรค ความเดือดร้อน และการรบกวนจากศัตรู

    ตามทฤษฏีของโหราศาสตร์ระบบ ไชมินิ जैमिनि นั้น พาธกสถาน बाधकस्थान ถือเป็นตำแหน่งที่สร้างความยุ่งยาก ท้าทาย และให้ผลกระทบหนักที่สุดตำแหน่งหนึ่งในดวงชะตา

    คำว่า พาธกะ बाधक มีความหมายตามตัวอักษรว่า “ผู้ขัดขวาง” หรือ “สิ่งที่กีดกัน” หมายถึงเหตุการณ์ บุคคล หรือพลังบางอย่างที่ก่อให้เกิดการกดดัน การรบกวน ความเจ็บปวด อุปสรรค ความติดขัด และความเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นจากเรือนหรือราศีที่เป็นพาธกสถานนั้นโดยเฉพาะ

    ลักษณะของความเสียหายหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้น จะเกี่ยวพันกับองค์ประกอบอื่น ๆ ในดวงชะตาประกอบกัน เช่น สุขภาพ ชื่อเสียง ครอบครัว การงาน ฐานะ หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ถูกกระทบในดวงนั้น ดังนั้นพาธกะจึงไม่ได้แสดงผลเพียงเรื่องเดียวตายตัว แต่อาจขยายผลไปยังหลายด้านของชีวิต ตามสภาพของดวงชะตาและดาวที่เกี่ยวข้อง

    ศัพท์ของคำนี้มาจากธาตุ(รากศัพท์) बाध् ซึ่งมีความหมายในเชิง “ผลักดัน กดดัน บีบบังคับ ขับไล่ ผลักออก ต่อต้าน หรือทำให้สิ่งหนึ่งถูกเคลื่อนออกไป” เพราะฉะนั้น เมื่อพาธกะทำงาน จึงมักให้ผลในลักษณะของแรงขวาง แรงต้าน หรือเหตุการณ์ที่บีบให้เจ้าชะตาต้องเผชิญปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วช่วงเวลาแห่งพาธกะนี้จะปรากฏขึ้นในชีวิตของเจ้าชะตาเมื่อใด

    โดยทั่วไป นักโหราศาสตร์จำนวนมากมักมองว่า “พาธกสถาน” เป็นเรือนให้โทษ หรือเป็นตำแหน่งร้าย ซึ่งเมื่อถึงช่วงเวลาของมหาทศาหรืออันตรทศาของดาวเคราะห์ที่เสวยอายุมีความเกี่ยวข้องกับพาธกะแล้ว มักจะนำผลลัพธ์ที่ไม่ราบรื่นเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการติดขัด ความล่าช้า ความทุกข์ใจ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าชะตารู้สึกเหมือนมีอุปสรรคมาขัดขวาง

    แต่น่าเสียดายที่นักโหราศาสตร์จำนวนไม่น้อยได้นำหลักนี้ไปประยุกต์ใช้กับระบบ “วิมโษตตรีทศา” विंशोत्तरीदशा ซึ่งเป็นระบบทศาที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง และมีพื้นฐานมาจากนักษัตร โดยมักเพิ่มเติมเงื่อนไขหรือดัดแปลงวิธีใช้ตามความเข้าใจของตนเอง

    อย่างไรก็ตาม การนำหลักพาธกสถานไปใช้กับวิมโษตตรีทศาเช่นนั้น ไม่ถือว่าถูกต้องตามหลักเดิม เพราะแนวคิดเรื่องพาธกะนี้ควรใช้กับ “จรทศา” चरदशा ซึ่งเป็นระบบทศาของโหราศาสตร์ระบบไชมินิ ซึ่งเป็นระบบที่ตั้งอยู่บนฐานของ ภาวะ(ภพ) หรือเรือนชะตา भाव โดยตรง

    ในคัมภีร์ พฤหัตปาราศรโหราศาสตร์ बृहत् पाराशर होरा शास्त्र มีการกล่าวถึงพาธกะเพียงสองแห่งเท่านั้น และทั้งสองแห่งนั้นอยู่ในบทว่าด้วย “ผลของจรทศา” โดยมีใจความดังต่อไปนี้

    ๑. สำหรับราศีเคลื่อนที่ทั้งสี่ หรือ จรราศี ได้แก่ เมษ , กรกฎ, ตุลย์ และ มังกร นั้น ราศีที่เป็น พาธกภาวะ ได้แก่ กุมภ์, พฤษภ, สิงห์ และ พิจิก ตามลำดับ

    กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ สำหรับราศีเคลื่อนที่ ให้ถือว่า ราศีที่ ๑๑ จากราศีนั้นเป็นพาธกภาวะ หรือเรือนแห่งอุปสรรค

    เมื่อมีบาปเคราะห์เข้าไปสถิตอยู่ในภพ(เรือน)ที่ดาวเจ้าเรือนพาธกะครอบครองอยู่ หรือสถิตอยู่ในพาธกภาวะของราศีนั้นโดยตรง ในช่วงทศาของราศีดังกล่าวย่อมมีโอกาสเกิดความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส ความคับข้อง การถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว หรือการเจ็บป่วยได้

    ๒. ในช่วง มหาทศา दशा และ อันตรทศา अन्तर्दशा ของราศีที่ ราหู  राहु เข้าไปสถิตอยู่ใน พาธกภาวะ बाधकभाव, หรือสถิตอยู่ในเรือนวินาศ คือ วยยะ व्यय, เรือนอริ คือ अरि, หรือเรือนมรณะ คือ รันธระ रन्ध्र ย่อมมีโอกาสเกิดภัยร้ายแรง เกิดอุปสรรคระหว่างการเดินทาง การถูกกักกันหรือหน่วงเหนี่ยว ความไม่พอใจจากฝ่ายรัฐหรือผู้มีอำนาจ รวมทั้งภัยจากศัตรูและฝ่ายตรงข้าม

    ภัยที่ตามมาในอันตรทศาของราศีซึ่งมี ดาวอาทิตย์, อังคาร, ราหู และ เสาร์ สถิตอยู่ ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียหรือความเสียหายบางอย่าง หากมี ดาวเคราะห์ ग्रह ที่อ่อนกำลัง หรือเป็นบาปเคราะห์ เข้าไปสถิตในตำแหน่งที่ ๕ และที่ ๙ จากราศีอันตรทศา ก็อาจเป็นเหตุให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

    พาธกสถานกับจรทศา

    สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำไว้ก็คือ มหาฤษีปาราศระมิได้ใช้คำว่า พาธกะ ในความหมายทั่วไปหรือกว้าง ๆ แต่ใช้คำนี้โดยเฉพาะในบริบทของ จรทศา चरदशा เท่านั้น

    เพราะ พาธกสถาน เป็นแนวคิดที่อิงอยู่กับ “ราศี” เป็นหลัก จึงเหมาะสมกว่าที่จะนำไปใช้ร่วมกับระบบทศาที่อิงราศีเช่นเดียวกัน เช่น จรทศา ในโหราศาสตร์พระเวท เรือนทั้งหลายมักถูกพิจารณาในฐานะราศีเต็มราศี หรือเรือนเท่ากับราศี หรือ ราศีเท่ากับเรือน

    โดยทั่วไป ถือกันว่า ดาวใดก็ตามที่สถิตอยู่ในเรือนที่ ๑๑ ซึ่งเป็นตำแหน่งแห่ง “ตริษฑายะปติ” त्रिषडायपति หรือกลุ่มเรือนที่เกี่ยวกับความพยายาม ความต่อสู้ และผลที่ได้ ย่อมสามารถให้โชคหรือผลดีบางอย่างได้

    ในทำนองเดียวกัน สำหรับราศีคงที่หรือ สถิรราศี พาธกราศีจะกลายเป็นเรือนที่ ๙ ซึ่งตามหลักของปาราศระนั้น เจ้าเรือนที่ ๙ เป็นดาวโยคการกะ  योगकारक ได้ และดาวทั้งหลายที่สถิตในเรือนนี้ โดยทั่วไปย่อมให้ผลดี เว้นแต่จะเป็นเจ้าเรือนทุสถาน दुष्टस्थान

    ในบทว่าด้วย วิมโษตตรีทศา ตามคัมภีร์พฤหัตปาราศระโหราศาสตร์ ยังกล่าวไว้ด้วยว่า ทศาและอันตรทศาของราศีตรีโกณ त्रिकोण ทั้งหลาย ล้วนเป็นทศาที่ให้ผลดี

    ท้ายที่สุด สำหรับอุภยราศีหรือราศีทวิภาวะ พาธกราศีจะตรงกับเรือนที่ ๗ แม้เรือนที่ ๗ จะถือเป็นเรือนมารกะ मारक ซึ่งอาจให้ผลในเชิงร้ายได้ เพราะเป็นเรือนที่มีอำนาจทำลายชีวิตหรือทำให้เกิดวิกฤติบางประการ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเรือนที่ ๗ เป็นเรือนเกณฑ์ केन्द्र ด้วย และโดยหลักทั่วไป ดาวที่สถิตอยู่ในเรือนเกณฑ์ย่อมมีกำลังในการให้ผลที่เด่นชัด และอาจให้ผลดีได้เช่นกัน

    เมื่อพิจารณาโดยผิวเผิน กฎหลายข้อในเรื่องนี้อาจดูเหมือนขัดแย้งกันเอง จึงจำเป็นต้องศึกษาอย่างรอบคอบ ไม่ควรด่วนสรุปเพียงจากตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ดังนั้น เจ้าเรือนพาธกสถาน หรือดาวที่สถิตอยู่ในพาธกสถาน จึงไม่ควรถูกตัดสินว่าเป็นบาปเคราะห์หรือดาวให้โทษโดยทันที เพราะความหมายของพาธกะต้องพิจารณาตามบริบทของระบบทศาและสภาพดวงประกอบกัน

    สิ่งที่เราพอจะสรุปจากคำสอนของมหาฤษีปาราศระได้ก็คือ จรทศา ของราศีที่เป็น พาธกสถาน มักให้ผลไม่ราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราศีนั้นมีบาปเคราะห์สถิตอยู่ หรือถูกบาปเคราะห์ทำให้เสียคุณภาพ และในช่วงเวลาที่ราศีในดวงชะตากำเนิดของเจ้าชะตาทำการเสวยอายุ ความยากลำบากดังกล่าวก็จะแสดงผลออกมาได้หลายรูปแบบ ตามภพเรือน ดาว และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องในดวงชะตา

    ในโหราศาสตร์พระเวท พาธสถาน หรือ “เรือนแห่งอุปสรรค” หมายถึงตำแหน่งเฉพาะตำแหน่งหนึ่งในดวงชะตากำเนิด ซึ่งทำหน้าที่บ่งชี้ต้นตอของปัญหา ความล่าช้า ความติดขัด หรืออุปสรรคบางอย่างที่ดูเหมือนอธิบายได้ยากในชีวิตของเจ้าชะตา

    ภพนี้มิได้บอกเพียงว่า “มีปัญหา” เท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นว่าอุปสรรคนั้นมีที่มาจากทิศทางใด เป็นแรงขวางจากภายนอก เป็นเงื่อนไขทางกรรม หรือเป็นปมบางอย่างที่เจ้าชะตาต้องเผชิญและคลี่คลาย ตำแหน่งของพาธสถาน และดาวเจ้าเรือนของพาธสถานที่เรียกว่า พาธะเกศะ นั้น จะขึ้นอยู่กับลักษณะของลัคนา ว่าลัคนานั้นเป็นราศีเคลื่อนที่ ราศีคงที่ หรือราศีทวิภาวะ

    วิธีวิเคราะห์พาธะเกศะ

    ดาวเคราะห์ที่เป็นเจ้าเรือนของราศีซึ่งเป็นพาธสถาน เรียกว่า พาธะเกศะ การจะเข้าใจอิทธิพลของพาธะเกศะให้ถูกต้อง ไม่ควรดูเพียงตำแหน่งเดียวแล้วรีบด่วนสรุป แต่ต้องพิจารณาปัจจัยประกอบหลายประการ ดังนี้

    1. ตำแหน่งภพที่พาธะเกศะสถิตอยู่
      ภพที่พาธะเกศะเข้าไปสถิต จะบอกว่าอุปสรรคนั้นมีแนวโน้มจะปรากฏในเรื่องใดของชีวิต เช่น การงาน ชีวิตคู่ การเงิน ครอบครัว สุขภาพ หรือเรื่องทางสังคม หากพาธะเกศะไปเกี่ยวข้องกับภพใด ภพนั้นมักแสดงสิ่งที่เจ้าชะตาต้องพบความติดขัด ความล่าช้า หรือเหตุขัดข้องบางอย่าง
    2. ช่วงทศาของพาธะเกศะ
      นักโหราศาสตร์มักให้ความสำคัญกับช่วงมหาทศาและอันตรทศา ของพาธะเกศะ เพราะเป็นช่วงเวลาที่อิทธิพลของดาวดวงนั้นถูกกระตุ้นให้แสดงผลมากขึ้น ในช่วงดังกล่าว เจ้าชะตาอาจพบอุปสรรคเด่นชัดขึ้น หรือเรื่องที่เคยซ่อนอยู่ค่อย ๆ ปรากฏออกมาให้ต้องจัดการ
    3. การร่วมกันของดาวและการส่งทฤษฏิ
      ดาวเคราะห์ที่ร่วมอยู่กับพาธะเกศะ หรือส่งทฤษฏิ(โยค-เกณฑ์)ถึงพาธะเกศะ ย่อมรับอิทธิพลแห่งการขัดขวางนี้ไปด้วย กล่าวคือ ดาวเหล่านั้นอาจกลายเป็นตัวกลางที่นำเหตุแห่งพาธะเข้ามาในชีวิต หรือทำให้เรื่องที่ดาวนั้นเป็นตัวแทนเกิดความติดขัด ล่าช้า และต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ

    ลักษณะของอุปสรรคที่เกิดจากพาธกะ

    อุปสรรคที่เกิดจาก พาธกะ มีลักษณะแตกต่างจากเรือนให้โทษประเภทอื่น เช่น เรือนที่ ๘ หรือเรือนที่ ๑๒ ซึ่งมักชี้ไปยังการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง การสูญเสีย หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสูญเสีย หรือผลร้ายบางอย่างในชีวิต แต่พาธกะมักเกี่ยวข้องกับ “แรงรบกวนจากภายนอก” มากกว่า

    ปัญหาที่พาธกะสร้างขึ้น มักถูกอธิบายว่าเป็นเสมือน ปมกรรม หรือเงื่อนกรรมบางอย่างที่ผูกไว้อย่างดิ่นไม่หลุด อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ดูไร้เหตุผล หรือคล้ายกับหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหตุการณ์เหล่านี้มักเข้ามาขัดจังหวะชีวิต เพื่อบีบให้เจ้าชะตาต้องหันกลับมาตรวจสอบพฤติกรรมของตนเอง และปรับแก้บางสิ่งให้ถูกต้อง

    ทำความเข้าใจกับอิทธิพลของพาธกะ

    ดาวที่เป็น พาธกะ มักก่อให้เกิดอุปสรรคที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว เรื่องลึกลับที่หาสาเหตุได้ยาก ความล่าช้า และความทุกข์ที่เกี่ยวกับความหมายที่ดาวดวงนั้นปกครองอยู่

    อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของพาธกะมิได้เป็นด้านลบเสมอไป หากผู้ศึกษาสามารถเข้าใจและบริหารจัดการพลังของพาธกะได้อย่างถูกต้อง พาธกะอาจกลายเป็นตัวชี้ให้เห็นจุดสำคัญในชีวิตที่เจ้าชะตาจำเป็นต้องเติบโต เปลี่ยนแปลง และยกระดับตนเอง

    กล่าวอีกอย่างหนึ่ง พาธกะมิได้มีหน้าที่เพียงมาขัดขวาง แต่บางครั้งมันทำหน้าที่เสมือนครู कठोर ที่บังคับให้เจ้าชะตาต้องเผชิญความจริง แก้ไขจุดอ่อน และเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปสู่ความมั่นคงและการเติบโตจากภายในมากขึ้น

    ผลของตำแหน่งและทฤษฏิของพาธะเกศะในแต่ละภพ

    ต่อไปนี้เป็นแนวทางพิจารณาอิทธิพลของ พาธะเกศะ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่พาธะเกศะเข้าไปสถิตอยู่ในภพใดภพหนึ่ง หรือส่งทฤษฏิ(โยค-เกณฑ์)ไปยังภพนั้น ๆ

    อย่างไรก็ตาม พึงระลึกไว้เสมอว่า เพียงการสถิตอยู่ของพาธะเกศะในภพใดภพหนึ่ง ยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินผลอย่างเด็ดขาด เพราะพาธกะต้องถูกกระตุ้นให้แสดงผลผ่านช่วง ทศา ด้วย

    หากพาธะเกศะร่วมอยู่กับดาวเคราะห์ดวงอื่น ดาวเคราะห์เหล่านั้นก็อาจกลายเป็นตัวนำอิทธิพลของพาธกะได้เช่นกัน และเมื่อถึงทศาหรืออันตรทศาของดาวที่ร่วมกับพาธะเกศะนั้น พลังแห่งพาธะก็อาจถูกกระตุ้นให้แสดงผลออกมาให้เห็นเด่นชัดในชีวิตของเจ้าชะตา

    1. ภพที่ ๑ — ตัวตนและอัตลักษณ์

    หากพาธกะส่งอิทธิพลถึงภพที่ ๑ หรือ ลัคนา เจ้าชะตาอาจต้องเผชิญความติดขัดเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ความมั่นใจ บุคลิกภาพ และสุขภาพโดยตรง อิทธิพลนี้มักทำให้เกิดความลังเลในตัวเอง รู้สึกไม่แน่ใจในเส้นทางชีวิต หรือมีอุปสรรคเข้ามาขวางเป้าหมายส่วนตัวอยู่เสมอ บางครั้งเจ้าชะตาอาจรู้สึกเหมือนเริ่มต้นสิ่งใดก็ต้องใช้แรงมากกว่าผู้อื่น หรือมีเหตุให้ต้องกลับมาแก้ไขตัวเองซ้ำ ๆ 

    แนวทางบรรเทาผลของพาธกะในตำแหน่งนี้ คือการเสริมกำลังให้กับลัคนา การฝึกวินัยในตนเอง ดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และสร้างความมั่นคงภายใน เพราะเมื่อฐานของตัวตนแข็งแรง อุปสรรคจากภายนอกก็ย่อมลดอำนาจลง

    1. ภพที่ ๒ — ทรัพย์สินและครอบครัว

    หากพาธกะมีอิทธิพลต่อภพที่ ๒ หรือ ธนภพ อาจก่อให้เกิดความไม่มั่นคงทางการเงิน ความขัดแย้งภายในครอบครัว หรือปัญหาเกี่ยวกับวาจาและการสื่อสาร เงินทองอาจมีลักษณะขึ้น ๆ ลง ๆ ได้มาแล้วก็หมดไป หรือมีเหตุให้ต้องใช้จ่ายอย่างคาดไม่ถึง บางครั้งอาจเกิดความเข้าใจผิดจากคำพูด คำสัญญา หรือการสื่อสารในครอบครัว จนกลายเป็นเหตุแห่งความขัดข้อง

    การบรรเทาอิทธิพลนี้ควรเริ่มจากการสร้างวินัยทางการเงิน ใช้จ่ายอย่างมีแบบแผน ระวังคำพูด และรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัวให้มั่นคง เพราะภพที่ ๒ มิได้หมายถึงทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงรากฐานของครอบครัวและคุณค่าที่เจ้าชะตายึดถือด้วย

    1. ภพที่ ๓ — ความกล้าหาญและการสื่อสาร

    หากพาธกะส่งผลถึงภพที่ ๓ หรือ สหชภพ เจ้าชะตาอาจพบอุปสรรคด้านการสื่อสาร ความกล้า การตัดสินใจ ความสัมพันธ์กับพี่น้อง หรือการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความพยายามของตนเอง ตำแหน่งนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับพี่น้อง เพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ตัวได้ง่าย การเดินทางระยะสั้น การติดต่อประสานงาน งานเขียน งานสื่อสาร หรือธุรกิจที่ต้องอาศัยความคล่องตัว อาจมีเหตุให้ล่าช้า สะดุด หรือไม่เป็นไปตามแผน

    กุญแจสำคัญของการผ่านพ้นพาธกะในภพนี้ คือการเสริมความกล้า ความอดทน และความสม่ำเสมอ เจ้าชะตาต้องฝึกที่จะไม่ท้อถอยง่าย ๆ เมื่อพบอุปสรรค เพราะภพที่ ๓ เป็นภพแห่งความเพียร เมื่อความเพียรถูกฝึกจนมั่นคง พาธกะก็จะกลายเป็นแรงผลักให้เจ้าชะตาแข็งแกร่งขึ้น

    1. ภพที่ ๔ — บ้าน ความสุข และความมั่นคงภายใน

    หากพาธกะส่งอิทธิพลถึงภพที่ ๔ หรือ สุขภพ เจ้าชะตาอาจประสบกับความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ความวุ่นวายในครอบครัว หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และความสงบภายในจิตใจ ผลของพาธกะในตำแหน่งนี้มักทำให้เจ้าชะตารู้สึกว่า “ใจไม่ค่อยได้พัก” แม้จะอยู่ในบ้านของตนเองก็ตาม บางครั้งอาจมีเรื่องภายในครอบครัวมากระทบจิตใจ หรือมีเหตุให้ต้องโยกย้าย ปรับปรุงบ้าน เปลี่ยนที่อยู่ หรือจัดการภาระเกี่ยวกับทรัพย์สินและที่ดินอยู่เนือง ๆ

    แนวทางบรรเทาอิทธิพลนี้ คือการสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย อบอุ่น และเกื้อหนุนจิตใจ เจ้าชะตาควรให้ความสำคัญกับความสงบในครอบครัว การดูแลบิดามารดาหรือผู้ใหญ่ในบ้าน และการสร้างฐานชีวิตที่มั่นคง เพราะเมื่อรากฐานภายในสงบ พาธกะที่ให้ผลร้ายในภพนี้ก็จะลดกำลังลง

    1. ภพที่ ๕ — ความคิดสร้างสรรค์ การศึกษา และบุตร

    เมื่อพาธกะมีอิทธิพลต่อภพที่ ๕ หรือ ปุตรภพ อาจก่อให้เกิดความล่าช้าในเรื่องบุตร อุปสรรคด้านการศึกษา ความไม่ต่อเนื่องในการเรียนรู้ หรือภาวะติดขัดทางความคิดสร้างสรรค์ บางคนอาจรู้สึกว่าความสามารถภายในมีอยู่ แต่แสดงออกได้ไม่เต็มที่ หรือมีเหตุให้การเรียน การสอบ การสร้างผลงาน การสอน การเขียน หรือการถ่ายทอดความรู้ต้องสะดุดเป็นระยะ ๆ หากเกี่ยวข้องกับเรื่องบุตร ก็อาจหมายถึงความกังวล ความล่าช้า หรือภาระบางอย่างที่เกิดขึ้นผ่านบุตรหลาน

    การปรับสมดุลพาธกะในภพนี้ ควรเริ่มจากการเชื่อมโยงตนเองกับการเรียนรู้ ศรัทธา จิตวิญญาณ และการสร้างสรรค์อีกครั้ง เจ้าชะตาควรใช้ความรู้เป็นเครื่องยกระดับจิตใจ ฝึกสมาธิ สวดมนต์ ศึกษาคัมภีร์ หรือทำงานสร้างสรรค์อย่างสม่ำเสมอ เพราะภพที่ ๕ เป็นภพแห่งปัญญา เมื่อปัญญาถูกปลุกขึ้น พาธกะก็จะกลายเป็นแรงผลักให้เกิดการเติบโตทางจิตและความคิด

    1. ภพที่ ๖ — ศัตรู โรคภัย และการต่อสู้

    หากพาธกะเข้าไปเกี่ยวข้องกับภพที่ ๖ หรือ อริภพ อาจบ่งชี้ถึงศัตรู คู่แข่งขันที่รุมเร้าอยู่ตลอดเวลา ปัญหาสุขภาพที่เรื้อรัง คดีความ หนี้สิน การแข่งขัน หรือความยุ่งยากในชีวิตการงาน ตำแหน่งนี้มักทำให้เจ้าชะตาต้องเผชิญแรงกดดันจากงาน จากคู่แข่ง จากผู้ไม่หวังดี หรือจากเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ต้องคอยต่อสู้อยู่เสมอ บางครั้งปัญหาอาจไม่ได้รุนแรงแบบครั้งเดียวจบ แต่เป็นลักษณะค่อย ๆ สะสม กวนใจ และบั่นทอนกำลังไปทีละน้อย

    แนวทางบรรเทาอิทธิพลของพาธกะในภพนี้ คือการดำเนินชีวิตอย่างมีวินัย ดูแลสุขภาพให้เป็นระบบ ไม่ประมาทเรื่องกฎหมาย เอกสาร หนี้สิน และความสัมพันธ์ในที่ทำงาน อีกทั้งควรฝึกจิตใจให้เป็นผู้ให้บริการหรือทำประโยชน์แก่ผู้อื่น เพราะภพที่ ๖ เป็นภพแห่งการรับใช้ การเยียวยา และการเอาชนะอุปสรรค เมื่อเจ้าชะตาใช้พลังนี้อย่างถูกทาง ศัตรูก็อาจกลายเป็นครู และปัญหาก็อาจกลายเป็นสนามฝึกกำลังใจ

    1. ภพที่ ๗ — คู่ครอง หุ้นส่วน และความสัมพันธ์

    หากพาธกะส่งอิทธิพลถึงภพที่ ๗ หรือ ปัตนิภพ กลตฺรภาว / कलत्रभाव เจ้าชะตาอาจประสบความล่าช้า ความขัดแย้ง หรือความไม่มั่นคงในเรื่องความสัมพันธ์ ทั้งในด้านชีวิตคู่ การสมรส หุ้นส่วนทางธุรกิจ หรือการทำข้อตกลงร่วมกับผู้อื่น

    ตำแหน่งนี้มักทำให้เรื่องความสัมพันธ์มักไม่ราบรื่น อาจมีเหตุให้เข้าใจกันผิด ความคิดเห็นไม่ตรงกัน หรือมีบุคคลภายนอก เงื่อนไขภายนอก และสถานการณ์บางอย่างเข้ามาทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน หากเป็นเรื่องธุรกิจ ก็อาจหมายถึงหุ้นส่วนที่ไว้ใจยาก ข้อตกลงที่เปลี่ยนแปลง หรือความร่วมมือที่ต้องใช้เวลาและความอดทนสูง

    แนวทางบรรเทาอิทธิพลนี้ คือการฝึกความอดทน เปิดใจสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และไม่รีบด่วนตัดสินผู้อื่น เจ้าชะตาควรเรียนรู้ศิลปะของการประนีประนอม เพราะภพที่ ๗ เป็นกระจกสะท้อนตัวตนผ่านผู้อื่น เมื่อความสัมพันธ์ถูกจัดวางอย่างมีสติ พาธกะในภพนี้ก็อาจเปลี่ยนจากความขัดแย้งให้กลายเป็นบทเรียนเรื่องความเข้าใจและความร่วมมือ

    1. ภพที่ ๘ — การเปลี่ยนแปลง มรดก และเรื่องเร้นลับ

    หากพาธกะมีอิทธิพลต่อภพที่ ๘ หรือ รันธรภพ ภพมรณะ / रन्ध्रभाव ย่อมอาจนำมาซึ่งอุปสรรคที่ซ่อนเร้น ความไม่แน่นอนทางการเงิน ปัญหาเกี่ยวกับมรดก ทรัพย์สินร่วม หนี้สินลึก ๆ หรือเรื่องที่เกี่ยวพันกับครอบครัวของคู่ครอง พาธกะในภพนี้มักแสดงผลผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือไม่ทันคาดคิด ทำให้เจ้าชะตาต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงภายในชีวิตอย่างลึกซึ้ง บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง เช่น เรื่องทรัพย์สินที่ผูกพันกับผู้อื่น ปัญหากับญาติฝ่ายคู่ครอง หรือภาระเก่าที่กลับมาให้ต้องสะสาง

    การรับมือกับพาธกะในภพนี้ควรอาศัยการปฏิบัติทางจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง การฝึกปล่อยวาง และการยอมรับความเปลี่ยนแปลงของชีวิต เจ้าชะตาควรเรียนรู้ว่า สิ่งใดที่ควบคุมไม่ได้ก็ต้องวางลงด้วยปัญญา เพราะภพที่ ๘ เป็นภพแห่งการตายแล้วเกิดใหม่ในเชิงสัญลักษณ์ เมื่อผ่านบททดสอบของภพนี้ได้ เจ้าชะตาย่อมเกิดความเข้าใจชีวิตที่ลึกกว่าเดิม

    1. ภพที่ ๙ — โชค ธรรมะ และศรัทธา

    หากพาธกะส่งอิทธิพลถึงภพที่ ๙ หรือ ธรรมภพ หรือ ภพศุภะ  धर्मभाव เจ้าชะตาอาจประสบความลังเลทางศรัทธา อุปสรรคด้านการศึกษาชั้นสูง ปัญหาเกี่ยวกับครู อาจารย์ ศาสนา หลักธรรม กฎหมาย การเดินทางไกล หรือการแสวงหาความหมายของชีวิต

    ตำแหน่งนี้อาจทำให้เจ้าชะตารู้สึกเหมือนโชคไม่เปิดทางง่าย ๆ หรือมีเหตุให้ต้องตั้งคำถามกับความเชื่อเดิมของตนเอง บางรายอาจพบความล่าช้าในการเรียนต่อ การเดินทางไปต่างถิ่น การติดต่อกับครูบาอาจารย์ หรือการเข้าถึงความรู้ขั้นสูง แต่ในอีกด้านหนึ่ง อุปสรรคเหล่านี้ก็มักผลักให้เจ้าชะตาแสวงหาธรรมะที่ลึกและจริงกว่าเดิม

    แนวทางบรรเทาอิทธิพลนี้ คือการเสริมศรัทธาให้มั่นคง แต่ต้องเป็นศรัทธาที่ตั้งอยู่บนปัญญา เจ้าชะตาควรประพฤติตนตามหลักจริยธรรม เคารพครูบาอาจารย์ ศึกษาคัมภีร์ ทำบุญ ทำทาน และรักษาความซื่อตรงในชีวิต เพราะภพที่ ๙ เป็นภพแห่งบุญเก่าและธรรมะ เมื่อเจ้าชะตากลับมาตั้งมั่นในทางที่ถูกต้อง พาธกะในภพนี้ก็จะกลายเป็นแรงเตือนให้เดินกลับสู่เส้นทางแห่งความดีงาม

    1. ภพที่ ๑๐ — การงาน อาชีพ และชื่อเสียง

    เมื่อพาธกะส่งอิทธิพลถึงภพที่ ๑๐ หรือ กรรมภพ  कर्मभाव ชีวิตการงานของเจ้าชะตาอาจเต็มไปด้วยอุปสรรค ความล่าช้า ข้อโต้แย้ง หรือความไม่มั่นคงในเส้นทางอาชีพ ตำแหน่งนี้มักทำให้เจ้าชะตาต้องพบแรงกดดันจากหน้าที่ ความรับผิดชอบ ผู้บังคับบัญชา องค์กร หรือสังคมภายนอก บางครั้งอาจเกิดเรื่องกระทบชื่อเสียง มีคนคัดค้าน ผลงานถูกตั้งคำถาม หรือเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นตามที่คาดหวังไว้

    อย่างไรก็ตาม หากเจ้าชะตายังคงยึดมั่นในความถูกต้อง ทำงานด้วยจริยธรรม อดทน และไม่ละทิ้งความเพียร อุปสรรคในภพนี้ก็สามารถค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นฐานแห่งความสำเร็จได้ เพราะภพที่ ๑๐ เป็นภพแห่งกรรม การกระทำ และเกียรติยศ เมื่อกรรมที่ทำมีความมั่นคงและเที่ยงธรรม ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวย่อมเกิดขึ้นได้

    1. ภพที่ ๑๑ — ลาภผล ความปรารถนา และเครือข่ายสังคม

    หากพาธกะมีอิทธิพลต่อภพที่ ๑๑ หรือ ลาภภพ लाभभाव อาจก่อให้เกิดอุปสรรคในการบรรลุเป้าหมาย การได้มาซึ่งผลประโยชน์ รายได้ กำไร ความสำเร็จตามความปรารถนา ตลอดจนความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อน เครือข่าย หรือสังคมวงกว้าง

    เจ้าชะตาอาจรู้สึกว่า สิ่งที่คาดหวังไว้มักได้มาช้า ได้มาไม่เต็มที่ หรือมีเงื่อนไขแทรกซ้อนอยู่เสมอ บางครั้งอาจมีปัญหากับเพื่อน กลุ่มคน ผู้สนับสนุน หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ร่วมกัน ทำให้การขยายงาน การสร้างเครือข่าย หรือการทำให้ความปรารถนาสำเร็จต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ

    แนวทางรับมือกับพาธกะในภพนี้ คือการจัดการความคาดหวังให้เหมาะสม ไม่เร่งรัดผลลัพธ์จนเกินไป และทำงานอย่างต่อเนื่องไปสู่เป้าหมายระยะยาว เจ้าชะตาควรเลือกคบคนอย่างมีสติ สร้างเครือข่ายบนพื้นฐานของความจริงใจ และไม่ปล่อยให้ความโลภหรือความทะยานอยากนำทางชีวิต เพราะเมื่อทำให้ความหมายของภพลาภะให้ตั้งอยู่บนความพอดี ผลสำเร็จก็จะมั่นคงกว่าเดิม

    1. ภพที่ ๑๒ — การสูญเสีย การปล่อยวาง และโมกษะ

    หากพาธกะส่งอิทธิพลถึงภพที่ ๑๒ หรือ วยยะภพ หรือ ภพวินาศ  व्ययभाव เจ้าชะตาอาจเผชิญศัตรูที่ซ่อนเร้น ความสับสนทางจิตวิญญาณ การสูญเสียอย่างฉับพลัน ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมยาก หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องปล่อยวางสิ่งบางอย่างในชีวิต

    ตำแหน่งนี้อาจให้ผลเป็นความกังวลที่อยู่ลึกในใจ ความรู้สึกโดดเดี่ยว การสูญเสียทรัพย์ การอยู่ต่างถิ่น โรงพยาบาล สถานที่ปิดลับ หรือเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหลังโดยไม่เปิดเผย บางครั้งเจ้าชะตาอาจไม่รู้ชัดว่าใครหรือสิ่งใดเป็นต้นเหตุแห่งปัญหา เพราะภพที่ ๑๒ เป็นภพของสิ่งเร้นลับ การสิ้นเปลือง และสิ่งที่ค่อย ๆ หลุดลอยออกไปจากชีวิต

    แต่อีกด้านหนึ่ง พาธกะในภพนี้อาจกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง ทำให้เจ้าชะตาเรียนรู้การปล่อยวางจากความกังวลทางวัตถุ และหันกลับเข้าสู่เส้นทางแห่ง โมกษะ मोक्ष หรือความหลุดพ้นมากขึ้น หากรู้จักใช้พลังนี้อย่างถูกทาง ภพที่ ๑๒ จึงมิใช่เพียงภพแห่งการสูญเสีย แต่ยังเป็นประตูสู่การเสียสละ การหลุดพ้นจากทางโลก การภาวนา และความสงบภายใน

    วิธีบรรเทาอิทธิพลร้ายของพาธกะ

    แม้ว่า พาธกะ จะสามารถก่อให้เกิดอุปสรรคสำคัญในชีวิตได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง พาธกะก็มักนำบทเรียนทางจิตวิญญาณและโอกาสในการเติบโตภายในมาด้วยเช่นกัน กล่าวคือ สิ่งที่เข้ามาขัดขวาง มิได้มีไว้เพื่อทำลายเราเสมอไป บางครั้งมันเข้ามาเพื่อให้เจ้าชะตาได้เห็นจุดอ่อนของตนเอง และเรียนรู้ที่จะจัดการชีวิตด้วยสติที่ลึกกว่าเดิม

    แนวทางบรรเทาอิทธิพลของพาธกะที่นิยมใช้ มีดังนี้

    • มันตราและการบูชา
      การสวดมนต์บูชาดาวเคราะห์ที่เป็น พาธะเกศะ สามารถช่วยลดแรงกดดันและผลร้ายของดาวดวงนั้นได้ การสวดมนต์ มันตรา  मन्त्र มิใช่เพียงการเปล่งเสียง แต่เป็นการปรับจิตให้สอดคล้องกับพลังของดาว เพื่อเปลี่ยนแรงขัดขวางให้กลายเป็นพลังแห่งความตื่นรู้
    • ทานและการรับใช้ผู้อื่น
      การบริจาค การทำทาน และการช่วยเหลือผู้อื่น โดยเลือกให้สัมพันธ์กับภพที่ถูกพาธกะกระทบ ย่อมช่วยผ่อนคลายความติดขัดได้ เช่น หากเกี่ยวข้องกับภพที่ ๖ อาจทำบุญช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ยากไร้ หรือผู้ที่กำลังต่อสู้กับความลำบาก หากเกี่ยวข้องกับภพที่ ๔ อาจทำบุญเกี่ยวกับบ้าน วัด สถานศึกษา หรือการดูแลผู้ใหญ่ในครอบครัว
    • อุปายะทางโหราศาสตร์
      วิธีบรรเทาทางโหราศาสตร์ หรือ อุปายะ  उपाय อาจรวมถึงการใช้อัญมณีที่เหมาะสม การประกอบพิธีกรรม การบูชาเทพประจำดาว หรือการปฏิบัติตามคำแนะนำของครูโหรผู้ชำนาญ ทั้งนี้ การใช้อัญมณีควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ควรใช้โดยดูเพียงว่าดาวใดอ่อนหรือแรงเท่านั้น แต่ต้องดูบทบาทของดาวในดวงชะตาทั้งระบบ
    • การรู้เท่าทันตนเองและการยอมรับ
      วิธีแก้ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือการรู้จักข้อจำกัดของตนเอง และยอมรับความจริงที่กำลังเกิดขึ้นโดยไม่ต่อต้านอย่างมืดบอด เมื่อเจ้าชะตาเข้าใจว่าพาธกะกำลังสอนบทเรียนเรื่องใด ก็จะสามารถทำงานร่วมกับอุปสรรคนั้นอย่างสร้างสรรค์ แทนที่จะปล่อยให้ความกลัว ความโกรธ หรือความดื้อรั้นทำให้ปัญหาหนักขึ้น

    ดังนั้น การเยียวยาพาธกะไม่ใช่เพียงการ “แก้เคราะห์” ให้หมดไป แต่คือการเปลี่ยนท่าทีของเจ้าชะตาต่ออุปสรรค จากการมองว่าเป็นศัตรู มาเป็นการมองว่าเป็นครูผู้เข้มงวด ที่ผลักให้เราตื่นขึ้น เติบโตขึ้น และเดินไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องกว่าเดิม

    บทสรุป

    ในทางโหราศาสตร์ พาธกะ बाधक มิใช่พลังร้ายหรือบาปเคราะห์ที่มีหน้าที่ทำลายชีวิตของเจ้าชะตาเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นเครื่องชี้ให้เห็นพื้นที่บางส่วนในชีวิตที่จำเป็นต้องได้รับการเรียนรู้ แก้ไข และเติบโต 

    แม้พาธกะจะนำความติดขัด ความลำบาก หรือสถานการณ์ที่ทำให้เจ้าชะตาต้องต่อสู้เข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน พาธกะก็ผลักดันให้มนุษย์พัฒนาตนเอง ฝึกความอดทน สร้างความเข้มแข็งภายใน และผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

    เมื่อผู้ศึกษาสามารถเข้าใจอิทธิพลของพาธกะได้อย่างมีสติ และรู้จักรับมือกับพลังนี้อย่างถูกทาง อุปสรรคที่เคยดูเหมือนเป็นกำแพงขวางหน้า ก็อาจกลายเป็นขั้นบันไดที่นำไปสู่ความสำเร็จ ความมั่นคงทางจิตใจ และวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณในที่สุด

     

    --------------------------------------------

    ***ประกาศ***

    อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางเว็บไซด์แล้ว

    1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์

    2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html

    3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html

    4.แจกฟรี App"ฤกษ์ดี" ผูกดวงชะตาด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) เพื่อการศึกษาโหรภารตะแบบเต็มสูตร DownLoad ได้ที่ Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.cmdpaw.astroneemo&pcampaignid=web_share

    *******************************

    สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)

    กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ /services/reading-vedic-astrology.html

    *******************************

    บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) 

    ดูฤกษ์ออกรถ  ดูฤกษ์ยกเสาเอก   ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่   ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่  ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท   ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส   ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ  ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ  ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่   ดูฤกษ์ลาสิกขาบท   ดูฤกษ์โกนผมไฟ   ดูฤกษ์ผ่าคลอด   ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
    ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย  คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง   ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ) 

    *******************************