fbpx

Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวท และได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 12 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

B088bbbcedd0856aa471efe206dcdeed

 

 

1.แบบไทย-ดิถีมหาสูญ-วันที่ห้ามประกอบการมงคลอย่างเด็ดขาด

 

ในหลักเกณฑ์การห้ามฤกษ์แต่โบราณนี้ หลักของดิถีมหาสูญนับว่าร้ายแรงมากที่ครูบาอาจารย์โหรไทยสมัยโบราณท่านยึด ถือเอาไว้เป็นหลักครูเลยทีเดียว หลักดิถีมหาสูญนี้บ่งบอกถึงความวิบัติ อันตราย และโทษร้ายแรงต่างๆที่หากไปกระทำการในวันนี้เข้า ถึงแม้นว่าวันนั้นจะมีฤกษ์ดี ดิถีดีสักปานไหน หากไปโดนวันที่มี “ดิถีมหาสูญ”เข้าให้ ท่านให้ยกเว้นกฏเกณฑ์ที่ดีทั้งหมดและให้ทายวิบัติอย่างเดียว สถานเดียว ถึงกับกล่าวคำกลอนที่ว่า “ ถึงฤกษ์อื่นหมื่นดีไม่ต้านทาน คงวิกาลจัญไรเกิดภัยโตฯ”ในหลัก กฏเกณฑ์ดิถีมหาสูญนั้น มีอยู่ ๒ หลักใหญ่ๆ หลักเกณฑ์แรกเป็นการคำนวณจากเดือนทางจันทรคติ และหลักเกณฑ์ที่ สองเป็นการคำนวณจากองศาอาทิตย์ที่โคจรเข้าใปสถิตในราศีต่างๆในระบบสุริยคติ

 

1101fd799860396a6d2c04438c65f878

 

 

 

1.1 ดิถีมหาสูญจากการคำนวณเดือนและวันทางจันทรคติ มีโคลงกลอนบรรยายไว้ดังนี้

 

@จะกล่าวถึงดิถีมหาสูญ,               ทวาทศมาศเป็นเค้ามูล,

 

นุกูลไว้ตามไสยเวทย์มา,               ว่าเดือน ๖ เดือน ๓ ห้าม ๔ ค่ำ,

 

ถึงฤกษ์ดีก็อย่าทำเกิดโทษา,          เดือน ๗ เดือน ๑๐ห้ามตามตำรา,

 

โบราณว่า๘ค่ำเป็นสำคัญ,              ถ้าเดือน๘เดือน๕ห้าม๖ค่ำ,

 

จะเกิดกรรมวิตกใหญ่ภัยมหันต์,       เดือน๑๑เดือนยี่ก็เหมือนกัน,

 

กำหนดวันขึ้นแรม ๑๒ มี,               เดือน๙เดือน๑๒ห้าม๑๐ ค่ำ,

 

ว่าอย่าทำการใหญ่ไม่ต้องที่,           อนึ่งท่านห้ามเดือนอ้ายในเดือนสี่,

 

ห้ามดิถี๒ค่ำอย่าทำการ,                 ห้ามทั้งขึ้นทั้งแรมทุกเดือนมา,

 

เป็นมหาสูญอันอาจหาญ,               ถึงฤกษ์อื่นหมื่นดีไม่ต้านทาน,

 

คงวิกาลจัญไรเกิดภัยโตฯ

 

สรุปว่า ดิถีมหาสูญแต่โบราณนั้นท่านกำหนดตามเดือนทางจันทรคติและดิถีดังนี้ อย่างไรก็ตามดิถีต่างๆนั้นจะต้องคำนวนโดยใช้”ดิถีเพียร”เท่านั้น

 

ตาราง มาสะ สูญดิถี แบบไทย

 

เดือนไทย

ดิถีมหาสูญ

เดือน ๖ กับเดือน ๓

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๔ ค่ำ

เดือน ๗ กับเดือน ๑๐

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๘ ค่ำ

เดือน ๘ กับเดือน ๕

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๖ ค่ำ

เดือน ๑๑ กับเดือน ยี่

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

เดือน ๙ กับเดือน ๑๒

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๑๐ ค่ำ

เดือน อ้าย กับเดือน ๔

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๒ ค่ำ

 

 

1.2 ดิถีมหาสูญจากการคำนวณการโคจรของพระอาทิตย์ที่สถิตในราศีต่างๆ

 

โดยมีคาถาภาษาบาลีกล่าวเอาไว้ดังนี้

 

@เมเส กรกเฏ ฉัฏเฐ             พฤศภ กุมเภ  จตุตถ  เมถุน กันเย อัฎฐเม              ธนู มินเก ทุติเย

 

สิงห พิจิก ทสเก                     ตุล มังกเร ทวาทส ฯ

 

“เมเส กรกเฏ ฉัฏเฐ”หมาย ความว่าเมื่อดาวอาทิตย์โคจรเข้าสถิตราศี เมษ (ประมาณ 15 เมษา-14พฤษภา) และสถิตราศีกรกฏ (ประมาณ 15 กรกฏา-14 สิงหา)              ห้ามวันขึ้น/แรม ๖ ค่ำ

 

“พฤศภ กุมเภ  จตุตถ” หมายความว่าเมื่อดาวอาทิตย์โคจรเข้าสถิตราศี พฤษภ (ประมาณ 15 พฤษภา-14 มิถุนา) และสถิตราศีกุมภ์ (ประมาณ 15 กุมภา-14มีนาคม) ห้ามวันขึ้น/แรม ๔ ค่ำ

 

“เมถุน กันเย อัฎฐเม” หมายความว่าเมื่อดาวอาทิตย์โคจรเข้าสถิตราศี เมถุน (ประมาณ 15 มิถุนา-14 กรกฏา) และสถิตราศีกันย์ (ประมาณ 15 กันยา-14 ตุลา)ห้ามวันขึ้น/แรม ๘  ค่ำ

 

“ธนู มินเก ทุติเย” หมายความว่าเมื่อดาวอาทิตย์โคจรเข้าสถิตราศี ธนู (ประมาณ 15 ธันวา-14 มกรา) และสถิตราศีมีน (ประมาณ 15 มีนา-14 เมษา) ห้ามวันขึ้น/แรม ๒  ค่ำ

 

“สิงห พิจิก ทสเก” หมายความว่าเมื่อดาวอาทิตย์โคจรเข้าสถิตราศี สิงห์ (ประมาณ 15 สิงหา-14 กันยา) และสถิตราศีพิจิก (ประมาณ 15 พฤศจิกา-14 ธันวา)                   ห้ามวันขึ้น/แรม ๑๐ ค่ำ

 

“ตุล มังกเร ทวาทส” หมายความว่าเมื่อดาวอาทิตย์โคจรเข้าสถิตราศี ตุลย์ (ประมาณ 15 ตุลา-14 พฤศจิกา) และสถิตราศีมังกร  (ประมาณ 15 มกรา-14 กุมภา) ห้ามวันขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

 

ตาราง ราศีสูญดิถีแบบไทย

 

คาถา

อาทิตย์สถิตราศี

ดิถีมหาสูญ

เมเส กรกเฏ ฉัฏเฐ

สถิตราศี เมษ  และสถิตราศีกรกฏ

ห้ามวันขึ้น/แรม ๖ ค่ำ

พฤศภ กุมเภ จตุตถ

สถิตราศี พฤษภ และสถิตราศีกุมภ์

ห้ามวันขึ้น/แรม ๔ ค่ำ

เมถุน กันเย อัฎฐเม

สถิตราศี เมถุน และสถิตราศีกันย์

ห้ามวันขึ้น/แรม ๘  ค่ำ

ธนู มินเก ทุติเย

สถิตราศี ธนู และสถิตราศีมีน

ห้ามวันขึ้น/แรม ๒  ค่ำ

สิงห พิจิก ทสเก

สถิตราศี สิงห์ และสถิตราศีพิจิก

ห้ามวันขึ้น/แรม ๑๐ ค่ำ

ตุล มังกเร ทวาทส

สถิตราศี ตุลย์  และสถิตราศีมังกร

ห้ามวันขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

 

*************************************************************************************

 

3672e4eefd4b50992ec4bebd79213afd

2.แบบภารตะ-สูญดิถี-ดิถีที่เป็นสูญ

 

คำว่าสูญยะ นั้นหมายถึง ความเป็นสูญ หรือ ว่างเปล่า ไม่มีผล สำหรับเรื่องดิถีมหาสูญของโหราศาสตร์ภารตะได้กล่าวไว้อย่างละเอียดซึ่งแตกต่างจากของไทย โดยดิถีมหาสูญของภารตะมีหลายประเภท ซึ่งทั้งหมดมาจากอิทธิพลของดิถีที่ส่งผลกระทบต่อพลังงานของดาวเคราะห์ นักษัตร มาส(เดือน)และราศี (ลัคนา) โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

2.1 ดิถีสูญราศี (สูญลัคนา) (ดิถี+ราศี+ดาวเกษตร)

 

 

 

กฎนี้ท่านกล่าวเอาไว้ว่าดิถีทุกดิถีทั้งขึ้นแรม(ยกเว้นขึ้นแรม 15 ค่ำ) สามารถเป็นสูญยะดิถีต่อราศีบางราศี โดยจะส่งผลทำให้ ราศีและดาวเกษตรเจ้าราศีนั้นกลายเป็นสูญหรือไร้ค่า หรือไม่มีผลดีตามที่ควรจะเป็นเช่น วันที่เป็นดิถีขึ้น/แรม 1ค่ำ ก็จะส่งผลให้ ราศีตุลย์และมังกรเป็น ราศีสูญยะ คือ ไร้ผล รวมถึงดาวเกษตรเจ้าราศี คือ ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ ก็จะกลายเป็นดาวเคราะห์ สูญยะด้วยเช่นกัน และจะไม่ให้ผลดีใดใดเกิดขึ้น ดังนั้นท่านจึงห้ามทำการวางลัคนา ในสูญยะราศี และ/หรือไม่ให้ลัคนากุมด้วยดาวเคราะห์สูญยะ เพื่อหลีกเลี่ยงผลร้ายที่จะเกิดขี้น  และหากเป็นดวงชาตากำเนิดผลนี้ก็จะเกิดแก่ดาวเคราะห์สูญยะที่เสวยอายุในระบบมหาทศาด้วย คือ ดาวเคราะห์นั้นอาจจะไม่ให้ผลดีตามที่ควรจะเป็นในขณะที่ทำการเสวยอายุ กรุณาดูตาราง"ผลของดาวเคราะห์สูญยะในระบบมหาทศา" ด้านล่างประกอบ

 

ตาราง-ดิถีสูญราศี(สูญลัคนา)แบบภารตะ

 

ดิถีสูญยะ(ดิถีเพียร)

ราศีสูญยะ(สูญลัคนา)

ดาวเคราะห์สูญยะ

ขึ้น/แรม 1ค่ำ และ ขึ้น/แรม 12 ค่ำ

ราศีตุลย์,ราศีมังกร

ดาวศุกร์,ดาวเสาร์

ขึ้น/แรม 2ค่ำ และ ขึ้น/แรม 11 ค่ำ

ราศีธนู,ราศีมีน

ดาวพฤหัสบดี

ขึ้น/แรม 3ค่ำ

ราศีสิงห์,ราศีมังกร

ดาวอาทิตย์,ดาวเสาร์

ขึ้น/แรม4ค่ำ

ราศีพฤษภ,ราศีกุมภ์

ดาวศุกร์,ดาวเสาร์

ขึ้น/แรม 5ค่ำ และ ขึ้น/แรม 8 ค่ำ

ราศีมิถุน,ราศีกันย์

ดาวพุธ

ขึ้น/แรม 6 ค่ำ

ราศีเมษ,ราศีสิงห์

ดาวอังคาร,ดาวอาทิตย์

ขึ้น/แรม 7 ค่ำ

ราศีกรกฏ,ราศีธนู

ดาวจันทร์,ดาวพฤหัส

ขึ้น/แรม 9ค่ำ และ ขึ้น/แรม 10 ค่ำ

ราศีสิงห์,ราศีพิจิก

ดาวอาทิตย์,ดาวอังคาร

ขึ้น/แรม 13 ค่ำ

ราศีพฤษภ,ราศีสิงห์

ดาวศุกร์,ดาวอาทิตย์

ขึ้น/แรม 14 ค่ำ

ราศีมิถุน,ราศีกันย์,ราศีธนู,ราศีมีน

ดาวพุธ,ดาวพฤหัส

วันเพ็ญปูรณมี(ขึ้น 15 ค่ำ)

ไม่มี

ไม่มี

วันดับอมาวสี(แรม 15 ค่ำ)

ไม่มี

ไม่มี

 

*ข้อแตกต่างกับของไทย

 

จะเห็นได้ว่า มีบางส่วนคล้ายกับราศีสูญดิถีแบบไทย แต่คำอธิบายกลับแตกต่างกันมาก โดยของไทยใช้อาทิตย์โคจรในราศีเป็นหลัก และส่งผลให้ดิถีนั้นสูญไปทั้งดิถี แต่ของภารตะใช้ดิถีเป็นหลัก และส่งผลต่อราศี(บางราศี)และดาวเกษตรเจ้าราศีนั้นๆให้กลายเป็นสูญ และส่งผลต่อดาวเสวยอายุในมหาทศาด้วย

 

ดิถีสูญโทษ-ผลทั่วไปของดาวเคราะห์ในดิถีสูญราศี

 

  1. ดาวเกษตรเจ้าราศีที่เป็นดิถีสูญราศี จะให้บาปผล(ผลร้าย) ถึงแม้ว่าจะเป็นดาวศุภเคราะห์ก็ตาม
  2. ดาวเคราะห์ใดสถิตย์ในราศีที่เป็นดิถีสูญราศี จะให้บาปผล(ผลร้าย) ถึงแม้ว่าจะเป็นดาวศุภเคราะห์ก็ตาม
  3. แต่ดาวเคราะห์ใดสถิตย์ในดิถีสูญราศี จะให้ศุภผล(ผลดี) เมื่อเสวยอายุในทศาระบบ
  4. ดาวเกษตรเจ้าราศีที่เป็นดิถีสูญราศี จะให้บาปผล(ผลร้าย) เมื่อโคจรไปสัมพันธ์กับดาวศุภเคราะห์
  5. ดาวเคราะห์ที่เป็นสูญ (เจ้าราศี,ดาวสถิตย์ในดิถีสูญราศี) หากไม่โคจรพักรจะให้ผลดีเมื่อโคจรไปภพที่ 3 และทุสถานะภพ (ที่ 6 ที่ 8 และ ที่12 )

 

ข้อยกเว้นกฏดิถีสูญโทษ

 

1.ดาวเกษตรเจ้าราศีที่เป็น"ดิถีสูญราศี" จะให้ศุภผล(ผลดี) เมื่อ  (1.1) เมื่อโคจรไปภพที่ 3 และทุสถานะภพ (ที่ 6 ที่ 8 และ ที่12 ) ทั้งจากลัคนาและจันทร์กำเนิด (1.2) เมื่อดาวเกษตรเจ้าราศีที่เป็น"ดิถีสูญราศี"โคจรวิกลคติพักร (1.3) หรือเมื่อดาวเกษตรเจ้าราศีที่เป็น"ดิถีสูญราศี"โคจรสัมพันธ์กับดาวบาปเคราะห์  และผลของ"ดิถีสูญราศีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

2.ดาวราหูและเกตุ หากสถิตย์ใน"ดิถีสูญราศี" จะให้ศุภผล(ผลดี) ตามความหมายของภพเรือนนั้นๆ ผลของ"ดิถีสูญราศีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

3.ดาวเกษตรเจ้าราศีที่เป็น"ดิถีสูญราศี"จะให้ศุภผล(ผลดี)เมื่อดาวเกษตรนั้นเสวยนักษัตรที่ครองด้วยดาวราหูหรือเกตุ อ

 

4. ดาวเจ้าราศีที่เป็น"ดิถีสูญราศี" สถิตย์ในเรือนตัวเอง(เป็นเกษตร)และร่วมหรือเป็นโยคกับดาวพฤหัส ผลของ"ดิถีสูญราศีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

5.หากดาวพฤหัสเสวยนักษัตรเดียวกันกับดาวจันทร์ แต่อยู่คนละราศี(ภิณทฤกษ์)ผลของ"ดิถีสูญราศีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

6.ดาวที่ให้ศุภผลที่มีกำลังแรงสถิตย์ อยู่ในเรือนเกณฑ์ หรือ ตรีโกณกับราศีที่"ดิถีสูญราศี"ผลของ"ดิถีสูญราศีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

เคล็ดพิเศษสำหรับใช้ดิถีสูญราศี

 

หากกิจกรรมใดที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบาก เจ้าเรือนลัคน์ในดวงฤกษ์จะต้องอยู่ภพที่ 3 หรือทุสถานะภพ ( 6,8,12) หรืออยู่ใน ดิถีสูญราศี หรือ ให้เจ้าเรือนลัคน์อยู่ในราศีนิจ หรือนวางศ์นิจ โดยเจ้าเรือนลัคน์นี้ต้องไม่ร่วมกับดาวเคราะห์อื่นใด นอกจาก เจ้าเรือนที่กล่าวมาข้างต้น (เจ้าเรือนภพที่ 3 หรือเจ้าเรือนทุสถานะภพ 6,8,12 หรือเจ้าเรือนดิถีสูญราศี หรือ เจ้าเรือนราศีนิจ หรือเจ้าเรือนนวางศ์นิจ) และหรือให้เจ้าเรือนดังกล่าวสถิตย์ร่วมลัคนาในดวงฤกษ์

 

 

ผลของดาวเคราะห์ดิถีสูญราศีในมหาทศา

 

ลำดับ

ตำแหน่งดาวเคราะห์ดิถีสูญราศีเสวยอายุ

ผลของดาวเคราะห์ดิถีสูญราศีเสวยอายุ

1

สถิตในทุสถานะภพที่ 6,8,12

มีกำลังแรงและให้ผลเต็มที่

2

สถิตในเรือนนิจ

มีกำลังแรงและให้ผลเต็มที่

3

สถิตในตำแหน่งปรเกษตร

มีกำลังแรงและให้ผลเต็มที่

4

สถิตร่วมกับบาปเคราะห์

มีกำลังแรงและให้ผลเต็มที่

5

สถิตในเรือนที่ให้ศุภผล

*ไร้กำลังและให้ผลไม่ปกติ

6

สถิตในเรือนอุจน์

*ไร้กำลังและให้ผลไม่ปกติ

7

สถิตในเรือนเกษตร

*ไร้กำลังและให้ผลไม่ปกติ

8

สถิตในเรือนมิตร

*ไร้กำลังและให้ผลไม่ปกติ

 

 

 

ผลของดาวเคราะห์ดิถีสูญราศี

 

1. ดาวอาทิตย์ ทำลายสุขภาพของบุคคลตามความหมายของภพเรือน ที่ดาวอาทิตย์(ที่เป็นดาวเคราะห์ดิถีสูญราศี)สถิตย์อยู่ เช่น หากสถิตย์อยู่ในเรือนที่ 3 (เรือนสหัสชะ)จะมีผลต่อสุขภาพของน้องชายและน้องสาวหรือถ้าสถิตย์ในเรือนที่ 4 (เรือนพันธุ)สุขภาพของมารดาก็จะได้รับผลกระทบ และหากโยคดีในดวงชาตามีดาวอาทิตย์ร่วมประกอบขึ้นเป็นโยค เช่น พุธอาทิตย์โยค ฯลฯผลของโยค(ดี)นั้นๆก็จะกลายเป็นศูนย์ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เสื่อมเสียเกียรติยศ และความภาคภูมิใจ ฯลฯตามความหมายของดาวอาทิตย์

 

2.  ดาวจันทร์ เจ้าชาตาจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับมารดาของตนเอง และสุขภาพของเจ้าชาตาจะไม่แข็งแรง

 

3.  ดาวอังคาร เจ้าชาตาจะขี้เกียจไร้น้องชายและน้องสาวหรือมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับพี่น้อง

 

4.  ดาวพุธ เจ้าชาตาจะมีปัญหาและอุปสรรคในการศึกษาและธุรกิจล้มเหลว

 

5.  ดาวพฤหัส เจ้าชาตาจะขาดศรัทธาในศาสนา การสูญเสียทรัพย์สมบัติและความมั่งคั่ง,  สูญเสียเกียรติภูมิและเกิดปัญหาจากเด็กๆ

 

6.  ดาวศุกร์ เจ้าชาตาจะมีปัญหากับคู่สมรสและอาจมีภรรยาหลายคน

 

7.  ดาวเสาร์ เจ้าชาตาจะมีโรคประจำคัวและการตัดสินที่ผิดพลาดจนทำให้ตนเองเกิดความสูญเสีย


8e2c2291e7159bbf5a5d458d4b7917a0

 

2.2 มาสสูญราศี (เดือน+ราศี)

 

นอกจากนี้โหรภารตะยังมีกฏเกณฑ์เพิ่มเติมที่เกี่ยวกับมาสะ(เดือน)และราศี ซึ่งกำหนดไว้ว่า เดือนทางจันทรคติในแต่ละเดือน มีกฏห้ามมิให้ดาวจันทร์ในดวงฤกษ์สถิตย์ในราศีที่กำหนด มีรายละเอียดดังนี้

 

 

เดือนฮินดู

เดือนไทย

มาสสูญราศี

จิตรมาส

เดือน ๕

ราศีกุมภ์

วิศาขมาส

เดือน ๖

ราศีมีน

เชษฐมาส

เดือน ๗

ราศีพฤษภ

อาษาฒมาส

เดือน ๘

ราศีมิถุน

ศราวณมาส

เดือน ๙

ราศีเมษ

ภัทรบทมาส

เดือน ๑๐

ราศีกันย์

อัศวยุชมาส

เดือน ๑๑

ราศีพิจิก

กฤติกามาส

เดือน ๑๒

ราศีตุลย์

มฤคศิรมาส

เดือนอ้าย

ราศีธนู

บุษยมาส

เดือนยี่

ราศีกรกฏ

มาฆมาส

เดือน ๓

ราศีมังกร

ผาลคุนมาส

เดือน ๔

ราศีสิงห์

 

 

 

ข้อยกเว้นกฏมาสสูญราศีโทษ

 

1. ดาวเจ้าเรือนลัคน์ในดวงฤกษ์ สถิตย์ในเรือนตัวเอง(เป็นเกษตร)และร่วมหรือเป็นโยคกับดาวพฤหัส ผลของ"มาสสูญราศีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

2.หากดาวพฤหัสเสวยนักษัตรเดียวกันกับดาวจันทร์ แต่อยู่คนละราศี(ภิณทฤกษ์)ผลของ"มาสสูญราศีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

3.ดาวที่ให้ศุภผลที่มีกำลังแรงสถิตย์ อยู่ในเรือนเกณฑ์ หรือ ตรีโกณกับลัคนาในดวงฤกษ์ ผลของ"มาสสูญราศีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

2.3 มาสสูญดิถี (เดือน+ดิถี)

 

 

 

กฎนี้ท่านกล่าวเอาไว้ว่าเดือนทางจันทรคติบางเดือนจะมีดิถีที่ถูกกำหนดให้เป็นสูญดิถี โดยจะส่งผลทำให้ ดิถีนั้นๆกลายเป็นสูญ หรือ ไร้ค่า ไปโดยทันที และห้ามไม่ใช้ใช้สูญดิถีนั้นๆประกอบการมงคลในเดือนนั้นๆ ถึงแม้ว่าจะมีเงื่อนไขดีอื่นๆมาบรรเทาหรือแก้ไขผลร้ายก็ตาม ท่านก็ไม่ใช้"มาสสูญดิถี"ในการประการมงคล

 

ตารางเทียบ มาสสูญดิถี ของไทยและภารตะ(คัมภีร์กาละปากศิกะและคัมภีร์มุหูรตะจินดามณี)

 

 

เดือนฮินดู

เดือนไทย

คัมภีร์กาลปกาศิกะ

คัมภีร์มุหูรตะจินดามณี

โหรไทย

จิตรมาส

เดือน ๕

ขึ้น/แรม ๘ ค่ำ, ๑๑ ค่ำ

ขึ้น/แรม ๘ค่ำ ,๙ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๖ ค่ำ

วิศาขมาส

เดือน ๖

ขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

ขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๔ ค่ำ

เชษฐมาส

เดือน ๗

ขึ้น/แรม ๑๓ ค่ำ

ขึ้น ๑๓ ค่ำ ,แรม ๑๔ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๘ ค่ำ

อาษาฒมาส

เดือน ๘

ขึ้น/แรม ๖ ค่ำ

ขึ้น ๖ ค่ำ ,แรม ๗ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๖ ค่ำ

ศราวณมาส

เดือน ๙

ขึ้น/แรม ๑๕ ค่ำ

ขึ้น/แรม ๒ค่ำ , ๓ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๑๐ ค่ำ

ภัทรบทมาส

เดือน ๑๐

ขึ้น/แรม ๗ ค่ำ

ขึ้น/แรม ๑ค่ำ , ๒ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๘ ค่ำ

อัศวยุชมาส

เดือน ๑๑

ขึ้น/แรม ๙ ค่ำ

ขึ้น/แรม  ๑๐ ค่ำ, ๑๑ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

กฤติกามาส

เดือน ๑๒

ขึ้น/แรม ๕ ค่ำ

ขึ้น ๑๔ ค่ำ , แรม ๕ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๑๐ ค่ำ

มฤคศิรมาส

เดือนอ้าย

ขึ้น/แรม ๒,๙ ค่ำ

ขึ้น/แรม ๗ ค่ำ, ๘ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๒ ค่ำ

บุษยมาส

เดือนยี่

ขึ้น/แรม ๑  ค่ำ

ขึ้น/แรม ๔ ค่ำ , ๕ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

มาฆมาส

เดือน ๓

ขึ้น/แรม ๔,๑๐ ค่ำ

ขึ้น ๖ ค่ำ ,  แรม ๕ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๔ ค่ำ

ผาลคุนมาส

เดือน ๔

ขึ้น/แรม ๑๔ ค่ำ

ขึ้น ๓ ค่ำ ,  แรม ๔ ค่ำ

ห้ามวัน ขึ้น/แรม ๒ ค่ำ

 

 

 

เปรียบเทียบจากตามรางจะเห็นว่า แต่ละคัมภีร์ต่างก็มีมติแตกต่างกันในการคำนวณหา ดิถีมหาสูญในแต่ละเดือนจันทรคติ แต่มติโหราจารย์ชาวฮินดูบางท่านลงความเห็นว่า ดิถีมหาสูญของคัมภีร์กาลปกาศิกะนั้นให้โทษร้ายรุนแรงกว่าดิถีมหาสูญของคัมภีร์มุหูรตะจินดามณี ส่วนมติของโหรไทยนั้นค่อนข้างแตกต่างจากโหรฮินดูภารตะซึ่งเป็นแม่แบบ

 

ข้อยกเว้นกฎมาสสูญดิถีสูญโทษ

 

มีบางกิจกรรมหรือเงื่อนไขบางประการ ที่ให้ผลดีในการประกอบกิจกรรมภายใต้"มาสสูญดิถี" และมีผลในการลบล้างโทษร้ายของ "มาสสูญดิถีโทษ" ได้ เช่นการทำการก่อสร้าง หรือ งานมงคลทั่วไป ซึ่งอาจจะมีผลทำให้เกิดอุปสรรบ้างแต่ก็สามารถเอาชนะอุปสรรคได้ภายหลัง

 

1.ดาวเคราะห์เจ้าดิถี สถิตย์ในภพที่ 3 และ ทุสถานะ ที่ 6 ที่ 8 และที่ 12 ,หรือ สถิตย์ใน สูญราศี โดยไม่มีดาวเคราะห์อื่นร่วม เว้นจาก เจ้าเรือนดังกล่าวข้างต้น

 

2.ดาวเคราะห์เจ้าดิถี สถิตย์ร่วมกับเจ้าเรือนภพที่ 3 และ เจ้าเรือนทุสถานะ ที่ 6 ที่ 8 และที่ 12 ,หรือ เจ้าเรือน สูญราศี โดยไม่มีดาวเคราะห์อื่นร่วม

 

3.ดาวเคราะห์เจ้าดิถี เป็นนิจ หรือ สถิตย์ร่วมกับดาวเคราะห์นิจ

 

ดาวเคราะห์เจ้าดิถีมีดังต่อไปนี้

 

3.1.นันทดิถี नन्दा तिथि    ครองด้วยดาวศุกร์  ดิถีขึ้น/แรม -ปรติปท (1ค่ำ) ษัฑฐี (6ค่ำ) เอกาทศี (11ค่ำ)

 

3.2.ภัทรดิถี भद्रा तिथि       ครองด้วยดาวพุธ ดิถีขึ้น/แรม -ทวิติยา (2ค่ำ) สัปตมี (7ค่ำ) ทวาทศี (12 (ค่ำ)

 

3.3.ชยะดิถี जया तिथि      ครองด้วยดาวอังคาร ดิถีขึ้น/แรม -ตฤติยา (3 ค่ำ) อัษฐมี (8 ค่ำ) ตรโยทศี (13 ค่ำ)

 

3.4.ริกตะดิถีरिक्ता तिथि      ครองด้วยดาวเสาร์ ดิถีขึ้น/แรม - จตุรถี (4ค่ำ) นวมี (9ค่ำ) จตุรทศี (14ค่ำ)

 

3.5.ปูรณะดิถี पूर्णा तिथि    ครองด้วยดาวพฤหัส ดิถีขึ้น/แรม -ปัญจมี (5ค่ำ) ทศมี (10ค่ำ) ปูรณมี(วันเพ็ญ) อมาวาสี (วันดับ)

 

4. ดาวเจ้าเรือนลัคน์ในดวงฤกษ์ สถิตย์ในเรือนตัวเอง(เป็นเกษตร)และร่วมหรือเป็นโยคกับดาวพฤหัส ผลของ"มาสสูญดิถีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

5.หากดาวพฤหัสเสวยนักษัตรเดียวกันกับดาวจันทร์ แต่อยู่คนละราศี(ภิณทฤกษ์)ผลของ"มาสสูญดิถีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

6.ดาวที่ให้ศุภผลที่มีกำลังแรงสถิตย์ อยู่ในเรือนเกณฑ์ หรือ ตรีโกณกับลัคนาในดวงฤกษ์ ผลของ"มาสสูญดิถีโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

 

2.4 มาสสูญนักษัตร (เดือน+นักษัตร)

 

 

 

กฎนี้ท่านกล่าวเอาไว้ว่าเดือนทางจันทรคติบางเดือนจะมีนักษัตรที่ถูกกำหนดให้เป็นสูญนักษัตร โดยจะส่งผลทำให้ นักษัตรนั้นๆกลายเป็นสูญ หรือ ไร้ค่า ไปโดยทันที ท่านว่าผลของ"มาสสูญนักษัตร" จะส่งผลทำให้เสียหายเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ทั้งนี้ท่านห้ามมิให้ดาวจันทร์ในดวงฤกษ์เสวยนักษัตรเหล่านี้ นอกจากนี้ดาวเคราะห์ที่เป็นดาวเจ้านักษัตร(ดาวเจ้าฤกษ์)นั้นๆ ก็จะกลายเป็นโทษไปด้วย อีกทั้งหากดาวเจ้านักษัตรนี้ไปสถิตย์ในเรือนใด ก็จะส่งผลต่อเรือนนั้น และจะส่งผลร้ายแก่ดาวเคราะห์ที่สถิตย์ร่วมกันในเรือนนั้นอีกด้วย และท่านกล่าวว่าผลของ มาสสูญนักษัตรโทษนี้ ผลค่อนข้างรุนแรง และถึงแม้ว่าจะมีเงื่อนไขดีอื่นๆมาบรรเทาหรือแก้ไขผลร้ายก็ตาม หากไม่จำเป็นท่านก็ไม่ให้ใช้"มาสสูญนักษัตร"นี้ในการประการมงคล

 

 

 

เดือนฮินดู

เดือนไทย

คัมภีร์กาลปกาศิกะ

คัมภีร์มุหูรตะจินดามณี

จิตรมาส

เดือน ๕

อัศวินี,โรหินีนักษัตร

อัศวินี,โรหินีนักษัตร

วิศาขมาส

เดือน ๖

จิตรา,สวาตินักษัตร

จิตรา,สวาตินักษัตร

เชษฐมาส

เดือน ๗

ปุรวสุ,อุตตราษาฒนักษัตร

ปุษยะ,อุตตราษาฒนักษัตร

อาษาฒมาส

เดือน ๘

บูรพผลคุณี,ธนิษฐะนักษัตร

บูรพผลคุณี,ธนิษฐะนักษัตร

ศราวณมาส

เดือน ๙

บูรพาษาฒนักษัตร

อุตตราษาฒ,ศรวณนักษัตร

ภัทรบทมาส

เดือน ๑๐

ศตภิษัท,เรวดีนักษัตร

ศตภิษัท,เรวดีนักษัตร

อัศวยุชมาส

เดือน ๑๑

ปูรวภัทรบทนักษัตร

ปูรวภัทรบทนักษัตร

กฤติกามาส

เดือน ๑๒

กฤติกา,มฤคศิระ,ปุษยะ,มาฆะ

กฤติกา,มาฆะนักษัตร

มฤคศิรมาส

เดือนอ้าย

วิสาขะ,อนุราธะ,อุตตรภัทรบท

จิตตรา,วิสาขะนักษัตร

บุษยมาส

เดือนยี่

อารทรา,อาศเลษะ,หัสตะ

อัศวินี,อารทรา,หัสตะนักษัตร

มาฆมาส

เดือน ๓

มูลละ,ศราวณะนักษัตร

มูลละ,ศราวณะนักษัตร

ผาลคุนมาส

เดือน ๔

เชษฐ,ภรณีนักษัตร

เชษฐ,ภรณีนักษัตร

 

 

ข้อยกเว้นกฎมาสสูญนักษัตรโทษ

 

ยกเว้นว่าหากดาวจันทร์สถิตย์ในสูญราศี หรือดาวเจ้านักษัตรของ"มาสสูญนักษัตรโทษ" สถิตย์ในภพที่ 3 หรือ ทุสถานะ ที่ 6 ที่ 8 และที่ 12 ,หรือ สถิตย์ใน สูญราศี หรือเป็นนิจ หรือ สถิตย์ร่วมกับดาวเคราะห์นิจโดยไม่มีดาวเคราะห์อื่นร่วม เว้นจากเจ้าเรือนดังกล่าวหรือดาวเคราะห์นิจข้างต้น ผลของ"มาสสูญนักษัตรโทษ"เป็นอันลบล้าง และ..

 

1. ดาวเจ้าเรือนลัคน์ในดวงฤกษ์ สถิตย์ในเรือนตัวเอง(เป็นเกษตร)และร่วมหรือเป็นโยคกับดาวพฤหัส ผลของ"มาสสูญนักษัตรโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

2.หากดาวพฤหัสเสวยนักษัตรเดียวกันกับดาวจันทร์ แต่อยู่คนละราศี(ภิณทฤกษ์)ผลของ"มาสสูญนักษัตรโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

3.ดาวที่ให้ศุภผลที่มีกำลังแรงสถิตย์ อยู่ในเรือนเกณฑ์ หรือ ตรีโกณกับลัคนาในดวงฤกษ์ ผลของ"มาสสูญนักษัตรโทษ"เป็นอันลบล้าง

 

ดาวเจ้านักษัตรฤกษ์ ทั้ง 27 นักษัตร

 

ฤกษ์ที่

นักษัตร

ดาวเจ้าฤกษ์

อัศวินี

ดาวเกตุ

ภรณี

ดาวศุกร์

กฤตติกา

ดาวอังคาร

โรหิณี

ดาวจันทร์

มฤคศิระ

ดาวอังคาร

อารทรา

ดาวราหู

ปุนรวสุ

ดาวพฤหัส

ปุษยะ

ดาวเสาร์

อาศเลศะ

ดาวพุธ

๑๐

มาฆะ

ดาวเกตุ

๑๑

ปุรพผลคุณี

ดาวศุกร์

๑๒

อุตรผลคุณี

ดาวอังคาร

๑๓

หัสตะ

ดาวจันทร์

๑๔

จิตรา

ดาวอังคาร

๑๕

สวาติ

ดาวราหู

๑๖

วิสาขะ

ดาวพฤหัส

๑๗

อนุราธะ

ดาวเสาร์

๑๘

เชษฐะ

ดาวพุธ

๑๙

มูลละ

ดาวเกตุ

๒๐

ปุรพาษาฒ

ดาวศุกร์

๒๑

อุตราษาฒ

ดาวอังคาร

๒๒

สราวณะ

ดาวจันทร์

๒๓

ธนิษฐะ

ดาวอังคาร

๒๔

สตภิษัท

ดาวราหู

๒๕

ปูราภัทรปท

ดาวพฤหัส

๒๖

อุตราภัทรปท

ดาวเสาร์

๒๗

เรวดี

ดาวพุธ

 

2.5 ทคธะดิถี (อาทิตย์จร+ราศี+ดิถี)

 

 

 

กฎนี้ท่านเรียกว่า ทคธะดิถี दग्ध तिथय -ดิถีเผาไหม้ ซึ่งตรงกันกับ ดิถีมหาสูญ(สุริยโคจร)แบบไทย ซึ่งกฏนี้มีอยู่ว่าหากพระอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีใด และตรงกับดิถีที่กำหนด ดิถีนั้นก็จะกลายเป็นโทษดุจถุกเพลิงเผาผลาญ (ทคธะดิถี) ซึ่งกฏเกณฑ์นี้มาจากคัมภีร์โชติวิทยาภรณาม (Jyotirvidyabharanam) และพระพฤหัสปติมหาฤาษีท่านได้กล่าว หาก กฏทคธะ นี้ปรากฏในลัคนาหรือดิถีก็เป็นจะโทษรุนแรงอาจจะถึงตายได้ กรุณาศึกษาจากตารางด้านล่างนี้

 

อาทิตย์สถิตราศี

ดิถีมหาสูญ (โหรไทย)

ทคธะดิถี(โหรภารตะ)

สถิตราศี เมษ  และราศีกรกฏ

ห้ามวันขึ้น/แรม ๖ ค่ำ

ษัฑฐี -ห้ามวันขึ้น/แรม ๖ ค่ำ

สถิตราศี พฤษภ และราศีกุมภ์

ห้ามวันขึ้น/แรม ๔ ค่ำ

จตุรถี -ห้ามวันขึ้น/แรม ๔ ค่ำ

สถิตราศี เมถุน และราศีกันย์

ห้ามวันขึ้น/แรม ๘  ค่ำ

อัฏมี -ห้ามวันขึ้น/แรม ๘  ค่ำ

สถิตราศี ธนู และราศีมีน

ห้ามวันขึ้น/แรม ๒  ค่ำ

ทวิติยา -ห้ามวันขึ้น/แรม ๒  ค่ำ

สถิตราศี สิงห์ และราศีพิจิก

ห้ามวันขึ้น/แรม ๑๐ ค่ำ

ทศมี -ห้ามวันขึ้น/แรม ๑๐ ค่ำ

สถิตราศี ตุลย์  และราศีมังกร

ห้ามวันขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

ทวาทศี -ห้ามวันขึ้น/แรม ๑๒ ค่ำ

 

 

 

2.6 ปารวะดิถี (ดิถีร้าย)

 

 

 

กฎนี้ท่านถือว่าดิถีที่เป็นปารวะดิถีนี้ มีโทษรุนแรงพอๆกันกับ วันสุริยสังกรานติ หรือ วันพระอาทิตย์ย้ายราศีโดยห้ามประกอบการมงคลต่างๆ มีดิถีที่กำหนดดังนี้

 

ดิถี

โทษะ

ศุกละปูรณิมา (ขึ้น 15 ค่ำ)

ปารวะดิถี

กฤษณะอัฏมี (แรม 8 ค่ำ)

ปารวะดิถี

กฤษณะจตุรทศี (แรม 14 ค่ำ)

ปารวะดิถี

กฤษณะอมาวสี (แรม 15 ค่ำ)

ปารวะดิถี

 

 

 

2.7 กาละครหะดิถี (ดิถีร้าย)

 

กฎนี้ท่านถือว่าดิถีที่เป็นกาละครหะดิถีนี้ไม่เป็นมงคลและห้ามประกอบการมงคลต่างๆ มีดิถีที่กำหนดดังนี้

 

ดิถี

โทษะ

กฤษณะปรติปท (แรม 1 ค่ำ)

กาละครหะดิถี

กฤษณะตรโยทศี (แรม 13 ค่ำ)

กาละครหะดิถี

กฤษณะจตุรทศี (แรม 14 ค่ำ)

กาละครหะดิถี

กฤษณะอมาวสี (แรม 15 ค่ำ)

กาละครหะดิถี

Eclipsediamondring