fbpx

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

18331400f543e3e0970966e73b530518

ผมอยากจะอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการศึกษาโหราศาสตร์ หลายท่านเมื่ออ่านโศลกโบราณเกี่ยวกับ การวินิจฉัยดวงชาตา แล้วนำไปเปรียบเทียบดู ก็พบกับความไม่แม่นยำ หรือไม่ถูกต้องกับดวงชาตาในปัจจุบัน หรือไม่ก็พบว่า ในโศลกแต่ละแห่งให้ข้อความขัดแย้งกัน จนทำให้ผู้ศึกษาเข้าใจเองว่า เป็น ความผิดพลาดของผู้รจนาคัมภีร์ หรือไม่ก็ยุคสมัยแตกต่างกันจนนำมาใช้ไม่ได้ เช่น ว่าตามคัมภีร์บอกว่าดวงนี้จะรวยเป็นเศรษฐี แต่ทำไม่ยังยากจนข้นแค้นอยู่ เป็นต้น

 แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่เพราะโหราศาสตร์คือ ศิลปะ ไม่ใช่ ตรรกะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องพิจารณาจากองค์ประกอบของทฤษฎีต่างๆ ตามบริบทแห่งดวงชาตานั้นๆ เพราะคนรวยเป็นเศรษฐีเมื่อ 3000 ปีก่อน กับเศรษฐีในปัจจุบันก็ไม่ได้แตกต่างกัน และโจรเมื่อ 3000 ปีก่อน กับโจรในปัจจุบันก็ไม่ได้ต่างกันแม้แต่น้อย ปัญหาก็คือการตีความหมายในโศลกต่างหากที่เราเข้าใจผิดพลาด

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่า ความหมายและผลแห่งดวงชาตาจากโศลกต่างๆในคัมภีร์โบราณ ท่านจะให้เฉพาะ”คำจำกัดความ” หรือ นิยาม หรือที่เราเรียกว่า” key word “ เท่านั้น  และคำจำกัดความนั้นๆท่านจะอธิบายในความหมายเชิง “อุกฤษฏ์” เพียงอย่างเดียว  หมายความว่า ท่านจะอธิบายในจุดหรือผลที่ส่งมากที่สุดแต่เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้จะต้องประกอบกับบริบทอื่นๆในดวงชาตา และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาวินิจฉัยผลอีกที


A577abaf8c4d1f5a6ea55d77a7f24a48

ซึ่งถ้าหากการอธิบายผลต่างๆในคัมภีร์ เป็นไปอย่างที่เขียนเอาไว้แล้ว ก็เท่ากับว่าคัมภีร์นั้นขัดแย้งตัวเอง  และไร้ซึ่งเหตุผล และวิธีการเขียนและอธิบายในเชิง  “อุกฤษฏ์” ในลักษณะนี้ก็เป็นไปตามความนิยมและความเข้าใจของคนในสมัยนั้นๆ แม้แต่ในพระไตรปิฏกและอรรถกถาในพุทธศาสนาเองก็มีการอธิบายในลักษณะเช่นนี้ให้พบเห็นบ่อยๆ

ตัวอย่างจากโศลก เช่น (*)เกิดในนวางศ์เมษ เจ้าชาตาจะกลายเป็น โจร หมายความว่า ท่านใช้คำว่า “โจร” เป็น นิยามเชิงอุกฤษฏ์ ของดวงชาตานี้ ซึ่งคำว่าโจร มีความหมายตั้งแต่น้อยไปหามาก เช่น คนที่ชอบเอาของคนอื่นโดยไม่บอกกล่าว หรือแอบใช้ของคนอื่น ชอบของคนอื่น อิจฉาริษยาในของคนอื่น ชอบลักเล็กขโมยน้อย  ล่อลวง คดโกง ทุจริต ฉกชิง ปล้นสะดม เพื่อทรัพย์สินและผลประโยชน์ ดังนั้นความหมายจะเป็นจริงมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับบริบทอื่นๆของดวงชาตา และกฏเกณฑ์การวินิจฉัยดวงชาตานำมาประกอบและวินิจฉัยผล

และเช่น  (*)เกิดในนวางศ์ธนู เจ้าชาตาจะกลายเป็นคนรับใช้ หมายความว่า ท่านใช้คำว่า “คนรับใช้” เป็น นิยามเชิงอุกฤษฏ์ ของดวงชาตานี้  ความหมายก็มีตั้งแต่ การชอบรับใช้ผู้อื่น ชอบอาสา ช่วยเหลือผู้อื่น การสงเคราะห์ผู้อื่น หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็กลายเป็น คนรับใช้ ตามความหมายเชิงอุกฤษฏ์นั้นๆ

หรือในเรื่องโยคเกณฑ์ต่างๆในวิชาโหรไทยหรือภารตะ เช่น ดวงนี้ได้ราชาโยค ก็ได้แปลว่าผู้นั้นได้เป็นพระราชา มหากษัตริย์ แต่ความหมายของราชา ณ ที่นี้หมายถึงบุคคลชั้นสูง หรือผู้มีอำนาจ มีเกียรติ และมีอาณาเขตปกครอง ซึ่งก็หมายถึง ที่ดิน หรือกิจการต่างๆที่เราเป็นเจ้าของ ในขอบเขตอำนาจของเรา หรือไม่ก็เป็น การรับราชการปกครองอาณาเขตน้อยใหญ่ ไล่ไปตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่า ไปจนถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็อยู่คำจำกัดความของคำว่า "ราชา" ในโศลกโบราณ

ดังนั้นการการศึกษาโศลกจากคัมภีร์โบราณ เราต้องรู้ถึงวิธีการศึกษาและประเพณีนิยมของคนในสมัยนั้น โดยการศึกษาในสมัยโบราณ จะใช้การท่องจำเป็นหลัก ซึ่งจะต้องมี  ” key word “ต่างๆมาเพื่อช่วยในการจดจำ