fbpx

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

44185cd70b26e3599849449ee30aabf8

คำว่าพันธะ ในภาษาสันสกฤตหมายถึงการขัดขวาง หรืออุปสรรค ดาวเคราะห์ใดที่เป็นดาวเคราะห์พันธกะก็จะขัดขวางผลดีต่างๆในดวงชาตา ซึ่งแสดงผลตามราศีหรือเรือนชาตาที่เป็นเรือนพันธกะนั้นๆในดวงชาตา  ซึ่งดาวเคราะห์ที่เป็นเจ้าเรือนพันธกะสถานจะเป็นดาวเคราะห์ที่จะให้เกิดอุปสรรคต่างๆ

 

ทฤษฎีพันธกะราศีนี้มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์โหราศาสตร์หลายคัมภีร์ เช่น ในพฤหัต ประราสาระโหราศาสตร์ได้กล่าวถึงพันธกะราศีไว้ดังนี้

1.ในจรราศี เช่น เมษ กรกฏ ตุลย์ และมังกร ราศีพันธกะ จะเป็นราศีหรือเรือนที่ 11 และเจ้าราศีนั้นจะเรียกว่า พันธเกศะ เช่น ในราศีเมษซึ่งเป็นจรราศี ราศีที่ 11 คือกุมภ์ เรียก ราศีพันธกะ หรือ พันธกะสถาน และเจ้าราศีกุมภ์ คือ ดาวเสาร์ ก็จะเรียกเป็น พันธเกษตร

2.ในสถิระราศี เช่น พฤษภ สิงห์ พิจิก กุมภ์   ราศีพันธกะ จะเป็นราศีหรือเรือนที่ 9

3.ในทวิภาวะราศี เช่น มิถุน กันย์ ธนู มีน ราศีพันธกะ จะเป็นราศีหรือเรือนที่ 7

ดาวเคราะห์ พันธเกศะ หรือพันธเกษตร (เจ้าเรือนที่เป็นพันธกะราศี)ก็จะแสดงผลให้มีอุปสรรคและการขัดขวางต่างๆ หรือแสดงผลเช่นเดียวกันกับดาวปาปเคราะห์ และแม้แต่ดาวเคราะห์ใดที่สถิตย์อยู่ในราศีพันธกะก็จะแสดงผลร้ายออกมาด้วยเช่นกัน ท่านว่าผลนั้นจะทำลายเรือนชาตาตามเจ้าเรือนของดาวเคราะห์ที่สถิตย์ในราศีพันธกะนั้นๆ ผลนั้นจะปรากฏออกมาในช่วงที่ดาวพันธเกศะนั้นเสวยอายุ

ในทฤษฎีพันธกะราศีนี้ มีสิ่งที่จะต้องพิจารณาเป็นพิเศษเพิ่มเติมก็คือ สำหรับดาวศุภเคราะห์เช่นดาวพุธและดาวพฤหัส สำหรับราศี มิถุน และกันย์ กับ ราศีธนูและมีน เพราะสองดาวศุภเคราะห์นี้นอกจากจะเป็นดาวเจ้าเรือนพันธกะสถาน(พันธเกศะ)แล้วก็ได้เกณฑราธิปติโทษอีกด้วย แต่โทษของเกณฑราธิปติโทษนั้นมีกฏเกณฑ์เว้นโทษไว้หากดาวเคราะห์นั้นไปสถิตย์ในเรือนตรีโกณต่อลัคน์ ส่วนโทษของพันธกะสถานนั้นไม่มีกฏยกเว้นเอวแม้จะไปสถิตย์ในเรือนตรีโกณก็ตาม ผลก็คือทำลายเรือนตรีโกณนั้นให้มีอุปสรรคไปด้วย

สำหรับกฏเกณฑ์พิจารณาเรื่องพันธกะสถานะสรุปได้ดังนี้

1.ดาวเคราะห์พันธกะ สถิตย์ในเรือนใดก็ตามจะทำอันตรายให้เรือนนั้นมีอุปสรรค และจะแสดงแต่ผลร้ายออกมาตามความหมายของภพเรือนนั้นๆที่ตนเองสถิตย์อยู่

2.ดาวเคราะห์ใดก็ตามสถิตในราศีพันธกะ ก็จะทำลายผลของเรือนของดาวเคราะห์นั้น

พันธกะราศี ทฤษฎีจากคัมภีร์ปรัศน มรรคะ

โหราจารย์หริหะรา ผู้แต่งคัมภีร์ปรัศนะ มรรคะ ท่านได้แสดงทรรศนะเรื่องพันธกะราศีไว้แตกต่างจากโหราจารย์ท่านอื่น โดยท่านกล่าวว่า สำหรับจรราศี พันธกะราศีจะเป็นราศีกุมภ์เสมอ สำหรับ ราศีสิงห์ กันย์ พิจิก และธนู พันธกะราศีจะเป็นราศีพิจิกเสมอ ,ราศีมังกร พันธกะราศีคือพฤษภ ,ราศีธนูและมีน พันธกะราศีคือธนู

ตามกฎหลักทฤษฎีที่กล่าวมาแล้วในเรื่องราศีพันธกะ จะเห็นได้ว่า หากราศีพันธกะเป็นเรือนเกณฑ์ และเรือนใดที่เป็นเกณฑ์กับราศีพันธกะนี้ก็เท่ากับว่าได้รับอิทธิพลร้ายตามไปด้วย ตามหลักทฤษฎีปาระสะปาระ การกะ ( การมีปฏิสัมพันธ์กันทั้งสองฝ่าย) ซึ่งแสดงผลดี-ร้ายจากสัมพันธ์กันตามลักษณธรรมชาติของดาวเคราะห์ เช่น ปาปเคราะห์-ศุภเคราะห์ และการเป็นมิตรหรือศัตรูต่อกัน
สำหรับการสถิตของดาวเคราะห์พันธเกษตรที่ไปสถิตในเรือน/ราศีอื่นๆ และสำหรับดาวเคาระห์อื่นๆที่ไปสถิตย์ในราศีพันธกะ ท่านว่าผลร้ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นในดวงชาตาจากทฤษฎีพันธกะนี้ เกิดจากความพิโรธ หรือการลงโทษ จากสิ่งต่างๆดังนี้คือ

1.การลงโทษจากเทพเจ้า-พระผู้เป็นเจ้า

2.ความพิโรธจากสรปะเทพ(เทพแห่งงู-นาค)

3.บุพการี พันธะ ความโกรธจากบิดามารดา

4.ปริตะ พันธะ คำสาปแช่งจากปิศาจที่เป็นบรรพบุรษ

5.ทฤษติ พันธะ ผลแห่งจากดวงตาอันชั่วร้าย เช่นความริษยา

6.อภิจาระ-ผลร้ายจากเวทย์มนต์คุณไสย์


นักโหราศาสตร์หลายคนเห็นว่า ดาวเคราะห์พันธเกษตรที่เป็นเจ้าเรือนที่ 9 จะให้ผลในด้านการสร้างอุปสรรคในการศึกษา หรือ เจ้าชาตาไม่มีโอกาสในการใช้ความรู้จากการศึกษานั้นๆ ส่วนโดยทั่วไปแล้วนักโหราศาสตร์มักจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆด้วยในการพิจาณราผล ของดาวพันธ์เกษตร ว่า มีความสัมพธ์ทางร้ายอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เจ้าเรือนพันธเกษตร เป็นเจ้าเรือน มารกะสถานะ เจ้าเรือนตรีษัฑกะ หรือ เจ้าเรือน ตรีสถานะ (ทุสถานะ)ด้วยหรือไม่ หรือสถิตย์ในเรือนตรีโกณ เกณฑ์ และผลของเจ้าเรือน และการมีสถานะให้กำลังดีร้ายด้านอื่นๆ เช่น เป็นนิจ เป็นอุจน์ มูลตรีโกณ หรือ สถิต ในราศีมิตร หรือศัตรู หรือ ร่วมเป็นโยคกับดาวเคราะห์มิตร-ศัตรู ฯลฯ ทั้งหลายที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นล้วนต้องนำมาพิจารณาประกอบผลของดาวพันธเกษตรนี้

 


ดาวพันธกะนั้น มักจะทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายท้อถอย และในการทำสิ่งใดก็ตามก็มักจะมีอุปสรรคขัดขวางอยู่เสมอ และเราก็มักจะไม่ได้รับผลสำเร็จในงานที่เราทำได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะใช้ความพยายามมากสักเท่าใดก็ตาม และดาวเคราะห์เจ้าตร๊ยางค์ที่ 22 จากลัคน์ก็จะมีผลคล้ายกับดาวพันธเกศะ เช่นกัน

สำหรับการกำจัดอุปสรรคที่เราเผชิญอยู่ ท่านแนะนำว่าให้หมั่นภาวนาของพรต่อพระเคเณศวร ผู้จะช่วยเหลือเราในการกำจัดอุปสรรคต่างๆในชีวิต

นักโหราศาสตร์หลายคนเห็นว่า ดาวเคราะห์พันธเกษตรที่เป็นเจ้าเรือนที่ 9 จะให้ผลในด้านการสร้างอุปสรรคในการศึกษา หรือ เจ้าชาตาไม่มีโอกาสในการใช้ความรู้จากการศึกษานั้นๆ ส่วนโดยทั่วไปแล้วนักโหราศาสตร์มักจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆด้วยในการพิจาณราผล ของดาวพันธ์เกษตร ว่า มีความสัมพธ์ทางร้ายอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เจ้าเรือนพันธเกษตร เป็นเจ้าเรือน มารกะสถานะ เจ้าเรือนตรีษัฑกะ หรือ เจ้าเรือน ตรีสถานะ (ทุสถานะ)ด้วยหรือไม่ หรือสถิตย์ในเรือนตรีโกณ เกณฑ์ และผลของเจ้าเรือน และการมีสถานะให้กำลังดีร้ายด้านอื่นๆ เช่น เป็นนิจ เป็นอุจน์ มูลตรีโกณ หรือ สถิต ในราศีมิตร หรือศัตรู หรือ ร่วมเป็นโยคกับดาวเคราะห์มิตร-ศัตรู ฯลฯ ทั้งหลายที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นล้วนต้องนำมาพิจารณาประกอบผลของดาวพันธเกษตรนี้