ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

สถานที่สอบจอหงวน

70e18295a4bab83554fd9fa6d65849a2513bfabb9f3396a9d20c78ec3df06983

 

95a9833b5b5b115159fa4838fdcce0f703bc82840ffdcf10d81ae4679460cbd1

 

891b122b76c73eb878a42279891cdbb469e12508de8fa185c08eb282482b2139

 

10da843560315992307b7a3ebc3efe303b3b300102fa397d1364281687b6eb95

 

Cd2485ad82d7cd1dc9de37f588cbc2a28411ccbf6945b31b16a9a771004098a3

C9c64ea6a69a3b001b8bbaef4918191b5a51af14aa42f20c571758a6980c9f1d

 

B2281247794cf7d812dba7069ca022a1F0136db3380c357cd7cfc7ddcc457a0b

 

D8a5ccda8b6c6381d9c66446edd49e457ed438d58b697755e26fcdf7649e1550

 

C4a70a06f8f58c2c76573dcfbfe05a15626c4c89ccf6b54ba5107a97981fab97

 

9e01d7b294b492804cfb9ea4b8e6eb5b09ebcb3f0aacfc56cf62b2e2eb166108

 

 

15208bf9d9d069d3a631e349666ea71eB4a66e2c5856856bd074edb25f5b9092

 

Ed065c9e4a92d56e8aaef771d25fb35773dd444c0c0971e613d7e39cae7572bf

 

7e754853d77bfc6647aeede1c29fa7447b498289a77090a34d62deda9b362257

การสอบไล่ของจีนในสมัยโบราณ

๑.  สอบชั้นอำเภอได้  เรียก  ซิ่วฉ่าย  เทียบเท่าชั้นปริญญาตรี
๒.  สอบชั้นมณฑลได้ เรียก จูเหยิน เทียบเท่าชั้นปริญญาโท
๓.  สอบชั้นนครหลวงได้ เรียก จิ้นซื่อ  เทียบเท่าชั้นปริญญาเอก หรีอเรียกโก้ ๆ ว่าดอกเตอร์

๔.  สอบในพระราชวังได้ เรียก ฮันหลิน ซึ่งสูงกว่าการสอบชั้นดอกเตอร์ การสอบชั้นฮันหลินนี้กล่าวกันว่า ๓ ปี จึงจะมีสักครั้งหนึ่ง และมีผู้เข้าสอบครั้งละประมาณ ๓๖๐ คน ใครได้ที่ ๑ ผู้นั้นย่อมได้ตำแหน่ง “จอหงวน” (จอ แปลว่า ลักษณะสุภาพ, หงวน แปลว่า ที่หนึ่ง) ตำแหน่งนี้ถ้าเปรียบกับปัจจุบัน ก็คือยอดดอกเตอร์ในบรรดาดอกเตอร์ทีเดียว จะเห็นได้ว่าจอหงวนนั้นกว่าจะได้ยากแสนยาก และ ๓ ปีจึงจะหาได้สักคนหนึ่ง ผู้ได้จอหงวนจึงนับว่ามีความสามารถทางปัญญาอย่างดีที่สุด พูดอย่างไทยว่า  กว่าจะได้จอหงวนก็จวนหงอทีเดียว

ข้อมูลนี้ เจือ สตะเวทิน เล่าไว้ในหนังสือ  “เข้าใจจีน"แต่มีข้อมูลบางอย่างต่างกับที่ ล. เสถียรสุต เล่าไว้ในหนังสือ “ประวัติวัฒนธรรมจีน” โดยเฉพาะชื่อผู้ที่สอบได้ในลำดับต่าง ๆ  เข้าใจว่าเป็นเรื่องการออกเสียงซึ่งไม่เหมือนกัน "ซองคำถาม”  ขอคัดมาลงเปรียบเทียบกัน และเพื่อเพิ่มเติมเกร็ดบางอย่าง ล. เสถียรสุต เล่าเรื่องจอหงวนว่า

สมัยราชวงศ์เช็ง (ชิง) พ.ศ. ๒๑๘๗-๒๔๕๔ การสอบบรรจุข้าราชการมีขึ้นที่จังหวัดทุกปี ผู้สอบได้เรียกว่า ซิวไจ๊ (ผู้มีเชาวน์ดี)  สอบที่มณฑลทุก ๓ ปี  ผู้สอบได้เรียกว่า กือหยิน (ยกให้เป็นคน)  สอบที่นครหลวงทุก ๕ ปี ผู้สอบได้อันดับที่ ๑ เรียกว่า ฮั่งลิ้ม (บัณฑิต) อันดับที่ ๒ เรียกว่า จิ่นสือ (เลื่อนเป็นนักศึกษา)พวกที่สอบได้อันดับที่ ๑  มีสิทธิเข้าสอบหน้าพระที่นั่ง ถ้าสอบได้ที่ ๑ ก็เรียกว่า จอหงวน (ที่ ๑ ของประเทศ)

ซิวไจ๊และกือหยินเป็นวิทยฐานะซึ่งทางการรับรองเท่านั้น  จิ่นสือจะได้สำรองตำแหน่งนายอำเภอ เมื่อมีตำแหน่งว่างก็จะได้เข้ารับราชการ ฮั่งลิ้มได้เข้าประจำราชบัณฑิตยสภาและจะได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป จอหงวนจะได้เข้ารับราชการราชบัณฑิตยสภาหรือตามกระทรวง และจะได้เป็นข้าหลวงตรวจการภาค  จอหงวนเป็นวิทยฐานะที่มีเกียรติสูงและมีสิทธิหลายอย่างที่บุคคลอื่นไม่อาจ จะมี เช่นอาจได้เป็นอัครมหาเสนาบดีเป็นต้น ซิวไจ๊ที่สอบต่อไปไม่ไหว ส่วนมากตั้งโรงเรียนสอนหนังสือ เป็น “ผู้ใหญ่” ประจำตำบล คอยไกล่เกลี่ยคดีและติดต่อราชการ กือหยนที่สอบต่อไปไม่ได้ ส่วนมากเป็นทนายหรือเลขานุการของข้าหลวงมณฑล จิ่นสือที่รอบรรจุนายอำเภอ ส่วนมากไปสอนหนังสือตามบ้านขุนนางไปกระทั่งตายเพราะสมัครสอบอีกไม่ได้ การปกครองชนบทที่ห่างไกลตัวเมือง ส่วนมากอาศัยซิวไจ๊ปกครองแทน ซิวไจ๊จึงมีรายได้ดีมาก

ระเบียบการสอบบรรจุข้าราชการของจีนซึ่งเริ่มแต่ราชวงศ์ถังกระทั่งราชวงศ์ เช็ง  ย่อมเป็นประโยชน์แก่การปกครองไม่น้อยเพราะได้นายอำเภอที่มีระดับความรู้ เดียวกัน ได้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เข้าใจนโยบายส่วนกลางดี เพราะต้องอยู่ในราชบัณฑิตยสภาหลายปี และกระตุ้นให้การศึกษาเจริญขึ้น แต่ต่อมาได้ตั้งข้อกีดกันต่าง ๆ และขาดความยุติธรรม ยิ่งมาสมัยราชวงศ์เหม็งกำหนดแบบเรียงความไว้ตายตัว ซึ่งยากที่จะเรียนและยากที่จะสอบ และไม่เป็นประโยชน์แก่การอาชีพหรือการรับราชการ เป็นการสิ้นเปลืองสติปัญญาของนักศึกษาและขัดขวางความเจริญของวรรณกรรมไม่ น้อย  การสอบนี้ ต่อมาได้ยุบเลิกเมื่อมีการตั้งโรงเรียนแบบตะวันตก

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”


การสอบจอหงวน  ก็คือระบบการสอบคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถเพื่อเข้ารับราชการ   มีคำเรียกอย่างเป็นทางการในภาษาจีนกลางว่า เคอจวี่ keju หรือ The Imperial examinations

ผู้สอบจอหงวน จะมีคำเรียกตามลำดับชั้นจากชั้นแรกถึงชั้นสูงสุดดังนี้

1. เซิงเหยวียน (หรือ เซิงหยวน) Shengyuan หรือ ซิ่วไฉ่ Xiucai  คือผู้สอบผ่านระดับอำเภอ  ซึ่งจะมีการจัดสอบปีละครั้ง
ผู้ที่สอบได้เป็นที่ 1 ในระดับอำเภอ เรียกว่า อั้นโส่ว Anshou

2. จวี่เหริน Juren  คือผู้สอบผ่านระดับมณฑลหรือจังหวัด  ซึ่ง 3 ปีจึงจะมีการจัดสอบหนึ่งครั้ง
ผู้ที่สอบได้เป็นที่ 1 ในระดับมณฑลหรือจังหวัด เรียกว่า เจี่ยเหยวียน (หรือ เจี่ยหยวน) Jieyuan

3. ก้งซื่อ  Gongshi  คือผู้สอบผ่านระดับประเทศ  ซึ่งจะมีสิทธิ์เข้าสอบระดับสูงสุดคือ  ระดับราชวังแห่งนครหลวง
4.จิ้นซื่อ Jinshi   คือผู้สอบผ่านระดับราชวังแห่งนครหลวง   ซึ่ง 3 ปีจึงจะมีการจัดสอบหนึ่งครั้ง    

ผู้ที่สอบได้เป็นที่ 1 ในระดับราชวังแห่งนครหลวง  เรียกว่า จ้วงเหยวียน Zhuangyuan
ผู้ที่สอบได้เป็นที่ 2 ในระดับราชวังแห่งนครหลวง  เรียกว่า ปั่งเหยียน Bangyan
ผู้ที่สอบได้เป็นที่ 3 ในระดับราชวังแห่งนครหลวง  เรียกว่า ทั่นฮวา Tanhua


ใน บางสมัย  ถึงค.ศ. 1370  การสอบจอหงวนกินเวลาตั้งแต่ 24-72 ชั่วโมง   ผู้สอบจอหงวนแต่ละคนจะถูกจัดให้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เพื่อให้กินอยู่หลับนอนในช่วงเวลาที่สอบนั้นได้

การสอบจอหงวนถูก ละทิ้งไปในสมัยราชวงศ์หยวน Yuan Dynasty  และได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง Ming and Qing dynasties
ในยุคไท่ผิง Taiping regime  ได้เปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีสิทธิ์เข้าสอบจอหงวนเป็นครั้งแรก  แต่ถูกยกเลิกไปในเวลาต่อมา
หลัง จากเกิดกบฏนักมวย Boxer Uprising   ได้เกิดการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงหลายขนาน     วันที่ 2 กันยายน ค.ศ.1905 ได้มีการออกประกาศว่าการสอบจอหงวนในทุกระดับจะถูกยกเลิกทั้งหมดในปีถัดไป  ถือเป็นการสิ้นสุดระบบการสอบจอหงวน

การสอบจอหงวน  ถือเป็นต้นแบบที่หลายชาติในเอเชียได้รับอิทธิพลนำไปประยุกต์ใช้ เช่น ราชวงศ์โคเรียว Goryeo Dynasty และราชวงศ์โชซอน Joseon Dynasty ของเกาหลีในอดีต , ราชวงศ์หลี Ly Dynasty ในรัชสมัย Emperor Nhan Tong (1075)  จนถึงราชวงศ์งูเยน Nguyen Dynasty  ในรัชสมัย Emperor Khai Dinh (1919)  ของเวียดนามในอดีต   รวมถึงญี่ปุ่นในสมัยเฮอัน Heian period