
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (ภารตะ) บทที่ 37 โยคร้ายที่ให้โทษแก่ดวงชะตาและวิธีแก้ไข
คำว่า "โยค" योग หมายถึง การประกอบกัน หรือการสถิตร่วมกันของดวงดาว ในขณะที่โยคที่ให้คุณ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับดวงชะตา แต่โยคที่ให้โทษกลับกลายเป็นการบั่นทอนและทำลายผลดีทั้งหมดที่เกิดจากเกณฑ์ดวงดาวที่ให้คุณเหล่านั้น
“การพยากรณ์ดวงชะตา” ถือเป็นเรื่องที่ยากและสลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นดวงชะตาทั้งหมดล้วนเป็นการผสมผสานกันระหว่างอิทธิพลทั้งในด้านบวกและด้านลบปะปนกันไป จึงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะวิเคราะห์และสรุปผลลัพธ์สุทธิออกมาได้อย่างชัดเจน เนื้อหาบทนี้ เป็นการปูพื้นฐานให้เห็นความสำคัญของการชั่งน้ำหนักระหว่างอิทธิพลของดาวดีและดาวร้ายที่ผสมผสานกันอยู่ในดวงชะตาให้ชัดเจนขึ้น
เนื่องจากโหราศาสตร์พระเวทเป็นศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการเปิดเผยจากเบื้องบน ซึ่งถูกถ่ายทอดมาสู่เหล่ามหาฤๅษีผู้หยั่งรู้ ผ่านญาณทัศนะในสภาวะที่จิตสำนึกถูกยกระดับขึ้นสูงสุดขณะเข้าฌานสมาบัติ ดังนั้น วิธีการแก้ไขหรือวิธีบรรเทาโทษ (การแก้เคล็ด) ที่คัมภีร์ได้บัญญัติไว้จึงล้วนมีประสิทธิภาพและสามารถปัดเป่าอิทธิพลด้านลบต่างๆ ได้จริง
นอกจากนี้ วิธีการเหล่านี้ยังช่วยส่งเสริมให้มนุษย์สามารถเข้าถึงและดึงศักยภาพที่แท้จริงของตนเองออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งในด้านวัตถุ (ทางโลก) และด้านจิตวิญญาณ (ทางธรรม) ซึ่งความสำเร็จทั้งสองประการนี้ก็เปรียบเสมือนเหรียญสองด้านของชีวิตมนุษย์นั่นเอง!
นี่คือปรัชญาเบื้องหลังของศาสตร์ภารตะที่ลึกซึ้งและงดงาม เป็นการย้ำเตือนว่าโหราศาสตร์ไม่ได้มีไว้เพื่อดูดวงชะตาเพียงอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อยกระดับชีวิตด้วย
อมาวสี โยค โยคนี้จะเกิดขึ้นเมื่อดาวจันทร์โคจรเข้าใกล้ดาวอาทิตย์ ดาวเคราะห์ดวงใดใดก็ตามเมื่อโคจรเข้าใกล้ดาวอาทิตย์จะสูญเสียพลังและกลายเป็นดาวดับ (อัสตะ) ส่วนการสถิตร่วมกันของดาวจันทร์และดาวอาทิตย์นี้เราเรียกว่า อมาวสี หรือ จันทร์ดับ (New Moon) (ส่วนปรากฏการณ์ที่ตรงข้ามกันคือการเล็งกันของดาวจันทร์และดาวอาทิตย์ เรียกว่า ปูรณมี หรือ จันทร์เพ็ญ Full Moon)
เจ้าชะตา ที่เกิดภายใต้อมาวสีโยคนี้จะมีสภาพจิตใจที่อ่อนแอ เนื่องจากความเข้มแข็งทางจิตใจนั้นจะถูกกำหนดจากกำลังหรือความสว่างของดาวจันทร์ (ดิถี) เท่านั้น หากดาวจันทร์โคจรเข้ามาอยู่ในระยะ 72 องศาจากดาวอาทิตย์ จะถือว่าดาวจันทร์สูญเสียกำลังในด้านความสว่าง (ปักษพละ) ไปโดยสิ้นเชิง ความหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับดาวจันทร์จะได้รับผลกระทบในทางเสื่อมเมื่อดาวจันทร์เข้ามาอยู่ในระยะ 72 องศาจากดาวอาทิตย์
ดาวจันทร์เป็นตัวแทนของมารดาและจิตใจ และหากดาวจันทร์ถูกเบียน จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อมารดาของ เจ้าชะตา ด้วยเช่นกัน (แต่ต้องพิจารณา เรือนที่ 4 ร่วมด้วย) นอกจากนี้ ดาวจันทร์ที่ถูกเบียนยังหมายความด้วยว่า เจ้าชะตา จะไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับสูงในแวดวงการเมืองได้ เนื่องจากดาวจันทร์เปรียบเสมือนราชินีแห่งดวงดาว
อมาวสี หมายความว่าดาวจันทร์ถูกเบียนโดยดาวอาทิตย์ ซึ่งในทางโหราศาสตร์พระเวท ถือว่าดาวอาทิตย์เป็นดาวบาปเคราะห์ตามธรรมชาติ จิตใจของ เจ้าชะตา จะต้องเผชิญกับสภาวะหดหู่ซึมเศร้าราวกับตกลงไปในหลุมดำ
ศาสตร์แห่งการแก้ไขบรรเทาโทษตามหลักโหราศาสตร์พระเวท ได้ระบุแนวทางไว้ว่า เจ้าชะตา ควรถือศีลอดอาหาร หรือ วรัต ในวันจันทร์ (วันจันทร์คือวันที่ดาวจันทร์เป็นเจ้าการ) และทำพิธีบูชาถวายแด่พระแม่ตรีศักติ(เทวีผู้ปกครองดาวจันทร์) ในวันจันทร์, ควรสวมใส่พลอยมุกดาหาร หรือ ปะการัง, สวมใส่ยันต์โสมะ และประกอบพิธีโสมโฮมะ (โสมเป็นอีกชื่อหนึ่งของดาวจันทร์) พร้อมกับการสวด โสมะมนตรา सोम मंत्र ดังนี้ ॐ सोम सोमाय नमः। โอม โสมะ โสมายะ นะมะห์ฯ
นี่คืออธิบายถึงผลเสียของจันทร์ดับและวิธีการแก้ไข (อุปายะ) ได้อย่างชัดเจนและครบถ้วนตามหลักการของโหราศาสตร์พระเวทโบราณ
นิศวะ โยค निश्व योग โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อดาวเจ้า เรือนที่ 2 ไปสถิตอยู่ในเรือนที่ให้โทษ (ทุสถานะ) ซึ่งได้แก่ เรือนที่ 6, 8 และ 12
คำว่า "สวะ" หมายถึง ความมั่งคั่ง และ "นิสวะ" จึงหมายถึง ผู้ที่ปราศจากความมั่งคั่ง เนื่องจาก เรือนที่ 2 คือเรือนแห่งทรัพย์สินเงินทองนั่นเอง! โยคนี้ถือเป็นโยคที่สร้างปัญหาทางการเงินและความยากลำบากในการแสวงหาทรัพย์สินเป็นอย่างมาก เนื่องจากความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา
วิธีบรรเทาโทษ คือการทำพิธีบูชาเพื่อเอาใจดาวเจ้าเรือนที่ 2 ในพื้นดวงชะตา ด้วยการสวดมนตรา , การใช้ยันตรา , และการประกอบพิธีโฮมะ ประจำดาวดวงนั้น รวมถึงการถือศีลอดอาหาร ในวันประจำดาวเคราะห์ดวงนั้นๆเป็นเจ้าการได้แก่
วันอาทิตย์ - บูชาดาวอาทิตย์ วันจันทร์ - บูชาดาวจันทร์ วันอังคาร - บูชาดาวอังคาร วันพุธ - บูชาดาวพุธ วันพฤหัสบดี - บูชาดาวพฤหัสบดี วันศุกร์ - บูชาดาวศุกร์ วันเสาร์ - บูชาดาวเสาร์
คัมภีร์ได้ให้วิธีแก้เคล็ด (อุปายะ) อย่างเป็นรูปธรรมสำหรับเรื่องการเงินโดยตรง หากดวงชะตาใดมีปัญหาเรื่องการเงินก็สามารถนำหลักการถือศีลอดและบูชาดาวเจ้าเรือนที่ 2 นี้ไปปรับใช้
นิรภยะ โยค โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อดาวเจ้า เรือนที่ 9 ไปสถิตอยู่ในเรือนที่ให้โทษ (ทุสถานะ) ซึ่งได้แก่ เรือนที่ 6, 8 และ 12
นี่เป็นอีกหนึ่งโยคที่สร้างปัญหาและความยุ่งยากให้กับชีวิตของเจ้าชะตา เนื่องจาก เรือนที่ 9 เป็นเรือนที่ควบคุมเรื่อง”โชคลาภวาสนา” ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งประเสริฐและยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตมนุษย์ และการไร้ซึ่”โชคลาภวาสนา” นี้ก็จะนำพาชีวิตไปสู่ความตกต่ำ อับจนและผิดหวัง
วิธีบรรเทาโทษ คือการทำพิธีบูชาเพื่อเอาใจดาวเจ้า เรือนที่ 9 ในวันประจำดาวเคราะห์ดวงนั้น ด้วยการสวดมนตรา , การใช้ยันตรา , และการประกอบพิธีโฮมะ รวมถึงการถือศีลอดอาหาร และการประกอบพิธีบวงสรวงอุทิศถวายแด่องค์เทพผู้ปกครองดาวในวันดังกล่าว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้การสวด "ภาคยะ สุกตะ มนตรา" भाग्य सूक्तम เพื่อต่อต้านและหักล้างอิทธิพลของโยคที่ให้โทษนี้ได้อีกด้วย
ทาริทระ โยค โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อดาวเจ้า เรือนที่ 11 ไปสถิตอยู่ในเรือนที่ให้โทษ (ทุสถานะ) ซึ่งได้แก่ เรือนที่ 6, 8 และ 12
เรือนที่ 11 เป็นเรือนแห่งลาภผลความสำเร็จ และเป็นเรือนแห่งการเติมเต็มความปรารถนาทั้งปวงให้สัมฤทธิ์ผล
วิธีบรรเทาโทษ คือการทำพิธีบูชาเพื่อเอาใจดาวเจ้า เรือนที่ 11 ในวันประจำดาวเคราะห์ดวงนั้น ด้วยการสวดมนตรา , การใช้ยันตรา , และการประกอบพิธีโฮมะ รวมถึงการถือศีลอดอาหาร และการประกอบพิธีบวงสรวงอุทิศถวายแด่เทพประจำดาวเคราะห์ในวันดังกล่าว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้การสวด "ลักษมี มนตรา महालक्ष्मी मंत्र เพื่อต่อต้านและหักล้างอิทธิพลของโยคร้ายที่นำมาซึ่งความยากจนขัดสนนี้ได้อีกด้วย
คำว่า ทาริทระ แปลว่าความยากจนหรือขัดสน โยคนี้จึงเน้นย้ำถึงการแก้ไขด้วยบทสวดของพระแม่ลักษมีซึ่งเป็นเทวีแห่งความมั่งคั่ง
ทุร โยค โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อดาวเจ้า เรือนที่ 10 ไปสถิตอยู่ในเรือนที่ให้โทษ (ทุสถานะ) ซึ่งได้แก่ เรือนที่ 6, 8 และ 12
เรือนที่ 10 ถือเป็นเรือนที่มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากเป็นเรือนที่ควบคุมเรื่องหน้าที่การงาน อาชีพ และความสำเร็จทางโลก โยคที่คอยทำลายล้างนี้เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงที่ขัดขวางความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้า เนื่องจากจะส่งผลให้ เจ้าชะตา ต้องทำงานอย่างหนักหน่วงเหน็ดเหนื่อย แต่กลับไม่พบกับผลสำเร็จหรือผลตอบแทนใดๆ ตามที่มุ่งหวังไว้เลย
วิธีบรรเทาโทษ คือการทำพิธีบูชาเพื่อเอาใจดาวเจ้าเรือนที่ 10 ในวันประจำดาวเคราะห์ดวงนั้น ด้วยการสวดมนตรา , การใช้ยันตรา , และการประกอบพิธีโฮมะ รวมถึงการถือศีลอดอาหาร และการประกอบพิธีบวงสรวงอุทิศถวายแด่เทพประจำดาวเคราะห์ในวันดังกล่าว
คำว่า "ทุร" ในภาษาสันสกฤตแปลว่า ยากลำบาก เลวร้าย หรือติดขัด โยคนี้จึงส่งผลโดยตรงต่อความเหนื่อยยากและอุปสรรคในการทำงาน
ศกฏะ โยค โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อดาวพฤหัสบดีและดาวจันทร์สถิตอยู่ในตำแหน่ง 6/8 หรือ 2/12 ต่อกันและกัน (หมายถึงสถิตเป็นเรือนที่ 6, 8 หรือ เรือนที่ 2, 12 ต่อกัน)
คำว่า "ศกฏะ" ในภาษาสันสกฤตหมายถึง "ล้อเกวียน" ซึ่งอุปมาได้ว่าโชคลาภวาสนาของ เจ้าชะตา จะผกผันและหมุนเวียนขึ้นลงราวกับกงล้อเกวียน เจ้าชะตา จะต้องเผชิญกับความผันผวนและวิกฤตการณ์ในชีวิตอย่างแสนสาหัส และศกฏะ โยค สามารถก่อให้เกิดความฝืดเคืองและความตึงเครียดทางการเงินอย่างรุนแรง
(ในทางกลับกัน หากดาวพฤหัสบดีสถิตอยู่ใน เรือนเกณฑ์ เมื่อนับจากดาวจันทร์ จะก่อให้เกิดเป็น "คชเกสรี โยค" ซึ่งเป็นโยคที่ให้ผลตรงกันข้ามกับศกฏะ โยค อย่างสิ้นเชิง)
วิธีบรรเทาโทษ คือการทำพิธีบูชาเพื่อเอาใจดาวพฤหัสบดีในวันพฤหัสบดี (วันประจำดาว) ด้วยการสวดมนตรา , การใช้ยันตรา , และการประกอบพิธีโฮมะ รวมถึงการถือศีลอดอาหาร ในวันดังกล่าว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้การสวด "ศรี สุกตะ มนตรา" श्री सूक्त เพื่อต่อต้านและหักล้างอิทธิพลของโยคนี้ได้อีกด้วย
ปัจจัยหักล้าง (ภังคะ)กฎเกณฑ์ที่จะมายกเลิกหรือหักล้างโยคร้ายนี้ได้คือ การที่ดาวพฤหัสบดีสถิตอยู่ใน เรือนเกณฑ์ เมื่อนับจากลัคนา หากเป็นเช่นนี้ อิทธิพลร้ายจะถูกยกเลิก และจะพลิกกลับส่งผลให้ เจ้าชะตา กลายเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ดุจราชา
กาลสรปะ โยค โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อดาวเคราะห์ทั้งหมดสถิตอยู่ระหว่าง ดาวราหู และ ดาวเกตุ เปรียบเสมือนถูกตีกรอบหรือถูกกักขังจากราหูและเกตุ(สากล)
ตัวอย่าง เช่น ลัคนาเมษ มีราหูกุมลัคน์ที่ราศีเมษ และ เกตุ(สากล)ย่อมสถิตในราศีตุลย์ หากมีดาวเคราะห์ทั้งหมด ตั้งแต่ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ สถิตในราศีในใดๆก็ตามตั้งแต่ราศีพฤษภ-ราศีกันย์ถือว่าเป็นกาลสรปะโทษ และในด้านกลับกัน ดาวเคราะห์ทั้งหมดสถิตในราศีใดๆก็ตามตั้งแต่ราศีพิจิก-มีน ก็ถือว่าเป็นกาลสรปะโทษเช่นเดียวกัน
โยคร้ายนี้จะเริ่มให้ผลเมื่อเจ้าชะตามีอายุถึงช่วงอายุ 34 ปี เจ้าชะตาจะต้องเผชิญกับการต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนัก และในเส้นทางชีวิตมักจะมีช่วงเวลาที่ตกต่ำลงเป็นระยะๆ แม้ว่านักวิชาการบางท่านจะให้ความเห็นว่า กาลสรปะ โยค นี้จะส่งผลชัดเจนเฉพาะในโหราศาสตร์บ้านเมือง (Mundane Astrology) เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า โยคนี้สามารถส่งผลในทางทำลายล้างในดวงชะตาบุคคล ได้เช่นเดียวกัน
วิธีบรรเทาโทษ วิธีการแก้ไขรวมไปถึงการประกอบพิธี กาลสรปะ โฮมะ , การสวมใส่เครื่องรางหรือยันต์กาลสรปะ และการสวดบริกรรมมนตราของทั้งพระราหูและพระเกตุควบคู่กันไป
โยคนี้ถือเป็นหนึ่งในโยคที่โด่งดังและเป็นที่เกรงกลัวกันมากในแวดวงโหราศาสตร์ภารตะ การที่คัมภีร์ระบุจุดเปลี่ยนชีวิตที่อายุ 34 ปีถือเป็นข้อมูลที่น่าศึกษาและเก็บสถิติ
อสุระ โยค โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อดาวศุภเคราะห์ ไปสถิตอยู่ใน เรือนที่ 8 คำว่า "อสุ" หมายถึง อวัยวะรับสัมผัสหรือประสาทสัมผัส และผู้ที่เกิดมาภายใต้อสุระ โยคนี้ จะได้รับความเพลิดเพลินทางประสาทสัมผัส อย่างบริบูรณ์ โยคนี้จะประทานทุกๆสิ่งให้กับเจ้าชะตา เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเพลิดเพลิน มัวเมาลุ่มหลงในกามสุขได้อย่างเต็มที่
สำหรับผู้ที่แสวงหาความสุขทางโลกหรือนักวัตถุนิยม โยคนี้เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ แต่สำหรับผู้ที่มุ่งมั่นฝึกฝนในทางธรรม โยคนี้กลับกลายเป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ เนื่องจากมันสามารถขัดขวางความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือการรู้แจ้งหรือการบรรลุธรรม
ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้จัดให้โยคนี้อยู่ในกลุ่มของ "โยคที่ให้โทษ" หากมองจากมุมมองทางด้านการพัฒนาจิตวิญญาณ
เป็นโยคที่มีมุมมองที่น่าสนใจมาก เพราะในทางโลกถือว่าให้คุณอย่างมหาศาล แต่กลับเป็นโทษหรือข้อจำกัดในทางธรรม เป็นการตอกย้ำปรัชญาของโหราศาสตร์ภารตะที่ให้ความสำคัญกับการหลุดพ้นและการยกระดับจิตวิญญาณได้อย่างชัดเจน
เกมทุรมะ โยค โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อราศีที่อยู่ขนาบข้างทั้งสองด้านของดาวจันทร์ว่างเปล่า (ไม่มีดาวเคราะห์ใดๆ สถิตอยู่ในราศีก่อนหน้าและราศีถัดจากที่ดาวจันทร์สถิตอยู่)
เจ้าชะตา ที่เกิดมาภายใต้โยคนี้มักจะมีชีวิตที่หม่นหมอง เผชิญกับความโศกเศร้า มีความคิดจิตใจที่ตกต่ำ และปราศจากซึ่งความมั่งคั่งหรือทรัพย์สินเงินทอง
วิธีบรรเทาโทษ สามารถใช้การสวด "ตริปุระ มนตรา" त्रिपुरा मंत्र เพื่อต่อต้านและระงับอิทธิพลของโยคนี้ได้ นอกจากนี้ การประกอบพิธีบูชาโสมโฮมะ (พิธีบูชาดาวจันทร์) รวมถึงการใช้ยันตรา ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการหักล้างและทำลายอานุภาพของโยคร้ายนี้ให้หมดไป
ปาปะ กรรตรี โยค โยคนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อเรือน หรือดาวเคราะห์ดวงใดดวงหนึ่ง ถูกขนาบข้างหรือตีกรอบไว้ด้วยดาวบาปเคราะห์ทั้ง 2 ด้าน (คือมีดาวบาปเคราะห์สถิตอยู่ในราศีก่อนหน้าและราศีถัดไป)
หาก ลัคนา (ซึ่งเป็นตัวแทนของบุคลิกภาพและชื่อเสียง) ถูกขนาบข้างด้วยดาวบาปเคราะห์จนเกิดเป็น ปาปะ กรรตรี โยค อาจส่งผลให้เกิดความรู้สึกหดหู่จนถึงขั้นมีแนวโน้มที่จะคิดฆ่าตัวตายได้ และจะส่งผลในลักษณะเดียวกันหาก ดาวจันทร์ ตกอยู่ใน ปาปะ กรรตรี โยค นี้
หาก ดาวอาทิตย์ ตกอยู่ใน ปาปะ กรรตริ โยค จะส่งผลให้สุขภาพของบิดาทั้งทางร่างกายและจิตใจเกิดปัญหา ในทำนองเดียวกัน หาก ดาวจันทร์ ตกอยู่ในตำแหน่งนี้ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมารดา
หาก เรือน หรือ ภาวะ ใดตกอยู่ใน ปาปะ กรรตรี โยค ความหมายและสิ่งต่างๆ ที่เรือนนั้นเป็นตัวแทนอยู่ จะได้รับความเสียหายหรือเสื่อมถอยลง
หาก เรือนที่ 2 ตกอยู่ใน ปาปะ กรรตรี โยค เจ้าชะตา จะต้องเผชิญกับความผันผวนและวิกฤตการณ์ทางการเงินอย่างสาหัส
หาก ลัคนา ตกอยู่ใน ปาปะ กรรตรี โยค ปัญหาสุขภาพของ เจ้าชะตา จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญ
วิธีบรรเทาโทษ โหราศาสตร์แห่งการบรรเทาโทษ ได้ระบุแนวทางแก้ไขไว้ว่า ควรทำการประกอบพิธีบูชาเพื่อเอาใจดาวเคราะห์ที่ถูกเบียน หรือดาวเจ้า เรือน ที่ได้รับผลกระทบนั้นๆ ด้วยการสวดมนตรา , การใช้ยันตรา , และการประกอบพิธีโฮมะ ประจำดาวเคราะห์หรือดาวเจ้าเรือนดวงนั้นโดยเฉพาะ
ดาวบาปเคราะห์สถิตในเรือนต่างๆ ดาวบาปเคราะห์จะบั่นทอน ทำลาย หรือทำให้ เรือน ที่ดาวบาปเคราะห์นั้นเข้าไปสถิตอยู่นั้นเกิดความเสื่อมเสีย
โดยปกติแล้ว ดาวศุภเคราะห์ตามธรรมชาติ จะประกอบไปด้วย ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ ดาวจันทร์ และดาวพุธ แต่อย่างไรก็ตาม ดาวจันทร์ในช่วงข้างแรม จะถูกจัดว่าเป็นดาวบาปเคราะห์ และดาวพุธที่เข้าไปสถิตร่วมหรือมีความสัมพันธ์กับดาวบาปเคราะห์ก็จะกลายเป็นดาวบาปเคราะห์ตามไปด้วยเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นดาวบาปเคราะห์ที่ให้โทษได้ เมื่อได้รับอิทธิพลจากการเป็นดาวเจ้าเรือนเกณฑ์ (ตามกฎเกนทราธิปติ โทษ)
เนื้อหาส่วนนี้เป็นการทบทวนกฎเกณฑ์พื้นฐานที่สำคัญมากเกี่ยวกับการแบ่งแยกความเป็นศุภเคราะห์และบาปเคราะห์ของดวงดาว
หาก ลัคนา ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ เจ้าชะตา จะทุกข์ทรมานจากความหวาดระแวงหรือเกิดภาพหลอน หรือเป็นโรคประสาท นอกจากนี้ อาจเกิดความเจ็บป่วยหรือมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับศีรษะได้
หากเรือนที่ 2 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ ทรัพย์สินและความมั่งคั่งจะถูกเบียน (ได้รับผลกระทบในทางลบ)
หากเรือนที่ 3 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ พี่น้องที่อายุน้อยกว่าจะกลายมาเป็นศัตรู
หากเรือนที่ 4 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ จะเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับมารดาและยานพาหนะ
หากเรือนที่ 5 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ จะเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบุตร
หากเรือนที่ 6 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ ศัตรูจะเข้ามาปองร้ายหรือโจมตี เจ้าชะตา
หากเรือนที่ 7 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ คู่ชีวิตจะสร้างปัญหาและความยุ่งยากให้
หากเรือนที่ 8 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ จะต้องพบเจอกับอุปสรรคและสิ่งกีดขวางมากมายบนเส้นทางชีวิต
หากเรือนที่ 9 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ โชคลาภและวาสนาจะขาดหายหรือถดถอยลงไป
หากเรือนที่ 10 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ จะเกิดปัญหาและอุปสรรคในแวดวงอาชีพการงาน
หากเรือนที่ 11 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ ลาภผลและความสำเร็จต่างๆ จะได้มาอย่างยากลำบาก
หากเรือนที่ 12 ถูกเบียนโดยดาวบาปเคราะห์ ศัตรูที่ซ่อนเร้นหรือศัตรูลับจะโจมตี เจ้าชะตา และอาจร้ายแรงถึงขั้นถูกจองจำหรือกักขังได้
วิธีบรรเทาโทษ โหราศาสตร์แห่งการบรรเทาโทษ ได้ระบุแนวทางแก้ไขไว้ว่า ควรทำการประกอบพิธีบูชาเพื่อเอาใจดาวเจ้า เรือน ที่ถูกเบียนนั้นๆ ด้วยการสวดมนตรา , การใช้ยันตรา , และการประกอบพิธีโฮมะ ประจำดาวเคราะห์ดวงนั้นอย่างเหมาะสม
ในขณะที่ทำการประเมินโยคต่างๆ ผู้พยากรณ์ควรตรวจสอบด้วยว่ามีปัจจัยที่ทำให้ตกเป็นโมฆะหรือการหักล้าง (ภังคะ) ปรากฏอยู่ด้วยหรือไม่
การหักล้างของเกมทุรมะ โยค จะถูกเรียกว่า เกมทุรมะ ภังค โยค และ เจ้าชะตา ที่เกิดมาภายใต้โยค (ที่ได้รับการหักล้าง) นี้ จะกลายเป็นบุคคลผู้สูงศักดิ์หรือยิ่งใหญ่ดุจดั่งพระราชา เฉกเช่นเดียวกับผู้ที่เกิดมาใน นิจภังคราชาโยค
นอกจากนี้ การส่งเกณฑ์ (ทฤษฏี) ที่ทรงพลังของดาวพฤหัสบดี ก็สามารถทำลายล้างอิทธิพลด้านลบต่างๆ ลงได้เช่นกัน การที่ดาวพฤหัสบดีกุมลัคนา (สถิตในลัคนา) หรือการมีดาวพฤหัสบดีสถิตอยู่ใน เรือนเกณฑ์ จะสามารถปัดเป่าและขจัดความเลวร้ายออกไปได้อย่างมากมายมหาศาล
ดังนั้น ผู้พยากรณ์จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ก่อนที่จะออกคำพยากรณ์ถึงผลลัพธ์ของโยคที่ให้โทษต่างๆ เนื่องจากเมื่อโยคที่ให้โทษถูกยกเลิกหรือเกิดการหักล้างขึ้น มันจะกลับพลิกผันกลายมาเป็นโยคที่ให้คุณแก่ดวงชะตานั่นเอง
--------------------------------------------
***ประกาศ***
อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เริ่มเปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางออนไลน์แล้ว
1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์
2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html
3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html
3.TikTok : astroneemo
*******************************
สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)
กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-20-37/211067-%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B0.html
*******************************
บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)
ดูฤกษ์ออกรถ ดูฤกษ์ยกเสาเอก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่ ดูฤกษ์ลาสิกขาบท ดูฤกษ์โกนผมไฟ ดูฤกษ์ผ่าคลอด ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ)
*******************************






















