fbpx

Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวท และได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 11 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

 

ศักดิ์ศรีของฤกษ์ยาม

ฤกษ์ยามมีหลายระบบ และหลายระดับชั้น หรือมีวรรณะ มีศักดิ์ศรีไม่เท่ากัน   คือ ฤกษ์มีชั้น 1-2-3   ซึ่งฤกษ์ชั้น1 นั้นเป็นฤกษ์ที่ดีและสมบูรณ์ที่สุดและดีที่สุด ส่วนฤกษ์ชั้น 1 เมื่อเทียบกับฤกษ์ชั้น 2 แล้วกำลังในดวงฤกษ์จะต่างชั้นกันราวช้างกับม้า ส่วนฤกษ์ชั้น 2 เมื่อเทียบกับฤกษ์ชั้น 3 แล้วกำลังจะต่างกันราวม้ากับลา และนอกจากนี้ก็มีแบบที่ไม่มีชั้นอะไรเลย เรียกว่าฤกษ์โหล มีกำลังไม่ต่างจากแกะตัวหนึ่ง และฤกษ์มั่วที่คิดกันเอาเอง และมีกำลังดุจผีเสื้อหรือแมลงปอซึ่งไม่มีผลอะไร

(1) ฤกษ์ชั้นหนึ่ง คือ ฤกษ์ในระบบโหราศาสตร์ที่คำนวณจากดวงดาวทั้ง 9  กลุ่มดาวฤกษ์(ดาวนักษัตร) ทั้ง 27 ราศีทั้ง 12 ดิถีขึ้น แรม เดือนจันทรคติและปีเกิด และเวลาเกิด อีกทั้งกฎเกณฑ์อื่น ๆนับร้อยนับพันกฎเกณฑ์ ซึ่งมีเฉพาะในโหรภารตะและโหรไทยเท่านั้น หรือบางทีก็เรียกว่าเป็น ฤกษ์ยามของโหร (โหรหลวง) เป็นการคำนวณตามหลักโหราศาสตร์ผสมกับดาราศาสตร์ชั้นสูง คำนวณองศาของพระอาทิตย์พระจันทร์ในดวงชาตาที่ต้องสัมพันธ์กันและ ออกมาเป็นฤกษ์ มีวิชาที่เป็นระบบแบบแผน สืบทอดมากว่า 5000 ปี ใครเป็นโหรก็ต้องใช้หลักนี้ ผิดหรือถูก โหรด้วยกันสามารถรู้และวิจารณ์กันได้ หลักวิชานี้ พิสูจน์ผลดี-ร้ายได้จริงทั้งทาง วิทยาศาสตร์ และโหราศาสตร์ พิสูจน์ผลดี-ร้าย ย้อนหลัง ล่วงหน้าได้นานเป็นร้อยๆปี มีหลักเกณฑ์แน่นอน เป็นสากลใช้กันทั่วโลก ทั้งอินเดีย ไทย พม่า ศรีลังกา ฯลฯ ส่วนมากใช้กันในราชสำนัก ชาวบ้านไม่รู้และไม่มีสิทธิที่จะได้ใช้

โดยผู้ที่จะให้ฤกษ์ชนิดนี้ได้จะต้องศึกษาเล่าเรียนวิชาโหราศาสตร์มาไม่น้อยกว่า 10-20 ปีจึงจะให้ฤกษ์ได้  ซึ่งทางอาศรมฯเราให้ฤกษ์ประเภทนี้เพียงอย่างเดียว

(2) ฤกษ์ชั้นสอง คือ ฤกษ์ในระบบหมอดูและศาสตร์พยากรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้ดวงดาว แต่ใช้แค่ ดิถีขึ้น แรม เดือนจันทรคติและปีเกิด และเวลาเกิด มาคำนวณ เรียกว่า ฤกษ์ของหมอดู ก็เอาฤกษ์ชาวบ้าน + ฤกษ์ของวิชาที่ตนเองเรียนมา เช่นหมอดูดวงจีนก็เอาดวงจีน + ฤกษ์ชาวบ้าน  หรือหมอดูเลขศาสตร์ ก็เอา เลขศาสตร์ +ฤกษ์ชาวบ้าน อันนี้มีผลบ้างไม่มีผลบ้าง พิสูจน์ได้ยากและไม่มีเป็นระบบแบบแผน ของใครก็ของมัน ผู้ที่ให้ฤกษ์นี้มักเรียนกันเพียง 3-6 เดือนก็ออกมาเป็นอาจารย์ดูดวงให้ฤกษ์กันแล้ว

(3) ฤกษ์ชั้นสาม คือ ฤกษ์ตามความเชื่อของชาวบ้าน ใช้ ดิถีขึ้น แรม เดือนจันทรคติและปีเกิด มาคำนวณ เช่นกัน แต่ไม่มีการใช้เวลาเกิด และหลักวิชาเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะแต่ละท้องถิ่นเชื่อไม่เหมือนกัน เรียกว่า ฤกษ์ของชาวบ้าน คำนวณจากวันขึ้นแรมของพระจันทร์ และเดือนไทย  เช่น วันโลกาวินาศ วันธงชัย วันกาลกิณี วันอุบาทว์ ฯลฯ มักปรากฏอยู่ตามปฏิทินทั่วไป เรียกว่า"กาลโยค" เนื่องจากชาวบ้านคำนวณฤกษ์ยามชั้นสูงไม่ได้ ก็เอาแบบง่ายๆ และก็ไม่มีผลอะไร ใคร ๆ ก็ดูเป็น วันดีก็ไม่ดีจริงตามนั้น วันร้ายก็ไม่ร้ายจริง และพิสูจน์ใดใดก็ไม่ได้  หรือบางปี เช่น ปี 2555 วันจันทร์เป็นทั้งวันธงชัย และก็เป็นทั้งวันโลกาวินาศอีกด้วย วันเดียวเป็นได้ตั้งสองอย่าง ขอให้ลองคิดกันดู และผู้เรียนก็เรียนกันได้ง่ายๆ ดูด้วยตนเองก็ได้ มีแพร่หลายตามหนังสือ เว็บไซด์ หรือตำราดูดวงทั่วไป

ขอให้จำเอาไว้ว่าวิชาฤกษ์ยามชั้นสูงนั้นถูกปกปิดและหวงแหนยิ่งนัก และครูจะถ่ายทอดให้กับศิษย์รักเพียงคน-สองคน หรือสืบทอดกันในสายตระกูลเท่านั้น ไม่มีการพิมพ์เผยแพร่ หรือ จำหน่ายจ่ายแจกเป็นอันขาด คัมภีร์โหราศาสตร์ของฮินดูโบราณหลายคัมภีร์มักต้องวางตากล มีการเข้ารหัสอักษร ในโศลกต่างๆเอาไว้เพื่อป้องกันคนที่ไม่ได้รับการถ่ายทอดนำเอาไปใช้ได้ หากนำไปใช้ก็วิบัติเพราะตีความผิดจากความหมายในคัมภีร์

ตัวอย่างเช่น ในคัมภีร์ไชยมินิสูตร รจนาโดยพระมหาฤาษีไชมิณีเมื่อสองพันปีก่อน โดยสูตรการคำนวณทางโหราคณิตศาสตร์ ต้องอ่านกลับข้างกันจึงจะถอดสูตรออกมาได้ หรือ การใช้ตัวอักษร ต่าง ๆแทนตัวเลข ไปแทนค่าของราศีและเรือนชาตา เช่น คำว่า”ทาระ” มี 2อักษร คือ ท = 8 ,ร = 2  เป็น 82 แต่ต้องอ่านกลับกันเป็น 28   ส่วนชื่อของดาวเคราะห์ต่าง ๆท่านใช้วิสามานยนาม(รหัสเฉพาะ) แทนตัวอักษร หากใครไม่มีรหัสนี้ ถึงจะมีคัมภีร์ในมือก็อ่านไม่รู้เรื่อง หรืออ่านได้ก็เข้าใจแบบผิดๆไป

ฤกษ์ชั้นหนึ่ง นั้นคำนวณทั้งฤกษ์บนจากนักษัตร+ฤกษ์ล่างจากดิถี+ฤกษ์ล่างจากดวงชาตานั้นให้ผลมากถึง 80-100 เปอร์เซ็นต์ ใช้ในการคำนวณฤกษ์ชั้นสูง สำหรับคำนวณดวงเมือง คำนวณดวงกษัตริย์ และพิธีกรรมเกี่ยวกับชนชั้นสูง มาแต่โบราณ ซึ่งจะผิดพลาดไม่ได้เลย การคำนวณฤกษ์แบบนี้ไม่สามารถหาได้จากปฏิทินโหราศาสตร์ ต้องคำนวณเองเฉพาะบุคคล โดยใช้ปฏิทินโหราศาสตร์มาประกอบเฉพาะการคำนวณดวงดาว/นักษัตร/ฤกษ์ ในแต่ละวันเท่านั้น

ส่วนฤกษ์ยามที่อาศรมฯให้นั้นเป็นฤกษ์ชั้นหนึ่ง การคำนวณใช้ หลักวิชามุหูรตะ ของโหรฮินดู-ภารตะ ครบถ้วนทุกกฎเกณฑ์เพื่อให้สมบูรณ์ที่สุด  มีผลเต็มร้อย เพราะคำนวณจากดวงชาตาและฤกษ์บน ฤกษ์ล่างผสมกัน จนได้วันดีที่สุด  ซึ่งหากใช้ฤกษ์ชั้นหนึ่งแล้ว ไม่ต้องไปคำนึงถึงฤกษ์ชั้นสอง-สามนะครับ

และ ฤกษ์โหล ก็คือฤกษ์ที่นำไปใช้ได้ทุกๆคน เช่น ว่าวันนี้เป็นวันธงชัย ทุกคนก็เอาไปใช้วันเดียวกันหมด แต่ผลรับรองไม่เท่ากันเพราะ บางคนสมพงศ์ก็ใช้ได้ดี หรือ บางคนก็ใช้แล้วร้าย เพราะไม่สมพงศ์ดวงชาตานั่นเอง  ดังนั้นฤกษ์ยามที่คำนวณดวงสมพงศ์กับดวงชาตาเท่านั้นจึงได้ผลมากที่สุด 

นอกจากนี้ก็มีฤกษ์แบบคิดเอาเอง โดยไม่มีหลักการอะไร ส่วนมากมักได้ยินได้ฟังกันต่อๆกันมา เช่น ฤกษ์ดีต้องวันข้างขึ้นเท่านั้น ข้างแรมไม่ดี หรือ เดือนต้องเดือนคู่ดี เดือนคี่ไม่ดี หรือฤกษ์เช้าดี ฤกษ์บ่ายไม่ดี หรือ แต่งงานวันพุธหัวกุดท้ายเน่า เวลาฤกษ์ดีต้องมีเลข 9 เช่น 09.09 น. เป็นต้น

วิธีดูว่าฤกษ์ที่ได้มาเป็นฤกษ์ชั้นไหน

เวลาเราไปหาพระหรือหมอดูที่ให้ฤกษ์ยาม เราเองก็ไม่รู้ได้ว่าอาจารย์ที่ให้ฤกษ์ยามนั้นมีความรู้วิชาไหนและฤกษ์ยามที่ได้มาเชื่อถือได้เพียงใด วิธีง่ายๆที่จะตรวจสอบฤกษ์ที่ได้มาเป็นฤกษ์ชั้นไหน

1.หากฤกษ์ที่ได้มา ดูแค่วัน จันทร์ อังคาร พุธ ฯลฯ หรือ ดูเดือนคู่เดือนคี่ ดูข้างขึ้นข้างแรม เช่น สมมุติว่าอาจารย์บอกว่าให้ใช้ฤกษ์เป็น วันอาทิตย์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 12 อันนี้ให้รู้เลยว่านี่เป็นฤกษ์โหล ใช้ไม่ได้

2.หากฤกษ์ที่ได้มา บอกแค่วัน ไม่บอกเวลา เช่น ให้ฤกษ์เป็นวันที่ 15 มกราคม 2558 แต่เวลาไม่บอก แต่บอกว่าดีทั้งวัน นี่ก็เป็นฤกษ์โหล ใช้ไม่ได้อีกเช่นกัน หรือหากฤกษ์ที่ได้มา บอกวันและเวลาฤกษ์เป็นช่วงเวลากว้างๆประมาณ 2 ชั่วโมง เช่น 09.00-11.00น. อันนี้ก็เป็นฤกษ์โหล เช่นกันใช้ไม่ได้

3.แต่หากฤกษ์ข้างต้นเอาวันเดือนปีเกิดเวลาเกิดของเราไปคำนวณด้วย ก็จะเป็นฤกษ์ชั้น 3 ซึ่งได้ผลน้อย

4.หากฤกษ์ที่ได้มาเอาวันเดือนปีเกิดเวลาเกิดของเราไปคำนวณด้วยและเวลาฤกษ์อยู่ในช่วงนาที "ไม่เกิน 48 นาที" เช่น 09.09-09.39 น.และบอก"ลัคนา"เวลาฤกษ์ด้วย อันนี้เป็นฤกษ์ชั้น 1 สามารถใช้ได้ผลดีเต็มกำลังของฤกษ์นั้น ๆ

คนเรามักเข้าใจผิดว่า เมื่อให้ฤกษ์ไปแล้วเป็นวันอะไรก็ตาม ความสำคัญของฤกษ์อยู่ในช่วงเวลาที่โหรได้กำหนดให้เท่านั้น ไม่ใช่ตลอดทั้งวันจะเป็นฤกษ์ดีสำหรับเราก็หาไม่  หากใช้ฤกษ์ผิดจากเวลาที่ได้กำหนดไว้ให้ก็จะกลายเป็นฤกษ์ร้ายไปทันที ดังนั้นพึงสังวรระวังเอาไว้ด้วย ฤกษ์ไม่ใช่ใช้ได้ตลอดทั้งวัน