Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวทของพราหมณ์อันศักดิ์สิทธิ์ และได้ผลตอบรับดีสูงสุดเป็นปีที่ 15 แล้ว WebSite ของเราให้การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในระดับสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงจากยุโรป "SiteGuarding" บริการดูฮวงจุ้ย แก้ฮวงจุ้ย เสริมฮวงจุ้ย ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี***

Jataka Parijata 128 145

คัมภีร์ปาริชาตชาดก บทที่ ๗ ว่าด้วยราชาโชค โศลกที่ ๑๒๘-๑๔๕

ปรวะตะโยค

โศลกที่ ๑๒๘

            ถ้าศุภเคราะห์อยู่ในภพเกนทระจากลัคนา และในภพที่ ๖ และภพที่ ๘ จากลัคนา ไม่มีพระเคราะห์ใดๆเลย หรือมีศุภเคราะห์สถิตอยู่ เรียกว่าได้ ปรวะตะโยค หรือถ้าเจ้าเรือนของลัคนา  หรือ  เจ้าเรือนของภพที่ ๑๒ จากลัคนาต่างก็อยู่อยู่เป็นเกนทระแก่กันเอง  และได้รับแสงจากดาวคู่มิตร ท่านก็ว่าได้ ปรวะตะโยค ด้วยเหมือนกัน ฯ

หมายเหตุ    คำว่า ปะระวะตะ หรือ บรรพต เป็นคำๆเดียวกัน หมายความว่า ภูเขา เนิน ต้นไม้ และชื่อดาบสรูปหนึ่ง  ในที่นี้หมายความว่าภูเขา เพราะฉะนั้นจะเรียกว่า บรรพตโยค ก็ได้

 

โศลกที่ ๑๒๙

             ผู้ใดเกิดได้ ปะระวะตะโยค หรือ บรรพตโยค จะมีความเจริญรุ่งเรือง ชอบศึกษาเล่าเรียนวิชาต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับวรรณคดีและอักษรศาสตร์ เป็นผู้ที่รักและบูชาความอิสรภาพ มีนิสัยค่อนข้างเจ้าชู้  ชอบคบค้าสมาคมกับเพื่อนต่างเพศ มีความขยันขันแข็ง กระฉับกระแฉงว่องไว มักได้เป็นใหญ่ และมีชื่อเสียงโด่งดัง ฯ

กาหลโยค

โศลกที่ ๑๓๐

             ถ้าเจ้าเรือนของภพที่ ๙ และภพที่ ๔ จากลัคนาเป็นเกนทระแก่กันเอง มีเจ้าเรือนของลัคนาเข้มแข็งด้วยโยคที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า กาหลโยค

            หรือถ้าเจ้าเรือนของภพที่ ๔ จากลัคนาเข้มแข็ง เช่นเป็นอุจจ์หรือเกษตร์ และเจ้าเรือนของภพที่ ๔ นี้ ร่วมหรือได้รับแสงจากเจ้าเรือนที่ ๑๐ จากลัคนาด้วย  ท่านว่าเจ้าชะตาได้กาหลโยคเช่นกัน ฯ

หมายเหตุ

              คำว่า กาหล แปลได้ด้วยกันหลายประการคือ เหี่ยว แห้ง อันให้ร้าย อันให้โทษ ใหญ่โต ยิ่ง มาก นางสาว แตร ไก่ตัวผู้ แมว คำพูดที่ไม่ชัด เสียงเครื่องดนตรี นางอัปสรหรือนางฟ้า  ลามกในสวรรค์ชั้นอินทร์ แต่ในที่นี้เข้าใจว่าคงจะหมายถึงเสียงดัง หรือมีเสียง

 

โศลกที่ ๑๓๑

            ถ้าผู้ใดเกิดในกาหลโยค เจ้าชะตาจะเป็นผู้ที่ขยันขันแข็ง กระฉับกระแฉงว่องไว องอาจกล้าหาญ ไม่ค่อยมีความรู้ทึบปัญญา จะได้เป็นใหญ่ในแคว้นที่ตนอยู่ แต่ไม่ถึงขั้นราชา จะเป็นคนที่มีพรรคพวกมาก และมีลักษณะเป็นนายคน ฯ

มาลิกาโยค

โศลกที่ ๑๓๒

ในดวงชะตาถ้ามีดาวพระเคราะห์ ๗ ดวงเรียงติดต่อกันทั้ง ๗ ราศี ท่านว่าเป็นมาลาโยค หรือ มาลิกาโยค ซึ่งหมายความว่าพวงมาลา ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากลัคนา เจ้าชะตาจะได้เป็นราชา จะอุดมไปด้วยทัพช้างทัพม้าและทรัพย์สมบัติอย่างมหาศาล    ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๒ จากลัคนา เจ้าชะตาจะได้เป็นราชา มีทรัพย์สมบัติมากมาย มีความกตัญญูต่อบิดามารดาและผู้อุปการะ ขยันขันแข็งเอาการเอางาน ท่าทางน่ากลัว มีลักษณะดุร้ายและเหี้ยมหาญ เป็นคนมีศีลธรรมน่าเคารพนับถือ ฯ

 

โศลกที่ ๑๓๓

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๓ จากลัคนา  เจ้าชะตาจะเป็นคนกล้าหาญอย่างยิ่ง มีชื่อเสียงโด่งดัง มั่งคั่งสมบูรณ์ทรัพย์ แต่ขี้โรค สุขภาพไม่ดี

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๔ จากลัคนา เจ้าชะตาจะได้เป็นใหญ่ รักความอิสรภาพ มีความโชคดีเสมอรุ่งเรือง จะได้ครองแคว้นต่างๆหลายแคว้น หรือเป็นราชาที่ดิน ฯ

 

โศลกที่ ๑๓๔

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๕ จากลัคนา เจ้าชะตาจะได้เป็นราชาและสนใจในการบูชายัญหรือพิธีเกี่ยวกับศาสนกิจ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีเกียรติยศปรากฎ

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๖ จากลัคนา ในตอนต้นของชีวิตจะเป็นคนที่ค่อนข้างอัตคัดขัดสน แต่ในตอนกลางและตอนปลายของชีวิตจะเป็นคนมั่งคั่งสมบูรณ์ทรัพย์ มีความสุข

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๗ จากลัคนา  เจ้าชะตาจะได้เป็นราชา มีภรรยาหรือมีสนมมากมาย เป็นที่นิยมชมชื่นของอิสตรีเพศ

ถ้ามาลิโยคตั้งต้นจากภพที่ ๘ จากลัคนา เจ้าชะตาจะได้เป็นบุคคลสำคัญ จะมีอายุยืนยาว แต่จะยากจนไม่ร่ำรวย และมีความเกรงใจภรรยาเป็นที่สุด ฯ

 

โศลกที่ ๑๓๕

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๙ จากลัคนา เจ้าชะตาจะมีคุณสมบัติดีวิเศษต่างๆหลายประการ เป็นผู้นิยมในศาสนกิจและมีอำนาจเข้มแข็ง

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๑๐ จากลัคนา เจ้าชะตาจะกระทำแต่ความดี และจะเป็นที่นับถือแก่บุคคลทั่วไป จะเป็นผู้มีเกียรติสูง

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๑๑ จากลัคนา เจ้าชะตาจะมีเสน่ห์รุนแรงต่อเพศตรงข้าม มีความผาสุกเยี่ยงพระราชา รอบรู้กิจการทั่วไป รุ่งเรือง ขยันขันแข็ง

ถ้ามาลิกาโยคตั้งต้นจากภพที่ ๑๒ จากลัคนา เจ้าชะตาจะมีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย  เจ้าสำราญ และเป็นที่ยกย่องสรรเสริญของบุคคลทั่วไป ฯ           

           

จามรโยค

โศลกที่ ๑๓๖

ถ้าเจ้าเรือนของลัคนาได้ตำแหน่งอุจจ์ เป็นเกนทระกับลัคนาและได้รับแสงจากพฤหัสบดี เรียกว่าชะตาได้จามรโยค

ถ้ามีศุภเคราะห์ ๒ ดวงกุมลัคนา หรือร่วมกันอยู่ในภพที่ ๗-๙ หรือ ๑๐ จากลัคนา ก็นับได้ว่าชะตาได้จามรโยคเช่นกัน

หมายเหตุ

           จามะระโยค จามรโยค หรือ เจาริโยค มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสิ้น ตามคำแปลหมายถึงหางจามรี ซึ่งใช้เป็นเครื่องปัดแมลง และเป็นเครื่องประดับยศเจ้านายด้วย การที่เจ้าเรือนของลัคนาเป็นอุจจ์และเป็นเกนทระกับลัคนาด้วย ลัคนาจะอยู่ได้เพียง ๔ ราศีเท่านั้น

 

โศลกที่ ๑๓๗

            ชะตาผู้ใดได้จามะระโยค มักจะเป็นนักปรัชญา ฉลาดหลักแหลม ช่างพูด มีวาทะศิลป์ และจะเป็นที่เคารพนับถือของพระราชา เจ้าชะตาจะได้เป็นใหญ่ ชอบศึกษาเกี่ยวกับคัมภีร์พระเวท เป็นคนรอบรู้คงแก่เรียน จะมีอายุถึง ๗๑ ปี ฯ

สังขโยค

โศลกที่ ๑๓๘

ถ้าเจ้าเรือนของภพที่ ๕ และภพที่ ๖ จากลัคนา อยู่เป็นเกนทระแก่กันเอง และเจ้าเรือนของลัคนาเข้มแข็งด้วย เจ้าชะตาได้สังขโยค  ถ้าเจ้าเรือนของลัคนา และเจ้าเรือนของภพที่ ๑๐ จากลัคนาสถิตอยู่ในจรราศีและมีเจ้าเรือนของภพที่ ๙ จากลัคนาเข้มแข็งด้วย เจ้าชะตาจะได้สังขโยค ฯ

หมายเหตุ

              สังข์ หมายถึงหอยสังข์ ทรัพย์อันหนึ่งของท้าวกุเวร ยุทธเภรี แก้มช้าง และกวีก็ได้ในตอนที่ ๑ ของโศลกนี้บังคับเจ้าเรือนของภพที่ ๕ และภพที่ ๖ จากลัคนาต้องเป็นเกนทระแก่กันเอง คือเป็น ๑-๔-๗ และ ๑๐ แก่กัน มีสิ่งที่น่าคิดอยู่ว่าถ้าลัคนาอยู่เมษ  อาทิตย์กับพุธ จะเป็นเจ้าเรือนของภพที่ ๕ และภพที่ ๖ ซึ่งจะต้องอยู่ได้คือร่วมกันเท่านั้น จะอยู่ในภพเกนทระอื่นไม่ได้ เพราะเกี่ยวกับระยะเชิงมุม ในทำนองเดียวกัน เมื่อลัคนาอยู่พฤษภ และมังกร และถ้าลัคนาอยู่ราศีกันย์ จะมีเสาร์ซึ่งเป็นเจ้าเรือนภพที่ ๕ และภพที่ ๖ ด้วย นอกนั้นไม่มีปัญหา สำหรับในตอนที่สองของโศลกนี้ เจ้าเรือนของภพที่ ๑ และภพที่ ๑๐ ของลัคนา จะเป็นดาวดวงเดียวกันถ้าลัคนาอยู่ราศีกันย์และราศีมีน

 

โศลกที่ ๑๓๙

              ถ้าผู้ใดเกิดมีสังขโยคในชะตา จะมีชีวิตเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ร่าเริง มีความเมตตากรุณา มีบุตรภรรยาดี เป็นผู้มีฐานะ มั่งคั่งสมบูรณ์ทรัพย์สินที่ดิน ชอบกระทำความดี สนใจคัมภีร์พระเวท มีความเจริญรุ่งเรืองและจะมีอายุยืนถึง ๘๑ ปี ฯ

เภรีโยค

โศลกที่ ๑๔๐

ถ้ามีพระเคราะห์ในภพที่ ๒-๑๖-๑ และ ๗ จากลัคนา และเจ้าเรือนของภพที่ ๑๐ จากลัคนาเข้มแข็งด้วย เจ้าชะตาได้เภรีโยค  ถ้าศุกร์เป็นเจ้าเรือนของภพที่ ๑ จากลัคนา และศุกร์อยู่เป็นเกนทระกับพฤหัสบดี และเจ้าเรือนของภพที่ ๙ จากลัคนาเข้มแข็งด้วย เจ้าชะตาได้เภรีโยค ฯ

หมายเหตุ   คำว่า เภรี หมายความว่ากลอง อาจเขียนว่า  เภรี  ก็มีความหมายอย่างเดียวกัน   ในตอนที่ ๒ ของโศลกนี้ หมายความว่าลัคนาจะต้องอยู่ในราศีพฤษภหรือตุลย์ซึ่งครองด้วยศุกร์

 

โศลกที่ ๑๔๑

             ผู้ใดเกิดมาในชะตามีเภรีโยค จะได้เป็นใหญ่ มีอายุยืน เกิดในตระกูลผู้ดี มีความสุข จะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน จะไม่มีวิบัติหรือภยันตรายใดๆ จะมั่งคั่งสมบูรณ์ทรัพย์ มีที่ดินมากมาย จะมีภรรยาและลูกที่ดีสืบตระกูล จะมีชื่อเสียงโด่งดัง จะมีความเป็นอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข และกระทำความดีเป็นที่ปรากฎแก่บุคคลทั่วไป และจะมีความกล้าหาญ และมีอานุภาพ ฯ

มฤทังคโยค

โศลกที่ ๑๔๒

             ในดวงชะตาถ้ามีพระเคราะห์ได้ตำแหน่งอุจจ์ ท่านให้พิจารณาดูว่าพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งอุจจ์นั้น อยู่ในนวางค์ใดและดาวอะไรที่ครองนวางค์นั้น ถ้าเจ้านวางค์ของดาวที่เป็นอุจจ์เข้มแข็ง คือเป็นเกษตร์หรือเป็นอุจจ์ด้วย และในเวลาเดียวกัน ดาวที่เป็นเจ้านวางค์นี้ต้องอยู่เป็นเกนทระหรือตรีโกณลัคนา ในเวลาเดียวกันเจ้าเรือนของลัคนาต้องเข้มแข็งด้วย ท่านว่าชะตาผู้นั้นได้มฤทังคโยค คำว่ามฤทังคะแปลว่ากลองเล็กๆ เจ้าชะตาจะเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีโชคดี เป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ เป็นคนที่มีเสน่ห์ในตัว เป็นที่นับถือชอบพอของบุคคลทั่วไป มีอิทธิพลมาก ฯ

ศรีนาถโยค

โศลกที่ ๑๔๓

             ในดวงชะตาถ้ามีเจ้าเรือนของภพที่ ๗ จากลัคนา อยู่ในภพที่ ๑๐ จากลัคนา มีเจ้าเรือนของภพที่ ๑๐ จากลัคนาได้ตำแหน่งอุจจ์ และร่วมกับเจ้าเรือนภพที่ ๙ จากลัคนาด้วย ท่านว่าเจ้าชะตาได้ ศรีนาถโยค ซึ่งหมายถึงชื่อของพระวิษณุ เจ้าชะตาจะมีความผาสุขอย่างพระอินทร์ จะได้เป็นใหญ่ ฯ

หมายเหตุ

              ในโยคนี้เอาชื่อของพระวิษณุมาเป็นชื่อโยค หมายถึงความเป็นใหญ่และความผาสุขของเจ้าชะตา ในโยคนี้บังคับไว้สามประการคือ เจ้าเรือนภพที่ ๗ ไปอยู่ในภพที่ ๑๐ เจ้าเรือนของภพที่ ๑๐ ต้องได้ตำแหน่งอุจจ์ และประการสุดท้าย เจ้าเรือนของภพที่ ๙ ต้องอยู่ร่วมกับเจ้าเรือนของภพที่ ๑๐ ด้วย ในบางราศีที่ลัคนาอยู่มีปัญหาคือถ้าลัคนาอยู่ราศีเมถุนและราศีธนู จะมีเจ้าเรือนของภพที่ ๗ และภพที่ ๑๐ เป็นดาวดวงเดียวกัน ถ้าลัคนาอยู่ราศีพฤษภ เจ้าเรือนของภพที่ ๙ และภพที่ ๑๐ ก็จะเป็นดาวดวงเดียวกันอีก และลัคนาในบางราศี เช่นลัคนาในราศีกรกฏและลัคนาในราศีตุลย์ ในเมื่อเจ้าเรือนของภพที่ ๗ จากลัคนา ไปอยู่ในภพที่ ๑๐ จากลัคนา ดาวเจ้าเรือนภพที่ ๗ จะได้ตำแหน่งนิจ และที่สำคัญที่สุด ศรีนาถโยค จะไม่มีลัคนาอยู่ในราศีพิจิก เพราะศุกร์เป็นเจ้าเรือนของภพที่ ๗ จากลัคนา มาสถิตอยู่ในราศีสิงห์ ซึ่งเป็นภพที่ ๑๐ และอาทิตย์ซึ่งเป็นเจ้าเรือนของภพที่ ๑๐ จากลัคนา จะไปอยู่ในราศีเมษเป็นอุจจ์ไม่ได้ เพราะเกี่ยวกับระยะเชิงมุมของอาทิตย์และศุกร์ เพราะฉะนั้นศรีนาถโยคเป็นไม่ได้ทั้ง ๑๒ ราศี ซึ่งลัคนาจะสถิตอยู่และแต่ละราศีก็มีความสำคัญยิ่งหย่อนกว่ากันอีกด้วย

ศารทาโยค

โศลกที่ ๑๔๔

ในดวงชะตาถ้าเจ้าเรือนของภพที่ ๑๐ จากลัคนา อยู่ในภพที่ ๕ จากลัคนา และมีพุธอยู่เป็นเกนทระกับลัคนาด้วย เจ้าชะตาได้ศารทาโยค

ในดวงชะตาถ้าอาทิตย์อยู่ในราศีสิงห์ และเข้มแข็งเป็นพิเศษด้วยเจ้าชะตาได้ศารทาโยค

ในดวงชะตาถ้าพฤหัสบดีอยู่เป็นตรีโกณกับจันทร์ และมีอังคารอยู่เป็นตรีโกณกับพุธ เจ้าชะตาได้ศารทาโยค

ในดวงชะตาถ้าพฤหัสบดีอยู่ในภพที่ ๑๑ จากพุธ และพฤหัสบดีนั้นเป็นตรีโกณกับจันทร์

มีอังคารอยู่เป็นตรีโกณกับพุธด้วย เจ้าชะตาได้ศารทาโยค ฯ

หมายเหตุ

               คำว่า ศารทา แปลว่าสุภาพเรียบร้อย ใหม่ ปี ข้าวหรือพืชที่สุกในฤดูร้อน ชื่อของพระนางทรุคาหรือพระนางสรัสวดี ในที่นี้เข้าใจว่าหมายถึงชื่อของพระนางสรัสวดี ในข้อแรกของคำจำกัดความในโศลกนี้  ถ้าลัคนาอยู่ราศีกันย์หรือราศีธนู เจ้าเรือนของภพที่ ๑๐ จากลัคนาคือพุธ เพราะฉะนั้นตามกฏอันนี้ ศารทาโยคจะไม่มีในเมื่อลัคนาอยู่กันย์และธนู

 

โศลกที่ ๑๔๕

            ผู้ใดในชะตาได้ศารทาโยค จะมีความรัก มีลูกและญาติพี่น้องมาก เจ้าชะตามีลักษณะดีและประพฤติตัวดีมีคุณธรรมสูง จะเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ มีความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและผู้มีพระคุณ รู้จักเคารพพระเจ้าและพราหมณ์ ชอบศึกษาวรรณคดีและคัมภีร์พระเวท มีศีลธรรม ชอบเข้าวัดเข้าวา มีร่างกายแข็งแรง มีสมรรถภาพดีในการทำงานไม่โลเล ฯ