
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท (ภารตะ) บทที่ 35 วิธีพยากรณ์ความมั่งคั่งจาก “ธนลัคนา”
ในโลกแห่งความเป็นจริงและโลกของธุรกิจ ผู้คนมักจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางวัตถุ มากกว่าการเข้าถึงความสมบูรณ์สูงสุดของชีวิต หรือ การประจักษ์แจ้งในตนเอง ซึ่งเรื่องนี้เราไม่สามารถไปตำหนิใครได้ เพราะการประกอบธุรกิจหรือการแสวงหาความมั่งคั่งนั้น ถือเป็น พื้นฐาน "ความต้องการด้านความมั่นคงทางสังคม" ซึ่งทุกๆคนต้องการ แต่คนส่วนใหญ่นั้นยังคงอยู่ในระดับความต้องการด้านความมั่นคงทางสังคมเท่านั้น โดยไม่สนใจการพัฒนาเพื่อยกระดับจิตใจของตน อีกทั้งยังต้องทุ่มเทพลังกายพลังใจทั้งหมดที่มีเพื่อการอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ในโลกที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดอย่างปัจจุบันนี้
บทเรียนนี้จะได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง "ธนลัคนา" इंदु लग्न หรือ อินทุ ลัคนา หรือ ลัคนา(ราศี)แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย ซึ่งไม่มีในโหราศาสตร์ระบบอื่นๆ โดยหลัแในการคำนวณนั้น ได้มีการกำหนด "ค่ากำลังรัศมี" ที่แตกต่างกันให้กับดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง ดังต่อไปนี้:
- ดาวอาทิตย์ = 30
- ดาวจันทร์ = 16
- ดาวอังคาร = 6
- ดาวพุธ = 8
- ดาวพฤหัสบดี = 10
- ดาวศุกร์ = 12
- ดาวเสาร์ = 1
ราศีธนลัคนา สามารถคำนวณได้จากสูตรดังนี้:
วิธีคำนวนตัวเลขธน ((ค่ากำลังรัศมีของดาวเจ้าเรือนที่ 9 นับจากดาวจันทร์ + ค่ากำลังรัศมีของดาวเจ้าเรือนที่ 9 นับจากลัคนา)/12) =เศษที่เหลือจากการหาร คือ ตัวเลขธน
เพราะฉะนั้นธนลัคนา = ราศีที่ดาวจันทร์สถิต + ตัวเลขธน ที่คำนวณได้
และ ให้นับราศีที่ดาวจันทร์สถิตอยู่เป็นราศีที่ 1 แล้วนับต่อไปตามจำนวนตัวเลขธนที่คำนวณได้ ก็จะได้ผลลัพธ์คือ”ราศีของธนลัคนา”
หาก ธนลัคนา ปราศจากดาวบาปเคราะห์ สถิตอยู่ร่วมด้วย จะส่งผลให้ เจ้าชะตา กลายเป็นเศรษฐีระดับล้าน
หากมีดาวบาปเคราะห์สถิตอยู่ในธนลัคนา จะส่งผลให้ เจ้าชะตา เป็นเศรษฐีในระดับแสน (ผู้มีความมั่งคั่งในระดับแสน)
แต่หากดาวบาปเคราะห์ที่สถิตอยู่นั้นได้ตำแหน่งเป็น อุจจ์ เจ้าชะตา ก็จะถือกำเนิดมาเพื่อเป็นเศรษฐีระดับล้าน ได้เช่นกัน
ดังนั้นแนวคิดเรื่อง "ธนลัคนา" นี้ ถือเป็นแนวคิดอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในโหราศาสตร์ฮินดู-ภารตะอย่างแท้จริง
กฎโหราศาสตร์ทั่วไป-เรือนแห่งความมั่งคั่ง ได้แก่ เรือนที่ 2, 5, 9 และ 11
เรือนที่ 2 ควบคุมเรื่องทรัพย์สินและความมั่งคั่ง
เรือนที่ 11 ควบคุมเรื่องผลกำไรและรายได้
เรือนที่ 9 ควบคุมเรื่องโชคลาภวาสนา
เรือนที่ 5 (ซึ่งถูกเรียกว่า "ลักษมีสถาน") ก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากเช่นกัน เนื่องจากเป็นเรือนที่ 9 เมื่อนับจากเรือนที่ 9
หากดาวเจ้าเรือนของเรือนเหล่านี้มีความสัมพันธ์ถึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการสถิตอยู่ร่วมกัน (โดยควรมีระยะห่างกันไม่เกิน 12 องศา), การส่งเกณฑ์ถึงกัน หรือการสลับเรือนกัน (ปริวรรตนเกษตร) อิทธิพลเหล่านี้สามารถส่งผลให้ เจ้าชะตา กลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลยทีเดียว
เปอร์เซ็นต์แห่งความมั่งคั่ง
ในการคำนวณหาเปอร์เซ็นต์ความมั่งคั่ง ให้หาค่ากำลัง “ษัทฎิอัมศะ”ในระบบษัฑพละ ของดาวเจ้าเรือนทั้ง 4 ดวง (ได้แก่ ดาวเจ้าเรือนที่ 2, เรือนที่ 9, เรือนที่ 5 และ เรือนที่ 11) แล้วนำผลรวมมาหารด้วย 4 จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ไปคูณด้วย 100 และหารด้วย 600
สูตรการคำนวณ: เปอร์เซ็นต์ความมั่งคั่ง = (ผลรวมค่ากำลังษัฑพละของดาวเจ้าเรือนทั้ง 4 / 4) * 100 / 600
***ตัวอย่างดวงชะตา ดาวเจ้าเรือนที่ 2 ได้กำลัง 388 ษัทฎิอัมศะ, เรือนที่ 9 ได้กำลัง 357 ษัทฎิอัมศะ, เรือนที่ 5 ได้กำลัง 350 ษัทฎิอัมศะ และ เรือนที่ 11 ได้กำลัง 434 ษัทฎิอัมศะ รวมทั้งหมดได้ 1529 ษัทฎิอัมศะ
ขั้นตอนการคำนวณ:
- หาค่าเฉลี่ยของกำลังดาวทั้ง 4 ดวง: 1529 ÷ 4 = 382.25
- นำผลลัพธ์มาคูณ 100 และหารด้วย 600: (382.25 × 100) ÷ 600 = 38,225 ÷ 600 = 63.7083%
ผลลัพธ์อัตราร้อยละแห่งความมั่งคั่งคือ 63.71% นั่นหมายความว่าเจ้าชะตามีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างความมั่งคั่งได้อย่างแน่นอน
หากเปอร์เซ็นต์ความมั่งคั่งที่คำนวณได้มีค่าสูงกว่า 50% บ่งบอกว่า เจ้าชะตา มีศักยภาพและมีเกณฑ์ที่จะมีความมั่งคั่งได้ แต่หากมีค่าสูงกว่า 75% ถือว่า เจ้าชะตา มีโอกาสสูงมากหรืออยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมที่จะประสบความสำเร็จและมีความสมบูรณ์มั่งคั่งทางด้านการเงิน
วิปะรีตะ ราชาโยค ก็สามารถส่งผลให้กลายเป็นเศรษฐีระดับล้านได้เช่นเดียวกัน
ในดวงชะตาของ ร. ดาลเมีย (R. Dalmia) แห่งกลุ่มบริษัทดาลเมียซีเมนต์ (Dalmia Cements) ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวเจ้าเรือนที่ 8 ไปสถิตอยู่ใน เรือนที่ 12 โดยอยู่ในตำแหน่งที่ดีในราศีเมษ และมีดาวศุกร์สถิตอยู่ใน เรือนที่ 11 ได้ตำแหน่งเป็นอุจจ์ สิ่งเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดโยคแห่งความมั่งคั่งอันทรงอานุภาพ
ในดวงชะตาของ ดี. อัมบานี (D. Ambani) ดาวพฤหัสบดีสถิตอยู่ใน เรือนที่ 10 ดาวเสาร์สถิตอยู่ใน เรือนที่ 2 ซึ่งเป็นเรือนแห่งความมั่งคั่ง และดาวศุกร์สถิตอยู่ใน เรือนที่ 12 (ซึ่งถือเป็นธนโยคหรือโยคแห่งความมั่งคั่งอีกรูปแบบหนึ่ง)
ส่วนดวงชะตาของ เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) มีดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ สถิตร่วมกันอยู่ใน เรือนที่ 11 ซึ่งเป็นเรือนแห่งผลกำไรและรายได้ เจ้าชะตา ได้รับผลประโยชน์และความมั่งคั่งอย่างมหาศาลในช่วงระยะเวลาที่เสวยมหาทศา ของดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และดาวเสาร์
ธนโยค (โยคแห่งความมั่งคั่ง) อีกรูปแบบหนึ่งก็คือ นิจภังคราชาโยค
หนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของดวงชะตาที่มีนิจภังคราชาโยค คือดวงชะตาของ ไฮเดอร์ อาลี (Hyder Ali) บิดาของ ทิปปู สุลต่าน (Tippu Sultan) เจ้าชะตา มีลัคนาสถิตราศีตุลย์ โดยมีพระจันทร์สถิตในราศีพิจิกซึ่งเป็นตำแหน่งนิจ แต่กลับมีดาวอังคารอันทรงพลานุภาพสถิตร่วมอยู่ด้วย (ซึ่งดาวอังคารนี้เองที่ทำหน้าที่ล้างความเป็นนิจ หรือยกเลิกความเสื่อมของพระจันทร์ไป)
จากสามัญชนที่ไร้ชื่อเสียงและไม่มีใครรู้จัก ไฮเดอร์ อาลี ได้ผงาดและก้าวขึ้นสู่สถานะระดับจักรพรรดิ เขาได้กลายเป็นหนึ่งในนักรบผู้พิชิตแห่งอินเดียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
ตัวอย่างดวงชะตาที่ใช้ในการคำนวณหาธนลัคนา
ลัคนา : สถิตราศีกรกฎ
ดาวเกตุ สถิตใน เรือนที่ 3
ดาวอังคาร สถิตใน เรือนที่ 4
ดาวพุธ, ดาวพฤหัสบดี และ ดาวอาทิตย์ สถิตใน เรือนที่ 6
ดาวศุกร์ สถิตใน เรือนที่ 7
พระจันทร์ สถิตใน เรือนที่ 8
พระราหู สถิตใน เรือนที่ 10
ดาวเสาร์ สถิตใน เรือนที่ 12
ธนลัคนา : คือ ราศีเมถุน
วิธีการคำนวณ:
ในดวงชะตานี้ ดาวเจ้าเรือนที่ 9 (นับจากลัคนา) คือ ดาวพฤหัสบดี
ดาวเจ้าเรือนที่ 9 นับจากพระจันทร์ คือ ดาวพุธ
นำค่ากำลังรัศมี ของดาวทั้งสองมาคำนวณ: เศษที่เหลือจากการหาร ของ (10 + 8) / 12 = 6
นับจากราศีที่พระจันทร์สถิตไปตามจำนวนตัวเลขธน: ราศีที่พระจันทร์สถิต + 6 = ธนลัคนา = ลัคนาราศีเมถุน
ในดวงชะตาตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ว่าไม่มีดาวบาปเคราะห์ สถิตอยู่ในธนลัคนา และไม่มีเกณฑ์ร้ายจากดาวบาปเคราะห์ใดๆ ส่งถึง อีกทั้งก็ไม่มีดาวศุภเคราะห์ สถิตอยู่ในธนลัคนาเช่นเดียวกัน แต่ทว่ากลับมีดาวศุภเคราะห์ส่งเกณฑ์ มาถึงธนลัคนา ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ เจ้าชะตา ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับหลายล้าน
ด้วยเหตุนี้ ผู้พยากรณ์จึงควรมีความระมัดระวังและพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ทำการประเมินเกณฑ์เรื่องความมั่งคั่งร่ำรวยในดวงชะตา
หากดาวเจ้า เรือนที่ 2 ได้ตำแหน่งเป็นอุจจ์ เจ้าชะตา จะประสบความสำเร็จก้าวหน้าขึ้นสู่ระดับสูง ซึ่งกฎนี้ก็เป็นจริงเช่นเดียวกันหากดาวเจ้า เรือนที่ 11 ได้ตำแหน่งเป็นอุจจ์ นอกจากนี้ การที่ดาวเจ้า เรือนที่ 9 และดาวเจ้า เรือนที่ 5 ได้ตำแหน่งเป็นอุจจ์ ก็สามารถประทานโชคลาภและความมั่งคั่งได้ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้พยากรณ์ควรใช้ความระมัดระวังในการทำนายด้วยว่า ดาวเจ้า เรือนที่ 2, 5, 9 และ 11 เหล่านี้ จะต้องไม่สถิตร่วม กับดาวเจ้า เรือนที่ 6, 8 และ 12 และจะต้องไม่ถูกส่งเกณฑ์ จากดาวเจ้าเรือนเหล่านั้น (เรือนทุสถานะ) ด้วยเช่นกัน
วิปะรีตะ ราชาโยค นั้นเป็นประเด็นที่มีข้อถกเถียงและมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันในแวดวงโหราศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากในขณะที่มหาฤๅษีปาราศระ กล่าวว่าโยคนี้จะให้ผลร้าย แต่วราหะมิหิระ กลับยกย่องและชื่นชมว่าโยคนี้เป็นราชาโยคที่ทรงอานุภาพอย่างยิ่ง
ดาวเจ้า เรือนที่ 6, 8 และ 12 เป็นที่รู้จักกันในนามดาว "ตริกะ" (ทุสถานะ) และถือว่าเป็นดาวที่ให้โทษ ผลลัพธ์ที่เลวร้ายจะเกิดขึ้นกับ เจ้าชะตา ในช่วงระยะเวลาที่ดาวเหล่านี้เข้าเสวยอายุหรือมีอิทธิพลควบคุมดวงชะตา (ทศา) ด้วยเหตุนี้ มหาฤๅษีปาราศระจึงกล่าวว่า ควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเมื่อต้องพิจารณาดาวเหล่านี้ ซึ่งมุมมองนี้ก็ได้รับการสนับสนุนและเห็นพ้องโดย ดร. บี. วี. รามัน (Dr. B. V. Raman) ปรมาจารย์ด้านโหราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่
แต่ทว่า เรากลับพบว่าในดวงชะตาของบุคคลผู้มีชื่อเสียงระดับโลกสองท่าน วิปะรีตะ ราชาโยค กลับทำงานได้อย่างทรงประสิทธิภาพและให้ผลอย่างชัดเจน นั่นคือดวงชะตาของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และ รามกฤษณะ ดาลเมีย (Ramakrishna Dalmia)
ในดวงชะตาของดาลเมีย ลัคนาสถิตราศีพฤษภ โดยมีดาวพฤหัสบดี ซึ่งเป็นดาวเจ้า เรือนที่ 8 ไปสถิตอยู่ใน เรือนที่ 12 ส่วนในพื้นดวงชะตาของทรัมป์ ดาวเสาร์ ซึ่งเป็นดาวเจ้า เรือนที่ 6 ไปสถิตอยู่ใน เรือนที่ 12
หมายเหตุ
(1)เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford, ค.ศ. 1863 - 1947) คือนักอุตสาหกรรมชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor Company)
ผลงานชิ้นเอกของเขาคือรถยนต์รุ่น ฟอร์ด โมเดล ที (Ford Model T) ซึ่งเปิดตัวในปี 1908 ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง ทำให้เขาตั้งราคาขายในระดับที่ชนชั้นกลางและคนงานทั่วไปสามารถซื้อหามาครอบครองได้ รถยนต์จึงเปลี่ยนสถานะจาก "ของเล่นสำหรับเศรษฐี" มาเป็นยานพาหนะคู่บ้านของคนทั่วไป
ในมุมมองทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน: ดวงชะตาของ เฮนรี ฟอร์ด ถูกหยิบยกมาเป็นตัวอย่างที่ทรงพลังของเรื่อง เรือนที่ 11 (เรือนแห่งลาภผลและรายได้) ครับ ตามเนื้อหาที่ได้แปลไป การที่ เจ้าชะตา มีดาวสำคัญอย่างดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ ไปสถิตรวมกันอยู่ใน เรือนที่ 11 ทำให้เมื่อถึงรอบทศา (ช่วงเสวยอายุ) ของดาวเหล่านี้ เจ้าชะตา จึงกอบโกยผลกำไรและรายได้จากการขายรถยนต์ได้อย่างมหาศาล จนกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
(2)ดี. อัมบานี (D. Ambani) หรือชื่อเต็มคือ ธีรุภาอี อัมบานี (Dhirubhai Ambani, ค.ศ. 1932 - 2002) คือมหาเศรษฐีระดับตำนานของอินเดีย และเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักร Reliance Industries ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มธุรกิจ (Conglomerate) ที่มีมูลค่าสูงที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในอินเดีย
ชีวิตของ ดี. อัมบานี เป็นเรื่องราวการสู้ชีวิตแบบ "สร้างตัวด้วยมือเปล่า" อย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับอิทธิพลของดวงดาวในบทเรียนนี้ เขาเกิดในครอบครัวครูโรงเรียนที่ยากจนในหมู่บ้านเล็กๆ ของรัฐคุชราต วัยหนุ่มเขาต้องเดินทางไปทำงานเป็นเสมียนและพนักงานเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในประเทศเยเมนเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ
การสร้างอาณาจักร: เมื่อเขากลับมาที่อินเดีย เขาเริ่มต้นธุรกิจค้าขายเครื่องเทศและเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความกล้าเสี่ยง เขาได้ขยายกิจการเข้าสู่อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โทรคมนาคม พลังงาน และสิ่งทอ จนกลายเป็นบริษัทเอกชนอินเดียแห่งแรกที่ได้เข้าจดทะเบียนในนิตยสาร Fortune 500
ในมุมมองทางโหราศาสตร์ภารตะ ดวงชะตาของ ดี. อัมบานี จึงเป็นกรณีศึกษาที่สมบูรณ์แบบที่สุดดวงหนึ่งสำหรับ ธนโยค การที่ เจ้าชะตา มีดาวพฤหัสบดีสถิตใน เรือนที่ 10 ดาวเสาร์ใน เรือนที่ 2 (เรือนแห่งความมั่งคั่ง) และดาวศุกร์ใน เรือนที่ 12 โครงสร้างดวงชะตาเช่นนี้ได้มอบพลังแห่งความมั่งคั่งอย่างมหาศาล ทำให้ เจ้าชะตา สามารถสร้างฐานะจากความว่างเปล่าขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกได้ในช่วงครึ่งแรกของชีวิตเลยทีเดียว
(3)ไฮเดอร์ อาลี (Hyder Ali หรือ Haidar Ali, ค.ศ. 1720 – 1782) คือสุลต่านและผู้ปกครองโดยพฤตินัยแห่งอาณาจักรไมซอร์ (Kingdom of Mysore) ทางตอนใต้ของอินเดีย และเป็นพระบิดาของ "ทิปปู สุลต่าน" (Tippu Sultan) กษัตริย์นักรบผู้โด่งดัง
ในทางประวัติศาสตร์และทางโหราศาสตร์ ชีวิตของไฮเดอร์ อาลี มีความน่าสนใจและสอดคล้องกับ นิจภังคราชาโยค อย่างสมบูรณ์แบบ
จากทหารเลวสู่จักรพรรดิ: เขาไม่ได้เกิดมาในราชวงศ์หรือครอบครัวชั้นสูง เขาเริ่มต้นจากการเป็นเพียงทหารราบธรรมดาที่ไม่รู้หนังสือ (ซึ่งตรงกับสภาพของดวงดาวที่ตกตำแหน่ง "นิจ" หรือเสื่อมในดวงชะตา) แต่ด้วยความฉลาดหลักแหลม ความเด็ดเดี่ยว และความสามารถทางการทหารอันโดดเด่น (อิทธิพลของดาวอังคารที่ทรงพลังซึ่งเข้ามาล้างความเป็นนิจ) เขาได้ไต่เต้าตำแหน่งขึ้นมาเรื่อยๆ จนสามารถยึดอำนาจเบ็ดเสร็จและสถาปนาตนเองเป็นผู้ปกครองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดียใต้
นักรบผู้ต่อกรกับจักรวรรดิอังกฤษ: เขาเป็นหนึ่งในศัตรูตัวฉกาจที่สร้างความยากลำบากให้กับบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ (British East India Company) มากที่สุด เขาทำสงครามขับเคี่ยวกับกองทัพอังกฤษได้อย่างสูสีและเอาชนะได้ในหลายสมรภูมิ
ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสงคราม: ไฮเดอร์ อาลี และลูกชายของเขา (ทิปปู สุลต่าน) เป็นผู้บุกเบิกการใช้ "จรวดหุ้มเหล็ก" (Mysorean rockets) ในการทำสงครามเป็นชาติแรกๆ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กองทัพข้าศึกอย่างมหาศาล จนในเวลาต่อมาอังกฤษต้องยึดเอาเทคโนโลยีจรวดนี้ไปศึกษาและพัฒนาต่อยอดเป็นของตนเอง
ในแวดวงโหราศาสตร์ภารตะ พื้นดวงของไฮเดอร์ อาลี จึงถูกจัดให้เป็น "ดวงครู" สำหรับอธิบาย นิจภังคราชาโยค เพราะแสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุดว่า โยคนี้สามารถพลิกชีวิตคนจากจุดที่ตกต่ำ มืดมิด หรือไม่มีต้นทุนทางสังคมใดๆ ให้พุ่งทะยานขึ้นสู่การเป็นผู้ยิ่งใหญ่และมีอำนาจล้นฟ้าได้อย่างปาฏิหาริย์
(4)รามกฤษณะ ดาลเมีย (Ramakrishna Dalmia, ค.ศ. 1893 - 1978) เป็นมหาเศรษฐี นักอุตสาหกรรม และนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลระดับตำนานของประเทศอินเดีย ผู้ก่อตั้งเครือบริษัท Dalmia Group
ในยุคก่อนและหลังที่อินเดียได้รับเอกราช เขาถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ (ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด เขาถูกจัดอันดับให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 3 ของอินเดีย รองจากตระกูล Tata และ Birla เท่านั้น) อาณาจักรธุรกิจของเขาครอบคลุมหลากหลายวงการ ตั้งแต่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ โรงงานน้ำตาล กระดาษ สิ่งทอ ธนาคาร ประกันภัย สายการบิน ไปจนถึงการเป็นเจ้าของสื่อยักษ์ใหญ่อย่างหนังสือพิมพ์ The Times of India
สิ่งที่น่าสนใจและสอดคล้องกับเนื้อหาเรื่อง วิปะรีตะ ราชาโยค ในบทเรียนโหราศาสตร์นี้ คือชีวิตของเขาที่มีความ "พลิกผัน" อย่างสุดขั้วสมกับความหมายของโยคนี้:
จากศูนย์สู่มหาเศรษฐี: เขาเกิดในครอบครัวที่ขัดสน ไม่มีมรดกตกทอด และไม่ได้รับการศึกษาในระบบระดับสูง แต่ด้วยไหวพริบทางธุรกิจ เขาสามารถสร้างอาณาจักรระดับแสนล้านได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตรงกับอิทธิพลของราชาโยคที่ให้คุณเรื่องความมั่งคั่ง
จุดพลิกผันและบั้นปลายชีวิต: แม้จะมั่งคั่งอย่างมหาศาล แต่ในช่วงหลังเขาเริ่มมีความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ทางการเมืองกับ จาวาฮาร์ลัล เนห์รู (นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย) อย่างรุนแรง ท้ายที่สุดเขาถูกตรวจสอบอย่างหนัก โดนตั้งข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ในบริษัทประกันภัยของตนเองจนถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี อาณาจักรธุรกิจของเขาพังทลายและต้องขายกิจการสำคัญๆ ออกไปในราคาถูกจนล้มละลาย
ดวงชะตาของดาลเมียจึงมักถูกนักโหราศาสตร์ภารตะหยิบยกมาเป็น "กรณีศึกษาขั้นครู" ของวิปะรีตะ ราชาโยค (ดาวเจ้าเรือนที่ 8 ไปสถิตเรือนที่ 12) ที่สะท้อนให้เห็นว่า โยคนี้สามารถพลิกชีวิตให้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ก็มักจะแฝงจุดจบหรือความผันผวนรุนแรงเอาไว้ตามธรรมชาติของ "ดาวตริกะ" (ดาวทุสถานะ) นั่นเอง
(5)โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump, เกิดปี ค.ศ. 1946) คือนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ผู้ทรงอิทธิพลในวงการสื่อ และเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาครับ (คนที่ 45 และกลับมาชนะการเลือกตั้งอีกครั้งเป็นคนที่ 47)
ชีวิตของเขามีสีสัน โลดโผน และเต็มไปด้วยความผันผวนอย่างขีดสุด ซึ่งสอดคล้องกับอิทธิพลของ วิปะรีตะ ราชาโยค อย่างชัดเจนมาก
เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ผู้รอดพ้นวิกฤต: ทรัมป์สร้างความมั่งคั่งมหาศาลจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งตึกระฟ้า (เช่น Trump Tower) กาสิโน และสนามกอล์ฟ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เคยเผชิญกับวิกฤตหนี้สินระดับพันล้านดอลลาร์จนกิจการบางแห่งต้องยื่นล้มละลายหลายครั้ง ทว่าเขาก็สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์และกลับมาร่ำรวยมหาศาลได้ทุกครั้ง
เส้นทางการเมืองที่เต็มไปด้วยศัตรูและข้อขัดแย้ง: เขาเป็นผู้นำทางการเมืองที่มีสไตล์ดุดัน ตรงไปตรงมา และมักจะเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง เขาต้องฝ่าฟันกับศัตรูทางการเมือง คดีความ และการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง แต่ก็ยังสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกได้
ในมุมมองทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน: ตามที่บทเรียนระบุไว้ การที่ เจ้าชะตา มีดาวเสาร์ ซึ่งเป็นดาวเจ้า เรือนที่ 6 (เรือนแห่งอุปสรรค ศัตรู การแข่งขัน และหนี้สิน) ไปสถิตอยู่ใน เรือนที่ 12 (เรือนแห่งความสูญเสีย การพลัดพราก หรือความลับ) เป็นการที่ "ดาวทุสถานะไปอยู่ในเรือนทุสถานะ" กฎลบและลบจึงหักล้างกันกลายเป็นบวก ก่อให้เกิดวิปะรีตะ ราชาโยค
ดวงชะตาของทรัมป์จึงเป็นตัวอย่าง "ดวงครู" ที่แสดงให้เห็นว่า โยคนี้มักจะประทานความสำเร็จ ความมั่งคั่ง หรืออำนาจรัฐอันยิ่งใหญ่ให้ก็จริง แต่ต้องแลกมาด้วยการต่อสู้ดิ้นรน การเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง หรือการผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่หนักหน่วง (อิทธิพลของเรือนที่ 6) ก่อนเสมอ ไม่ได้มาแบบราบรื่นสุขสบายเหมือนราชาโยคทั่วๆ ไป
--------------------------------------------
***ประกาศ***
อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เริ่มเปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางออนไลน์แล้ว
1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์
2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html
3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html
3.TikTok : astroneemo
*******************************
สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)
กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-20-37/211067-%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B0.html
*******************************
บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)
ดูฤกษ์ออกรถ ดูฤกษ์ยกเสาเอก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่ ดูฤกษ์ลาสิกขาบท ดูฤกษ์โกนผมไฟ ดูฤกษ์ผ่าคลอด ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ)
*******************************






















