fbpx

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

สารบัญ

 

 

นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐

ท่านทั้งหลาย  ธรรมชื่อ  นิสสัคคิยปาจิตตีย์  สิกขาบท  เหล่านี้แล  ย่อมมาสู่อุทเทส.  ๑.

๑.  จีวรสำเร็จแล้ว  กฐินอันภิกษุเดาะเสียแล้ว  พึงทรงอติเรก         จีวรได้  ๑๐  วันเป็นอย่างยิ่ง  ภิกษุให้ล่วงกำหนดนั้นไป    เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

๒.  จีวรสำเร็จแล้ว  กฐินอันภิกษุเดาะเสียแล้ว  ถ้าภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้สิ้นราตรีหนึ่ง    เว้นเสียแต่ภิกษุได้รับสมมติเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

๓.  จีวรสำเร็จแล้ว  กฐินอันภิกษุเดาะ  เสียแล้ว  อกาลจีวรเกิดขึ้นแก่ภิกษุ  ภิกษุหวังอยู่ก็พึงรับ  ครั้นรับแล้วพึงรีบให้ทำ  ถ้าผ้านั้นมีไม่พอเมื่อความหวังว่าจะได้มีอยู่  ภิกษุนั้นพึงเก็บจีวรนั้นไว้ได้เดือนหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง  เพื่อจีวรที่ยังบกพร่องจะได้พอกัน  ถ้าเธอเก็บไว้ยิ่งกว่ากำหนดนั้นแม้ความหวังว่าจะได้มีอยู่ก็เป็นนิสสัคคิย ปาจิตตีย์.

๔.  อนึ่ง  ภิกษุใดยังภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซักก็ดี  ให้ย้อมก็ดี            ให้ทุบก็ดี  ซึ่งจีวรเก่าเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

๕.  อนึ่ง  ภืกษุใดรับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติเว้นไว้แต่ของแลกเปลี่ยน    เป็นนิสสัคคีย์ปาจิตตีย์.

๖.  อนึ่ง  ภิกษุใดขอจีวรต่อพ่อเจ้าเรือนก็ดี  ต่อแม่เจ้าเรือนก็ดี             ผู้มิใช่ญาตินอกจากสมัย  เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.สมัยในคำนั้นดังนี้,  คือ    ภิกษุเป็นผู้มีจีวรถูกชิงเอาไปก็ดี  มีจีวรฉิบหายก็ดีนี้สมัยในคำนั้น.

๗.  พ่อเจ้าเรือนก็ดี  แม่เจ้าเรือนก็ดี  ผู้มิใช่ญาติ  ปวารณาต่อภิกษุด้วยจีวรเป็นอันมาก  เพื่อนำไปตามใจ  ภิกษุนั้นพึงยินดีจีวรมีอุตตราสงค์  กับอันตรวาสก  เป็นอย่างมาก  จากจีวรเหล่านั้น.ถ้ายินดียิ่งกว่านั้นเป็น    นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

๘. อนึ่ง  มีพ่อเจ้าเรือนก็ดี  แม่เจ้าเรือนก็ดี  ผู้มิใช่ญาติ  ตระเตรียมทรัพย์  สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะภิกษุไว้ว่า  "เราจักจ่ายจีวรด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรนี้แล้ว  ยังภิกษุชื่อนี้ให้ครองจีวร"  ถ้าภิกษุนั้น  เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน  เข้าไปหาแล้ว  ถึงการกำหนดในจีวรในสำนักของ  เขาว่า  "ดีละ  ท่านจงจ่ายจีวรเช่นนั้นเช่นนี้ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรแล้วยังรูปให้ครอง เถิด"  ถือเอาความเป็นผู้ใคร่จีวรที่ดี,เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

๙. อนึ่ง มีพ่อเจ้าเรือนก็ดี  แม่เจ้าเรือนก็ดีผู้มิใช่ญาติ  ๒  คน          ตระเตรียมทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะผืนๆไว้เฉพาะภิกษุว่า  "เราทั้งหลายจักจ่ายจีวรเฉพาะผืนๆ  ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะผืนๆ  นี้แล้ว  ยังภิกษุชื่อนี้ให้ครองจีวรหลายผืนด้วยกัน"  ถ้าภิกษุนั้น  เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน  เข้าไปหาแล้ว  ถึงการกำหนดในจีวรในสำนักของ  เขาว่า"  ดีละ  ขอท่านทั้งหลายจ่ายจีวรเช่นนั้นเช่นนี้ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะผืนๆ  แล้วทั้ง  ๒  คนรวมกัน  ยังรูปให้ครองจีวรผืนเดียวเถิด".  ถือเอาความเป็นผู้ใคร่จีวรที่ดี,  เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

๑๐. อนึ่ง  พระราชาก็ดี  ราชอมาตย์ก็ดี  พราหมณ์ก็ดี  คหบดีก็ดี  ส่งทรัพย์สำหรับ  จับจ่ายจีวรไปด้วยทูต  เฉพาะภิกษุว่า  "เจ้าจงจ่ายจีวร  ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรนี้แล้ว  ยังภิกษุชื่อนี้ให้ครองจีวร"  ถ้าทูตนั้นเข้าไปหาภิกษุนั้น  กล่าวอย่างนี้ว่า  "ทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรนี้  นำมาเฉพาะท่านขอท่านจงรับทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรนั้น"  ภิกษุนั้นพึงกล่าวต่อทูตนั้นอย่างนี้ว่า  "พวกเราหาได้รับทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรไม่  พวกเรารับแต่จีวรอันเป็นของควรโดยกาล"  ถ้าทูตนั้นกล่าวต่อภิกษุนั้นอย่างนี้ว่า  "ก็ใครๆ  ผู้เป็นไวยาวัจกรของท่านมีหรือ?"  ภิกษุต้องการจีวร  พึงแสดงชนผู้ทำการในอาราม  หรืออุบาสกให้เป็นไวยาวัจกรด้วยคำว่า  "คนนั้นแล  เป็นไวยาวัจกรของภิกษุทั้งหลาย"  ถ้าทูตนั้นสั่งไวยาวัจกรนั้นให้เข้าใจแล้ว  เข้าไปหาภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า  "คนที่ท่านแสดงเป็นไวยาวัจกรนั้น  ข้าพเจ้าสั่งให้เข้าใจแล้ว  ท่านจงเข้าไปหาเขาจักให้ท่านครองจีวรตามกาล"   ภิกษุผู้ต้องการจีวร  เข้าไปหาไวยาวัจกรแล้ว  พึงทวง  พึงเตือน  ๒ - ๓  ครั้งว่า  "รูปต้องการจีวร"    ภิกษุทวงอยู่  เตือนอยู่ ๒ - ๓  ครั้ง  ยังไวยาวัจกรนั้นให้จัดจีวรสำเร็จได้.การให้สำเร็จได้ด้วยอย่างนี้นั่นเป็น ดี  ถ้าสำเร็จไม่ได้,  พึงเข้าไปยืนนิ่งต่อหน้า  ๔  ครั้ง  ๕  ครั้ง  ๖  ครั้งเป็นอย่างมากเธอยืนนิ่งต่อหน้า  ๔  ครั้ง  ๕  ครั้ง  ๖  ครั้งเป็น  อย่างมาก  ยังไวยาวัจกรนั้นให้จัดจีวรสำเร็จได้  การให้สำเร็จได้ด้วยอย่างนี้  นั่นเป็นดี  ถ้าให้  สำเร็จไม่ได้  ถ้าเธอพยายามให้ยิ่งกว่านั้น  ยังจีวรนั้นให้สำเร็จ  เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์  ถ้าให้สำเร็จไม่ได้พึงไปเองก็ได้  ส่งทูตไปก็ได้  ในสำนักที่ส่งทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรมาเพื่อเธอ  บอกว่า"  ท่านส่งทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรไปเฉพาะภิกษุใด  ทรัพย์นั้น  หาสำเร็จประโยชน์น้อยหนึ่งแก่ภิกษุนั้นไม่ท่านจงทวงเอาคืนทรัพย์ของท่าน  ทรัพย์ของท่านอย่าได้ฉิบหายเสียเลย,  นี้เป็นสามีจิกรรม  (คือประพฤติชอบ)  ในเรื่องนั้น.

จีวรวรรคที่  ๑  (จบ).