fbpx

Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวท และได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 12 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

birth ceremony of lord sri krishna

โศลกที่ ๑๑

               จันทร์และอังคารเป็นพระเคราะห์ที่สำคัญที่สุด เกี่ยวกับการมีประจำเดือนของสตรีทุกๆเดือน และถ้าในขณะที่มีประจำเดือนตำแหน่งของจันทร์โคจรอยู่ใน อะปะจะยะนะสถานะ คือภพที่ ๑-๒-๔-๕-๗-๘-๙ และ ๑๒ จากลัคนาด้วย ถ้าหญิงนั้นร่วมกับสามีจะมีครรภ์  คำว่าอะปะจะยะสถานะ อัปจัย อนุปจัยหรือปีทรรกษ์ราศี มีความหมายเช่นเดียวกัน ในเวลาที่มีประจำเดือน ถ้าจันทร์ในขณะนั้นโคจรอยู่ใน อุปจะยะหรืออุปจัยภพ คือภพที่ ๓-๖-๑๐ และ ๑๑ จากลัคนา จันทร์นั้นจะต้องได้รับแสงจากดาวพฤหัสบดีด้วย การนอนร่วมกับสามีจึงจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ฯ

โศลกที่ ๑๒

               ในเวลาที่ทำการเสพเมถุน ถ้าขณะนั้นมีบาปเคราะห์เล็งลัคนา หรือพระจันทร์ การเสพเมถุนจะกระทำไปด้วยความหักหาญ ฉุนเฉียว กริ้วโกรธ และรุนแรง  ตรงข้ามถ้ามีศุภเคราะห์เล็งลัคนาหรือพระจันทร์ การเสพเมถุนจะกระทำไปด้วยความละมุนละไม อ่อนโยนและสุภาพ ฯ

หมายเหตุ

               ในการเสพเมถุนซึ่งถือว่าเป็นเวลาสำคัญยิ่ง ในการเป็นจุดตั้งต้นสำหรับการให้กำเนิดแก่บุตร ลัคนาในเวลานี้บางแห่งเรียกว่า  อาธานะลัคนา หรือ นิเษถะลัคนา ส่วนมากถือกันว่าถ้าภพ ๗ ของอาธานะลัคนามีบาปเคราะห์อยู่หรือให้แสงถึงไม่ดี นอกจากนั้นท่านให้พิจารณาราศีที่เป็นภพที่ ๗ จากอาธานะลัคนาด้วย ว่าเป็นราศีที่มีสัญญลักษณะเป็นมนุษย์หรือเป็นสัตว์ ถ้าเป็นมนุษย์เป็นชายหรือเป็นหญิง  ถ้าเป็นสัตว์จะเป็นสัตว์ประเภทอะไร  สัตว์บกหรือสัตว์น้ำหรือพวกแมลง  ทั้งนี้โดยถือเอาเป็นไปเป็นเครื่องช่วยพิจารณาเกี่ยวกับชะตาเดิมอีกด้วย

โศลกที่ ๑๓

                ในชะตาหญิงถ้าจันทร์และอังคารเป็นเกษตร์อยู่ในนวางค์เกษตร์ และในชะตาชายถ้าอาทิตย์และศุกร์เป็นเกษตร์อยู่ในนวางค์เกษตร์ จะเกิดบุตรถ้ามีการเสพเมถุนกันขึ้นหรือจะเกิดบุตรขึ้นได้ในเมื่อพฤหัสบดีร่วมลัคนาหรือเป็นตรีโกณกับลัคนา ทั้งนี้ในชะตาเดิมแสดงว่าเป็นหมันแม้พระเคราะห์จรจะมาได้ตำแหน่งตามที่กล่าวมานี้ก็ไม่สามารถมีบุตรได้ เปรียบเสมือนคนตาบอดย่อมไม่เห็นแสงพระจันทร์แม้จะเป็นคืนวันเพ็ญ ฯ

หมายเหตุ

                คำว่าในนวางค์เกษตร์คือพระเคราะห์อยู่ราศีใดก็ตาม แต่อยู่ในนวางค์ซึ่งครองด้วยพระเคราะห์อันเดียวกันกับพระเคราะห์นั้น โศลกนี้ใช้อธิบายหนักไปทางดาวพระเคราะห์ที่โคจรมากกว่าในดวงชะตาเดิม

                มีผู้รู้บางท่านให้ความเห็นว่าในดวงชะตาชาย อาทิตย์และศุกร์อยู่ในนวางค์เกษตร์และอยู่ในอุปจัยภพด้วยก็สามารถมีบุตรได้  ในทำนองเดียวกันในชะตาหญิง ถ้าจันทร์และอังคารอยู่ในนวางค์เกษตร์และอยู่ในอุปจัยภพด้วยก็สามารถมีบุตรได้ อีกประการหนึ่งถ้าพฤหัสบดีเป็นตรีโกณกับอาธานะลัคนาจะทำให้เกิดบุตรได้ คำว่าวิพีชินำ ในโศลกนี้หมายความว่าไม่สามารถมีบุตรได้โดยเป็นหมัน โดยการผ่าตัดหรือมีอายุแก่เกินไป

โศลกที่ ๑๔

                โศลกนี้แยกออกได้แปดประการคือในชะตาชายและหญิงอย่างละ ๔ ประการ โดยคิดสมผุสพระเคราะห์เกี่ยวกับอาธานะลัคนาทั้งสิ้น

                 ในชะตาชาย อังคารร่วมเสาร์อยู่ในภพที่ ๗ จากอาทิตย์  ผู้ชายนั้นจะเจ็บป่วยอย่างกระทันหัน  อาทิตย์ถูกกระหนาบหน้าและหลังด้วยอังคารและเสาร์จะมีอันตรายถึงชีวิต อังคารร่วมกับอาทิตย์และได้รับแสงจากเสาร์ หรือเสาร์ร่วมกับอาทิตย์และได้รับแสงจากอังคาร ล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความตายทั้งสิ้น

                  ในชะตาหญิง อังคารร่วมเสาร์อยู่ในภพที่ ๗ จากจันทร์ ผู้หญิงนั้นจะเกิดเจ็บป่วยขึ้นอย่างกระทันหัน จันทร์ถูกกระหนาบหน้าและหลังด้วยอังคารและเสาร์จะมีอันตรายถึงชีวิต อังคารร่วมกับจันทร์และได้รับแสงจากเสาร์  หรือเสาร์ร่วมกับจันทร์และได้รับแสงจากอังคาร ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับความตายทั้งสิ้น ฯ

โศลกที่ ๑๕

                  สำหรับผู้เกิดในเวลากลางวัน อาทิตย์หมายถึงบิดา ศุกร์หมายถึงมารดา เสาร์หมายถึงญาติผู้ใหญ่ทางบิดา  จันทร์หมายถึงญาติผู้ใหญ่ทางมารดา  สำหรับผู้ที่เกิดในเวลากลางคืน เสาร์หมายถึงบิดา จันทร์หมายถึงมารดา อาทิตย์หมายถึงญาติผู้ใหญ่ทางบิดา  ศุกร์หมายถึงญาติผู้ใหญ่ทางมารดา  ถ้าอาทิตย์อยู่ราศีคี่ ศุกร์อยู่ราศีคู่ คู่ผัวตัวเมียนั้นจะมีความสุขความราบรื่น ถ้าเสาร์อยู่ราศีคี่ จันทร์อยู่ราศีคู่ ญาติผู้ใหญ่ของบิดาและมารดาจะมีความสุขมาก

โศลกที่ ๑๖

                 ในเดือนใดถ้าประจำเดือนที่มีในขณะที่พระจันทร์โคจรอยู่ใน อนุปจัยภพจากลัคนาและพระจันทร์นั้นได้รับแสงจากอังคารด้วย  การมีประจำเดือนครั้งนี้เหมาะที่จะให้กำเนิดบุตรมาก ถ้าในวันแรกที่มีประจำเดือนไม่ได้ตามกฎเกณฑ์อันนี้ ท่านว่าไม่สมควรทำให้เกิดบุตร สำหรับในชะตาชายท่านแนะนำว่า เวลาที่ทำการร่วมเมถุนเพื่อให้เกิดบุตรควรกระทำในเวลาที่พระจันทร์อยู่ในอุปจัยภพจากลัคนา และในเวลาเดียวกันจันทร์นั้นได้รับแสงจากพฤหัสบดีด้วย ในเรื่องการเสพเมถุนนี้มีกฎเกณฑ์ที่จะต้องพิจารณาอีกหลายประการด้วยกัน เช่น ในวันแรม ๑๕ ค่ำ ในเวลาที่มีสุริยะหรือจันทระอุปราคา  ในเวลาอาทิตย์หรือพระเคราะห์สำคัญในชะตากำลังผลัดราศี  และในเวลาที่จันทร์ได้ตำแหน่งมฤตยูองศา  จันทร์อยู่ในปริคัณฑานตะนวางค์ เป็นต้น  ฯ

โศลกที่ ๑๗

                  เวลา ๑๖ วันนับตั้งแต่วันที่หมดประจำเดือนเป็นวันที่ ๑ ท่านว่าเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการเสพเมถุน เพื่อให้บังเกิดบุตร ในระยะ ๑๖ วันนี้ท่านแบ่งเป็น ๔ ภาคๆละ ๔ วันและบังคับไว้ว่าภาคที่ ๒ และภาคที่ ๔ เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดคือตรงกับวันที่ ๕-๖-๗-๘  และ ๑๓-๑๔-๑๕-๑๖ นับจากวันที่หมดประจำเดือน ฯ

โศลกที่ ๑๘

                ในจำนวน ๑๓ วัน ภายหลังที่หมดประจำเดือนคือตั้งแต่วันที่ ๔-๑๖  ถ้ามีการเสพเมถุน บุตรที่เกิดจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ ในวันที่ ๔ จะมีลูกชายแต่เด็กนั้นจะอายุสั้น ในวันที่ ๕ จะมีลูกหญิง ในวันที่ ๖ จะได้ลูกชายที่สามารถดำรงวงศ์ตระกูลแทนพ่อ  ในวันที่ ๗ จะได้ลูกหญิงแต่เด็กนั้นโตขึ้นจะเป็นหมัน  ในวันที่ ๘ จะได้ลูกชาย  ในวันที่ ๙ จะได้ลูกหญิงที่มีรูปงามนัก ในวันที่ ๑๐ จะได้ลูกชายซึ่งจะได้เป็นใหญ่มีอิทธิพลและอำนาจ ในวันที่ ๑๑ จะได้ลูกหญิงที่พิการหรือขี้ริ้วที่สุด ในวันที่ ๑๒ จะได้ลูกชายที่บันดาลโชคลาภให้มากมาย ในวันที่ ๑๓ จะได้ลูกหญิงที่มีนิสัยชั่วร้ายเลวทรามที่สุด  ในวันที่ ๑๔ จะได้ลูกชายที่มีคุณธรรมวิเศษหลายประการ   ในวันที่ ๑๕ จะได้ลูกหญิงที่บันดาลโชคลาภให้อย่างมากมาย  ในวันที่ ๑๖ จะได้ลูกชายที่ฉลาดหลักแหลมเป็นอัจฉริยะบุคคล ฯ

โศลกที่ ๑๙

                  ในเวลาเสพเมถุนถ้าอาทิตย์อยู่ในภพที่ ๓ จากนิเษกะลัคนา จะทำให้เกิดลูกได้ หรืออาทิตย์อยู่ในภพตรีโกณ จากอาธานะลัคนาก็จะบังเกิดผลเช่นเดียวกัน ฯ

โศลกที่ ๒๐

                  ถ้าอาธานะลัคนาร่วมหรือรับแสงจากศุภเคราะห์ เด็กที่เกิดมามีอายุยืนยาวเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น และจะเป็นคนคงแก่เรียน รอบรู้ในวิชาการทุกประการ ฯ

โศลกที่ ๒๑

                 ในโศลกเกี่ยวกับการมีบุตรไว้มี ๔ โยคด้วยกันคือลัคนา อาทิตย์ พฤหัสบดี และจันทร์ ต่างก็เข้มแข็ง อยู่ในราศีเพศชายและในนวางค์เพศชายด้วย เด็กที่เกิดนั้นเป็นชาย ลัคนา อาทิตย์ พฤหัสบดีและจันทร์ต่างก็เข้มแข็ง อยู่ในราศีเพศหญิงและในนวางค์เพศหญิงด้วย เด็กที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเด็กหญิง  พฤหัสบดีและอาทิตย์ต่างก็เข้มแข็งอยู่ในนวางค์เพศชายด้วย เด็กที่เกิดนั้นเป็นเด็กชาย จันทร์ ศุกร์และอังคารต่างก็เข้มแข็ง อยู่ในราศีหญิงและอยู่ใน นวางค์หญิงด้วย เด็กที่เกิดนั้นเป็นเด็กหญิง ถ้าดาวทั้ง ๕ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และศุกร์  อยู่ในนวางค์ของอุภโยทัยราศีและในเวลาเดียวกันได้รับแสงจากพุธจะเกิดลูกแฝด ถ้านวางค์ของอุภโยทัยราศีนั้นเป็นเพศชาย  เด็กที่เกิดนั้นจะเป็นแฝดชาย  ถ้านวางค์ของอุภโยทัยราศีเป็นเพศหญิง  เด็กที่เกิดจะเป็นแฝดหญิง  ถ้านวางค์อุภโยทัยราศีของดาวต่างๆเป็นทั้งเพศชายและเพศหญิง จะเกิดเป็นแฝดผสมคือหญิง ๑คน ชาย ๑คน ฯ

หมายเหตุ

              ในโศลกนี้พูดเกี่ยวกับชะตาของเด็กที่คลอด ไม่ใช่เกี่ยวกับเวลาที่เสพเมถุน ในราศี ๑๒ ราศี เราจะแบ่งเป็นชายและหญิงสลับกันไปโดยขึ้นต้นด้วยชาย  อุภโยทัยหรือทวิสวะภาวะราศีได้แก่ราศีเมถุน ธนู กันย์และมีน และอุภโยทัยที่เป็นเพศหญิงคือกันย์และมีน อุภโยทัยที่เป็นเพศชายคือเมถุนและธนู ถ้านวางค์ใดเทียบเท่ากับราศีใด นวางค์นั้นๆก็เป็นเพศและอื่นๆตามราศีนั้นๆไปด้วย

โศลกที่ ๒๒

              เสาร์ไม่ได้อยู่ร่วมลัคนาและไปอยู่ในภพต่างๆดังต่อไปนี้คือภพที่ ๓-๕-๗-๙ และ ๑๑ จากลัคนา ท่านว่าเด็กที่เกิดเป็นชาย ในการที่จะทำนายจากชะตาว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้น ต้องอาศัยพิจารณาจากดาวหลายดวงด้วยกัน ไม่ใช่พิจารณาแต่เฉพาะที่กล่าวไว้เพียงโศลกเดียวเท่านั้น ฯ

โศลกที่ ๒๓

               กฎเกณฑ์ของกลีพะโยค ๖ ประการคือ ๑.อาทิตย์และจันทร์เล็งกันพอดีได้แก่ในวันปูรณิมาหรือขึ้น ๑๕ ค่ำ    ๒.พุธและเสาร์เล็งกันพอดี         ๓.อาทิตย์และอังคารเล็งกันพอดีหรืออาทิตย์อยู่ในราศีเพศหญิงและได้รับแสงจากอังคาร  ๔.ลัคนาและจันทร์อยู่ในราศีเพศชายและได้รับแสงจากอังคาร  ๕.จันทร์อยู่ในราศีเพศหญิง พุธอยู่ในราศีเพศชาย ทั้งจันทร์และพุธได้รับแสงจากอังคาร  ๖.ศุกร์ จันทร์และลัคนาอยู่ในนวางศ์ที่เป็นเพศชาย

หมายเหตุ

              คำว่ากลีพะหรือกลีวะหมายถึงไม่มีกำลัง เกียจคร้าน อ่อนแอ เป็นหมัน ขันทีคือสาวใช้ซึ่งเป็นชายตอน  โยค ๖ ประการที่กล่าวมานี้ในระหว่างท่านผู้รู้ด้วยกันยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ บางท่านว่าเป็นโยคในเวลาทำการเสพเมถุน  บางท่านว่าเป็นโยคเกี่ยวกับเด็กเกิด บางท่านว่าใช้ได้ทั้งสองประการ

โศลกที่ ๒๔

              ในโศลกนี้ให้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับลูกแฝดไว้ ๕  ประการด้วยกันคือ ๑.ดาวที่เป็นเพศหญิง ๒ ดาว คือจันทร์และศุกร์ต่างก็อยู่ในราศีเพศหญิง  ส่วนลัคนา อังคาร พุธและพฤหัสฯต่างก็อยู่ในราศีเพศชาย จะเกิดลูกแฝดสองคน  ๒.ลัคนาและจันทร์ต่างก็อยู่ในราศีเพศหญิง  และในเวลาเดียวกันรับแสงจากดาวที่เป็นเพศชายดวงใดดวงหนึ่ง ท่านว่าเกิดลูกแฝดสองคน  ดาวที่เป็นเพศชายคืออาทิตย์ อังคารและพฤหัสฯ   ๓.พุธ อังคาร พฤหัสฯ และลัคนาต่างเข้มแข็งและต่างก็อยู่ในราศีเพศหญิง ท่านว่าเกิดลูกแฝดสองคน   ๔.พุธอยู่ในนวางค์ของพุธ และพุธนั้นให้แสงถึงดาวพระเคราะห์ทุกดวงรวมทั้งลัคนาด้วย ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสามคน   ๕.ดาวพระเคราะห์ทุกดวงรวมทั้งลัคนาต่างก็อยู่ในนวางค์ซึ่งเป็นนวางค์ของอุภโยทัยราศีคือนวางศ์เมถุน กันย์ ธนูและมีน ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสามคน  เกี่ยวกับเพศของเด็กที่เกิดว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ท่านว่าให้พิจารณาจากดาวพุธ ถ้าพุธอยู่ในนวางค์ที่เป็นเพศอะไรก็ทายเป็นเพศนั้น ในกฏข้อที่ ๕  ถ้าดาวพระเคราะห์ต่างก็อยู่ในนวางค์เพศชายบ้างหญิงบ้าง ท่านว่าเด็กแฝดที่เกิดขึ้นมามีทั้งเพศชายและหญิง  ฯ

โศลกที่ ๒๕

                 ในกรณีที่มีลูกแฝดหลายคน ท่านให้กฎเกณฑ์ไว้ว่า ลัคนาต้องอยู่ในวรโคตมะนวางค์ของราศีธนู  คือในนวางค์สุดท้ายของราศีธนู  ดาวพระคราะห์ต่างๆต้องเข้มแข็งและอยู่ในนวางค์ธนูด้วย ลัคนาได้รับแสงจากพุธและเสาร์ที่เข้มแข็ง ฯ

หมายเหตุ

                ท่านผู้รู้บางท่านแย้งว่า  กฎเกณฑ์ที่ให้ไว้ในโศลกนี้ใช้ได้เกี่ยวกับสัตว์สี่เท้าเท่านั้น คำว่า ปรภูตา หมายความว่ามีจำนวนมาก  อาจมีตั้งแต่ ๕ ถึง ๑๐ ก็ได้

โศลกที่ ๒๖-๒๗-๒๘

                เมื่อพุธอยู่ในนวางค์กันย์ ให้แสงถึงดาวพระเคราะห์ทุกดวงรวมทั้งลัคนาด้วยและดาวอื่นๆ นอกจากดาวพุธในขณะนั้นต่างอยู่ในอุภโยทัยราศี ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสามคน

                เมื่อพุธอยู่ในนวางค์เมถุน ให้แสงถึงดาวพระเคราะห์ทุกดวงรวมทั้งลัคนาด้วย ดาวอื่นๆในขณะนั้นก็อยู่ในอุภโยทัยราศี ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสามคน โดยเป็นหญิง ๑ คน ชาย ๒ คน

                 ถ้าดาวพุธอยู่ในนวางค์เมถุนและแสงถึงดาวพระเคราะห์ทุกดวง รวมทั้งลัคนา ดาวอื่นๆ นอกจากพุธต่างก็อยู่ในนวางค์เมถุนทั้งสิ้น ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสามคนและสามคนจะเป็นชายทั้งสิ้น

                 ถ้าพุธอยู่ในนวางค์เมถุนและให้แสงถึงดาวทุกดวงรวมทั้งลัคนา  ลัคนาอยู่ในนวางค์เมถุนหรือนวางค์กันย์ก็ดี แต่ดาวอื่นๆอยู่ในนวางค์เมถุนทั้งสิ้น ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสามคนเป็นชายทั้งสิ้น

                 ถ้าดาวพุธอยู่ในนวางค์กันย์และให้แสงถึงพระเคราะห์ทุกดวงรวมทั้งลัคนาด้วยและดาวเคราะห์เหล่านั้นต่างอยู่ในนวางค์กันย์ทั้งสิ้น ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสามคน เป็นหญิงทั้งสิ้น

หมายเหตุ

               โศลกต่างๆในเรื่องที่เกี่ยวกับลูกแฝดมักจะกล่าวถึง นวางค์เมถุนและนวางค์กันย์ เพราะมีราศีกันย์และเมถุนเป็นอุภโยทัยราศีและเป็นราศีมีสัญลักษณ์เป็นคนทั้งสองราศี  คำว่านวางค์กันย์หรือนวางค์เมถุน ฯลฯ หมายความว่านวางค์ของราศีใดๆก็ตาม ซึ่งเทียบแล้วเท่ากับราศีกันย์หรือราศีเมถุน  สำหรับนวางค์เมถุนได้แก่นวางค์ที่ ๓ ของราศีเมษ สิงห์และธนู นวางค์ที่ ๖ ราศีพฤษภ กันย์และมังกร  นวางค์ที่ ๙ ของราศีเมถุน ตุลย์และกุมภ์  ใน ๑๒  ราศีหรือ ๑๐๘ นวางค์ มีนวางค์เมถุนอยู่ ๘ นวางค์เท่านั้น  และท่านพึงสังเกตด้วยว่าในราศีกรกฏ  พิจิกและมีน  จะไม่มีนวางค์เมถุนอยู่เลย

                 ในทำนองเดียวกัน นวางค์กันก็มีอยู่เพียง ๙ นวางค์ คือนวางค์ที่ ๓ ของราศีกรกฏ  พิจิก และมีน  นวางค์ที่ ๖ ของราศีเมษ สิงห์และธนู นวางค์ที่ ๙ ของราศีมังกร พฤษภและกันย์  ในราศีตุลย์ กุมภ์และเมถุนไม่มีนวางค์กันย์อยู่เลย มีข้อที่สังเกตอยู่อีกคือในราศีเมถุนไม่มีนวางค์กันย์ แต่ในราศีกันย์มีนวางค์เมถุน

โศลกที่ ๓๐-๓๑

                อาทิตย์และพฤหัสบดีต่างก็อยู่ในทวิสวะภาวะราศี หรืออุภโยทัยราศีและในเวลาเดียวกันได้รับแสงจากพุธ  ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสองคน เป็นชายทั้งคู่  จันทร์  ศุกร์และอังคารอยู่ในทวิสวะภาวะราศีและรับแสงจากพุธด้วย ท่านว่าจะเกิดลูกแฝดสองคนเป็นหญิงทั้งคู่ นอกจากนี้ท่านยังให้ความเห็นเพิ่มเติมไว้อีกว่า ในดวงชะตาถ้าพุธเป็นดาวที่เข้มแข็งที่สุดมักจะทำให้เป็นกระเทยผู้หญิงคือผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวและมีกิริยาอย่างผู้ชาย ตรงข้ามถ้าเสาร์เป็นดาวที่เข้มแข็งที่สุดมักจะทำให้เป็นกระเทยผู้ชายคือผู้ชายที่แต่งตัวและมีกิริยาอย่างผู้หญิง ฯ

โศลกที่ ๓๑

                 ในเวลาทำการเสพเมถุน อาทิตย์และจันทร์เล็งกันพอดีจะทำให้เกิดธุนุคหรือขันที ในทำนองเดียวกันถ้าจันทร์และเสาร์เล็งกันพอดีหรือต่างก็ให้แสงถึงกันพอดี ท่านว่าทารกจะเกิดมาแต่ต้องเป็นขันที  ทั้งสองที่กล่าวมานี้ถ้าเด็กเกิดมาไม่เป็นขันทีก็เป็นหมัน ฯ