fbpx

Website บริการฤกษ์มงคลชั้นสูงของโหรภารตะ ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 10 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

Kred Lab Navamasa 3

มีหลายแง่มุมของชีวิตซึ่งสามารถพยากรณ์ได้จากดวงนวางศ์จักร โดยพิจารณาจากกฎเกณฑ์ดังต่อไปนี้ :

1.ในขณะที่กำลังปฏิสนธิ  (ในอาธานะจักร) ลัคนา ดาวพฤหัสบดี ดาวจันทร์ และดาวอาทิตย์ สถิตย์อยู่ในราศีคี่ และเสวยนวางศ์ราศีคี่ จะหมายถึงการเกิดของทารกเพศชาย หากดาวเคราะห์สำคัญที่กล่าวถึงข้างต้นสถิตย์ในราศีคู่ และเสวยนวางศ์ราศีคู่ จะเป็นการเกิดของเด็กทารกเพศหญิง

อธิบาย -ในสมัยโบราณไม่มีเทคโนโลยีใดใด  ดังนั้นในการกำหนดเพศของทารกและกำหนดวันเวลาคลอดจึงจำเพาะเจาะจงไปที่การ ร่วมสังวาสกัน (กามพฤติ-นิเษกะ) ในเวลาฤกษ์ยามที่โหรกำหนด วิธีนี้เรียกว่าการวางฤกษ์กำหนดเพศและวันคลอดบุตรล่วงหน้าโดยใช้ “อาธานะจักร” หรือ “อาธานะกุณฑลิ” เมื่อสามี-ภรรยาทำการสังวาสกันในเวลาที่เป็นศุภมงคลตามดวงฤกษ์อาธานะแล้ว ก็สามารถคำนวณเวลาคลอดของทารกออกมาได้ตามฤกษ์ยามที่ได้ผูกเอาไว้ล่วงหน้า

เด็กทารกที่เกิดมาก็จะมีดวงชาตา เพศ รูปลักษณ์ ผิวพรรณ อุปนิสัย ความสามารถตามที่ได้กำหนดไว้ตามฤกษ์ทุกประการ อีกทั้งดวงฤกษ์อาธานะนี้ สามารถกำหนดระยะของตัวอ่อนของทารกที่อยู่ในครรภ์ได้อย่างละเอียด โดยไม่ต้องอุลต้าซาวด์แต่อย่างใด เช่น มหาฤาษีแต่โบราณท่านกำหนดเอาไว้ในหลักวิชาโหราศาสตร์ก่อนเกิด ตัวอย่าง เช่น คัมภีร์ไชยมินิสูตร ของมหาฤาษีไชยมิณี เป็นต้น

การปฏิสนธิ หมายถึง: เมื่อมีการร่วมรักกันระหว่างชายหญิง  สเปิร์มจะเจอกับไข่ที่บริเวณต้นๆ ของท่อนำไข่ และจะว่ายมุงล้อมรอบๆ ไข่เต็มไปหมด ด้านนอกของไข่จะมีชั้นเซลล์หุ้มปกป้องไว้อยู่ เรียกว่า zona pellucida  ในการที่จะเข้าไปผสมกับไข่ได้นั้น สเปิร์มจะต้องหา receptor (ประตูรับ) ให้พบ เพื่อที่จะได้ปลดล๊อคและสามารถมุดเข้าไปหาเซลล์ไข่ (oocyte) ได้

ซึ่งจะมีสเปิร์มเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้นที่สามารถเชื่อมผสมกับเซลล์ไข่ (oocyte) เพื่อที่จะได้นำสารพันธุกรรมมารวมกันได้ นี่คือจุดเริ่มแรกของการปฏิสนธิ หลังจากผสมแล้วเซลล์ไข่จะกลายเป็นไซโกต (zygote) หรือเรียกว่าตัวอ่อนที่จะมีการแบ่งตัวและผ่านขั้นตอนการเจริญพัฒนาอีกหลายอย่าง และในตอนนี้เองที่เรียกได้ว่าได้เริ่มตั้งครรภ์แล้ว

2.เมื่อลัคนาหรือดวงจันทร์เสวยวรรคอุตตมางศะ(วรโตรนวางศ์) และได้โยคเกณฑ์จากดาวเคราะห์ตั้งแต่ 4 ดวงขึ้นไป (ไม่นับดาวจันทร์)  ก็จะเกิดเป็น"ราชาโยค"  และหาก อุทิตนวางศ์ (ลัคนาของนวางศ์จักร) เสวยวรรคอุตตมางศะ(วรโตรนวางศ์) และมีดาวศุภเคราะห์สถิตย์ในเรือนที่ 2 จากจันทร์และในเรือนเกณฑ์ไม่ว่างเปล่า(มีดาวเคราะห์สถิตย์) แสดงถึงการประสูติของพระราชาหรือพระมหากษัตริย์

3. หากเจ้าเรือนที่ 7 เสวยนวางศ์พุธ (นวางศ์ราศีมิถุนหรือกันย์) และได้รับโยคเกณฑ์จากดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน ภรรยาของเจ้าชาตาจะทำตัวเหมือนหญิงโสเภณี

ตัวอย่าง เช่น เจ้าชาตา ลัคนาราศีเมษ มีเสาร์กุมลัคน์ มีดาวพุธสถิตย์ราศีมิถุน(เรือนที่ 3) มีดาวศุกร์เจ้า สถิตราศีตุลย์(เจ้าเรือนที่ 7)เสวยนวมนวางศ์ ๔ (นวางศ์พุธ ราศีมิถุน) เมื่อเป็นดังนี้ ดาวศุกร์ย่อมได้รับเกณฑ์ 7 จากเสาร์และดาวพุธก็ย่อมได้รับเกณฑ์ 3 จากเสาร์  ซึ่งทั้งดาว ศุกร์ และพุธ ต่างก็ได้รับโยคเกณฑ์จากเสาร์ดวงเดียวกัน (วิเศษทฤษฎี-โยคพิเศษของเสาร์คือ 3,7,10)

4. จำนวนภรรยาของเจ้าชาตาจะสอดคล้องกับจำนวนของลูกนวางศ์ในราศีที่เจ้าเรือนที่ 7 สถิตย์อยู่  ตัวอย่างเช่น ลัคนาเมษ เจ้าเรือนที่ 7 คือ ศุกร์ และศุกร์สถิตย์ราศีพฤษภ เกาะนวางศ์ลูกที่ 3 (ตติยนวางศ์ ๕) ดังนั้นเจ้าชาตาจะมีภรรรยา 3 คน

นอกจากนี้จำนวนของภรรยายังสอดคล้องกับจำนวนดาวเคราะห์ที่มีโยคเกณฑ์ส่งถึงเรือนที่ 7 ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงกฏเกณฑ์อื่นๆประกอบด้วย เช่น ตำแหน่งที่สถิตย์ กำลังของดาวเคราะห์ วิเศษทฤษฎี และ การขัดขวางหรือส่งเสริมโยคเกณฑ์จากดาวเคราะห์อื่น  (กฎอรรคละ-ไชมิณิสูตร)

ถ้าเรือนที่ 7 หรือเจ้าเรือนที่ 7  นวางศ์พุธ- นวางศ์เสาร์ หรือนวางศ์อังคาร-เสาร์ เจ้าชาตาจะมีภรรยาเพียงคนเดียว

หากดาวอังคารดาวเสาร์และราหูครองเรือนที่  6, 8 และ 7 ตามลำดับ เจ้าชาตาจะไม่มีภรรยาเลย หรือเจ้าชาตาจะแต่งงานหลายครั้งก็ตาม สุดท้ายก็จะไม่มีภรรยา เช่นกัน

5. ดาวเคราะห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในนวางศ์จักร หรือดาวเคราะห์ใดก็ตามในดวงนวางศ์จักร ที่เสวยเรือนที่ 10 จากลัคน์ หรือเรือนที่ 10 จากจันทร์ หรือเรือนที่ 10 จากอาทิตย์  (ในราศีจักร) โดย 3 ตำแหน่งนี้หากดาวใดที่เข้มแข็งที่สุดจะเป็นดาวที่บ่งบอกอาชีพของเจ้าชาตา

6. หากนวางศ์ของเรือนที่ 10 มีดาวอาทิตย์สถิตย์อยู่ เจ้าชาตา จะมีอำนาจทางการปกครอง เป็นเจ้าของกิจการ รับราชการ เป็นหัวหน้า ฯลฯ

หากเป็นดาวจันทร์ เจ้าชาตาหาเลี้ยงชีพด้วยการเกษตร  ซื้อขายวัตถุดิบ ขายอาหาร และสิ่งของที่ได้มาจากน้ำ หรือ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับมวลชน ผู้คนจำนวนมาก ฯลฯ

หากเป็นดาวอังคาร  เจ้าชาตาหาเลี้ยงชีพด้วย ด้วยการกระทำที่รุนแรง เช่น ตำรวจ ทหาร หรือ อาชีพที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต การซ่อม เครื่องจักรยนต์กลไก  เหล็ก โลหะ และ การกีฬา ฯลฯ

หากเป็นดาวพุธ เจ้าชาตาหาเลี้ยงชีพด้วย การสื่อสาร การพูด งานเขียน  กวีนิพนธ์ งานศิลปะ การเจรา ทำการค้าขาย ฯลฯ

หากเป็นดาวพฤหัสบดี เจ้าชาตาหาเลี้ยงชีพด้วย  งานทางศาสนา  แพทย์ ครูอาจารย์ ที่ปรึกษา งานด้านกฏหมาย งานที่ต้องเดินทางไกล งานต่างประเทศ งานบัญชี การธนาคาร ฯลฯ

หากเป็นดาวศุกร์ เจ้าชาตาหาเลี้ยงชีพที่เกี่ยวข้องกับ เงินตรา อัญมณี เงิน ทอง เครื่องดับ เสื้อผ้า งานของผู้หญิง สิ่งสวยงาม ยานพาหนะ งานศิลปะ การแสดง   ฯลฯ

หากเป็นดาวเสาร์ เจ้าชาตาหาเลี้ยงชีพด้วย การกระทำที่ชั่วร้าย ผิดกฏหมาย การพนัน การฆ่าสัตว์ การทำลาย หรือ ผลผลิตที่มาจากใต้ติน เช่น น้ำมัน ถ่านหิน หรือผลผลิตทางการเกษตร ปศุสัตว์ และงานการใช้แรงงานคน ค้าขายของเก่า งานเกี่ยวกับสิ่งสกปรก ของที่ใช้แล้ว ของมือสอง   ฯลฯ

7. หากเจ้าเรือนที่ 10 นับจาก อุทิตนวางศ์ (ลัคนานวางศ์) เสวยนวางศ์ของตัวเองหรือได้โยคเกณฑ์จากดาวศุภเคราะห์และมีความเข้มแข็ง และไม่ถูกเบียนจากดาวบาปเคราะห์ เจ้าชาตาจะได้รับพรอันประเสริฐให้ได้มีคู่ครองที่มีความงดงามอย่างมาก อีกทั้งมีคุณสมบัติที่ดีเพียบพร้อม โดยเจ้าชาตาไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใด

8. หากเจ้าเรือนของ อุทิตนวางศ์ (ลัคนานวางศ์) เป็นดาวศุภเคราะห์ และสถิตย์อยู่ในเรือนเกณฑ์  (1, 4, 7, 10) เจ้าชาตาจะแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย หรือ อายุประมาณ16 ปี  แต่หากเจ้าเรือนของ อุทิตนวางศ์ (ลัคนานวางศ์)  และเจ้าเรือนที่ 7 (ในนวางศ์จักร) ถูกโยคของดาวบาปเคราะห์  เจ้าชาตาจะไม่มีความสุขในชีวิตสมรส

9. พระมหาฤษีได้กล่าวไว้ว่า หากเจ้าเรือนที่ 5 หรือดาวพฤหัสบดี ดาวอังคารและดาวอาทิตย์ล้วนอยู่ในนวางศ์เพศชายหรืออยู่ในราศีเพศชาย เจ้าชาตาจะมีบุตรชายจำนวนมาก

10. ในราศีใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นราศีคี่หรือคู่ ส่วนในนวางศ์จักร นวางศ์ราศีคี่จะหมายถึงลูกชาย ส่วนนวางศ์ราศีคู่จะหมายถึงเด็กผู้หญิง ในการพยากรณ์เรื่อง เพศชาย-เพศหญิง  ท่านให้พิจารณาจากดวงนวางศ์จักร

11. ในนวางศ์จักรหากดาวอังคารร่วมจันทร์หรือ อังคารสถิตย์ในลัคนานวางศ์ และไม่ได้รับโยคเกณฑ์ใดใดจากดาวพฤหัสบดี ส่วนในราศีจักรดาวจันทร์สถิตอยู่ในราศีเมถุนหรือราศีกันย์ลูกของเจ้าชาตาจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร


12. ดาวอาทิตย์ ดาวเสาร์ และดาวอังคารหากเสวยนวางศ์ของจรราศี และมีดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์เสวยนวางศ์สถิรราศี ดาวจันทร์และดาวพุธเสวยนวางศ์ทวิภาวะราศี เจ้าชาตาจะมีอายุยืนถึง100 ปี


13. จันทร์เพ็ญ หากเสวยนวางศ์อาทิตย์ หรือนวางศ์จันทร์ หรือ นวางศ์พฤหัสบดีจะบ่งบอกถึงพลังอันเป็นศุภผลและสามารถขจัดปัดเป่าเคราะห์ร้ายทั้งมวลในดวงชาตา

14. ดาวพฤหัสบดีอยู่ในเรือนที่ 10 ไม่ว่าราศีใด ๆ หรือโดยเฉพาะราศีธนูหรือราศีมีน เจ้าชาตาจะมีชีวิตดุจราชา

แต่หากดาวพฤหัสอยู่ในเรือนมิตรและหรือเสวยนวางศ์พุธหรือศุกร์  ผู้บังคับบัญชาหรือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะให้โทษแก่เจ้าชาตา

แต่หากดาวพฤหัสเสวยนวางศ์เสาร์ บ่งบอกถึงความตระหนี่ คนโกหก ขี้โกงและมีพฤติกรรมที่ไม่ดี  ผลเดียวกันนี้จะปรากฏขึ้นหากพฤหัสสถิตอยู่ในราศีมังกร ด้วยเช่นกัน