fbpx

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

14 1

วิธีไหว้องค์ไท้ส่วยเอี๊ยในสมัยโบราณ

โดยปกติมักจะไหว้เมื่อวันขึ้น 1 ค่ำเดือนอ้าย ตามปฏิทินจันทรคติของจีนหรือวันตรุษจีน และขึ้นแปดค่ำเดือนอ้าย (เจี่ยง้วยชิวโป็ย)  แต่อย่างไรก็ตามเรายังประกอบพิธีไหว้บูชาขอพรหรือให้ปัดเป่าเคราะห์ร้ายได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน โดยมากมักจะเลือกเป็นวันพระจีน คือ “ชิวอิก” “จับโหงว”หรือวันขึ้น ๑ ค่ำและวันขึ้น ๑๕ค่ำจีน  โดยในสมัยก่อนมีธรรมเนียมการไหว้ดังนี้

ในวันขึ้นแปดค่ำเดือนอ้าย เรียกว่าพิธี “ซุนแช” หรือไหว้ดาวนพเคราะห์ ในตอนกลางคืนผู้คนก็จะไปวัดหรือศาลเจ้าในลัทธิเต๋าแล้วทำพิธีสวดมนต์บูชาดาวเคราะห์ โดยใช้ตะเกียงจุดบูชา และเซ่นไหว้ด้วยอาหารเจ หรือผลไม้สดต่าง ๆ  และมีนักพรตเต๋ามาทำพิธีประสาทพร ให้อยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายรุ่งเรือง ปัดเป่าเคราะห์ร้ายต่าง ๆ   ให้กับผู้คนที่มาร่วมพิธี   แต่หากไม่สามารถไปประกอบพิธีดังกล่าวได้ก็มักจะทำพิธีอยู่ที่บ้าน โดยตั้งโต๊ะบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน ผลไม้ต่าง ๆ และน้ำบริสุทธิ์ แล้วก็จะจุดตะเกียงบูชาไว้ 108 ดวง หรือ 49 ดวง ตามสะดวก แล้วอธิษฐานขอพร ให้ทำมาค้าขึ้น  มีโชคมีลาภ ปัดเป่าเคราะห์ร้ายและเภทภัยทั้งหลาย จากนั้นนำตะเกียงที่บูชาไปไว้ตามห้องต่าง ๆ  ของบ้านจนทั่วทั้งบ้าน และหากใครในบ้านตกเกณฑ์เคราะห์หรือชงกับไท้ส่วยประจำปี จะต้องถูกห้ามออกจากบ้านในคืนวันนั้น แล้วจะให้คนนั้นเฝ้าตะเกียงจนดับทั้งหมดเสียก่อนแล้วจึงจะเข้านอนหรือออกจากบ้านได้

วิธีการไหว้ไท้ส่วยประจำดวงชาตา

ในปีใดเมื่อมีการชงไท้ส่วยหรือตกเกณฑ์ร้ายที่เป็นปรปักษ์กับไท้ส่วยไม่ว่าจะเป็น เห็ง สั่ว ฯลฯ ในดวงชาตา  ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น ก็จะประกอบพิธีกรรมเซ่นไหว้ไท้ส่วยประจำปีเกิดและองค์ไท้ส่วยจรเพื่อขอความคุ้มครองขจัดปัดเป่าเภทภัยร้ายในดวงชาตาให้บรรเทาเบาบางลงไป ซึ่งได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น  ส่วนในปัจจุบันชาวจีนทั่วไปในประเทศจีน ไต้หวัน และฮ่องกงมักจะประกอบพิธีดังนี้

 

วิธีไหว้ไท้ส่วยประจำปีเกิด

หากเราทราบชื่อท่านใดเป็นไท้ส่วยประจำปีเกิดเราแล้วให้เขียนชื่อไท้ส่วยองค์นั้นใส่กรอบตั้งไว้ที่หิ้งบูชา สำหรับอฐิษฐานขอพรจากท่านตลอดปี ให้ทำมาค้าขึ้น ชีวิตปราศจากอุปสรรค มีโชคลาภให้ทำการเซ่นไหว้ในวันพระจีนคือขึ้น ๑ ค่ำและ ๑๕ ค่ำ ส่วนการไหว้ควรใช้ธูป ๕ ดอก เทียนเหลือง ๑ คู่น้ำเปล่า ๕ ถ้วยเท่านั้น

 376c68cbed4df77bc9c115d7afbf2b52

วิธีไหว้ไท้ส่วยปีจร

แต่สำหรับปีใด ปีเกิดกับปีจรตกเกณฑ์ที่เป็นปรปักษ์กับไท้ส่วยแล้วละก็  ควรจะทำการเซ่นไหว้บูชาตามธรรมเนียมแต่โบราณ  โดยไหว้ตามศาลเจ้าดังนี้ คือ

(1)       หากท่านตกเกณฑ์ “ชง”หรือ “คัก” ให้ไปไหว้เทพไท้ส่วยที่วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดทางนิกายจีนหรือศาลเจ้าอื่น ๆ ที่มีการประดิษฐานองค์ไท้ส่วย

(2)       เกณฑ์ “เฮ้ง หากปีใดตกเกณฑ์นี้ให้ไหว้ เทพกวนอู ที่ศาลเจ้ากวนอู ที่สะดวกใกล้บ้าน

(3)       เจ้าชาตาใดประสบกับเกณฑ์ “ผั่ว  ” และ “ไห่  ” นี้ควรจะไหว้เทพ “ปึงเถ้ากงม่า”หรือศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ที่ใดก็ได้

โดยให้กระทำในวันตรุษจีนหรือขึ้น 1 ค่ำเดือนอ้าย หรือจะให้ได้ผลดีที่สุดควรจะเป็นขึ้นแปดค่ำเดือนอ้าย (จีน)

ปัจจุบันมีเครื่องเซ่นไหว้จัดไว้เป็นชุด เครื่องเซ่นไหว้จะใช้ผลไม้ พร้อมกับน้ำบริสุทธิ์  มีอั่งเทียบ[1]เอาไว้เขียนชื่อนามสกุล และเขียนวันเดือนปีเกิด ของเจ้าชาตา พร้อมกับคำอธิษฐานขอพร และหงิ่งเติ๋ย 20 ชุด ไว้ปัดตัวเท่าอายุและบวกเพิ่มอีกหนึ่ง เช่นอายุ ๓๐ ปีก็ปัดตัว ๓๑ ครั้ง โดยปัดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไล่จากบนลงล่าง แล้วนำไปเผาไฟและจะต้องจัดเตรียมของเซ่นไหว้ดังนี้

๑)     ธูป ๑๙ ดอก

๒)    เทียนเหลือง ๑ คู่

๓)    หงิ่งเตี๋ย ๑๒ คู่ หากปีใดมีเดือนซ้ำกันสองหนหรือปีอธิกมาสแบบจีน (ลุ่นเย่ว) จะต้องเพิ่มเป็น ๑๓คู่

๔)    เทียงเถ้าจี้ ๑ ชุด

๕)    กิมหงิงเต้า ๑ คู่

๖)     ส้ม ๕ ผล

๗)    น้ำเปล่า ๕ ถ้วย

๘)    อั่งเทียบ เขียนชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด และเขียนคำขอพร

โดยทั้งหมดนี้อาจจะทำการไหว้ที่บ้าน หรือกลางแจ้ง หรือที่ศาลเจ้าต่างๆก็ได้  เสร็จแล้วให้นำกระดาษข้อ 3ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 8ไปเผาไฟ  -หากจะไหว้ผลไม้หรือจะเพิ่มอาหารเจมากกว่านี้ก็ได้แต่ต้องเพิ่มเป็นสิ่งละ 5 อย่างและข้อสำคัญห้ามไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยด้วย อาหารคาว และสุราอย่างเด็ดขาด

 

สถานที่ไหว้และวิธีปฏิบัติ

เกณฑ์ (คัก) และ ชง [2]

หากปีใดตกเกณฑ์ “ชง”หรือ “คัก” ให้ไปไหว้เทพไท้ส่วยที่วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดทางนิกายจีนหรือศาลเจ้าอื่น ๆ ที่มีการประดิษฐานองค์ไท้ส่วย เนื่องจากเกณฑ์นี้ตามหลักโหราศาสตร์จีนจะประสบกับชาตาร้ายค่อนข้างหนัก ควรจะบำเพ็ญบุญในทางพุทธศาสนาด้วย จะเหมาะที่สุด อย่าลืมว่าเกณฑ์นี้อย่างน้อย 6 หรือ 12 ปีมีครั้งเดียว หากมีเคราะห์ก็จะเป็นเคราะห์ใหญ่มาก ควรจะถือโอกาสนี้ทำบุญครั้งใหญ่ในชีวิต และให้พกฮู้ไท้ส่วยประจำปีติดตัวไว้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังควรต้อง

1. ทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์อย่างน้อย 4 ครั้งขึ้นไป โดยอาจจะถวายสังฆทานเดือนหรือสองเดือนสักครั้ง จนครบ 4 ครั้งตลอดปี หรือจะใส่บาตรพระเท่าอายุก็ได้

2. การปฏิบัติบูชา ส่วนนี้สำคัญมากในการแก้ไขสะเดาะเคราะห์ดวงชาตา ให้ถือศีลกินเจ หรือสมาทานอุโบสถศีล อย่างน้อยให้ได้เท่าอายุ เช่น อายุ 30 ปีก็ควรจะถือศีล ให้ได้อย่างน้อย 30 วันใน 1 ปี โดยอาจจะปฏิบัติครั้งละ 3 วันหรือ 5 วันก็ได้ตามความสะดวก  จนครบ 30 วัน  หากสามารถทำได้อย่างนี้แล้วโชคร้ายจะกลับกลายเป็นดี เทวดาทั้งหลายจะให้ความคุ้มครอง ตลอดปี ลาภผลที่เคยหายไปจะกลับมา และเป็นการเสริมสะสมให้แก่ดวงชาตาไว้ในปีต่อไปอีกด้วย  หากปฏิบัติได้ตามนี้แล้ว พระโพธิสัตว์และเทพยดาทั้งหลายจะมาปกปักษ์คุ้มครองรักษา ส่งเสริมอาชีพการงานให้เจริญรุ่งโรจน์อย่างยิ่ง นอกจากนี้การเงินรายได้จะเพิ่มพูนมากขึ้น เป็นปีที่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของดวงชาตา  ถ้าหากเจ้าชาตาต้องการให้เปลี่ยนไปในทางดีต้องปฎิบัติให้ได้   และปีนี้ให้งดทำบาปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต คดโกง เลี้ยงชีพผิดศีลธรรม สิ่งเหล่านี้ให้งดเด็ดขาด ใครละเมิดข้อนี้มักจะได้รับเคราะห์ร้ายอย่างแรง และได้รับผลรวดเร็วมาก