fbpx

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

Yogakaraka Garh 63

ดาวโยคการกะ-ดาวที่ให้คุณเป็นพิเศษในดวงชาตา(เฉพาะบางลัคนา)

สำหรับการวินิจฉัยดวงชาตาในเบื้องต้น หลักทฤษฎีของดาวเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งเป็น”โยคการก” (อ่านว่า โย-คะ-กา-ระ-กะ) योगकारक ग्रह เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในโหราศาสตร์พระเวทภารตะ คล้ายๆกับหลักตัดสินคุณ-โทษของดาวเคราะห์ตามหลักทักษาแบบไทย เช่นว่า คนดวงคนนี้ดาวอะไรเป็น “ศรี มนตรี เดช” ในดวงชาตา

แต่สำหรับโหราศาสตร์ภารตะ ทฤษฎีนี้จะพิจารณาจากราศีหรือลัคนากำเนิดของเจ้าชาตาเป็นหลัก ซึ่งเรียกว่า "ดาวเคราะห์โยคการกะ" หรือบางทีก็เรียกว่า “ราชาโยคการกะ” หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆว่าเป็นดาว”โชคอุปถัมภ์” ซึ่งมีเฉพาะบางราศี โดยอยู่นอกเหนือจากหลักพิจารณาการให้คุณโทษจากการได้ตำแหน่ง อุจน์ เกษตร มูลตรีโกณ หรือดาวเจ้าเรือนศุภสถานะ-ทุสถานะ (จะอธิบายแยกต่างหากอีกที)

"ดาวเคราะห์โยคการกะ" หรือดาวโชคอุปถัมภ์นี้ไม่ได้มีทุกราศีหรือทุกดาวเคราะห์ ซึ่งหลักการนี้คำนวณมาจากเจ้าเรือนที่ 5 และที 10 หรือเจ้าเรือนที่ 4และที่ 9 ,หรือที่ 4และที่ 5 ,หรือที่ 9และที่ 10 ของลัคนาราศีต่างๆ หรืออธิบายง่ายๆว่ามาจากดาวเคราะห์ที่เป็นทั้งเจ้าเรือนเกณฑ์และตรีโกณที่ เป็นดาวดวงเดียวกัน(ยกเว้นราศีพิจิก) และเป็นหนึ่งในทฤษฎีของดาวเคราะห์ที่ประกอบเป็นรูป”ราชาโยค”ประเภทหนึ่ง

โดยดาวเคราะห์โยคการกะนี้จะให้คุณเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในการเสริมโครงสร้างของดวงชาตาให้เข้มแข็ง ไม่ลำหักลำโค่นง่ายๆ มีรากฐานมั่นคง มีผู้สนับสนุนค้ำชู ดวงชนิดนี้จะกลายเป็นคนดวงแข็งตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ และจะมีอำนาจมากซึ่งมาจากอิทธิพลของเรือนเกณฑ์ (วิษณุสถาน) และมีทรัพย์สินมากจากอิทธิพลของเรือนตรีโกณ (ลักษมีสถาน)

ดาวเคราะห์ที่เป็นโยคการกะ ในราศีต่างๆมีดังนี้

1.ราศีเมษ -ไม่มีโยคการกะ
2.ราศีพฤษภ-ดาวเสาร์-เป็นดาวโยคการรก เพราะเป็นทั้งเจ้าเรือนที่ 9 (ราศีมังกร)และที่ 10 (ราศีกุมภ์) หากใครมีลัคนาสถิตย์ราศีพฤษภ ดาวเสาร์ก็จะให้คุณสูงมากแก่ดวงชาตาและไม่ให้โทษรุนแรงเหมือนคนราศีอื่นๆ ยิ่งถ้ากุมลัคน์แล้วย่อมให้คุณมหาศาล (ของโหรไทยเรียกดาวเสาร์ตำแหน่งนี้ว่า-มหาจักร) หรือแม้ดาวเสาร์สถิตย์ในตำแหน่งอื่นๆในดวงชาตาก็จะให้คุณแก่ความหมายของ เรือนนั้นๆ และหากดาวเสาร์ในดวงชาตาได้ตำแหน่งดีๆเช่น เป็นเกษตร เป็นมูลตณีโกณ เป็นอุจน์ ในราศีหรือในนวางศ์ โดยไม่วิกลคติ(พักร-มณฑ์-เสริด) ไม่เป็นอัสตะ(ดับ) และไม่ถูกเบียฬจากดาวคู่ศัตรูแล้วก็ยิ่งให้คุณสูงเป็นทวีคูณ
หรือดาวเสาร์ได้กำลังจากทฤษฎีอื่น ๆ เช่น ทฤษฎีษัฑพละที่ว่าด้วยกำลังของดาวเคราะห์ หากเจ้าชาตาเกิดในเวลากลางคืน (ได้กำลังจากกาละพละ) หรือ มีดาวเสาร์สถิตย์ในเรือนที่ 7 (ได้กำลังจากทิคะพละ) ก็จะเสริมกำลังในการให้ผลดีจากดาวเสาร์มากขึ้น
3.ราศีมิถุน-ไม่มีดาวโยคการกะ
4.ราศีกรกฏ-ดาวอังคาร-เป็นดาวโยคการกะ เพราะเป็นทั้งเจ้าเรือนที่ 5 และที่ 10 (พิจิก-เมษ) อธิบายเหมือนราศีพฤษภ
5.ราศีสิงห์-ดาวอังคาร-เป็นดาวโยคการก เพราะเป็นทั้งเจ้าเรือนที่ 4 และที่ 9 (พิจิก-เมษ) อธิบายเหมือนราศีพฤษภ
6.ราศีกันย์-ไม่มีดาวโยคการกะ
7.ตุลย์-ดาวเสาร์-เป็นดาวโยคการก เพราะเป็นทั้งเจ้าเรือนที่ 4 และที่ 5 (มังกร-กุมภ์) อธิบายเหมือนราศีพฤษภ

8.พิจิก-ดาวจันทร์+ดาวทิตย์ หากสถิตย์หรือทำมุมร่วมกัน จะเป็นดาวโยคการกเพราะเป็นทั้งเจ้าเรือนที่ 9 และที่ 10 (กรกฏ-สิงห์) กฎต่างดาวเคราะห์ร่วมกันมีเฉพาะในราศีพิจิกเท่านั้น
9.ราศีธนู-ไม่มีดาวโยคการกะ
10.ราศีมังกร-ดาวศุกร์-เป็นดาวโยคการก เพราะเป็นทั้งเจ้าเรือนที่ 5 และที่ 10 (พฤษภ-ตุลย์) อธิบายเหมือนราศีพฤษภ
11.ราศีกุมภ์-ดาวศุกร์-เป็นดาวโยคการก เพราะเป็นทั้งเจ้าเรือนที่ 4 และที่ 9 (พฤษภ-ตุลย์)อธิบายเหมือนราศีพฤษภ
12.ราศีมีน-ไม่มีดาวโยคการกะ

สรุปความว่า กฎเกณฑ์นี้สามารถนำมาวินิจฉัยดวงชาตาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมาก โดยเฉพาะดูว่าดวงนี้มีหลักทรัพย์หลักฐานมั่งคงหรือไม่ หากมีดาวเคราะห์โยคการกะที่ให้คุณในดวงชาตากำเนิด สถิตย์ในตำแหน่งที่ให้คุณแก่ดวงชาตา อย่างน้อยก็ต้องถือว่ามาจากในตระกูลที่มีหลักฐานมั่งคงมีพื้นฐานครอบครัวดี และสามารถต่อยอดพัฒนาชีวิตให้ก้าวหน้าไปจากรากฐานที่มีอยู่เดิมได้เป็นอันมาก มีผู้อุปถัมภ์ค้ำชูอีกทั้งจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆเป็นอย่างสูง