fbpx

Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวท และได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 11 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

Upagrahas effect Part 4

ปะริเวษะ (परिवेष) หรือ ปะริธิ(परिधि)  เป็นดาวอุปเคราะห์ดวงที่ 3 ในกลุ่มธูมะ ซึ่งในคัมภีร์ปุราณะ पुराण และอิติหาสะ इतिहास หมายถึง "วงรอบ" จำนวนหลายพันวงกำลังห้อมล้อมดวงอาทิตย์ ซึ่งใน “ศิวะปุราณะ” शिव पुराण  บรรยายว่า..ดังที่พระพรหมได้กล่าวกับพระนารทฤษีว่า “เมื่อวีระภัทระ वीरभद्र ออกเดินทางเช่นนี้ พระทักษะ दक्ष  และเทวดาเห็นลางร้าย [... ] เห็นพระอาทิตย์ถูกบดบังจนมืดมนและน่ากลัวด้วยวงกลมนับพันรอบ (ปะริเวษะ)”

คัมภีร์ปุราณะ ( पुराण) แปลว่า เก่าแก่, โบราณ และหมายความถึงวรรณคดีอินเดียที่ครอบคลุมเนื้อหาจำนวนมาก โดยเฉพาะตำนานต่างๆและตำนานพื้นถิ่นอื่นๆ คัมภีร์ปุราณะในแต่ละเรื่องนั้นว่ามีความซับซ้อนเชิงสัญลักษณ์ในหลากหลายแง่มุม

ในอีกมุมหนึ่ง คัมภีร์ปุราณะก็เปรียบเสมือนสารานุกรม เนื่องจากได้รวบรวมองค์ความรู้ต่างๆไว้  อาทิ ทฤษฎีการกำเนิดจักรวาล จักรวาลวิทยา วงศาวิทยาของเทพเจ้าต่าง รวมทั้งกษัตริย์และวีรบุรุษต่างๆ ฤๅษีและมหาฤๅษี สัตว์ในเทวะตำนาน นิทานปรัมปรา การจาริกแสวงบุญ วิหารต่างๆ การแพทย์ ดาราศาสตร์ ไวยากรณ์ แร่วิทยา เทวะวิทยา และปรัชญาต่างๆ ฯลฯ

ศิวะ ปุราณะ (शिव पुराण) เป็นหนึ่งใน 18 ปุราณะ ใช้ภาษาสันสกฤตเป็นหลักและเป็นส่วนหนึ่งของวรรณกรรมของไศวะนิกาย ซึ่งกล่าวถึงเรื่องราวของพระศิวะ และ พระนางปาราวตีเป็นหลัก แต่ก็กล่าวอ้างอิงและให้ความสำคัญกับเทพเจ้าทั้งหมด

อิติหาสะ (इतिहास) คือ วรรณคดีโบราณของอินเดียกล่าวถึงเรื่องของวีรชน โดยเฉพาะหมายถึงเรื่องมหาภารตะในทางประวัติศาสตร์ประกอบด้วยมหาภารตะและรามายณะ

วีรภัทระ(वीरभद्र) หมายถึง วีรบุรุษผู้โดดเด่น แต่เป็นปางดุร้ายและน่ากลัวของพระศิวะ  ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากความโกรธของพระศิวะ

พระทักษะ(दक्ष) พระทักษะเป็นโอรสของพระพรหม เกิดออกมาจากนิ้วหัวแม่มือด้านขวาของพระพรหม พระทักษะทรงมีชายา2พระนาง ได้แก่พระนางประสูติ กับพระนางปัญจชนี

 

ผลดี-ร้ายของดาวอุปเคราะห์ปะริเวษะ มีดังนี้

3.ปะริเวษะ (परिवेष) เป็นบุตรของพระจันทร์ หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ปะริธิ(परिधि)  ซึ่งในภาษาสันสฤตคำว่า “ปะริเวษะ” แปลว่า วงกลม, รัศมี ,รั้ว ,กรง หรือเส้นรอบวง การสังเวย การบูชายัญ,รัศมีรอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ หรือแปลว่า มงกุฏ

และต่อไปนี้จะกล่าวถึงผลดี ผลร้ายของดาวอุปเคราะห์ปะริเวษะ ที่สถิตในเรือนต่างๆ ในดวงชะตา ซึ่งอ้างอิงจากคัมภีร์พฤหัตปะราศะระ โหราศาสตรา อัธยายะที่ 25 ได้กล่าวไว้ดังนี้

เรือนที่ 1 : เจ้าชะตาจะเป็นคนรักการเรียนรู้ สัตย์จริง มีนิสัยรักสงบ มั่งคั่งร่ำรวย มีบุตรดี จิตใจบริสุทธิ์ ใจบุญ เป็นที่รักของผู้ใหญ่

เรือนที่ 2 : เจ้าชะตาจะเป็นคนมั่งคั่ง ร่ำรวย มีเสน่ห์ ชีวิตมีแต่ความสุข   มีศีลธรรม เป็นเจ้าคนนายคน

เรือนที่ 3 : เจ้าชะตาจะเป็นคนรักภรรยา มีเสน่ห์ เคร่งศาสนา อัธยาศัยดี เป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น  นอบน้อม เคารพผู้มีอาวุโสสูงกว่า

เรือนที่ 4: เจ้าชะตาจะเป็นคนที่น่าอัศจรรย์ ไร้ศัตรู  จิตใจดี เพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่ง และมีทักษะในการขับร้อง

เรือนที่ 5: เจ้าชะตาจะเป็นคนมั่งคั่ง ร่ำรวย  มีคุณธรรม รูปร่างสง่างาม มีเสน่ห์  เคร่งศาสนา และเป็นที่รักของภรรยา

เรือนที่ 6: เจ้าชะตาจะเป็นคนมั่งคั่ง ร่ำรวย มีชื่อเสียง มีบุตรชายที่ดี และชีวิตเต็มไปด้วยความสุข ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และมีความสามารถในการพิชิตศัตรู

เรือนที่ 7 : เจ้าชะตาจะมีบุตรน้อย หรือไร้บุตร ไม่มีความสุข มีสติปัญญาแบบธรรมดาสามัญ  เป็นคนใจแข็ง  ภรรยาจะเจ็บป่วยเนืองๆ

เรือนที่ 8 : เจ้าชะตาจะเป็นคนแสวงหาความสุขทางจิตวิญญาณ มีจิตใจที่สงบ ร่างกายแข็งแรง มีการตัดสินใจที่แน่วแน่ เคร่งศาสนาและมีกิริยาสุภาพ

เรือนที่ 9 : เจ้าชะตาจะมีบุตรหลานดี ชีวิตมีแต่ความสุข ฉลาด ร่ำรวย  กิเลสตัณหาเบาบาง มีเกียรติยศ

เรือนที่ 10 : เจ้าชะตาจะเชี่ยวชาญในศิลปะ ชอบความสนุกสนานเพลิดเพลิน ร่างกายแข็งแรง ชอบการเรียนรู้และเชี่ยวชาญในทุกศาสตร์

เรือนที่ 11: เจ้าชะตาจะเพลิดเพลินและเสวยความสุขกับสตรีมากหลาย แต่รักคุณธรรม เฉลียวฉลาด เป็นที่รักของผู้คน  และแต่ต้องทนทุกข์ทรมานจากระบบ ย่อยอาหาร ธาตุไฟพิการ

เรือนที่ 12: เจ้าชะตาจะต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด อนาถ ยากไร้ ขาดความมั่นคงและจะทำให้ญาติเสียเกียรติ

**สังเกตว่าตำแหน่งทั้งหมดของปะริเวษะจะให้ผลดีเกือบทุกเรือน ยกเว้นเรือนที่ 7 และ 12 ที่จะให้ผลร้าย