fbpx

Website บริการฤกษ์มงคลชั้นสูงของโหรภารตะ ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 10 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

Hora Gemstones

 

ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของอารยธรรม  มนุษย์รู้ดีว่าอัญมณีมีความหมายในแง่ของอภิปรัชญาแล้ว ก็ยังมีพลังงานที่ส่งผลดีโดยรวมต่อร่างกายและจิตวิญญาณของมนุษย์ วัฒนธรรมโบราณที่สำคัญทั้งหมด เช่น ในยุคของพระเวท หรือในอารยธรรมมายา อียิปต์และกรีก ก็ได้ใช้ก้อนหินที่มีสีสันงดงามและแวววาวเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และการบำบัดรักษา  แต่ในสมัยปัจจุบันแนวคิดเกี่ยวกับการใช้อัญมณี กลับเป็นเพียงแค่เครื่องประดับและสิ่งที่แสดงถึงความมั่งคั่งแต่เพียงอย่างเดียว  และถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของของแนวคิดของการใช้อัญมณีนี้ แต่ก็กลับมีเหตุผลอันลี้ลับอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้อัญมณีนอกจากจะแลดูแพรพราวสุกสกาวและงดงามแล้ว ก็ยังมีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติที่เราอาจคาดไม่ถึง 

ในอินเดียโบราณมีการเขียนตำราภาษาสันสกฤตจำนวนมากที่เกี่ยวกับอัญมณีศาสตร์ โดยมีตำรา รัตนะปะรีกษะกะ( रत्नपरीक्षक ) และ ตำรามณี-มาลา  ( मणि-माला ) ซึ่งเป็นตำราให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทางด้านอัญมณีศาสตร์ล้วน ๆ  

ส่วนนอกจากนี้ก็ยังมีตำรา คระหะ รัตนะ ชโยติษี   ( ग्रह रत्न ज्योतिषी ),  คัมภีร์คะรุฑะ ปุราณะ  ( गरुड़ पुराण), คัมภีร์พฤหัตสัมหิตา (बृहत्संहिता), คัมภีร์อัคนิ ปุราณะ (अग्नि पुराण) ก็เป็นตำราด้านอัญมณีศาสตร์ที่สัมพันธ์กับดาวเคราะห์ต่างๆในโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)

ดังที่เราทราบกันแล้วว่าตามหลักโหราศาสตร์พระเวทระบุว่า มีอัญมณี 9 อย่างที่เป็นสื่อพลังกับดาวเคราะห์ทั้ง 9 โดยตรงก็คือ

 “อัญมณี” ได้มีการกล่าวถึงอย่างชัดเจนในหลาย ๆ แห่งในคัมภีร์พระเวท เช่น ได้กล่าวไว้ว่า "มีความมันวาวด้านใน, มีความโปร่งใส, แสงผ่านได้ มีการส่องสว่างด้วยจากแสงภายนอก, มีประกายแวววาว, บริสุทธิ์สะอาดไร้มลทิน และ มีรูปทรงสวยงาม  ซึ่งเป็นลักษณะของอัญมณีที่ดี" (อัคนี ปุราณะ ,โศลกที่ 246.13-14)

"อัญมณีที่ไม่ดี ก็คือ มีผิวขรุขระ มีรอยแตกร้าวอยู่ภายใน มีรอยขีดข่วน หรือมีการปนเปื้อน และไม่มันวาว ไม่มีประกาย ผิวหยาบ หม่นหมองหรือ มีสสารหรือแร่ธาตุอื่นปะปน แม้ว่าอัญมณีเหล่านี้อาจมีคุณสมบัติตรงกับคุณลักษณะของอัญมณีชนิดนั้นๆก็ตาม ก็ถือว่าไม่เป็นมงคล" (คะรุฑะ ปุราณะ ,โศลกที่ 70.18)

"หากอัญมณีที่มีคุณลักษณะที่ดี ย่อมทำให้เกิดความโชคดีความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จ อีกทั้งยกฐานะตนให้สูงส่งยิ่งขึ้น แต่หากอัญมณีมีลักษณะที่เลว มีตำหนิ ย่อมหมายถึงสิ่งเลวร้าย ภัยพิบัติและนำโชคร้ายมาสู่ผู้ครองครอง ดังนั้นผู้ที่ใช้อัญมณีในการเสริมดวงชาตาก็ต้องควรตรวจสอบลักษณะให้ดี เพราะโชคดีหรือร้ายขึ้นอยู่กับอัญมณีที่ตนเองสวมใส่" (คัมภีร์พฤหัสสังหิตา โศลกที่ 80.1-3)

"ถ้าหากใครสวมอัญมณีที่มีตำหนิหลายตำแหน่ง เช่น แตกร้าว ประกายหม่นหมอง หรือมีธาตุอื่นเจือปน ย่อมทำให้ผู้ที่สวมใส่ เกิดความเศร้าหมอง ความวิตกกังวล ความเจ็บป่วย ความตาย การสูญเสียทรัพย์สมบัติและความอัปมงคลอื่น ๆ และจะทำให้ผู้สวมใส่ต้องทนทุกข์ทรมาน" (คะรุฑะ ปุราณะ ,โศลกที่ 70.19)
 
“มรกตกับสิ่งเจือปน” ได้มีการอ้างอิงจากตำราภาษาสันสกฤตอ้างว่าการมีสิ่งเจือปนในมรกตถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ และตราบใดที่สิ่งเจือปนนั้นไม่เบี่ยงเบนแสง หรือมีผลกับความโปร่งใสและความงามโดยรวมของมรกต


การนำมาใช้เสริมดวงชาตา หรือ แก้ไขดวงชาตา โดยใช้อัญมณี

ในดวงชาตาของเรานั้น ย่อมต้องมีดาวเคราะห์ที่แทนตัวเราเอง เช่น ดาวเจ้าเรือนลัคนา และดาวเคราะห์ที่ให้คุณให้โทษ ต่างๆ ในพื้นดวง สำหรับการเสริมดวงชาตาโดยทั่วไปมักจะใช้ดาวเคราะห์เจ้าเรือนลัคนาเป็นหลักในการพิจารณาเลือกหาอัญมณีที่เกี่ยวข้องกับดาวนั้นๆมาเสริมดวงชาตา เช่น เจ้าชาตาเกิดลัคนาเมษ เจ้าเรือนเกษตรราศีเมษก็คือดาวอังคาร ดังนั้นเราก็ควรที่จะสวมใส่อัญมณีประจำดาวอังคารเช่น ปะการังแดง เป็นต้น เพื่อเป็นการเสริมดวงชาตาให้เจริญรุ่งเรือง

สำหรับกรณีในการแก้ดวงชาตา หากพบว่าในพื้นดวงชาตามีดาวเคราะห์ที่ให้โทษ หรือ สถิตย์ในตำแหน่งที่ไม่ดี  เช่น ดาวเคราะห์เป็นนิจ ถูกโยคเกณฑ์จากดาวร้าย หรือเป็นดาวดับเพราะรัศมีอาทิตย์ หรือ ดาวดวงนั้นถูกโยคเกณฑ์ร้ายจากดาวจร หรือดาวร้ายนั้นเสวยแทรกอายุ ในระบบวิมโษตรีทศา เราก็สามารถนำอัญมณีที่สื่อถึงดาวนั้นๆมาสวมใส่  ซึ่งเป็นการแก้เคล็ด หรือ (ครหะศานติ)  และช่วยแก้ไขดวงชาตาจากร้ายกลายเป็นดี  ซึ่งวิธีการนี้นักโหราศาสตร์ได้นำมาใช้แก้ไขดวงชาตามาหลายพันปีแล้ว และปรากฏว่าได้ผลดี จนได้มีการสืบทอดวิชานี้มาจนถึงปัจจุบัน

สรุปเรื่องโหรา-อัญมณีศาสตร์  อัญมณีที่เป็นตัวแทนของดาวเคราะห์ควรมีความคมชัดไร้ที่ติ มีสีสรรที่ดึงดูดสายตา มีเหลี่ยมมุมของการเจียรไนที่ดี และให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล หรือ แสดงถึงความมีชีวิต  ซึ่งสามารถที่จะรู้สึกได้ด้วยตัวของเราเอง

การที่เลือกอัญมณีนั้น ตามกฎทั่วไปแนะนำว่าอัญมณีนั้นมีคุณภาพดีที่สุดและราคาไม่แพงและมีขนาดยิ่งใหญ่ยิ่งดี

ส่วนการใช้อัญมณีทางเลือกก็มีการนำมาใช้เช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอัญมณีที่มีราคาแพง และมีขนาดมากกว่าสองกะรัต เช่นเพชรและทับทิม อย่างไรก็ตามพบว่าอัญมณีทางเลือกนั้นให้ผลเบาบางและน้อยกว่าอัญมณีหลัก

กรุณาดูในรายละเอียดด้านล่าง ที่เกี่ยวข้องกับอัญมณีหลักและดาวเคราะห์ และอัญมณีทางเลือก โลหะที่นำมาทำตัวเรือน และนิ้วมือที่ใช้ในการสวมแหวน

(1) ดาวอาทิตย์ อัญมณีประจำดาวก็คือทับทิม (RUBY) ,ตัวเรือน-ทองคำ  ,นิ้ว-ชี้   ,อัญมณีทดแทน-  Rhodolite garnet, red spinel

(2) ดาวจันทร์ อัญมณีประจำดาวก็คือไข่มุก (PEARL) ,ตัวเรือน-เงิน ,นิ้ว- ชี้  ,อัญมณีทดแทน- Moonstone

(3) ดาวอังคาร อัญมณีประจำดาวก็คือ ปะการังแดง (RED CORAL) ,ตัวเรือน-ทองคำ ,นิ้ว-ชี้   ,อัญมณีทดแทน- Carnelian

(4) ดาวพุธ อัญมณีประจำดาวก็คือ มรกต (EMERALD) ,ตัวเรือน-ทองคำ  ,นิ้ว-ก้อย ,อัญมณีทดแทน- Peridot, chrysoprase, jade, green tourmaline

(5) ดาวพฤหัสบดี อัญมณีประจำดาวก็คือ บุษราคัม (YELLOW SAPPHIRE) ,ตัวเรือน-ทองคำ   ,นิ้ว- ชี้   ,อัญมณีทดแทน- Topaz, citrine

(6) ดาวศุกร์ อัญมณีประจำดาวก็คือ เพชร (DIAMOND) ,ตัวเรือน-ทองคำ ,นิ้ว-กลาง ,อัญมณีทดแทน-White sapphire, damburite, white zircon

(7) ดาวเสาร์ อัญมณีประจำดาวก็คือ ไพลิน (BLUE SAPPHIRE) ,ตัวเรือน-ทองคำ,ทองคำขาว   ,นิ้ว- กลาง  ,อัญมณีทดแทน- Amethyst, blue spinel, iolite

(8) ราหู อัญมณีประจำดาวก็คือ โกเมน (HESSONITE GARNET) ,ตัวเรือน- ทองคำขาว  ,นิ้ว- กลาง  ,อัญมณีทดแทน- Orange zircon

(9) เกตุ อัญมณีประจำดาวก็คือ ไพฑูรย์  (CAT’S EYE CHRYSOBERYL) ,ตัวเรือน-ทองคำขาว ,นิ้ว-  กลาง ,อัญมณีทดแทน- Opal  or  tourmaline cat's eye