fbpx

Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวท และได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 12 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

kemadruma yoga

 

เกมทรุมโยค ถือเป็นโยคร้ายในดวงชาตาที่สำคัญมากโยคหนึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม"อศุภโยค(โยคร้าย)" ซึ่งตามคำนิยามของคัมภีร์โหราศาสตร์พระเวทอธิบายว่า โยคนี้เกิดจะขึ้นเมื่อในดวงกำเนิดของเจ้าชาตา ไม่ปรากฏว่ามีดาวเคราะห์อื่นใดสถิตย์ในตำแหน่งขนาบข้างดาวจันทร์ทั้งสองข้างในดวงชาตากำเนิด  หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆว่าไม่มีดาวเคราะห์ใดใด(ไม่นับดาวอาทิตย์)สถิตย์ในเรือนที่ ๒ และเรือนที่ ๑๒ จากเรือนที่ดาวจันทร์สถิตย์(ชนมจันทร์ หรือ ชนมราศี )

โดย"เกมทรุมโยค"นี้ถือว่าเป็นโยคร้ายแรงและไม่เป็นมงคลแก่ดวงชาตาเป็นอย่างมาก   ซึ่งหากบุคคลใดที่เกิดมามีโยคนี้ในพื้นดวงชาตากำเนิด ก็จะกลายเป็นคนสกปรก ทุกข์เข็ญ ยากจน เป็นคนอนาถาไร้ที่พึ่ง ชอบประกอบกรรมชั่ว กลายเป็นคนชอบคดโกง เจ้าเล่ห์เพทุบาย และเป็นนักหลอกลวงต้มตุ๋น  ซึ่งถึงแม้ว่าหากมีดาวอาทิตย์สถิตย์ในตำแหน่งขนาบข้างของจันทร์(เรือนที่ 2 หรือ 12 )แทนก็จะไม่มีผลใดใด และก็ไม่ได้ทำให้โยคนี้เปลี่ยนแปลง หรือลบล้างผลร้ายไปได้ (เพราะอาทิตย์ในไม่ใช่ดาวเคราะห์ตามความหมายนี้)  นอกจากนี้โยคนี้ยังจะทำให้เกิด"ราชาโยคภังคะ" (ภังคะ -เป็นโมฆะ) ซึ่งจะทำลายผลดีของราชาโยคทั้งหมดที่มีอยู่ในดาวชาตา(ถ้ามี)   นอกจากนี้ยังมีมติของโหราจารย์ ศรุตกีรติ คุรุแห่งอัครา ท่านกล่าวว่า"เกมทรุมโยค"นี้เกิดขึ้นได้อีกเช่นกันถ้าหากไม่มีดาวเคราะห์ใดใดสถิตย์ในเรือนที่ 4 และเรือนที่ 10 จากดาวจันทร์(ชนมจันทร์)

4578b18bb569b2ff7943272385bb0eb8

หลักการและทฤษฏี

 

โหราศาสตร์พระเวท ท่านให้ความสำคัญอย่างมากกับตำแหน่งดาวจันทร์กำเนิด มีความสำคัญเทียบเท่ากับลัคนา ท่านเรียกว่า ชนมจันทร์ หรือ ชนมราศี ซึ่งถ้าหากไม่รู้เวลาเกิด ซึ่งไม่สามารถคำนวนหาลัคนาได้ ท่านก็ให้เอาจันทร์นี้แหละแทนลัคนา ดังนั้นโยคต่างๆที่กำหนดจากดาวจันทร์จึงมีมากมายหลายร้อยโยค และให้ผลเต็มที่ดุจลัคนา

ในเงื่อนไขของเกมทรุมโยคนี้ ท่านกำหนดว่า หากไม่มีดาวเคราะห์สถิตย์อยู่ในเรือนที่ ๒ และที่ ๑๒ ย่อมทำให้ดวงชาตาอ่อนแอ ไร้ที่พึ่ง ขาดทรัพย์สิน เพราะดเรือนที่ ๒ จากจันทร์ก็คือเรือนกดุมภะ (รายได้-ทรัพย์สิน) และเรือนที่ ๑๒ ก็คือเรือนวินาศ (การใช้จ่าย และการอุปถัมภ์ ช่วยเหลือ ที่พึ่ง) ซึ่งหากขาดดาวเคราะห์ในเรือนที่ ๒ จากจันทร์ก็จะให้เป็นคนไม่มีทรัพย์ หาทรัพย์ไม่ได้ และหากไม่มีดาวเคราะห์ในเรือนที่ ๑๒ ก็จะไม่มีอะไรมาใช้จ่าย แต่อย่างไรก็ตามการที่เราหาเงินทองเองไม่ได้ ก็ยังไม่ได้แปลว่าลำบากยากจนจริงๆนัก เพราะอาจจะมีคนช่วยเหลือ แต่การขาดดาวเคราะห์ในเรือนที่ ๑๒ ก็ยังหมายถึง การขาดที่พึ่ง การอุปถัมภ์ช่วยเหลือ และไร้ที่พึ่ง สรุปว่า เป็นความยากจนข้นแค้น ไร้ที่พึงจริงๆ ตามความหมายของโยคนี้

 

ข้อยกเว้นกฏของ "เกมทรุมโยค"

ผลกระทบด้านร้ายของ เกมทรุมโยค จะไม่เกิดขึ้น หรือโยคร้ายนี้ถูกลบล้างผลร้ายไปในกรณีดังนี้

  • หากดาวจันทร์อยู่ในราศีอุจน์(ราศีพฤษภ) หรือ สถิตย์อยู่ในนวางศ์คู่มิตรกับดาวพฤหัสบดีหรือดาวศุกร์หรือ
  • หากดาวศุกร์สถิตย์อยู่ในเรือนเกณฑ์ได้รับโยคจากดาวพฤหัสหรือ
  • หากเป็นจันทร์เพ็ญ (พระจันทร์เต็มดวง) ร่วมกับดาวศุภเคราะห์ หรือสถิตย์อยู่ในเรือนเกณฑ์และลัคนาได้รับโยคจากดาวพฤหัสหรือ
  • หากมีดาวเคราะห์สถิตย์อยู่ในเกณฑ์กับลัคนาหรือดาวจันทร์
  • หากมีดาวเคราะห์ที่เป็นโยคต่อจันทร์ เช่น มีดาวเคราะห์สถิตในเรือนที่ 2 ที่ 12 หรือเรือนที่ 9 จากดวงจันทร์ เกมทรุมโยคก็จะถูกลบล้างไป
  • หากดาวจันทร์อยู่ในราศีของดาวศุภเคราะห์ เช่นเรือนของดาวพุธ ดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์ถือเป็นดาวเคราะห์ที่เป็นศุภเคราะห์ ก็จะทำให้ผลของเกมทรุมโยคถูกลบล้างไป เช่นกัน

 

ดังนั้น เกมทรุมโยค ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่มีเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น และเจ้าชาตาจะไม่ได้กลายเป็นคนยากจน หรือ คนอนาถานอกจากนี้ยังมีโยคร้ายอื่นๆที่เกิดจากดาวจันทร์ถูกบ่อนเฬียนในดวงชาตาจนทำให้กลายเป็น "ทริทราโยค" (โยคแห่งความยากจน) ซึ่งก็เรียกว่า"เกมทรุมโยค"เช่นกัน ตัวอย่างเช่น

 

  • ดาวจันทร์สถิตย์อยู่ในเรือนเดียวกับดาวราหู หรือดาวเกตุ และได้รับโยคเกณฑ์จากดาวบาปเคราะห์ หรือดาวศุภเคราะห์ที่ได้พ่ายแพ้ใน"ครหยุทธ"** (การต่อสู้กัน-หรือการกุมกันระหว่างสองดาวเคราะห์แบบสนิทองศา)
  • ดาวจันทร์ที่กลายไปเป็นดาวบาปเคราะห์(กสิณจันทร์)สถิตย์อยู่ในเรือนที่ ๘และได้รับอิทธิพลจากดาวบาปเคราะห์(สำหรับเจ้าชาตาที่เกิดในเวลากลางคืน)
  • ดาวจันทร์สถิตย์อยู่ร่วมกับดาวบาปเคราะห์ หรือเสวยราศีหรือนวางศ์บาปเคราะห์และได้โยคเกณฑ์จากเจ้าเรือนที่ ๑๐ (สำหรับเจ้าชาตาที่เกิดในเวลากลางคืน)
  • ดาวจันทร์สถิตย์ในจรราศีและนวางศ์บาปเคราะห์ที่เป็นนวางศ์จรราศีและไม่ได้รับโยคเกณฑ์จากดาวพฤหัสแต่ได้รับโยคเกณฑ์จากดาวคู่ศัตรูแทน
  • ดาวจันทร์ที่กลายเป็นดาวบาปเคราะห์ (กสิณจันทร์) สถิตย์ในนวางศ์นิจ (ราศีพิจิก) ร่วมกับดาวบาปเคราะห์และได้รับอิทธิพลจากเจ้าเรื่อนที่ ๙

 Ef0955ce169460f29cc8d9a25de97535

โหราจารย์มหาเทวะกล่าวใน ธนะไวเวคะ อัธยายะ ของคัมภีร์ชาตะกะ ตัตวะ ที่ท่านรจนาเอาไว้ และได้แสดงโยคแห่งความยากจนเอาไว้ ๑๓ โยค  ซึ่งในจำนวนนี้มีโยคจำนวน ๔ โยคที่มีผลจากดาวจันทร์ คือ -

  • ดาวจันทร์, พฤหัสบดีและดาวเสาร์อยู่ในตำแหน่งที่เป็นเกณฑ์กับลัคนา พร้อมด้วยดาวอังคารและคุลิกาสถิตย์ในเรือนที่ ๕ ที่ ๘ และที่ ๑๒
  • ดาวจันทร์และดาวอาทิตย์สถิตย์ร่วมกันในราศีเดียวกัน แต่สถิตย์ในนวางศ์ของกันและกัน(สลับนวางศ์)
  • ดาวจันทร์และดาวอาทิตย์สถิตย์ร่วมกันในราศีกุมภ์และดาวเคราะห์ดาวอื่นๆทั้งหมดสถิตย์ในราศีนิจ
  • ดาวจันทร์หรือดาวอาทิตย์สถิตย์ร่วมลัคนา หรือทั้งสองสถิตย์ร่วมกันในลัคนา ร่วมหรือได้รับโยคเกณฑ์จาก"ดาวมารกะ"

 

โหราจารย์ รามนุช ผู้รจนา คัมภีร์ภวรถ รัตนากร ได้กล่าวถึงโยคร้ายจำนวน 4 โยคที่ก่อให้เกิดความความยากจน เอาไว้ในคัมภีร์ ดังนี้ -

  • หากเจ้าเรือนลัคนา เจ้าเรือนที่๔ และเจ้าเรือนที่ ๙ สถิตย์รวมอยู่ในเรือนที่๘ จะได้รับความทุกทรมานจากความยากจนตั้งแต่แรกเกิด
  • หากเจ้าเรือนที่ ๒ และที่ ๑๒ สลับเรือนกัน(ราศีปริวรรตน) เจ้าชาตาจะต้องเผชิญกับความยากจนเสมอๆ
  • ถ้าหากเจ้าเรือนที่๒ อยู่เรือนที่๑๒ และ เจ้าเรือนที่ ๙ สถิตย์ในเรือนที่ ๘โดยได้รับโยคเกณฑ์จากดาวมารกะ เจ้าชาตาจะสูญเสียความมั่งคั่งหรือวิบัติเรื่องทรัพย์สินในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
  • นอกจากนี้เจ้าชาตาจะเป็นคนยากจน เมื่อเจ้าเรือนที่ ๕ สถิตย์ในเรือนที่ ๖ และเจ้าเรือนที่ ๙ สถิตย์ในเรือนที่ ๘ โดยได้รับโยคเกณฑ์จากดาวมารกะ

ยังมีโยคเป็นจำนวนมากที่ถูกกล่าวในตำราต่างๆและโยคร้ายเหล่านี้ยังลบล้างผลที่ดีของ"ธนโยค" ผลกระทบจะมากหรือน้อยของโยคก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งหรือความอ่อนแอของดาวเคราะห์ที่ประกอบเป็นรูปโยค  นอกจากนี้ "เรขะโยค" และ"ทริทราโยค" ก็จัดอยู่ในกลุ่มของเกมทรุมโยค

**ผลกระทบในทางร้ายของเกมทรุมโยคจะเบาบางหรือไม่มีผลกระทบเลย จะเกิดได้เฉพาะในกรณีที่ดาวจันทร์ได้รับอิทธิพลหรือโยคเกณฑ์จากดาวเคราะห์ตั้งแต่สองดวงขึ้นไป

-------------------------------------------------------

อภิธานศัพท์

*ดาวมารกะ-หรือมารกะสถาน คือดาวเจ้าเรือนที่ 2 หรือ ที่ 7  ถือเป็นดาวให้โทษ เพราะเป็นเจ้าเรือนมารกะสถานะ เป็นดาวเคราะห์ที่ส่งผลให้เกิดอุปสรรคแก่เจ้าชาตา และเป็นดาวที่กำหนดความตายของเจ้าชาตา

*ครหยุทธ -การต่อสู้กันของดาวเคราะห์ (เคราะห์ยุทธ) คือการกุมกันระหว่างสองดาวเคราะห์แบบสนิทองศา ท่านว่าดาวทั้งสองนี้ให้โทษ หากดาวใดโคจรเสวยองศาไปทางอุตรายันมากกว่า ท่านถือว่าดาวนั้นชนะเคราะห์ยุทธ และได้กำลังจากดาวที่พ่ายแพ้ไปทั้งหมด

*เรขะโยค-โยคแห่งความยากจน โง่เขลา และตระหนี่

*ทริทราโยค -โยคแห่งความยากจน ข้นแค้น

*ธนโยค-โยคที่ทำให้มีทรัพย์สินมาก

-----------------------------------------------------

F42e00499c16c3e9030dc1265d9450a6