fbpx

ติดต่อสอบถามกรุณาแอด Line ID: @astroneemo

  • Slider 1
  • Slider 2
  • Slider 3
  • Slider 4
  • Slider 5
  • Slider 6
  • Slider 7
  • Slider 8

Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวท และได้รับความนิยมสูงสุด เป็นปีที่ 11 แล้ว ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

HuangDi

จักรพรรดิหวงตี้ 黃帝 หรือเซวียนหยวนหวงตี้ หรือจักรพรรดิเหลือง ซึ่งเป็นหนึ่งในสามราชาห้าจักรพรรดิ (三皇五帝) ในยุคโบราณ ตามตำนานกล่าวว่าท่านเป็นบรรพกษัตริย์ในยุคดึกดำบรรพ์ถือประสูติในตระกูลเซวียนหยวน(軒轅氏) มีแซ่ว่ากงซุน(姓公孫)เนื่องจากท่านถือประสูติที่เนินเซวียนหยวน จึงเป็นที่มาของชื่อตระกูลเซวียนหยวน ตำนานได้กล่าวไว้อีกว่าเมื่อท่านประสูติได้เพียงสิบกว่าวันท่านก็สามารถพูดได้เลย

ในวัยเด็กท่านเป็นคนเฉลียวฉลาด และมีไหวพริบปฏิภาณเป็นอย่างมาก ในวัยหนุ่มมีความเก่งกล้าปรีชาสามารถในทุกๆด้านอีกทั้งมีความอดกลั้นอดทนต่อความยากลำบากนาๆประการ ต่อมาเมื่อเติบใหญ่แล้วก็เฉลียวฉลาดปราดเปรื่องกว่าชนทั้งหลาย

*ในสมัยโบราณคำว่า แซ่姓 กับ 氏 ใช้ต่างกัน ซึ่งคำว่า氏 เป็นสาแหรกของแซ่ 姓แต่ในปัจจุบันใช้เป็นความหมายเดียวกัน

**หวงตี้นับเป็นคนสำคัญที่สุดในสามราชาห้าจักรพรรดิ (三皇五帝)ซึ่งได้ชื่อว่าสติปัญญาล้ำเลิศ ประกอบด้วย 1. หวงตี้ (黄帝) 2. จวนซู่ (顓頊) 3. คู (嚳) 4. เหยา (堯) 5. ซุ่น (舜)

 

HuangDi 1

จักรพรรดิหวงตี้ 黃帝

หวงตี้ หรือ จักรพรรดิเหลือง เป็นหนึ่งในกษัตริย์ตามตำนานจีนและวีรบุรุษทางวัฒนธรรม ตำนานระบุว่า จักรพรรดิเหลืองครองราชย์ตั้งแต่ 2697 – 2597  หรือ 2696 – 2598 ปีก่อนคริสตกาล  ตำนานของหวงตี้โดดเด่นอย่างมากในยุคฮั่นกล่าวกันว่าพระองค์เป็นผู้ให้กำเนิดรัฐรวมศูนย์อำนาจ ผู้ปกครองจักรวาล และองค์อุปถัมภ์ศิลปะ พระองค์ได้รับการยกย่องว่าทรงประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจำนวนมาก และปัจจุบันได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ริเริ่มอารยธรรมจีน และกล่าวกันว่าเป็นผู้บรรพบุรุษของชาวจีนหัวเซี่ย

หวงตี้ตั้งรัฐโหย่วสฺยง 有熊 (ปัจจุบันคือเมืองซินเจิ้ง มณฑลเหอหนาน 河南新鄭) ตระกูลท่านจึงได้รับการเรียกขานอีกชื่อหนึ่งว่า”ตระกูลโหย่วสฺยง”(有熊氏) ณ สมัยนั้น ชือโหยว 蚩尤เป็นผู้ปกครองที่โหดร้ายและไร้คุณธรรม กดขี่ขมเหงและควบคุมอำนาจขุนนางทั้งหลาย ซึ่งแผ่นดินจีน ณ สมัยนั้นจักรพรรดิเหยียนตี้ แห่งตระกูลเสินหนง 炎帝神農氏ซึ่งเป็นผู้คิดค้นการกสิกรรมและการแพทย์ก็อ่อนแอและหมดอำนาจลง ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายต่างก็โจมตีซึ่งกันและกันมาตลอด สงครามดูท่าว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด อีกทั้งประชาชนก็อยู่ในสภาพที่อดอยากแร้นแค้นเป็นอย่างยิ่ง

 

HuangDi Shiyou

ชือโหยว 蚩尤

จักรพรรดิเหยียนตี้ แห่งตระกูลเสินหนง อับจนไร้หนทางจึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากจักรพรรดิหวงตี้  จักรพรรดิหวงตี้  ก็ตอบรับอย่างเด็ดเดี่ยวและไม่ลังเลใจในการแบบรับภาระอันหนักหน่วงนี้ก็เพื่อสร้างความสุขสงบให้แก่บ้านเมือง หลังจากนั้นจักรพรรดิหวงตี้  ได้ทำสงครามสู้รบกับชือโหยว ณ ตำบลจัวลู่ 涿鹿县(ปัจจุบันสังกัดเมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ย ) ทหารกล้าทั้งสองฝ่ายก็ทำการสู้รบกันอย่างห้าวหาญและดุเดือดเลือดพล่าน  และด้วยความสามารถของแม่ทัพเฟิงโฮ่ว風後และลี่มู่力牧 ของจักรพรรดิหวงตี้ สุดท้ายชือโหยวก็ต้องพ่ายแพ้และถูกจับประหาร

บรรดาขุนนางทั้งหลายจึงยกหวงตี้เป็นโอรสสวรรค์แทนเหยียนตี้ และกลายเป็นผู้ครองแผ่นดินร่วมกันกับจักรพรรดิเหยียนตี้ เนื่องจากจักรพรรดิหวงตี้  มีคุณสมบัติ ตามหลักคุณธรรมแห่งธาตุดิน土德之瑞** ซึ่งธาตุดินคือสีเหลือง จึงขนานนามท่านว่า จักรพรรดิเหลือง หรือ หวงตี้ 黃帝

**ในการสถาปนาราชวงศ์ใหม่ในสมัยโบราณจะใช้หลักทฤษฎี 5 ธาตุ 五行 ตามหลักของคัมภีร์โจวอี้《周易》 ซึ่งหมายถึง คุณธรรม 5 ธาตุ 五德 ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นในแต่ละบุคคลซึ่งหมายถึง ความจงรักภักดี ความเมตตากรุณา ความจริงใจ ความซื่อสัตย์สุจริต และความกล้าหาญ(忠、仁、誠、節、勇)

ทฤษฎีคุณธรรม 5 ธาตุ 五德 มีต้นกำเนิดมาจากทฤษฎีธาตุทั้ง 5 ในยุคชุนชิว 春秋时代 ท่านโจว หยาน 邹衍 ผู้คิดค้นทฤษฎีธาตุทั้ง 5 ได้แบ่งโลกออกเป็น 5 ส่วน คือทิศทั้ง 4 และจุดศูนย์กลางรวมเป็น 5 ส่วน โดยใช้หลักการของธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน เพื่อส่งเสริมและยับยั้งซึ่งกันและใช้กำหนดกฎเกณฑ์ของการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์ต่างๆในประวัติศาสตร์และเป็นคนแรกที่นำเอาทฤษฎีธาตุทั้ง 5 ผสานเข้ากับอาณาจักรและการเมือง

ตามทฤษฎีของ ท่านโจว หยาน 邹衍  ตระกูลอี๋ซุ่น虞舜  คือ คุณธรรมแห่งธาตุดิน หรือถู่เต๋อ 土德 (จักรพรรดิหวงตี้เป็นลูกหลานของตระกูลอี๋ซุ่น รุ่นที่ 8), ราชวงศ์เซี่ย夏  คือ ธาตุไม้ 木德, ราชวงศ์ซาง 商 คือ ธาตุทอง 金德 , ราชวงศ์โจว คือ ธาตุไฟ 周 และ ราชวงศ์ฉิน 秦 คือ ธาตุน้ำ 水德 (ตัวอย่าง เช่น  ธาตุน้ำคือสีดำ จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ จึงฉลองพระองค์ในชุดสีดำเสมอ) และคุณธรรมห้าประการนั้นหากมีการพิฆาตกันก็จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์  สำหรับการปฏิวัติหรือเปลี่ยนแปลงราชวงศ์รุ่นต่อๆ มา ก็ได้มีการใช้หลักคุณธรรม 5 ธาตุมาใช้ในการพิฆาตกัน เพื่อไว้ข่มฝ่ายตรงข้าม

 

จากนั้นไม่นานแผ่นดินก็เกิดวุ่นวายขึ้นมาอีก หวงตี้รู้ว่าอิทธิพลชือโหยวยังอยู่จึงสั่งให้วาดรูปชือโหยวเอาไปแขวนไว้ทุกที่ ชนทั้งหลายต่างเข้าใจว่าชือโหยวยังไม่ตาย เพียงแค่ยอมจำนนต่อหวงตี้  จากนั้นมาพวกชนเผ่าอื่นๆก็ต่างพากันมาสวามิภักดิ์ต่อหวงตี้เป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นมาชือโหยวถูกยกย่องนับถือว่าเป็นเทพแห่งสงคราม**

**ชือโหยว ( 蚩尤) เป็นผู้นำของชนเผ่าจิ่วหลี (九黎) ในประเทศจีนยุคโบราณ  ชือโหยวเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้ทำสงครามกับหวงตี้ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ในการรบให้กับหวงตี้ (จักรพรรดิเหลือง) ซึ่งเกิดขึ้นในยุคสามราชาห้าจักรพรรดิในเทพปกรณัมจีน สำหรับชาวม้งนับถือว่า ชือโหยวเป็นกษัตริย์ในตำนานผู้เฉลียวฉลาด

ในตำนานได้บรรยายลักษณะของชือโหยวว่ามีศีรษะเป็นทองแดง มีหน้าผากเป็นเหล็กมี 4 ตา 8 แขน ทุกมือถืออาวุธแหลมคม  ในบางแหล่งระบุว่าชือโหยวมีศีรษะเหมือนวัวกระทิงมีสองเขา แต่มีกายเป็นมนุษย์ กล่าวกันว่าชือโหยวมีความดุร้ายและมีพี่น้อง 81 คน สมัยต่อมาได้รับการนับถือเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม

 

แม้ว่าตอนนั้นเหยียนตี้ได้พ่ายแพ้แก่ชือโหยวแล้ว แต่กองกำลังที่แข็งแกร่งก็ยังคงมีอยู่ เหยียนตี้ไม่เต็มใจที่จะปกครองร่วมกับหวงตี้  จึงพยายามวางแผนชิงอำนาจกลับคืนมา จนในที่สุดก็ได้ทำการก่อกบฎ เหยียนตี้และหวงตี้ทั้งสองจักรพรรดิก็ได้ประกาศสงครามต่อกัน และตกลงกันให้สู้รบกันที่ป่าปั่นเฉวียน และได้ทำการต่อสู้กันอย่างดุเดือดถึง 3 ยก สุดท้ายฝ่ายหวงตี้เป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นการปกครองบ้านเมืองร่วมกันของหวงตี้กับเหยียนตี้ก็ได้จบสิ้นลงและหวงตี้ก็ได้รับการสถาปนาเป็นจักรพรรดิผู้ปกครองแผ่นดินแต่เพียงผู้เดียว  และเผ่าใดก็ตามที่ไม่ยอมอ่อนน้อม ต่างก็ถูกหวงตี้ใช้ฐานะโอรสสวรรค์ส่งกองทัพไปปราบปรามจนสิ้น

 

จักรพรรดิหวงตี้ทรงครองราชย์อยู่เป็นระยะเวลายาวนาน  จนบ้านเมืองเข้มแข็ง บ้านเมืองสงบสุข วัฒนธรรมเฟื่องฟู อีกทั้งได้คิดค้นและประดิษฐ์สิ่งต่างๆมากมาย อาทิ เช่น ตัวอักษร ดนตรี ปฏิทิน พระราชวัง เรือ รถ เสื้อผ้าอาภรณ์ รถเข็มทิศ และอื่นๆ นอกจากนี้ตามตำนานยังเล่าว่ากษัตริย์เหยา ซุ่น อวี่ ทัง  堯、舜、禹、湯 ล้วนแล้วแต่เป็นทายาทของจักรพรรดิหวงตี้ ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิหวงตี้ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นบรรพชนของชนชาวจีนทั้งหลาย

 

จักรพรรดิหวงตี้ มีมเหสี 4 องค์และพระสนมอีก 10 คน มเหสีเอกมาจากตระกูลซีหลิง西陵氏 พระนามว่าเหล่ยจู嫘祖 พระนางทรงปลูกหม่อนเลี้ยงไหมด้วยท่านตัวเอง อีกทั้งยังสอนประชาชนให้รู้ทอผ้า ผู้คนจึงเรียกขนานนามพระนางว่า พระแม่ผู้ให้กำเนิดการเลี้ยงไหม 「先蠶」 มเหสีรองคือมาจากตระกูลฟางเหลย彤魚氏 พระนามว่า หนี่เจี๋ย 女節มเหสีรองคนที่3 มาจากตระกูลถงอวี๋ 彤魚氏(ไม่ปรากฎชื่อ) มเหสีรองคนที่คนที่4 พระนามว่า หมอหมู่ 嫫母หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แต่มากด้วยคุณธรรมจนหวงตี้ยกย่องนาง

จักรพรรดิหวงตี้ มีพระโอรสทั้งหมด 25 องค์ และได้รับพระราชทานแซ่สกุลต่างๆจำนวน 14 องค์ และในบรรดาโอรสทั้ง 14 องค์นี้มีทั้งหมด12แซ่สกุล คือ จี โหย่ว ฉี จี่ เถิง เจิน เหริน สวิน ซี จี๋ เซวียน อี(姬、酉、祁、己、滕、葴、任、荀、僖、佶、儇、衣。)

huangdi

จักรพรรดิหวงตี้ 黃帝

คุณูปการของท่านหวงตี้

อ้างอิงบันทึกของประวัติศาสตร์จีน หลังจากพ้นยุคของเหยียนตี้แล้ว หวงตี้ได้รวมเผ่าทั้งหมดในประเทศจีนให้เป็นหนึ่งเดียว ทรงคิดคำนวนปฏิทินจีน สั่งสอนผู้คนรู้จักปลูกพืชพันธ์ ธัญญาหาร  คิดประดิษฐ์อักษร คิดระบบก้านดินทั้งสิบ(干支) ประดิษฐ์เครื่องดนตรีต่าง และคิดค้นระบบการแพทย์แผนจีน และคิดค้นตั้งระบบปฏิทินจีน จักรพรรดิทรงสั่งให้ เสนาบดีต้าเหนา 大撓 คิดค้นระบบ กิ่งฟ้า เทียนกาน(天干) กับระบบ ก้านดิน ตี้จือทั้ง 12  (地支) หรือ 12 นักษัตร และเมื่อนำทั้งสองสิ่งมาผสมกันก็กลายเป็นปฏิทินจันทรคติ ระบบ หลักจับกะจื้อ 六十甲子 ซึ่ง 1 รอบมี 60 ปี และยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้ 

 

ระบบ 10 เทียนกาน(天干)

1.เจี่ย(甲) เป็นหยาง จัดอยู่ในธาตุไม้   2.อี่(乙 ) เป็นหยิน จัดอยู่ในธาตุไม้ 3.ปิง(丙) เป็นหยาง จัดอยู่ในธาตุไฟ 4.ติง (丁) เป็นหยิน จัดอยู่ในธาตุไฟ 5.อู้ (戊 ) เป็นหยาง จัดอยู่ในธาตุดิน 6.จี่ (己) เป็นหยิน จัดอยู่ในธาตุดิน 7. เกิง (庚) เป็นหยาง จัดอยู่ในธาตุทอง 8.ซิน(辛) เป็นหยิน จัดอยู่ในธาตุทอง 9.เหริน(壬 )เป็นหยาง จัดอยู่ในธาตุน้ำ10.กุ่ย (癸) เป็นหยิน จัดอยู่ในธาตุน้ำ

ระบบ 12ตี้จือ(地支) หรือ 12 นักษัตร

1.จื่อ (子) ปีชวด(鼠) ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง 2.โฉ่ว (丑) ปีฉลู(牛) ตีหนึ่งถึงตีสาม  3.หยิน 寅) ปีขาล(虎) ตีสามถึงตีห้า 4.เหม่า (卯) ปีเถาะ(虎) ตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า  5.เฉิน ( 辰) ปีมะโรง(龍)เจ็ดโมงถึงเก้าโมงเช้า 6.ซี่ ( 巳) ปีมะเส็ง(蛇) เก้าโมงถึงสิบเอ็ดโมง 7.อู่ (午) ปีมะเมีย(馬) สิบเอ็ดโมงถึงบ่ายโมง 8.เว่ย (未) ปีมะแม(羊)บ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง  9.เซิน (申 ปีวอก(猴)บ่ายสามโมงถึงห้าโมงเย็น 10.โหย่ว ( 酉) ปีระกา(雞) ห้าโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม 11.ซวี่( 戌) ปีจอ(狗)หนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม 12.ไห ( 亥) ปีกุน(豬)สามทุ่มถึงห้าทุ่ม

 

จัดระเบียบการปกครอง

และ ท่านหวงตี้ ก็ได้ก่อตั้งระบบการปกครองและแบ่งเขตการปกครองใหม่ เช่น แปดครอบครัวเป็น 1 จิ่ง(井), 3 จิ่ง(井)เป็น 1หลิน( 鄰),  3หลิน( 鄰) เป็น 1เผิง(朋), 3เผิง(朋) เป็น 1 หลี่ (裏)ตำบล, 5 หลี่ (裏)เป็น 1 อี้(邑) หรือ อำเภอ, 10 อี้(邑)เป็น 1 ตู หรือเมือง (都) , และ10 ตู (都),เป็น 1 ซือ 師 หรือเขต ,10 ซือ 師 หรือเขต เป็น 1 โจว (มณฑล) ทั้งประเทศจึงแบ่งออกเป็น 9 โจว (มณฑล)

นอกจากนี้ก็ได้มีจัดตั้งตำแหน่งเสนาบดี ซ้าย ขวา และตำแหน่งข้าราชการทางการปกครองจำนวน 120 ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบการปกครองตามลำดับชั้นต่างๆ อีกทั้งช่วยดูแลทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์ทั้งมวล

นอกจากนี้หวงตี้ก็ได้ตรากฏ “ข้อห้ามอันหนัก 6 ประการ” 「六禁重」ให้แก่ข้าราชการทุกระดับต้องปฏิบัติตาม  คำว่า"จ้ง"หนัก“หนัก” 重 นี้หมายถึง ความมากเกินไป หรือการควบคุมตนเองไม่ให้กระทำการเกินเลยไป กล่าวคือ  “การชมร้องรำ ขับร้อง ดนตรี ก็ต้องห้ามไม่ให้มากจนเกิน ความใคร่ก็ต้องห้าม เสื้อผ้าอาภรณ์ที่หรูก็ต้องห้าม ต้องรู้จักควบคุมตนเอง รสชาติและกลิ่นหอมก็ต้องห้าม บ้านอยู่อาศัยที่หรูหราก็ต้องห้าม” เป็นข้าราชการต้องกินอยู่อย่างเรียบง่าย และห้ามความหรูหรา

อีกทั้งได้แต่งตั้งตำแหน่งผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่เรือนจำ พิพากษาผู้กระทำความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง และลงโทษประหารโดยการตัดศีรษะในความผิดที่ร้ายแรงที่สุด เป็นต้น

ในด้านคณิตศาสตร์ “หวงตี้ก็ได้ให้ เสนาบดีลี่โส่ว隶首 สร้างระบบตัวเลขและกำหนดระบบการชั่งตวงวัดให้เป็นมาตรฐาน

ในด้านกองทัพ ทรงมีบัญชาให้แม่ทัพเฟิงโฮ่ว 風後 แต่งตำราพิชัยสงคราม 握奇經

ในด้านคีตะศิลป์ ท่านได้ให้"หลิงหลุน-伶倫"นำไม้ไผ่จากหุบเขามาทำเป็นขลุ่ย และโทนเสียงตนตรีเป็น 5 เสียง 12 โทน ซึ่งสอดคล้องกับโน้ตดนตรีในปัจจุบัน

ในด้านเครื่องแต่งกาย มเหสีเอกที่มาจากตระกูลซีหลิง西陵氏 พระนามว่าเหล่ยจู嫘祖 พระนางทรงปลูกหม่อนเลี้ยงไหมด้วยท่านตัวเอง อีกทั้งยังสอนประชาชนให้รู้ทอผ้า

ในด้านอักษรศาสตร์ ทรงโปรดให้ ชางเจี๋ย 倉頡 คิดค้นประดิษฐ์ตัวอักษรให้เป็นระบบ โดยแต่งตำราเอาไว้จำนวน 6 เล่ม

 

HunaDi Zhuding

กระถางธูป 3 ขา 鑄鼎

การหล่อโลหะ-โปรดให้จัดการหล่อกระถางธูป 3 ขา 鑄鼎 เพื่อเป็นสัญลักษณ์และถือเป็นจุดศูนย์กลางของอำนาจการปกครอง และแบ่งจีนออกเป็น 9 มณฑล (ปัจจุบันอยู่บนเขา จิงซาน 荊山  ภาคกลางของมณฑลส่านซี)

การขุดบ่อน้ำ-ทรงโปรดให้มีการขุดบ่อน้ำเอาไว้ใช้ในทุกครัวเรือน นอกจากนี้ก็ได้มีการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ อีกมากมาย เช่น  เรือ ยานพาหนะ รถม้า ธนู สถาปัตยกรรม อาคารสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ฯลฯ

การแพทย์-นอกจากนี้ยังมีผลงานที่โดดเด่นอีกประการที่ทรงค้นคว้าร่วมกับแพทย์หลวงฉีปั๋วคือ หนังสือตำราแพทย์ที่เรียกว่า “หวงตี้เน่ยจิง”(黄帝内经)ซึ่งเป็นพื้นฐานของตำราแพทย์ในสมัยต่อมา หวงตี้เน่ยจิงมีทั้งหมด 81 บทลักษณะเป็นปุจจฉา-วิสัชนาของหวงตี้กับข้าราชบริพารเกี่ยวกับโรคภัยต่าง ๆ ส่วนแรก เรียกว่า “คำถามทั่วไป” ( 素問) เนื้อหากล่าวถึงพื้นฐานของยาจีนโบราณ อาการของโรค และวิธีการรักษา ส่วนที่สองเรียกว่า “จุดสำคัญในร่างกาย” หลิงซู (靈樞) ซึ่งกล่าวถึงการฝังเข็มโดยละเอียด

ชนทุกเผ่าพันธ์ล้วนมีตำนานเป็นของตนเอง จักรพรรดิหวงตี้ ก็คือบุคลาธิษฐานในตำนานของจีนในยุคหนึ่ง เราทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่า จักรพรรดิหวงตี้เองก็เป็นตัวแทนในด้านความดีต่างๆที่สืบทอดมาจากบรรพชนโบราณ  อีกทั้งยังได้สร้างสรรสิ่งต่างๆไว้อีกมากมาย นำพาอารยธรรมจีนตั้งแต่ป่าเถื่อนจนพัฒนาไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ด้วยเหตุนี้คนจึงยกย่อง จักรพรรดิหวงตี้ ว่าเป็นผู้ให้กำเนิดอารยธรรมของชาวจีน อ้างอิงในเอกสาร ยี่สิบห้าพงศาวดารฉบับใหม่《二十五史新篇》กล่าวว่าจักรพรรดิหวงตี้ อาจมีตัวตนจริงก็เป็นได้ อาจจะเป็นหัวหน้าเผ่าคนหนึ่งในตอนกลางของประเทศจีน  หรือ จงหยวน中原ซึ่งเป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และได้ทำสงครามทำให้รวบรวมชนเผ่าต่างๆเป็นปึกแผ่น รวมถึงทำคุณงามความดีเอาไว้มากมาย ดังนั้นจักรพรรดิหวงตี้ ในประวัติศาสตร์ฉบับเรื่องเล่าของคนสมัยก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะละเลยมิได้

 

HuangDi QingMing8

 

รัฐพิธีบูชาจักรพรรดิหวงตี้ 黄帝故里拜祖大典

โดยรัฐบาลจะพิธีบูชา ณ สุสานจักรพรรดิหวงตี้ เมืองซีอาน ในวันเช็งเม้งของทุกปี  ซึ่งวันที่ 5 เมษา  ปี 2562 ผู้เขียนได้รับรับเชิญจากลูกศิษย์ชาวจีนและได้มีโอกาสเข้าร่วมรัฐพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วย  นับว่าโชคดีอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญไปงานรัฐพิธีเช็งเม้งระดับโลก คืองานเซ่นไหว้จักรพรรดิหวงตี้ 黄帝 ซึ่งถือว่าเป็นบรรพชนของชาวจีนทั้งหมดทุกแซ่ทุกตระกูล ซึ่งจัดขึ้นในวันวันเช็งเม้งของทุกปี โดยจะมีชาวจีนจากทั่วประเทศรวมไปถึงชาวจีนโพ้นทะเลจากโลกมาร่วมงานนับหมื่นคน

HuangDi AstroNeemo 1 HuangDi AstroNeemo 2

HuangDi AstroNeemo 3     HuangDi AstroNeemo 4

黄帝陵 บรรยากาศฝูงชนนับหมื่นจากทั่วโลก น้อมใจไปสักการะด้วยความศรัทธายิ่ง

 

ดังนั้นในช่วงเทศกาลไหว้บรรพบุรุษจึงจะมีการจัดพิธีกราบไหว้บรรพกษัตริย์พระองค์นี้ โดยมีเจ้าหน้าที่จะคณะกรรมการประจำสภาผู้แทนประชาชน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน อีกทั้งชาวจีนจากไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา ฯลฯและชาวจีนโพ้นทะเลจากทั่วทุกสารทิศแห่แหนมาร่วมในพิธีอย่างอลังการที่มณฑลส่านสี พิธีดังกล่าวจะถูกจัดขึ้นตามแบบพิธีแต่โบราณ ให้มีการบรรเลงดนตรี การแต่งกาย การบูชากราบไหว้ และการฟ้อนรำแบบโบราณ

ทั้งนี้ สุสานของหวงตี้ (จักรพรรดิเหลือง) ได้จัดตั้งไว้ที่เขตหวงหลิง มณฑลส่านซี และกิจกรรมการกราบไหว้หวงตี้ ได้เริ่มมีมาตั้งแต่ในยุคสมัยชุนชิว ((770 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 221 ปีก่อนคริสต์ศักราช) และถูกสืบทอดด้วยการกราบไหว้จากกษัตริย์ทั้งหลายในทุกๆราชวงศ์

ปี 1937 พรรคคอมมิวนิสต์จีนกับก๊กมินตั๋งมารวมกันต่อต้านญี่ปุ่น ตั้งพิธี ไหว้จักรพรรดิเหลือง ท่านประธานเหมาเป็นผู้เขียนบทเซ่นไหว้ ด้วยตนเอง และชาวจีนเชื่อว่าหากลูกหลานตระกูลใดได้มาเซ่นไหว้หรือส่งตัวแทนมาเซ่นไหว้ ท่านก็จะให้พรแก่ตระกูลนั้นเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

ปัจจุบัน สุสานจักรพรรดิเหลือง 黃帝陵 อำเภอหวงหลิง มณฑลส่านซี 陕西省中部县城北 จดทะเบียนขึ้นเป็นโบราณสถานของรัฐอำเภอหวงหลิง ถือว่าเป็นโบราณสถานประเภทสุสานหลวง "หมายเลข 1" ของจีน (编为“古墓葬第一号”,号称“天下第一陵”) และได้มีการพัฒนาปรับปรุงโดยรัฐบาลท้องถิ่น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

己亥年清明公祭轩辕黄帝典礼 黄帝陵 พิธีกราบสักการะจักรพรรดิเหลือง จัดขึ้นในวันเช็งเม้งของทุกปี การจะเข้าร่วมงานจะต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน และทำเรื่องขออนุญาตต่อรัฐบาลท้องถิ่นก่อน เนื่องจากต้องการจำกัดจำนวนคนไม่ให้มากจนเกินไป ก่อนเข้างานมีการตรวจตราอย่างเข้มงวดเหมือนที่สนามบิน

HuangDi QingMing1HuangDi QingMing2

HuangDi QingMing3HuangDi QingMing4

HuangDi QingMing5HuangDi QingMing7