
บทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) บทที่ 33 ปรัชญาและอิทธิพลของระบบดาวเสวยอายุ(ทศา)
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาลอยๆ หรือเกิดขึ้นด้วยตัวมันเอง ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจาก "เหตุปัจจัย" กฎสากลแห่งเหตุและผล , กฎแห่งการตอบแทน, กฎแห่งการลงทัณฑ์ หรือกฎแห่งการกระทำและผลของการกระทำ เหล่านี้ล้วนเป็นกฎแห่งความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักปรัชญาว่า "กฎแห่งกรรม" ที่เป็นสากล แล้วจะมีผู้ใดเล่าที่สามารถก้าวล่วงหรือหลีกหนีให้พ้นไปจากกฎสากลนี้ได้ ในระบบของโหราศาสตร์พระเวท หลักการที่สอดคล้องกับกฎสากลข้อนี้ เรียกว่า "ระบบทศา" ซึ่งประกอบไปด้วยช่วงเวลาหลัก (มหาทศา) และช่วงเวลาย่อย (อันตรทศา) ของดาวเคราะห์ต่างๆ โดยมีระยะเวลาครอบคลุมวงจรชีวิตยาวนานถึง 120 ปี
(ตามระบบวิมโษตตรีทศา) คำว่า "ทศา" นั้น สามารถแปลความหมายได้ว่า "ช่วงเวลาแห่งอิทธิพล" ของดาวเคราะห์ที่เข้ามาปกครองหรือเสวยอายุในดวงชะตา ผลลัพธ์ต่างๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิต ล้วนต้องถูกพิจารณาและตัดสินจากระบบทศานี้ ดังกฏของโหราศาสตร์ที่ว่า “ผลลัพธ์ที่แน่นอนแห่งชีวิตย่อมพิจารณาได้จากความแตกต่างของทศา” ดังนั้นโหราศาสตร์จึงถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของกฎสากลแห่งเหตุและผลข้อนี้เอง
ด้วยความไม่รู้ มนุษย์จึงมักชอบล่วงละเมิดกฎแห่งธรรมชาติ และมักจะต้องประหลาดใจเมื่อต้องเผชิญกับบทลงโทษอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของธรรมชาติ และภายใต้จักรวาลทางกายภาพแห่งนี้ มีกฎทางคณิตศาสตร์ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งถูกกำหนดโดยเงื่อนไขของ "อวกาศ" , "กาลเวลา" และ "ความเป็นเหตุเป็นผล" โดยเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงเข้าด้วยกันด้วยกาลเวลา สถานที่ทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงเข้าด้วยกันด้วยอวกาศ และผลลัพธ์ทั้งหมดล้วนถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยเหตุปัจจัย ในสมการแห่ง อวกาศ-กาลเวลา-ความเป็นเหตุเป็นผลนี้เอง
ดาวเคราะห์ทั้งหลายล้วนมีบทบาทแบบทวิภาวะ (คือการส่งผลทั้งในด้านดีและด้านร้าย) ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องนำอิทธิพลในด้านลบของดาวเคราะห์ที่กำลังปกครองดวงชะตามาพิจารณาประกอบด้วยเสมอ และจำต้องอาศัยวิธีการบรรเทาผลกรรม เช่น พิธีครหะศานติ การทำบุญ พิธีกรรม หรือการสวดมนต์ เพื่อเอาชนะและลดทอนผลกระทบในแง่ลบของดาวเคราะห์ที่กำลังเสวยอายุนั้น
ในทางปรัชญา "ทศา" ถือเป็นตัวแทนของ "ปรารพกรรม" หรือผลกรรมในอดีตที่กำลังส่งผลในปัจจุบัน ซึ่งเปรียบเสมือนบทลงโทษอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่ธรรมชาติมอบให้สำหรับการกระทำที่เจ้าชะตาเคยก่อไว้ในอดีต รวมถึงเป็นตัวแทนของผลลัพธ์อันไม่อาจหลีกหนีพ้น ซึ่ง เจ้าชะตา จะต้องเผชิญและก้าวผ่านไปให้ได้ในช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นๆ เข้ามามีอิทธิพลเสวยอายุในดวงชะตา
ระบบทศานั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายระบบ แต่ระบบที่มีความโดดเด่นและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ ระบบวิมโษตตรีทศา
คำว่า "วิมโษตตรี" มีความหมายว่า 120 ซึ่งระบบนี้จะเป็นวงจรที่ครอบคลุมระยะเวลาทั้งสิ้น 120 ปี ดาวเคราะห์แต่ละดวงจะได้รับการจัดแบ่งช่วงเวลาเสวยอายุอย่างเป็นลำดับขั้นตอน โดยอิงตามกลุ่มดาวฤกษ์ (นักษัตร) ในระบบจักรราศีแบบคงที่หรือนิรายนะ
ยกตัวอย่างเช่น เริ่มต้นจาก ดาวเกตุ ซึ่งเป็นดาวที่ปกครองกลุ่มดาวฤกษ์แรกสุด คือ นักษัตรอัศวินี จะได้รับการกำหนดช่วงเวลาเสวยอายุไว้ที่ 7 ปี ส่วนดาวเคราะห์ที่ปกครองกลุ่มดาวฤกษ์ลำดับถัดมา คือ นักษัตรภรณี ได้แก่ ดาวศุกร์ ก็จะมีช่วงเวลาเสวยอายุ 20 ปี
สำหรับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ก็จะมีช่วงเวลาเสวยอายุต่อจากดาวศุกร์ก็คือ ดาวอาทิตย์ 6 ปี ดาวจันทร์ 10 ปี ดาวอังคาร 7 ปี ดาวราหู 18 ปี ดาวพฤหัสบดี 16 ปี ดาวเสาร์ 19 ปี ดาวพุธ 17 ปี เรียงกันตามลำดับจนครบ 120 ปี
ระบบทศาแบบ 120 ปีนี้ ถือเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดในการพยากรณ์ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีระบบทศาอื่นๆ ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ระบบกาลจักรทศา ซึ่งเป็นระบบที่คำนวณโดยอ้างอิงจากราศีต่างๆ ในระบบจักรราศีแบบนิรายนะ เป็นต้น
มีกฎอยู่ข้อหนึ่งทางโหราศาสตร์ที่กล่าวไว้ว่า หากดาวเจ้านวางศ์ที่ดาวจันทร์สถิต มีความเข้มแข็ง ก็ควรจะนำระบบ "กาลจักรทศา" มาใช้ในการพยากรณ์ แต่หากดาวดวงนั้นไม่ได้มีความเข้มแข็งมากนัก ก็สามารถนำระบบวงจร 120 ปี หรือ "วิมโษตตรีทศา" มาใช้ได้ตามปกติ
มีนักโหราศาสตร์จำนวนไม่น้อยที่อาศัยระบบการพยากรณ์อื่นๆ มาเป็นรากฐานในการทำนาย แท้จริงแล้วในโหราศาสตร์พระเวท ก็จะมีระบบการพยากรณ์หลักๆ ที่สำคัญอยู่ 3 ระบบด้วยกัน ได้แก่:
- ระบบวิมโษตตรีทศา หรือ อุฑุทศา ระบบที่ใช้วงจรเวลา 120 ปี
- ระบบโคจารา ระบบที่พิจารณาอิงจากการโคจรของดาวเคราะห์ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนท้องฟ้าในปัจจุบัน
- ระบบอัษฏกวรรค ระบบที่ว่าด้วยการประเมินกำลังและให้คะแนนความดี-ร้ายของดาวเคราะห์
ส่วนอิทธิพลของการโคจรของดาวเคราะห์ (ดาวจร) ย่อมมีอิทธิพลเป็นรองจากอิทธิพลของทศาเสมอ สิ่งนี้ถูกตอกย้ำให้เห็นชัดเจนจากกฏที่ว่า (ทศาเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้) เพราะอิทธิพลของดาวจรนั้นเกิดจากกรรมที่ไม่ได้อยู่ในส่วนของปรารพกรรม(ผลกรรมในอดีต)
ในทางปรัชญาฮินดู กรรมสามารถแบ่งออกได้ดังนี้:
กรรมที่สะสมมาทั้งหมดของ เจ้าชะตา หรือบุคคล เรียกว่า "สัญจิตกรรม"
กรรมที่กำลังจะกระทำหรือกำลังจะส่งผลในอนาคต เรียกว่า "อาคามีกรรม"
กรรมที่จะต้องส่งผลลัพธ์หรือมอบบทลงโทษอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เรียกว่า "ปรารพกรรม"
และด้วย ปรารพกรรม ซึ่งเป็นผลกรรมอันไม่อาจหลีกหนีพ้นนี้เอง ที่ถูกสะท้อนและเป็นตัวแทนผ่านทาง "ทศา" หรือช่วงเวลาแห่งอิทธิพลการเสวยอายุของดาวเคราะห์ในดวงชะตา
การที่จะทราบได้ว่าทศาใดจะให้คุณหรือให้โทษ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาความเข้มแข็งของดาวเคราะห์ที่ทำหน้าที่เป็นดาวเสวยอายุดวงนั้นๆ
หากดาวเสวยอายุทำหน้าที่เป็นดาวศุภเคราะห์เฉพาะดวงชะตา (เช่น เป็นดาวเจ้าเรือนตรีโกณหรือเจ้าเรือนเกณฑ์) และสถิตอยู่ในตำแหน่งที่เข้มแข็งให้คุณ ก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าอิทธิพลของทศานั้นจะส่งผลดีให้กับเจ้าชะตา แต่ในทางกลับกัน หากดาวเสวยอายุทำหน้าที่เป็นดาวบาปเคราะห์เฉพาะดวงชะตา และสถิตอยู่ในตำแหน่งที่เสียในดวงชะตากำเนิด อิทธิพลของทศานั้นก็อาจจะส่งผลร้ายแรงและเป็นอุปสรรคได้อย่างมากทีเดียว
นอกจากนี้ การส่งแสงทฤษฎี (โยค-เกณฑ์) จากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วย หรือดาวเคราะห์ที่สถิตอยู่ในองศารอยต่อของราศี (ภวสนธิ) มักจะไร้ซึ่งกำลัง เช่นเดียวกับดาวเคราะห์ที่ถูกแสงอาทิตย์เผาไหม้ (อัสตะ-ดับ) รวมถึงดาวเคราะห์ที่อ่อนกำลังในดวงนวางศ์จักร
วิธีที่ดีที่สุดคือการตรวจสอบความเข้มแข็งของดาวเคราะห์ผ่านระบบ "ษัฑพละ" (การคำนวณกำลังของดาวเคราะห์ทั้ง 6 ประการ) และนำหลักการตามโศลกที่ว่า "ดาวเคราะห์ที่มีกำลังเข้มแข็งจะส่งผลดีเท่านั้น ส่วนดาวเคราะห์ที่อ่อนกำลังจะส่งผลร้าย" มาประยุกต์ใช้ในการพยากรณ์เสมอ
การคำนวณหาทศาคงเหลือ (สมดุลย์จันทรทศา) ณ เวลาเกิด สามารถคำนวณได้จากการพิจารณาสมผุสของพระจันทร์ และระยะทางที่พระจันทร์ได้โคจรผ่านไปแล้วในกลุ่มดาวฤกษ์ (นักษัตร) นั้นๆ สมมติว่าหากพระจันทร์โคจรผ่านนักษัตรนั้นไปแล้ว 75% ดังนั้น 25% ที่เหลืออยู่ก็คือทศาคงเหลือ ณ เวลาเกิดนั่นเอง
กลุ่มดาวฤกษ์ (นักษัตร) หนึ่งๆ จะมีขอบเขตระยะเชิงมุมเท่ากับ 800 ลิปดา หรือ 13 องศา 20 ลิปดา
ยกตัวอย่างเช่น ขณะเจ้าชะตาถือกำเนิด และดาวฤกษ์ที่ดาวจันทร์สถิตอยู่คือ นักษัตรปุษยะ ซึ่งปกครองโดยดาวเสาร์ และหากพระจันทร์โคจรผ่านไปแล้ว 600 ลิปดา จากระยะทางทั้งหมด 800 ลิปดาของนักษัตรปุษยะ ทศาคงเหลือจะสามารถคำนวณได้จากสูตรดังนี้:
ทศาคงเหลือแรกเกิด(สมดุลย์จันทรทศา) = ทศาดาวเสาร์ 19 ปี (19*(800 – 600))/800
ตรีสมผุสทศาในโหราศาสตร์ภาคกาลชะตา (ปรัศนศาสตร์)
เช่นเดียวกับที่ระบบวิมโษตตรีทศามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโหราศาสตร์ดวงชะตากำเนิด ระบบ "ตรีสมผุสทศา" ก็มีความสำคัญต่อโหราศาสตร์ภาคกาลชะตา หรือ ปรัศนโหราศาสตร์ เช่นเดียวกัน
ลัคนา เป็นตัวแทนของ "ชีวิต", พระจันทร์ เป็นตัวแทนของ "ร่างกาย" และ กุลิกะ (บริวารของดาวเสาร์) เป็นตัวแทนของ "ความตาย" ผลรวมของระยะเชิงมุม (สมผุส) ของทั้ง 3 จุดนี้ เรียกว่า "ตรีสมผุส"
เนื่องจากโหราศาสตร์ภาคกาลชะตาจะพิจารณาเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ดังนั้น กรอบเวลาทั้งหมดของตรีสมผุสทศาจึงมีระยะเวลา 1 ปีด้วยเช่นกัน ในโหราศาสตร์ภาคกาลชะตา ตัวเลขระยะเวลาที่กำหนดให้กับดาวเคราะห์ในหน่วย "ปี" (ตามตารางวิมโษตตรีทศา) จะถูกนำมาคูณด้วย 3 เพื่อแปลงเป็นจำนวน "วัน" ที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นเข้าเสวยอายุ
ดังนั้น ดาวอาทิตย์จึงได้ 18 วัน, ดาวศุกร์ 60 วัน, ดาวจันทร์ 30 วัน, ดาวอังคาร 21 วัน, ดาวราหู 54 วัน, ดาวพฤหัสบดี 48 วัน, ดาวเสาร์ 57 วัน, ดาวพุธ 51 วัน และดาวเกตุ 21 วัน เป็นต้น ในที่นี้ แทนที่จะอ้างอิงจากสมผุสของพระจันทร์ (ดังเช่นในดวงกำเนิด) เราจะใช้สมผุสของ "ตรีสมผุส" มาเป็นจุดอ้างอิงในการพิจารณาคำนวณทศาแทน
ตัวอย่างสูตรการคำนวณ (ในกรณีที่ดาวเสาร์เป็นดาวเสวยอายุ):
ทศาคงเหลือ = ทศาดาวเสาร์ 57 วัน *(สมผุสของตรีสมผุส) *60/800
ระยะเวลาเสวยอายุ (วัน)-ตรีสมผุสทศาในโหราศาสตร์ภาคกาลชะตา
ดาวอาทิตย์ 18 วัน ดาวจันทร์ 30 วัน ดาวอังคาร 21 วัน ดาวราหู 54 วัน ดาวพฤหัสบดี 48 วัน ดาวเสาร์ 57 วัน ดาวพุธ 51 วัน ดาวเกตุ 21 วัน ดาวศุกร์ 60 วัน
--------------------------------------------
***ประกาศ***
อาศรมศรีจักรนารท โดย อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo) ได้เริ่มเปิดสอน"โหราศาสตร์ภารตะ"หรือ"โหราศาสตร์พระเวท" ฟรี!!! ทางออนไลน์แล้ว
1.กดติดตาม เพื่ออ่านบทความใหม่ๆ ผ่าน Facebook ของอาจารย์
2.รวมความรู้โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-29-18.html
3.รวมบทเรียนโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/vedic-astrology-lesson.html
3.TikTok : astroneemo
*******************************
สนใจดูดวงชะตาด้วย โหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) กับ อ.ณภัทร ศรีจักรนารท (AstroNeemo)
กรุณาคลิ๊กลิงก์นี้ครับ /services/reading-vedic-astrology.html
*******************************
บริการของเราด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ)
ดูฤกษ์ออกรถ ดูฤกษ์ยกเสาเอก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดูฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ดูฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ดูฤกษ์แต่งงานพิธีไทย-ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ดูฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ดูฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ดูฤกษ์เข้าทำงานใหม่ ดูฤกษ์ลาสิกขาบท ดูฤกษ์โกนผมไฟ ดูฤกษ์ผ่าคลอด ดูฤกษ์มงคลอื่นๆ
ดูฮวงจุ้ย-แก้ฮวงจุ้ย คำนวนดวงพิชัยสงคราม-เสริมดวง-แก้ดวง ดูดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์พระเวท(โหรภารตะ)
*******************************






















