fbpx
พิมพ์
หมวด: เจาะลึกราศีจักร
จำนวนผู้อ่าน: 147

9Moola Trikona

 

ตำแหน่งของดาวเคราะห์ที่สถิตในราศีต่างๆ ซึ่งที่เราเคยเรียนรู้มาเกี่ยวตำแหน่งเกษตร อุจน์ และนิจ ซึ่งยังมีตำแหน่งอีกตำแหน่งหนึ่งซึ่งในโหราศาสตร์ไทยไม่มีก็คือ ดาวมูลเกษตร หรือมูลตรีโกณ    ซึ่งดาวเหล่านี้ครองราศีคล้ายกับดาวเกษตรหรืออุจน์ แต่มีองศากำหนดไว้โดยเฉพาะ ซึ่งในโหราศาสตร์ภารตะถือว่าดาวดวงใดได้ตำแหน่งมูลตรีโกณก็จะถือว่าดาวดวงนั้นมีกำลังมากและส่งผลดีให้กับดวงชาตารองจากดาวที่ได้ตำแหน่งมหาอุจน์ มีดังนี้


1.ดาวอาทิตย์
ดาวอาทิตย์ เป็นเกษตรเจ้าราศีสิงห์ ซึ่งอาทิตย์จะได้ตำแหน่งเป็นดาวมูลตรีโกณได้ก็ต้องมีองศาอยู่ระหว่าง 1-20 องศาในราศีสิงห์ องศาที่เหลือนอกนั้นในราศีสิงห์ดาวอาทิตย์จะได้ตำแหน่งเกษตร ส่วนจุดปรมอุจน์ของอาทิตย์คือ 10 องศาราศีเมษ
ถ้าอาทิตย์ได้ตำแหน่งมูลตรีโกณในพื้นดวงเดิม เจ้าชาตาจะมั่งคั่งร่ำรวย มีความสุขและจะมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน


2.ดาวจันทร์
ดาวจันทร์ เป็นเกษตรเจ้าราศีกรกฏตลอดทั้งราศี แต่ราศีมูลตรีโกณของจันทร์จะเป็นราศีพฤษภซึ่งก็นับเป็นราศีอุจน์ของจันทร์อีกด้วย ซึ่งหากจันทร์สถิตย์ในราศีพฤษภนี้ระหว่าง 0-3 องศาจึงจะนับว่าอุจน์ และ 4-30 องศาในราศีพฤษภจะเป็นราศีมูลตรีโกณ ส่วนจุดปรมอุจน์ของอาทิตย์คือ 3 องศาในราศีพฤษภ
ถ้าดาวจันทร์ได้ตำแหน่งมูลตรีโกณในพื้นดวงเดิม เจ้าชาตาจะมั่งคั่งร่ำรวย มีความสุขและเป็นคนร่าเริงแจ่มใจ


3.ดาวอังคาร
ดาวอังคารเป็นมูลตรีโกณในราศีเมษระหว่าง 0-12 องศา ทีเหลือ 13-30 องศานับเป็นเกษตร ส่วนจุดปรมอุจน์ของดาวอังคารคือ 28 องศาในราศีมังกร
ถ้าดาวอังคารได้ตำแหน่งมูลตรีโกณในพื้นดวงเดิม เจ้าชาตาจะมีความกล้าหาญเทียบเท่ากับโอรสแห่งสุริยะเทพ แต่บางทีอาจจะเป็นคนโหดเหี้ยมและไร้ความเมตตา


4.ดาวพุธ
ดาวพุธเป็นมูลตรีโกณในราศีกันย์ระหว่าง 16-20 องศา และ 21-30 องศาของราศีกันย์เป็นเกษตร และดาวพุธเป็นอุจน์ในราศีกันย์ 0-15 องศา ส่วนจุดปรมอุจน์ของดาวพุธคือ 15 องศาในราศีกันย์เช่นกัน
ถ้าดาวพุธได้ตำแหน่งมูลตรีโกณในพื้นดวงเดิม เจ้าชาตาจะมีความสุข รักสนุก ชอบการแข่งขัน เชี่ยวชาญในการกีฬา และจะประสบความสำเร็จ

5.ดาวพฤหัสบดี
ดาวพฤหัสบดีเป็นมูลตรีโกณในราศีธนูระหว่าง 0-10 องศา และ 11-30 องศาของราศีธนูนับเป็นเกษตร ส่วนจุดปรมอุจน์ของดาวพฤหัสบดีคือ 5 องศาในราศีกรกฏ
ถ้าดาวพฤหัสได้ตำแหน่งมูลตรีโกณในพื้นดวงเดิม เจ้าชาตาจะเป็นมีจิตใจเมตตา มีคุณธรรม จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ มีความรอบรู้ เชียวชาญเรื่องของกฎหมาย และชีวิตจะมีแต่ความสุข


6.ดาวศุกร์
ดาวศุกร์เป็นมูลตรีโกณในราศีตุลย์ระหว่าง 0-15 องศา และ 16-30 องศาของราศีตุลย์นับเป็นเกษตร ส่วนจุดปรมอุจน์ของดาวศุกร์คือ 28 องศาในราศีมีน
ถ้าดาวศุกร์ได้ตำแหน่งมูลตรีโกณในพื้นดวงเดิม เจ้าชาตาจะเป็นคนที่มีความสามรถที่สุดในตำบลหรือแห่งหนที่ตนเองอยู่ และจะมีโอกาสได้ข้องเกี่ยวกับการเมืองหรือเป็นผู้ปกครอง


7.ดาวเสาร์
ดาวเสาร์เป็นมูลตรีโกณในราศีกุมภ์ระหว่าง 0-20 องศา และ 21-30 องศาของราศีกุมภ์นับเป็นเกษตร ส่วนจุดปรมอุจน์ของดาวเสาร์คือ 20 องศาในราศีตุลย์
ถ้าดาวเสาร์ได้ตำแหน่งมูลตรีโกณในพื้นดวงเดิม เจ้าชาตาจะร่ำรวย และรักพี่น้องผองเพื่อน มีความกตัญญู สร้างชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูล และมีความกล้าหาญ


จุดที่เป็นที่ควรจำก็คือ ดาวทุกดวงยกเว้นดาวจันทร์ ต่างก็มีองศาที่เป็นมูลตรีโกณ หรือมูลเกษตร หรือเกษตรแท้หรือดังเดิม ในราศีที่ดาวดวงนั้นเป็นเกษตรอยู่ แต่สำหรับดาวจันทร์นั้นเป็นเกษตรในราศีกรกฏ แต่เป็นมูลเกษตรในราศีพฤษภ ส่วนราหูและเกตุนั้นเป็นดาวอุปเคราะห์ จึงไม่มีตำแหน่งมูลเกษตร


ทำไมเราจึงจำเป็นต้องให้ความสนใจกับ "ดาวมูลเกษตร"
เมื่อดาวเคราะห์อยู่ในราศีอุจน์ ทุกคนต่างคาดหมายว่าจะให้ผลดีที่สุด แต่ในราศีมูลตรีโกณ ดาวเคราะห์นั้นจะทรงพลังมากขึ้นเนื่องจากอยู่ในราศีเกษตรของตนเอง (ยกเว้นดาวจันทร์)
และในบางทรรศนะกล่าวว่า เมื่อดาวมูลตรีโกณนี้มีพลังมากขึ้นจากเรือนเกษตรของตนและไม่แน่ว่าดาวมูลตรีโกณนี้อาจจะให้คุณมากกว่าการได้ตำแหน่งอุจน์(ในราศีที่ตนเองไม่ได้เป็นเกษตร)