fbpx
พิมพ์
หมวด: โทษร้ายต่างๆจากดวงชาตา
จำนวนผู้อ่าน: 7641

Nadi Dosha

 

นทิ เป็นหนึ่งในกูฏะสำคัญในการทำการคำนวณหาดวงคู่สมพงษ์สำหรับการแต่งงาน (มหากูฏะ 8 ประการ) ของคู่บ่าวสาว ในโหราศาสตร์พระเวทหรือโหราศาสตร์ภารตะ “นทิ”จะเป็นตัวสำคัญในการบ่งบอกถึง ความเข้ากันได้ระหว่างเชื้อสาย พันธุกรรม กรรมพันธ์และสุขภาพของดวงชาตาของคู่ชายหญิงที่จะแต่งงานกัน  

ในการคำนวนหาดวงคู่สมพงษ์ระหว่างชาย-หญิงในการสมรส ในระบบมหากูฎะนี้มีทั้งหมด 36 คะแนน ซึ่ง”นทิกูฎะ”มีคะแนนถึง 8 คะแนนจาก 36 ซึ่งถือว่ามีผลมากเกือบ 1 ใน 4 ของผลรวมคะแนนสำหรับหาดวงคู่สมพงษ์  “นทิ”จึงถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการคำนวนตามหลักโหราศาสตร์ ในระบบมหากูฏะนี้ ความขัดแย้ง ระหว่างสอง”นทิ”ของ ชาย-หญิง เรียกว่าเป็น “นทิโทษ” และ โดยหลักทั่วไปถือว่าเป็นโทษที่รุนแรงสำหรับการแต่งงาน

 “นทิโทษ” กฎทั่วไปกล่าวว่า นทิโทษจะเกิดขึ้นได้ถ้าชนมราศี(จันทร์กำเนิด)ของชายและหญิงสถิตย์ภายในราศี,นักษัตร,นวางศ์ เดียวกันถือว่าเป็น นทิโทษ

สำหรับนักษัตรกำเนิด หรือจันทร์กำเนิดเสวยนักษัตรใดใด ซึ่งการคำนวณหา นทิโทษ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเริ่มต้น(อัทธะ) กลาง(มัธยะ) และส่วนปลาย (อันตระ) โดยคำนวณมากจากหลักของอายุรเวท ที่แบ่งอารมณ์สมุฐานของมนุษย์ออกเป็นสามส่วน คือ

(1) วาตะ หมายถึงอารมณ์ที่ไม่เป็นแก่นสาร คือส่วน อัทธะ

(2) ปิตะ อารมณ์ร้อนแรงฉุนเฉียว คือส่วน มัธยะ  

(3) เศลษม อารมณ์เฉื่อยชาเฉยเมย คือส่วน อันตระ

ซึ่งชายและหญิงนักษัตรกำเนิดตกในอารมณ์สมุฏฐานเดียวกันจะสมรสกันไม่ได้ เช่น ชายตกปิตะและหญิงตกปิตะเช่นเดียวกันจะไม่เป็นมงคลแก่การสมรส หาความราบรื่นในชีวิตสมรสได้ยาก และควรจะตกอารมณ์สมุฏฐานต่างกันจึงจะถือว่าไม่เป็นนทิโทษ และชีวิตสมรสจะราบรื่นไปด้วยดี

การจัดหมวดหมู่ของนทิทั้ง 3 ส่วนตามนักษัตร มีดังนี้ –

(1)  ส่วนเริ่มต้น(อัทธะ) วาตะ หมายถึงอารมณ์ที่ไม่เป็นแก่นสาร มีนักษัตรดังนี้ – อัศวินี,อารทรา,ปุนรวสุ,อุตรผลคุนี,หัสตะ,เชษฐะ,มูลละ,ศตภิษก,ปูรพภัทร

(2)  กลาง(มัธยะ) ปิตะ อารมณ์ร้อนแรงฉุนเฉียว มีนักษัตรดังนี้ –ภรณี,มฤคศิระ,ปุษยะ,ปูรพผลคุนี,จิตตะ,อนุราธะ,ปูรพาษาฒ,ธนิษฐะ,อุตรภัทร

(3)  ส่วนปลาย (อันตระ) เศลษม อารมณ์เฉื่อยชาเฉยเมย มีนักษัตรดังนี้ –กฤติกา,โรหินี,อาศเลษะ,มาฆะ,สวาติ,วิศาขะ,อุตราษาฒ,ศรวณะ,เรวดี

ตัวอย่าง เช่น จันทร์ของฝ่ายชายสถิตในภรณีนักษัตร (ปิตะ) ส่วนจันทร์ของฝ่ายหญิงสถิตในอนุราธะนักษัตร(ปิตะ) ซึ่งถือว่านักษัตรกำเนิดของชายและหญิงตกในอารมณ์สมฐานเดียวกัน คือ “ปิตะ” ย่อมทำให้เกิด “นทิโทษ

ผลร้ายของนทิโทษ 

ผลร้ายของ”นทิโทษ” ทางโหราศาสตร์ภารตะเชื่อว่าจะทำให้โทษร้ายต่อชีวิตคู่ และโทษร้ายอื่นๆ เช่น

(1)เกิดบุตรหลานที่พิการหรือไม่แข็งแรง เจ็บป่วยบ่อย

(2)บุตรหลานเป็นโรคที่เกี่ยวกับพันธุกรรม

(3)มีความสัมพันธ์ที่เปราะบาง

(4)มีทะเลาะเบาะแว้งกันเสมอ

(5)มีการแท้งบุตรบ่อยครั้งและการทำแท้ง 

(6)ขาดความทุ่มเทต่อครอบครัว

(7)คู่ครองมีใจแปรปรวนรวนเร ไม่แน่นอน

(8)ขาดความหลงใหลซึ่งกันและกัน

(9)ขาดประสาทสัมผัสอันอบอุ่น

(10)ขาดความร่วมมือร่วมใจกัน

(11)ขาดความสามัคคีในชีวิตแต่งงาน

(12)เกิดความเข้าใจผิดบ่อยครั้ง

ข้อยกเว้นนทิโทษ

แต่อย่างไรก็ตามโหราจารย์ชาวอินเดียบางท่านมีมติและสรุปข้อยกเว้นสำหรับนทิโทษดังนี้ 

  1. หากดวงชาตาชายหญิง มีดาวจันทร์สถิตย์ราศีเดียวกันแต่ต่างนักษัตรกัน จะไม่เป็น นทิโทษ
  2. และในทางกลับกัน หากชายหญิงเกิดภายใต้นักษัตรเดียวกันแต่ต่างราศีกัน ก็จะไม่เป็น นทิโทษ เช่นกัน
  3. และหากชายหญิงเกิดภายใต้นักษัตรเดียวกัน ราศีเดียวกัน แต่นวาศ์ต่างกัน ก็จะไม่เป็น นทิโทษเช่นกัน
  4. สำหรับดวงชาตาชายหรือหญิงที่มีนทิโทษ โหราจารย์ควรตรวจสอบเรือนที่ 5 (ภพปุตตะ) ของทั้งสองเพราะเป็นเรือนที่เกี่ยวกับบุตรว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่
  5. นอกจากนี้ควรตรวจสอบตำแหน่งดาวพฤหัสของทั้งสองคนว่ามีตำแหน่งเสียหรือไม่ เพราะดาวพฤหัสคือ ปุตตะ การกะ (ดาวที่มีความหมายถึงการมีบุตร)
  6. นทิโทษ ยังบ่งบอกถึงความตายของคู่สามี-ภรรยา หากคนใดคนหนึ่งมีนทิโทษ ที่ตกลงในส่วนกลาง(มัธยะ)และส่วนปลาย (อันตระ)
  7. หากคู่สมรสชาย-หญิงได้ศุภผลจากราศีกูฏะ ผลร้ายของนทิโทษจะหมดสิ้นไป
  8. หากดาวเคราะห์เจ้าเรือนชนมราศี(เจ้าเรือนลัคน์)ของคู่สมรสชาย-หญิงเป็นดาวเคราะห์เดียวกัน ผลร้ายของนทิโทษจะหมดสิ้นไป
  9. หากดาวเคราะห์เจ้าเรือนชนมราศี(เจ้าเรือนลัคน์)ของคู่สมรสชาย-หญิงเป็นมิตรกัน ผลร้ายของนทิโทษจะหมดสิ้นไป

ผลกระทบที่เลวร้ายจาก “โทษ” ต่างๆในดวงชาตาสามารถลดลงได้ ด้วยวิธีการทางโหราศาสตร์ของฮินดู เช่น พิธีบูชาเคราะห์ , การใช้ยันต์ต่างๆในการแก้ดวงชาตา , การใช้อัญมณีมาเป็นเครื่องประดับ ,การสวดมนต์ และ การทำการกุศลเป็นต้น