fbpx

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

Aa14a0c2df5267f34ea8cc2f6842ce17

นับเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากทั้งของดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ อันเนื่องมาจากการเกิดสุริยุปราคา สรรพคราสที่มองเห็นได้ในประเทศไทยอีกครั้ง ในวันที่  9 มีค 2559 นี้  แต่ในทางโหราศาสตร์ปรากฏการณ์นี้มิใช่ธรรมดา เพราะการเกิดคราสในวันนี้ดาวพฤหัสได้โคจรเล็งกับจุดคราสพอดีแบบสนิทองศา ซึ่งหาได้ยากในรอบร้อยปี เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "คุรุจัณฑาล" หรือ คุรุ(ครู)ที่สูงส่งกลับกลายเป็นจัณฑาล(ที่ชั่วร้าย)

คุรุจัณฑาล คืออะไร   ในโหราศาสตร์ภารตะถือว่าดาวราหูเป็นดาวร้ายให้โทษ หากโคจรเข้าร่วมราศีกับดาวเคราะห์ใดใด ก็จะเรียกว่า "ครหะจัณฑาล" และให้โทษแก่ดาวเคราะห์นั้น  เช่น ดาวอังคารร่วมราหู ก็จะเรียกว่า กุชจัณฑาล ,ดาวพุธ ร่วมราหู เรียกว่า พุธ จัณฑาล ,ศุกร์ ร่วมราหู เรียกว่า ศุกรจัณฑาล ,เสาร์ ร่วมราหู เรียกว่า สนิ จัณฑาล ,ดาวพฤหัส ร่วมราหู เรียกว่า คุรุ จัณฑาล  ซึ่งอยู่ระหว่างวันที่ 29 มค -11 สิงหา 2559

และหากปรากฏดาวเคราะห์คู่เหล่านี้ในดวงชาตา ก็จะเรียกว่า ครหะ จัณฑาลโทษและ หากดาวเคราะห์เหล่านี้ ร่วมจุดคราส (ไม่เกิน 3 องศา) ก็จะให้โทษรุนแรงมากขึ้นไปอีก

คุรุจัณฑาลแบบร่วม-เล็งจุดคราส ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย

ซึ่งจะเกิด คุรุจัณฑาล แบบร่วม-เล็งจุดคราสนี้ ในวันที่ 9 มีค 59  โดย จากการคำนวนทางโหราศาสตร์ คราสเกิดขึ้นในเวลา 06.38-08.32 น. (ตามเวลาในประเทศไทย)

-จุดที่เกิดคราสคือ 24.51 องศาในราศีกุมภ์ เสวยอัฏฐมนวางศ์ ๖ ตติยตรียางค์ ๖ เสวยปุราภัทรปทนักษัตร เพชฌฆาตฤกษ์ ดาวพฤหัสเป็นเจ้าฤกษ์

-ขณะเกิดคราส ดาวพฤหัสจรในราศีสิงห์ 24.09 องศา(ตามปฏิทินดาราศาสตร์ อายนางศะลาหิรี) เสวยปุรพผลคุณีนักษัตรที่ ๑๑บาทที่ ๔ มหัทธโนฤกษ์ ดาวศุกร์เป็นเจ้าฤกษ์

ดังจะเห็นได้ว่าดาวพฤหัสจรในราศีสิงห์เล็งกับจุดคราสพอดีแบบ 180 องศา  การเล็งแบบนี้ถือว่าเป็นผลเท่ากับร่วมกันกับคราสแบบสนิทองศา แต่การเล็งจะให้ผลรุนแรงมากที่สุด

ผลของร้าย คุรุ จัณฑาล -ให้ผลยาวนานถึง 6เดือน

ดาวพฤหัส เป็นดาวศุภเคราะห์ ที่หมายถึงคุรุ หรือ ครู นักพรต นัก บวช บุญกุศล ความดีงาม และศาสนา  แต่คราวนี้กลายมาเป็นดาวบาปเคราะห์ด้วยอิทธิพลร้ายของราหู ก็จะส่งผลให้ดาวพฤหัส การเป็นดาวพฤหัสในด้านร้าย นักพรตนักบวช สมณะ ชีพราหมณ์ ที่ชั่วร้ายแสดงความชั่วออกมาอย่างเต็มที่ ,คนชั่วมีอำนาจ มีอิทธิพลเหนือคนดี คนดีจะเสื่อมถอย เกิดการต่อสู้กันระหว่างความดี-ชั่ว ซึ่งจะส่งผลยาวนานไปอีก 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่เกิดคราส

นอกจากนี้ดาวพฤหัส ก็หมายถึงศาสนา ดังนั้นทางด้านการศาสนาก็จะมีปัญหาขัดแย้งกันในระหว่างศาสนิกต่างศาสนา โดยเฉพาะประเทศที่ถูกอิทธิพลของคราสอย่างเต็มที่ เช่น อินโดนีเซีย หรือประเทศอื่นๆ ก็จะมีปัญหาเรื่องศาสนาเกิดขึ้นในทางรุนแรง

คุรุจัณฑาล จากคัมภีร์พฤหัตสัมหิตา

คัมภีร์โบราณของอินเดียได้อธิบายบอกเกี่ยวกับคราสเอาไว้ดังนี้

โศลกที่ ๖๖ คฺรหโณปคเต ชีวะ  วิทฺวนฺนฺฤปมฺนตรี คชหยธฺ วำศ ,สินธุตฎวาสินา มญฺยุททคฺทิศำ สำศฺริตานำ ฯ

แปลความว่าขณะที่เกิดคราสอาทิตย์หรือจันทร์ มีดาวพฤหัสเข้าร่วมจุดคราสด้วยพวกบัณฑิต ผู้คงแก่เรียน เจ้าครองแคว้น ขุนนาง ปราชญ์ ราชบัณฑิตที่มีศีลธรรมจะวิบัติ(เสียหาย) พลเมืองที่อยู่ฝั่งทางเหนือของแม่น้ำสินธุ จะวิบัติและพวกปศุสัตว์ ช้าง ม้า วัวควายก็จะประสบเหตุพิบัติเช่นกัน

คุรุจัณฑาลกับดวงเมืองไทย-ปฏิรูปศาสนา

สำหรับดวงเมืองไทยที่มีลัคนาราศีเมษ ในดวงเดิมท่านได้วางดาวพฤหัสไว้กุมกับดาวเสาร์ในเรือนที่ 9 (ภพศุภะ) หรือราศีธนู ซึ่งดาวคู่นี้(พฤหัส+เสาร์) ถือว่าเป็นดาวคู่ปฏิวัติ ปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลง  อีกทั้งภพที่ 9 ของดวงเมืองหมายถึงศาสนา และกฏหมายรัฐธรรมนูญ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากดาวคู่นี้ ทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารอยู่บ่อยครั้ง และการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อยที่สุดในโลก

แต่สำหรับทุกครั้งดาวคู่นี้ให้ผลแต่การปฏิวัติ-รัฐประหาร (ตามความหมายของเรือนที่ 9และความหมายของการเป็นเจ้าเรือน)แต่การปฏิรูปศาสนา ซึ่งก็เป็นความหมายของเรือนที่ 9 เช่นกันยังไม่ปรากฏในประวัติศาสตร์บ่อยครั้งนัก จะมีก็แต่การปฏิรูปกฏหมายสงฆ์ในสมัยรัชกาลที่ 1และการปฏิรูปศาสนาในรัชกาลที่ 4 ซึ่งแบ่งออกเป็นธรรมยุติและมหานิกาย

แต่สำหรับคราสครั้งนี้ อธิบายดังนี้

1.ดาวพฤหัสจรในราศีสิงห์ทำมุม 90 องศากับเสาร์จรในราศีพิจิก ซึ่งดาวคู่นี้ถึงกันในตำแหน่งภพปุตตะกับภพมรณะของดวงเมือง หมายถึงการปฏิวัติและปฏิรูป

2.อีกทั้งดาวเดิมทั้งสอง(เสาร์-พฤหัส)ในดวงเมืองสถิตย์ในราศีธนูประมาณ 8 องศา ซึ่งจะได้รับผลจากคราสนี้เต็มที่ ดาวพฤหัสหมายถึงศาสนา กฏหมาย ครูอาจารย์ นักบวช ส่วนเสาร์มีความหมายตรงกันข้ามกับพฤหัส ก็จะกลายเป็นว่า การไม่มีศาสนา การไม่เคารพกฏหมาย ครูอาจารย์แบบปลอมๆ นักบวชปลอมๆ

3.ดาวอีกคู่ในดวงเมืองคือศุกร์ร่วมกับราหูแบบสนิทองศา(11องศา)ในราศีมีน ซึ่งจะได้รับผลจากคราสนี้เต็มที่เช่นกัน (ดาวศุกร์หมายถึงนักบวชหรือสมณะ)

4.ดาวอาทิตย์เดิมในดวงเมือง เสวยองศาที่ 10 ในราศีเมษ ซึ่งจะได้รับผลจากคราสนี้เต็มที่เช่นกันดาวอาทิตย์นี้หมายถึงการจัดการการปกครอง   หรือ หมายถึงตำแหน่งสูงสุดในองค์กรนักบวช

5.ดาวทั้งหมดที่กล่าวมาร่วมกับราหูในราศีสิงห์และคราสที่จะเกิดในราศีกุมภ์(สุริยคราส 9มีค 59)-กันย์(จันทรคราส23 มีค 59)

ผลจะเป็นการปฏิรูปและปฏิวัติศาสนาแบบถอนรากถอนโคน พวกอลัลชีที่มีอำนาจก็จะถูกกำจัด ศาสนาจะถูกชำระ เมื่อจบสิ้นแล้วก็จะเป็นการเริ่มมิติใหม่ทางศาสนา นอกจากนี้ภพที่ 9ในดวงเมืองก็เป็นภพที่เกี่ยวกับ กฏหมายรัฐธรรมนูญ ในเรื่องนี้รัฐธรรมนูญก็จะไดรับปฏิรูปแก้ไขไปพร้อมกๆกันในช่วงนี้ด้วย

ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากคราส-ส่วนบุคคล

1.มีลัคนาร่วมคราส หรือ คราสเล็งลัคน์ เช่น สุริยุปราคา ราศีกุมภ์ -สิงห์ และ จันทรุปราคา ราศีกันย์-มีน

2.มีจันทร์เดิมในดวงชาตา  ร่วมคราส หรือ เล็ง

3.มีอาทิตย์เดิมในดวงชาตา ร่วมคราส หรือ เล็ง

4.มีดาวในพื้นดวงร่วม+เล็งจุดคราส (1.ร่วมราศี,2.ร่วมนวางศ์, 3.ร่วมองศา)  หรือองศาใกล้กับคราส +- 3องศา

5.อยู่ในพื้นที่ที่มองเห็นคราส เช่น ในปีนี้เมืองไทยและประะเทศในอาเซียน ที่ปรากฏคราส

ผลจะเกิดขึ้นตามความหมายของภพเรือนชาตาที่เกิดคราส

ข้อเท็จจริงทางดาราศาสตร์

สุริยุปราคาในวันที่ 9 มีนาคม 2559 โดยเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง แต่ประเทศไทยเห็นได้เป็นบางส่วน แต่ก็ถือว่าเป็นอุปราคา(สุริยุปราคาและจันทรุปราคา)ที่ประเทศไทยจะได้เห็น เพียงครั้งเดียวในปี 2559 โดยปรากฏการณ์สุริยุปราคาดังกล่าว จะเริ่มจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 9 มีนาคม.(ตามเวลาในประเทศไทย) แนวคราสเต็มดวงส่วนใหญ่พาดผ่านในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก จุดที่เกิดคราสเต็มดวงนานที่สุด (Maximum Eclipse) จะอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะกวม(Guam) ที่ละติจูด 10 องศา 7 ลิปดา เหนือ ลองจิจูด 148 องศา 30 ลิปดา ตะวันออก ทั้งนี้ เวลาที่คราสเต็มดวงนานที่สุดในบริเวณนี้จะนานถึง 4 นาที 9 วินาที สำหรับประเทศไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศจะเห็นปรากฏการณ์นี้เป็นสุริยุปราคา บางส่วนโดยบริเวณภาคใต้ตอนล่างจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด โดยดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุดประมาณ80 %

เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงที่ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศไทยสังเกตเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วนทั่วประเทศ โดยในไทยจะสังเกตเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งหรือถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุด ประมาณ 80 % ในเวลาประมาณ 07.26 น. ที่บริเวณภาคใต้เช่นที่ จ.สงขลา หรือภูเก็ต ส่วนกรุงเทพ ฯจะเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังเต็มที่ ซึ่งจะเกินครึ่งดวงมาเล็กน้อย ในเวลาประมาณ 07.33 น.

หากคนไทยพลาดปรากฏการณ์สุริยุปราคาในครั้งนี้ จะต้องรออีก 3 ปี ประเทศไทยถึงจะมีโอกาสเห็นสุริยุปราคาอีกครั้งในวันที่ 26 ธันวาคม 2562 โดยเห็นเป็นสุริยุปราคาแบบบางส่วน ส่วนสุริยุปราคาแบบเต็มดวง ไทยจะมีโอกาสเห็นได้ในวันที่ 11 เมษายน 2613 “

วันพุธที่ 9 มีนาคม 2559 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์มิดหมดดวง แนวคราสเต็มดวงพาดผ่านด้านตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย อินโดนีเซีย และตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก ส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก รวมทั้งบางส่วนของอะแลสกา ประเทศไทยเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วนได้ทั่วประเทศ โดยภาคใต้เห็นดวงอาทิตย์แหว่งลึกที่สุด

สุริยุปราคาเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์แตะผิวโลกเวลา 06:19 น. จากนั้นเงามืดเริ่มแตะผิวโลกเวลา 07:16 น. ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างชายฝั่งสุมาตราของอินโดนีเซียไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1,400 กิโลเมตร เงามืดเคลื่อนไปทางทิศตะวันออก แล้ววกขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านทางใต้ของเกาะสุมาตรา เมืองปาเล็มบังเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 1 นาที 52 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 18°

เงาคราสเต็มดวงผ่านเกาะกาลีมันตัน (บอร์เนียว) และสุลาเวสี เมืองปาลูเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 2 นาที 6 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 37° จากนั้นผ่านเกาะโมลุกกะเหนือ เมืองเตอร์นาตีเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 2 นาที 40 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 48°

กึ่งกลางคราส ซึ่งเป็นเวลาที่ศูนย์กลางเงาดวงจันทร์ผ่านใกล้ศูนย์กลางโลกมากที่สุด เกิดขึ้นเวลา 08:57 น. ในมหาสมุทรแปซิฟิก เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่กึ่งกลางนาน 4 นาที 9.5 วินาที เงามืดยังคงเคลื่อนต่อไปในทิศทางเดิม ออกจากผิวโลกเวลา 10:38 น. ทางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยไม่ผ่านแผ่นดินที่ใดอีก จากนั้นสุริยุปราคาสิ้นสุดลงเมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกเวลา 11:35 น.