fbpx

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

D31f4994f7296247eb2435f03e9b47a2

 

 

ในโหราศาสตร์ภารตะมีการแบ่งประเภทเรือนออกเป็นหลากหลายประเภท ตามคุณลักษณะของการให้ผลดี หรือผลร้าย การส่งเสริมและหักล้างกำลังต่างๆในดวงชาตาแต่ละชาตา โยดมีการแบ่งประเภทออกเป็นกลุ่มๆดังนี้

 

 

 

1.กลุ่มที่ส่งเสริมและให้คุณแก่ดวงชาตา คือ

 

1.1 เรือนเกณฑ์ อันได้แก่ ภพเกณฑ์ที่ 1(ตนุ) ที่ 4(พันธุ) ที่ 7 (ปัตนิ)และที่ 10 (กรรมะ)ในดวงชาตา

 

1.2 เรือนตรีโกณ อันได้แก่ เรือนที่ 1 (ตนุ)  เรือนที่ 5 (ปุตตะ) และที่ 9 (ศุภะ) ในดวงชาตา

 

1.3 เรือนปะนะผะระ อันได้แก่ เรือนที่ 2(กดุมภะ) ที่ 5 (ปุตตะ)ที่ 8 (มรณะ)และที่ 11 (ลาภะ)ในดวงชาตา

 

1.4 เรือนอโปกลิมะ อันได้แก่เรือนที่ 3 (สหัสชะ) เรือนที่ 6(อริ) เรือนที่ 9 (ศุภะ) และเรือนที่ 12 (วินาศ) ในดวงชาตา

 

1.5 เรือนอุปปัจจัย อันได้แก่เรือนที่ 3 (สหัสชะ) เรือนที่ 6(อริ) เรือนที่ 10 (กรรมะ) และเรือนที่ 11 (ลาภะ) ในดวงชาตา

1f2eb1087f84b78feb5953eb7b78ca12

 

2.กลุ่มที่หักล้างและให้โทษแก่ดวงชาตา คือ

 

2.1 เรือนตรีกะสถาน (ทุสถานะภพ) อันได้แก่ ภพเกณฑ์ที่ 6(อริ) ที่ 8(มรณะ) ที่ 12 (วินาศ) ในดวงชาตา

 

2.2 เรือนตรีษัฑทายะ อันได้แก่เรือนที่ 3 (สหัสชะ) เรือนที่ 6(อริ)  และเรือนที่ 11 (ลาภะ) ในดวงชาตา

 

 

 

 

ความหมายของเรือนตรีษัฑทายะ

 

มาจาก ตรี+ษัฑ+อายะ คำว่าตรี คือ สาม อันได้แก่เรือนที่ 3 (สหัสชะ) และ ษัฑะ คือหก เรือนที่ 6(อริ)  และ อายะ คือเรือนที่ 11 (ลาภะ) ในดวงชาตา ซึ่งมาจากความหมายในทางลบของภพต่างๆ คือ ภพที่ 3 หมายถึงตัณหา –ราคะ ความทะยานอยาก ภพที่ 6 หมายถึง โกรธะ หรือโทสะ คือความโกรธ และภพที่ 11 คือโลภะ ความโลภ ความปรารถนาอยากได้ ซึ่งเป็นความหมายในทางตรงข้ามกับภพของการพัฒนาทางจิตและความเจริญรุ่งเรืองของชีวิต กล่าวคือ ภพที่ 3 ตรงข้ามกับภพที่ 9 (ความรุ่งเรือง) ภพที่ 6 ตรงข้ามกับภพที่ 12 (การหลุดพ้น) และภพที่ 11 ตรงข้ามกับภพที่ 5 (ความก้าวหน้า)

 

และภพที่ 3 ก็คือภพ ที่ 8 ของที่ 8 (มรณะของมรณะ) ,ภพที่ 6 ก็คือ ภพที่ 7 ของภพที่ 12 (เป็นปัตนิของวินาส) และภพที่ 11 คือ ภพที่ 12 ของภพที่ 12 (วินาสของวินาส) และภพที่ 6 ของภพที่ 6 (อริของอริ) ซึ่งทำให้ภพที่ 11 (ลาภะ)เป็นภพเรือนที่ให้โทษมากที่สุดในความหมายนี้

 

 

เรือนที่ 3 (สหัสชะ) มีความหมายดังนี้ ความปรารถนา ราคะ ตัณหา,สิ่งแวดล้อม,เพื่อนสนิท,น้องชายหญิง,การกระทำแบบลับๆ, การแสดงความกล้าหาญ,อวัยวะส่วนลำคอ,หู,การตายของบิดาของเจ้าชาตา

 

 

เรือนที่ 6 (อริ) มีความหมายดังนี้ การเกิดโรคภัย,อุบัติเหตุ,ความโกรธ,ศัตรู,การเจ็บป่วยทางจิตใจ,ความเศร้า,ความผิดหวัง,ข้าวของสูญหาย

 

 

เรือนที่ 11 (ลาภะ) มีความหมายดังนี้ การได้มา,ลาภผล,ผลประโยชน์,ความโลภ,พี่ชายหญิง,เป็นอิสระจากความทุกข์ยาก

 

สำหรับทุกๆลัคนา จะมีดาวเคราะห์ที่แสดงผลดี-ร้ายเฉพาะแต่ละลัคนาแตกต่างกัน ซึ่งคิดคำนวนมาจากความสัมพันธ์ของเจ้าเรือนต่างๆ อย่างไรก็ตาม ดาวอาทิตย์ อังคาร  เสาร์ ราหูและเกตุ เป็นดาวบาปเคราะห์ธรรมชาติ ดาวจันทร์และพุธเป็นได้ทั้งศุภเคราะห์และบาปเคราะห์ธรรมชาติ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข) และดาวพฤหัส ศุกร์ เป็นศุภเคราะห์ธรรมชาติ ส่วนเจ้าเรือนที่เป็นตรีกะสถาน (ทุสถานะถพ) คือเรือนที่ 6 ที่ 8 ที่ 12 ให้บาปผล และเจ้าเรือน ตรีษัฑทายะ (ที่ 3 ที่ 6 ที่ 11) ก็ให้บาปผลเช่นกัน ดังนั้นหากดาวเคราะห์ใดเป็นทั้งเจ้าเรือน ตรีกะสถานะและ ตรีษัฑทายะ พร้อมกันก็จะให้โทษรุนแรงมากที่สุด

 

E2cb8b91d2f76389086c19fba23b3ad8

อย่างไรก็ตามก็มีกฎเพิ่มเติมอีกว่า

 

ก. หากดาวศุภเคราะห์ธรรมชาติเป็นเจ้าเรือนเกณฑ์ ดาวเคราะห์นั้นก็จะสูญเสียการให้ผลดีไปทั้งหมด เพราะเป็น เกณฑราธิปติโทษ กรุณาอ่าน เกณฑราธิปติโทษ ดาวศุภเคราะห์ให้โทษในดวงชาตา

 

ข. แต่ในทางกลับกันหากดาวบาปเคราะห์ เป็นเจ้าเรือนเกณฑ์ ก็กลับกลายเป็นการให้คุณ

 

ค. และหากดาวศุภเคราะห์สถิตในเรือนเกณฑ์โดยไม่มีความสัมพันธ์จากเจ้าเรือน ตรีกะสถาน (ที่ 6 ที่ 8 ที่ 12) ก็จะให้คุณด้วยเช่นกัน

 

ง. และหากดาวศุภเคราะห์ เป็นเจ้าเรือนตรีกะสถาน(ทุสถานะภพ 3,6,12) หรือ เป็นเจ้าเรือน ตรีษัฑทายะ(ภพ 3,6,11)  ด้วย ไปสถิตอยู่ในภพเกณฑ์ ดาวเคราะห์เหล่านั้นก็จะหมดกำลังให้การให้ศุภผล

 

จ. หรือในทำนองเดียวกันกับดาวบาปเคราะห์ เป็นเจ้าเรือนตรีกะสถาน(ทุสถานะภพ 3,6,12) หรือ เป็นเจ้าเรือน ตรีษัฑทายะ ด้วย(ภพ 3,6,11) ไปสถิตอยู่ในภพเกณฑ์ ดาวเคราะห์เหล่านั้นก็จะหมดกำลังในการให้ผลร้าย และจะกลายเป็นผลดีต่อดวงชาตา

 

ฉ.อย่างไรก็ตามภพเรือนที่ 11 ก็เป็นเรือนหนึ่งในเรือนอุปปัจจัย (เรือนที่ 3 ที่ 6 ที่ 10 และที่11) ซึ่งหมายถึงการได้มา การบรรลุถึงจุดประสงค์ และความสำเร็จ ดังนั้นหากดาวเคราะห์ใดใดไปสถิตย์ในเรือนอุปปัจจัยย่อมให้ผลดี โดยเฉพาะดาวบาปเคราะห์ที่ไปสถิตย์ในเรือนอุปปัจจัยก็จะให้ผลดีที่สุด แต่เจ้าเรือนอุปปจัยที่ 11 ย่อมให้โทษเสมอ ตามทฤษฎีที่กล่าวมาแล้ว