fbpx

ฤกษ์มงคลชั้นสูง ฤกษ์แต่งงานไทย-จีน จดทะเบียนสมรส ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์โกนผมไฟ ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์เข้าทำงานใหม่ คำนวนดวงพิชัยสงคราม ดูฮวงจุ้ย ปรับและแก้ฮวงจุ้ย แก้ไขอุปสรรค เสริมโชคลาภ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @astroneemo

 

Chitragupta

โยค หรือนักษัตรโยค เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอันหนึ่งในระบบปฏิทินปัญจาคะที่สำหรับใช้การคำนวณหาฤกษ์ยามมงคล ซึ่งนักษัตรโยคใช้กันมานานหลายพันปีมาแล้วโดยนำทฤษฎีนี้มาจากคัมภีร์พระเวท  และในปัจจุบันปฏิทินฤกษ์ยามของอินเดียก็จะต้องมีระบุนักษัตรโยคนี้เอาไว้ในทุกๆระบบปฏิทิน โดยการหาฤกษ์ยามจะมีการนำนักษัตรโยคนี้ไปคำนวณร่วมกับกฏเกณฑ์อื่นๆอีก เช่น นักษัตรฤกษ์ กรณะ จันทรพละ ดาราพละ จากดวงชาตาของเจ้าการ ต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ

นักษัตรโยคมี 2 ชนิด ชนิดแรกเรียกว่า นิตยโยค หรือ ไนสารคิกะโยค มีจำนวน 27 โยค โดยมีมูลฐานจากการคำนวณองศาสัมพันธ์ของดาวอาทิตย์และดาวจันทร์  และชนิดที่ 2 คือ ตาตกาลิกะโยค หรือ วารดิถีโยค หรือ มุหูรตะโยค หมายถึงโยคที่ประกอบด้วยวารและดิถีหรือนักษัตร

 

 

ในที่นี้จะกล่าวถึงนิตยโยค หรือโยคถาวรคงที่ จำนวน 27 โยค ซึ่งคำนวณมากจากองศาสัมพันธ์ระหว่างอาทิตย์และจันทร์ที่สัมพันธ์กับรังสีของนักษัตรฤกษ์ โดยมีระยะเวลา 60 ฆฏิกะ(มหานาที) หรือ 24 ชั่วโมงต่อ 1 นักษัตรโยค โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.วิษฏัมภะโยค เป็นโยคลำดับที่ 1 ครองด้วยพระยม  และดาวเสาร์เป็นดาวประจำโยค ถือเป็นโยคร้าย ความหมายคือหม้อยาพิษ ไม่ควรประกอบการมงคล หรือทำกิจกรรมที่สำคัญภายในช่วงเวลาของโยคร้ายนี้  โดยเฉพาะ 3 ฆฏิกะ(มหานาที)แรกของโยคนี้ (72 นาทีแรก)

2.ปรีติโยค เป็นโยคลำดับที่ 2 ครองด้วยดาวพุธ พระวิษณุเป็นเทวะประจำโยค หมายถึงความยินดีปรีดา ความรัก, ความบันเทิง หรือ ความพึงพอใจ และความมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม เป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด   (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

3.อายุสมันโยค เป็นโยคลำดับที่ 3 ครองด้วยดาวเกตุ ,จันทรเทพเป็นเทวะประจำโยคนี้ ความหมายคือ การมีอายุยืนนาน สุขภาพดี ความมีพลัง เป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

4.เสาภาคยโยค เป็นโยคลำดับที่ 4 ครองด้วยดาวศุกร์ พระพรหมเป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ ศิริมงคล บุญกุศล ความมีโชคดี  การเสวยความสุข เป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

5.โสภณะโยค เป็นโยคลำดับที่ 5 ครองด้วยดาวพฤหัส มีสุริยะเทพเป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ ความบริสุทธิ์ งดงาม ความมีคุณธรรม ความเป็นเลิศ โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

6.อติคัณฑะโยค เป็นโยคลำดับที่ 6 ครองด้วยดาวจันทร์ มีจันทรเทพเป็นเทวะประจำโยค โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลา 6 ฆฏิกะ(มหานาที) หรือ 144 นาที แรกของโยคนี้ ซึ่งโยคร้ายนี้เป็นโยคร้ายที่อ่อนรองลงมาจาก วยาทิปัฏฏะโยคและวยทรูติโยค  ความหมายของโยคนี้คือ อุปสรรค ปัญหา อุบัติเหตุ ความโกรธและความพยาบาท

7.สุกรรมะโยค เป็นโยคลำดับที่ 7  ครองด้วยดาวอังคาร พระอินทรเทพเป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ การทำความดี คุณงามความดี  ความสำเร็จในการประกอบการ ความไม่เห็นแก่ตัว การประกอบบุญกุศล และความร่ำรวยโยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

8.ธริติโยค เป็นโยคลำดับที่ 8 ครองด้วยดาวราหู มีชลเทพ(ธาตุน้ำ)เป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ การเกาะกุม ยึดถือเอาไว้  ความมั่นคง การเก็บรักษา ความรื่นรมย์ ความสุขและความมั่งคั่งร่ำรวย โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

9.ศูละโยค เป็นโยคลำดับที่ 9 ครองด้วยดาวพฤหัส นาคาเทพเป็นเทวะประจำโยคนี้  โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลา 5 ฆฏิกะ(มหานาที) หรือ 120 นาที แรกของโยคนี้ ซึ่งโยคร้ายนี้เป็นโยคร้ายที่อ่อนรองลงมาจาก วยาทิปัฏฏะโยคและวยทรูติโยค ความหมายคือ การเบียดเบียน หอก(อาวุธ) ความตาย และความเจ็บปวด

10.คัณฑะโยค เป็นโยคลำดับที่ 10 ครองด้วยดาวเสาร์ มีพระอัคนีเป็นเทวะประจำโยค  โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลา 6 ฆฏิกะ(มหานาที) หรือ 144 นาที แรกของโยคนี้ ซึ่งโยคร้ายนี้เป็นโยคร้ายที่อ่อนรองลงมาจาก วยาทิปัฏฏะโยคและวยทรูติโยค ความหมายคือ อันตราย สิ่งกีดขวาง อุปสรรค และบกพร่องทางศีลธรรม

11.วฤทธิโยค เป็นโยคลำดับที่ 11 ครองด้วยดาวพุธ มีสุริยเทพเป็นเทวะประจำโยคนี้ ความหมายคือ ความเจริญ การเติบโต ความรุ่งเรืองจากน้อยไปมาก,การ เสริม" หรือ เพิ่ม โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

12.ธรุวะโยค เป็นโยคลำดับที่ 12 ครองด้วยดาวเกตุ ภุมมีเทพ(พระแม่ธรณี-ธาตุดิน)เป็นเทวะประจำโยค โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลา 4 ฆฏิกะ(มหานาที) หรือ 96นาที แรกของโยคนี้ เรียกว่า พิษฆฏิกะ แต่หลังจากนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด ความหมายคือ ความมั่นคง ถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง และความมั่งคั่งร่ำรวย

13.วยาฆาตะโยค เป็นโยคลำดับที่ 13 ครองด้วยดาวศุกร์ มีวายุเทพเป็นเทวะประจำโยคนี้ โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลา 6 ฆฏิกะ(มหานาที) หรือ 144 นาที แรกของโยคนี้ ซึ่งโยคร้ายนี้เป็นโยคร้ายที่อ่อนรองลงมาจาก วยาทิปัฏฏะโยคและวยทรูติโยค ความหมายคือ อุปสรรค การสังหาร การฆ่า ความโหดร้าย

14.หรรษณะโยค เป็นโยคลำดับที่ 14 ครองด้วยดาวอาทิตย์ มีภาคะเทพ (เทพแห่งความโชคดี) เป็นเทวะประจำโยคนี้ ความหมายคือ ความสุข  ความดีใจ เบิกบาน ,รื่นรมย์ ความเฉลียวฉลาด ความสุขสนุกสนาน  โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

15.วัชรโยค เป็นโยคลำดับที่ 15 ครองด้วยดาวจันทร์ วรุณเทพ(เทพแห่งฝน)เป็นเทวะประจำโยคนี้ โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลา 3 ฆฏิกะ(มหานาที) หรือ 72นาที แรกของโยคนี้ ความหมายคือ เพชร สายฟ้า ความยากลำบาก การไม่ได้รับการยอมรับ

16.สิทธิโยค เป็นโยคลำดับที่ 16 ครองด้วยดาวอังคาร มีพระคเณศวรเป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ  ความเจริญรุ่งเรือง ,  ความสำเร็จ ,  การเติมเต็ม ,  การเสร็จสิ้น ,   คุณภาพ,อำนาจเหนือธรรมชาติ ,การประสิทธิประสาทวิชาความรู้และอำนาจทางจิต ทักษะความชำนาญและประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่อง, ได้รับการคุ้มครองป้องกันและการสนับสนุนของผู้อื่น โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด

17.วยาฑิปัฏะ หรือ วยะปาฑะ เป็นโยคลำดับที่ 17 ครองด้วยดาวราหู มีพระรุททะเป็นเทวะประจำโยคนี้  ความหมายของโยคนี้คือภัยพิบัติและความพินาศ โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ตลอดทั้งโยค และหากประการกิจการใดภายใต้โยคนี้จะไม่บังเกิดผลดีใดใด หรือแม้แต่พิธีกรรมทางศาสนาใดใดหากประกอบการภายใต้โยคร้ายนี้ย่อมเป็นผลร้ายทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และหากประกอบการร่วมกับ วิษฏิกรณะ (ภาทระกรณะ) ก็จะเพิ่มความร้ายเป็นทวีคูณ แม้แต่ฤกษ์อมฤตกาลก็จะถูกทำลายลงไปด้วย  นอกจากนี้ยังหมายถึง การมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุฉับพลัน,การพลิกผัน, ความไม่แน่นอนและไม่น่าเชื่อถือ

18.วรียัส(วริยัน)โยค เป็นโยคลำดับที่ 18 ครองด้วยดาวพฤหัส มีท้าวกุเวรเป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ ความยิ่งใหญ่ ความหรูหราและความสะดวกสบาย โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

19.ปริฆะโยค เป็นโยคลำดับที่ 19 ครองด้วยดาวเสาร์ พระวิศวกรรมเป็นเทวะประจำโยค โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลา 30 ฆฏิกะ(มหานาที) หรือ 12 ชั่วโมงแรก แรกของโยคนี้ ความหมายคืออุปสรรค การแตกหักทำลาย การฆ่า คฑาเหล็ก

20.ศิวะโยค เป็นโยคลำดับที่ 20 ครองด้วยดาวพุธ มิตรเทพเป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ ความเป็นศิริมงคล ความมีเกียรติยศ ความมั่งคั่งร่ำรวย โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

21.สิทธาโยค เป็นโยคลำดับที่ 21 ครองด้วยดาวเกตุ มีพระขันธกุมารเป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ ความสำเร็จและความสมบูรณ์  โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

22. สาธยะโยค เป็นโยคลำดับที่ 22 ครองด้วยดาวศุกร์ พระสาวิตรี(พระสุรัสวดี)เป็นเทวีประจำโยค ความหมายคือ ความสามารถ ความสำเร็จ ความชำนาญ ความมีสมบัติผู้ดี โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

23.ศุภะโยค เป็นโยคลำดับที่ 23 ครองด้วยดาวอาทิตย์ พระลักษมีเป็นเทวีประจำโยค ความหมายคือ  คุณธรรม ,  ความมีโชคดี , ศิริมงคล,   ความสวยงาม โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด  (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

24.ศุกละโยค เป็นโยคลำดับที่ 24 ครองด้วยดาวจันทร์ พระปารวตี(อุมาเทวี)เป็นเทวีระจำโยค ความหมายคือ ความสว่าง ความบริสุทธิ์และขาวสะอาด   โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

25.พรหมโยค เป็นโยคลำดับที่ 25 ครองด้วยดาวอังคาร พระอัศวินี กุมาระ(อัศวิน)เป็นเทวะประจำโยค  ความหมายคือ ต้นกำเนิดของจักรวาล ,พระพรหม ,ความน่าเชื่อถือ การก่อกำเนิดคุ้มครอง การักษา และการให้ชีวิต โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

26.อินทราโยค เป็นโยคลำดับที่ 26  ครองด้วยดาวราหู มีเทพบรรพชนเป็นเทวะประจำโยค ความหมายคือ อินทรเทพเจ้าแห่งเทพทั้งมวล ,ความเป็นผู้นำ โยคนี้ถือเป็นโยคมงคล สามารถประกอบการมงคลได้ทุกชนิด (แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆประกอบ เช่น ดาวเคราะห์ ดาราพละ จันทรพละ และต้องไม่ร่วมกับห้วงเวลาร้ายอื่นๆ เช่น กรณะร้าย ราหูกาล ยมกาล ทุรมุหูรตะ ฯลฯ )

27.วยธรูติ(ไวธริติ)โยค เป็นโยคลำดับที่ 27 ครองด้วยดาวพฤหัส พระนางธิติเป็นเทวีประจำโยค ความหมายคือการจับกุม คุมขัง  โยคนี้ถือเป็นโยคร้าย ห้ามประการมงคลภายใต้โยคนี้ตลอดทั้งโยค และหากประการกิจการใดภายใต้โยคนี้จะไม่บังเกิดผลดีใดใด หรือแม้แต่พิธีกรรมทางศาสนาใดใดหากประกอบการภายใต้โยคร้ายนี้ย่อมเป็นผลร้ายทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และหากประกอบการร่วมกับ วิษฏิกรณะ (ภาทระกรณะ) ก็จะเพิ่มความร้ายเป็นทวีคูณ แม้แต่ฤกษ์อมฤตกาลก็ไม่สามารถแก้ไขโทษร้ายนี้ได้